บทที่ 24 เซ็นสัญญาและการซื้อของครั้งใหญ่
ความรู้สึกของคนเราในเื่ความเร็วช้าของเวลานั้น มักจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพจิตใจของคน
ยิ่งคุณรู้สึกร้อนใจมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเท่านั้น…
หลี่ซิงเหอก็เช่นเดียวกัน เธอถือกล่องขนมขึ้นรถเมล์เช่นเดิม แต่กลับรู้สึกช้ากว่าขามามาก
ในที่สุดยี่สิบนาทีอันยาวนานก็ผ่านพ้นไป หลี่ซิงเหอเดินเข้าบ้านอย่างร่าเริง
"แม่คะ ดูสิว่าหนูซื้ออะไรกลับมาด้วย"
เธอยื่นกล่องขนมสวยงามให้แม่ที่กำลังดูโทรทัศน์อยู่ "แม่เปิดดูสิคะ ข้างในมีขนมโบราณด้วยนะคะ ดูประณีตและน่ากินมาก หนูเห็นแล้วชอบมากเลย คิดว่าแม่ต้องชอบแน่ ๆ "
หลี่ซิงเหอรีบไปล้างมือ พอกลับมาก็เห็นหวังฟาง แกะโบว์เชือกปอและเปิดฝากระดาษออกแล้ว "ว้าว สวยจังเลย"
เมื่อเห็นรอยยิ้มยินดีของแม่ หลี่ซิงเหอก็รู้สึกพอใจขึ้นมาอย่างยิ่ง
"หนูชอบอันนี้ที่สุด เขาเรียกว่าขนมพุทรา แม่ดูสิคะ มันเป็รูปดอกบ๊วยด้วย" แผ่นแป้งสีขาวนวล ประดับด้วยกลีบดอกสีแดงเข้ม ตรงกลางแต้มด้วยเกสรสีแดงสด ราวกับดอกบ๊วยผลิบานอยู่บนจาน
หวังฟางมองดูด้วยความชื่นชอบอย่างมาก "คนในเมืองช่างทำอาหารเก่งจริง ๆ ขนมที่ประณีตขนาดนี้ทำออกมาได้ยังไงนะ?"
หลี่ซิงเหอหยิบจานมาสองใบ แล้วตัดขนมแต่ละชนิดเป็สองชิ้นเพื่อแบ่งกินกับแม่
"ซิงเหอ"
"ค่ะแม่" เธอตอบรับในขณะที่กำลังเคี้ยวขนมพุทราอยู่อย่าเอร็ดอร่อย
"บางครั้งที่แม่ดูโทรทัศน์ แม่มีความรู้สึกว่าชีวิตที่เคยอยู่ในหมู่บ้านมันดูเลือนรางไปแล้ว ราวกับว่าวันเวลาที่ต้องหิวโหย โดนทุบตี ทั้งหมดนั้นเป็แค่ภาพลวงตาของแม่"
เมื่อได้ยินแม่พูดถึงเื่ราวในอดีต หัวใจของเธอก็บีบรัดแน่น แม้ทั้งพวกเธอแม่ลูกจะพยายามไม่พูดถึงความทุกข์ยากในอดีตแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวันเวลาเ่าั้จะไม่ทิ้งร่องรอยความเ็ปไว้ในใจของพวกเธอ
แม้กระทั่งตอนนี้… ความฝันของหลี่ซิงเหอก็ยังเต็มไปด้วยความรุนแรง ในฝันเธอถูกฟันจนร่างกายแหลกลาญ อยากจะร้องออกมา อยากจะะโขอความช่วยเหลือ แต่ลำคอกลับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ และเมื่อตื่นขึ้นมาร่างกายก็มักจะเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเสมอ
"แม่คะ ที่แม่คิดว่าชีวิตในอดีตเป็แค่ภาพลวงตา นั่นเป็เื่ดีนะคะ พวกเราลืมอดีตกันไปเถอะ ต่อไปนี้หนูจะพาแม่ใช้ชีวิตที่ดี ๆ ที่นี่เองค่ะ"
หลังจากหยุดพักหายใจไปครู่หนึ่ง เธอก็พูดต่ออย่างช้า ๆ "พวกเราหนีออกมาได้ไกลแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราสองคนจะไม่ก้าวเท้าลงในแม่น้ำสายเดิมเป็ครั้งที่สองอีกแล้วค่ะ"
หวังฟางค่อย ๆ ซึมซับคำพูดของลูกสาว "ลูกแม่ ทุกคำที่ลูกพูด มีเหตุผลเหมือนคนที่อ่านหนังสือมาั้แ่เด็กเลย เมื่อก่อนแม่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่แม่ได้อยู่ในเมือง ได้กินข้าวสวย ได้ดูโทรทัศน์ที่ลูกซื้อให้ ตอนที่อยู่ในห้องเล็ก ๆ นั้น แม่ได้ยินแต่เสียงโทรทัศน์จากห้องข้าง ๆ มันกั้นไว้แค่กำแพงสองชั้น แต่แม่ก็ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้ดูโทรทัศน์เลย"
หลี่ซิงเหอยิ้มบาง ๆ "แม่คะ จากหมู่บ้านเคาซานถึงเมืองอวิ๋นถิงยังใกล้กว่าการข้ามกำแพงสองชั้นนั้นเสียอีก การที่เราออกมาถือว่าเป็การตัดสินใจที่ถูกต้อง ต่อไปนี้แม่อยากดูนานเท่าไหร่ก็ได้ อีกไม่นานบ้านเราก็จะมีเครื่องเล่นที่เรียกว่า ‘วีซีดี’ กำลังเป็ที่นิยมอยู่ตอนนี้ มันเป็แผ่นละครเอาใส่โทรทัศน์ได้ค่ะ อีกไม่กี่วันหนูจะซื้อให้แม่นะคะ"
ตอนนี้หวังฟางไม่สงสัยในคำพูดของลูกสาวอีกแล้ว เธอค่อย ๆ กัดขนมคำเล็ก ๆ ลิ้มลองรสชาติไปละนิด "ได้จ้ะ แต่ไม่ต้องรีบซื้อหรอก ลูกซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองเพิ่มก่อนเถอะ ดูสิ ลูกยังใส่เสื้อไหมพรมสีแดงตัวเดิมอยู่เลย"
"ก็มันสวยนี่คะ"
ในค่ำคืนนี้ หลี่ซิงเหอยังคงไปขายของที่ตลาดกลางคืนเหมือนเดิม สำหรับเื่การหาเงิน ตอนนี้หลี่ซิงเหอกระตือรือร้นมาก เธอไม่อยากเสียโอกาสที่จะขายของในตลาดกลางคืนแม้แต่คืนเดียว
ค่ำคืนนี้จะเป็คืนสุดท้ายที่เธอจะมาขายของที่ตลาดกลางคืน เธอเขียนป้ายเล็ก ๆ ว่า ‘คืนสุดท้ายของการขายที่ตลาดกลางคืนเฟิงเล่อ ต่อไปร้านนี้จะย้ายไปที่ชั้น 1 ของซูเปอร์มาร์เก็ตเยว่โกวสาขาใหญ่ เรียนเชิญทุกท่านนะคะ’
ป้ายเล็ก ๆ นี้ทำให้คืนสุดท้ายของตลาดกลางคืนของหลี่ซิงเหอคึกคักมาก หลังจากนี้หากจะซื้อต้องไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว แน่นอนว่าผู้คนต้องซื้อเยอะเพื่อกักตุนเพิ่มอีกหน่อย คืนนั้นหลังจากเก็บร้านแล้วกลับถึงบ้าน หลี่ซิงเหอได้ััความสุขจากการ 'นับเงินจนมือเป็ตะคริว' เธอจัดเรียงธนบัตรในพื้นที่มิติอย่างเป็ระเบียบ เงินมีมากขึ้นอีกเป็กอง
"เฮ้อ ถ้าในพื้นที่มิติสามารถปลูกเงินได้ก็คงดีนะ"
ในขณะที่เธอกำลังชื่นชมกองเงินสดของตัวเองอย่างเพลิดเพลิน คิดไปพึมพำไป แต่แล้วก็หัวเราะคิกคักที่ตัวเองไม่รู้จักพอ ปลูกเงิน? เธอกล้าคิดจริง ๆ ด้วย!
'คนรักเงิน' หