..... และแล้ว ค่ำคืนวันงานเลี้ยงฉลอง ก็มาถึง
" เร็วเข้า รีบไปดูสิว่า. องค์หญิงทำอะไรอยู่ เหตุใดถึงได้นานนักนะ " เฟยหลงเอ่ยออกมา
" ขอรับท่านขุนพล เดี๋ยวข้าจะไปดูให้ " หมีดำรับคำ ก่อนจะเดินออกไป. แต่แล้ว จู่ๆก็มีเสียง ของ เสียวเหยาดังขึ้น. " ไม่ต้องแล้วท่านขุนพล องค์หญิงมาแล้ว เจ้าค่ะ "
.... ทุกคนได้ยินดังนั้น ก็มองไปยังประตูใหญ่เป็นตาเดียวกัน. ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง แม้แต่เฟยหลง ยังอดใจสั่นไหวไม่ได้. หยุนซี ผู้เลอโฉม บัดนี้ผลัดแป้งแต่งหน้า สวมใส่ชุดชมพูอ่อน มีปิ่นหยกหุ้มทองปักอยู่บนมวยผม ยิ่งเพิ่มความสูงสง่าให้แก่นาง หากแม้น อิ๋งผิง เป็นสาวงามล้มเมืองแล้วไซ้. หยุนซีนางนี้เทียบได้กลับนางอัปสรที่ลงมาจากสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน.
" แม่เจ้าเว้ยยย นี่องค์หญิงหยุนซีหรือนี่ ไม่อยากจะเชื่อสายตา " หมีดำเอ่ยออกไป
" โห่ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นสตรีที่งดงามราวเทพธิดาเช่นนี้ " มู่ปิงเอ่ยออกมา
... ทั้งสองยังจ้องมองอยู่นาน จนกระทั้ง. โป๊ก !. โป๊ก.!
" อุ๊ย.... แม่นางเสียวเหยา เจ้ามาเขกหัว พวกเราสองคนทำไม่ " หมีดำรีบพูดขึ้น
" นั้นหนะสิ " มู่ปิงพูดเสริม
... เสียวเหยาได้ยินเช่นนั้น. ก็รีบพูดขึ้น " พวกเจ้ามองอะไร หากไม่หยุดมอง ไม่เพียงแต่เขกหัวเท่านั้น ข้าจะควักลูกตาของพวกเจ้าด้วย " นางเอ่ยออกมาพร้อมกับทำท่าทาง
.... ทั้งสอง ได้ยินเช่นนั้น ก็ได้สติ ก่อนที่ มู่ปิง จะสะกิด หมีดำ. แล้วเอ่ยขึ้น " เจ้าดูท่านนายกองของเราซิ มององค์หญิงตาไม่กระพริบเลยว๊ะ "
" อืม นั้นหน่ะสิ สงสัยจะตกตะลึงในความงามของ องค์หญิงอยู่ ดูสิวิญญาณจะออกจากร่างอยู่แล้ว " หมีดำเอ่ยขึ้น
.... เสียวเหยาได้ยินเช่นนั้น ก็เดินเข้าไปยืนข้างๆ แล้วพูดขึ้น " อะแฮ้ม ... ท่านขุนพลเจ้าค่ะ จ้องขนาดนี้ ไม่สิงร่างองค์หญิงเลยหละเจ้าค่ะ "
.... เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็สะดุ้งตกใจ ก่อนจะ เอ่ยออกมา. " อืม. เอาหละพวกเราไปกันได้แล้ว " เขาเอ่ยออกมาด้วยท่าทางหรอหลา
.... มู่ปิง หมีดำ และ เสียวเหยา เห็นท่าทางเฟยหลง ก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ก่อนที่ เสียวเหยา จะเอ่ยกับ หยุนซีว่า " เชิญเสด็จเพคะ "
... หยุนซี ได้ยินเช่นนั้น ก็เดินไปขึ้นรถม้า ในขนาดที่ เดินผ่าน เฟยหลง นางก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย การกระทำของนางยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับนางมากยิ่งขึ้น ด้านเฟยหลง เห็นเช่นนั้น ก็หยุดชะงักไปชั่วขนาด หากไม่มีพวกมู่ปิงอยู่ด้วย เขาคงจะฉุดหนถนซี มาทำมิดีมิร้ายไปแล้ว แต่ว่า มันก็เป็นแค่้พียงความคิดเท่านั้น
.... มู่ปิง และ หมีดำ เห็นอาการของ เฟยหลง หมีดำจึงเอ่ยแซวขึ้น " ท่านขุนพล ดูท่าวิญญาณของท่านจะถูกองค์หญิง ชิงไปแล้วนะครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
... มู่ปิงกับเสียวเหยา ได้ยินเช่นนั้น ก็หัวเราะออกมา.
.... เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็ แตะเข้าไปที่ก้นของ หมีดำ พร้อมกับเอ่ยขึ้น. " เอาละไปได้แล้ว "
.... ไม่นาน ทั้งหมดก็มาถึงยัง จวนรับรองขนาดใหญ่. ที่หน้าจวนมี ขุนพลหม่า กับ อิ๋นผิง ค่อยยืนตอนรับแขกอยู่.
" เชิญ ขอรับ ทุกท่านเชิญด้านในขอรับ " ขุนพลหม่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับคำนับแขกที่ทยอยกันมา
" ท่านพ่อเจ้าค่ะ. เหตุใด ขุนพลเฟยหลง ยังไม่มาอีกหละเจ้าค่ะ. นี้ก็จะสองทุ่มแล้วนะเจ้าค่ะ " อิ๋นผิง รีบพูดขึ้น. วันนี้นางแต่งตัว ได้งดมากมาก นางสวมชุดสีแดง. พร้อมเครื่องประดับมีค่ามากมาย. ต่างก็ประดับอยู่บนตัวของนาง ยิ่งทำให้นางดูหรูหรายิ่งนัก. แขกผู้มีเกียรติที่มาต่างก็มองนางตาเป็นมัน
... ขุนพลหม่า ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น " เดี๋ยวเขาก็คงมาหละ. เอ๊ะ ! นั้นไง ขุนพลเฟยหลงมาแล้ว " ขุนพลหม่าเอ่ยออกไปก่อนจะชี้ไปยังรถม้าของ เฟยหลง
... อิ๋นผิง ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบเดินไปรอที่หน้าประตูทางเข้า
.... และเมื่อ เฟยหลง ลงมาจากรถม้า. เขาก็พบว่า. ขุนพลหม่าและ อิ๋นผิง ยืนรอเขาอยู่ จึงรีบคำนับพร้อมกับเอ่ยขึ้น " เฟยหลง ขออภัยท่านทั้งสองด้วยที่มาช้า "
" โอ้ ไม่เลย ไม่เลย มาเถอะเชิญท่านเข้ามาข้างใน " ขุนพลหม่าเอ่ยออกไป
" ช้าก่อน. ข้ายังพาคนผู้นึงมาด้วย " เฟยหลงรีบเอ่ยขึ้น
... สองพ่อลูกได้ยินเช่นนั้น ก็หยุดชะงัก แล้วมองไปที่รถม้า ขนาดนั้นเอง หยุนซี ผู้เลอโฉมค่อยๆเดินลงมาจากรถม้าช้าๆ ความงามราวเทพธิดาของนาง ประจักแก่สายตาแขกผู้มีเกียรติทุกคน รวมทั้งสองพ่อลูกแซ่หม่านั่นด้วย ทุกคนถึงกับตกตะลึงจนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก เหล่าบุรุษต่างพากันกลืนน้ำลายเป็นการใหญ่ ส่วนเหล่าสตรีใช้สองมือกุมปากของตัวเองด้วยความตกใจ
" สวรรค์ นางช่างงดงามจริงๆ " แขกบุรุษคนนึงเอ่ยขึ้น
" ใช้ นางงดงามมาก งดงามราวเทพธิดาเลย " แขกอีกคนเอ่ยออกมา
... สองพ่อลูกเห็นเช่นนั้น ก็ยังตกลึงไม่น้อย. ก่อนที่ อิ๋นผิงจะคิดขึ้นในใจ ( นางเป็นใครมาจากไหนกัน เหตุใดถึงได้มาพร้อมกับ ขุนพลเฟยหลงเช่นนี้ )
....ขุนพลหม่า อดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถามขึ้น. " ขุนพลเฟยหลง แม่นางผู้นี้ เป็นใคนกัน เหตุใดถึงได้มาพร้อมกับท่าน "
.... คำถามนี้ ทุกคนในงานต่างก็อยากรู้ รวมทั้ง อิ๋นผิงด้วย. จึงมองไปที่เฟยหลง แต่ว่า เฟยหลงยังไม่ทันจะได้พูดอะไร. แม่ทัพจาง ที่เดินมาก็รีบพูดขึ้น " นางคือ องค์หญิง แค้วนหนานไห่ ซุนหยุนซี "
... ทุกคนได้ยินเช่นนั้น ถึงกับตกใจ แล้วเหตุใดองค์หญิงที่สูงศักดิ์เช่นนี้ ถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ ก่อนที่ ขุนพลหม่าและ อิ๋นพิง จะรีบเอ่ยขึ้น " ข้าน้อยคารวะองค์หญิง ไม่คิดว่าองค์หญิงจะเสด็จมาขอประทานอภัยด้วย "
" อืม ไม่ต้องมากพิธี หรอก ตอนนี้ข้าเองก็ไม่ได้เป็นองค์หญิงแล้วด้วย แล้วต่อไปก็ไม่ต้องเรียกข้าว่า องค์หญิงแล้วนะ " หยุนซีเอ่ยออกไป
... ทุนคนได้ยินเช่นนั้น ก็เข้าใจ เพราะว่า ทุกคนต่างก็ได้รับข่าวว่า ในขนาดที่องค์หญิงหยุนซี เดินทางไปยัง แคว้นอู๋ เพื่อจะอภิเษก กับรัชทายาทแค้วนอู๋ ระหว่างทาง ได้ถูกลอบโจมตี แต่ไม่คิดเลยว่า คนที่ลงมือจะเป็น เฟยหลง เช่นนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาทุกคนจึงเดาออกได้ไม่อยาก
.... ขุนพลหม่า. เริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเอ่ยขึ้น. " เอาหละทุกท่าน เชิญเข้างานเลี้ยงด้านในดีกว่า. ข้าได้จัดเตรียมสุราอาหารชั้นดีเอาไว้ตอนรับพวกท่านแล้ว " เขาเคยขึ้นก่อนจะ พาเฟยหลง และหยุนซีเดินเข้าไป
... ด้าน อิ๋นผิง เห็นเช่นนั้น ก็พอจะเดาออกแล้วว่า ทั้งสองมีความสัมพันธ์อะไรกัน แววตาของนางแสดงถึงความไม่สบอารมณ์ออกมาชัดเจน เดิมทีนางนั้นปักใจแล้วว่า ยังไงก็จะแต่งกับ เฟยหลงให้ได้ แต่นางไม่คาดคิดว่า คนที่เฟยหลงมีใจกับเป็นองค์หญิงของแคว้นศัตรู
... ขุนพลหม่า เห็น. อิ๋นผิง ยืนนิ่ง ก็รีบพูดขึ้น " อิ๋นผิง เจ้ามัวทำอะไรอยู่ รีบมาซิลูก "
... อิ๋นผิง ได้ยินเช่นนั้น ก็ได้สติ ก่อนจะ เอ่ยขึ้น. " เจ้าค่ะท่านพ่อ " พูดจบนางก็รีบเดินตามเข้าไป
... ภายในงานเลี้ยง สุราและอาหารเลิศรสได้ถูกยกมาอย่างไม่ขาดสาย. ภายในโต๊ะของ เฟยหลง ประกอบไปด้วย หยุนซี. แม่ทัพจาง ขุนพลหม่า อิ๋นผิง ขุนพลฟ่าง แล้วก็เหล่าคหบดีมีชื่อในเมือง สองสามคน
" ข้าน้อย หม่าอิ๋นผิง ขอดื่มจอกนี้ให้แก่ ขุนพลเฟยหลง เพื่อเป็นการขอบคุณที่.ช่วยปกป้อง เมืองชายแดนแห่งนี้เอาไว้ " อิ๋นพิง. เอ่ยขึ้น ก่อนจะเดิน เข้ามารินเหล้าให้แก่ เฟยหลง กริยาของนางช่างเย้ายวนยิ่งนัก. พร้อมกับพูดขึ้น. " ท่านขุนพล เชิญดื่มเจ้าค่ะ " นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย้ายวน
... เฟยหลงเห็นเช่นนั้น ก็ลุกขึ้น ก่อนจะยกจอกเหล้าเข้าปาก พร้อมกับเอ่ยขึ้น " ขอบคุณแม่นางอิ๋นผิง
...ตลอดงานเลี้ยง อิ๋นผิงพยามหาเรื่องคุยกับ เฟยหลงตลอดโดยไม่สนใจเลยว่า. หยุนซีเองก็นั่งอยู่ข้างๆเฟยหลง ทุกอิริยาบทของพวกเขาทั้งสองคนอยู่ในสายตาของ หยุนซีตลอด แต่นางกับนิ่งสงบโดยไม่แสดงอะไรออกมา พร้อมกับพูดคุยกับคนอื่นบ้างเล็กน้อย
.... มู่ปิง และหมีดำ เห็นเช่นนั้น ส่งสายตาให้เสียวเหยา ก่อนที่ หมีดำจะเอ่ยขึ้น " นี่ เสียวเหยา ดูสิ คุณหนูอิ๋นผิง ให้ท่า. ขุนพลของข้าขนาดนั้น. องค์หญิงของเจ้ากับไม่แสดงทีท่าอะไรเลย "
" หึ เจ้ารู้ได้ยังไง ข้าจะบอกให้ ตอนนี้นะ. องค์หญิงกำลังเก็บอารมณ์อยู่ต่างหากหละ " เสียวเหยาเอ่ยออกไป
.... ทั้งสอง ได้ยินเช่นนั้น ก็อุทานออกมา " ไม่จริงมั้ง " ก่อนที่หมีดำจะพูดขึ้น " ดูสิองค์หญิง ยังดูยิ้มแย้มอยู่เลย. ไม่เห็นจะมีอาการอย่างที่เจ้าว่าซักหน่อย "
" แสดงว่า พวกเจ้ายังไม่เคยได้ยินคำนี้ " เสียวเหยาเอ่ยขึ้น
" คำว่าอะไรหรอ " ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกัน
... เสียวเหยาได้ยินเช่นนั้น ก็ทำหน้า ตาดุดัน ก่อนจะพูดขึ้น. " ยิ้มรอเชือดยังไงหละ "
... ทั้งสอง อุทานออกมาเสียงดัง " เจ้าว่าอะไรนะ. ยิ้มรอเชือดอย่างนั้นหรือ "
( ทุกท่านครับ ตอนฟรีอาจจะสั่นกว่าตอนทองครึ่งนึงนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ "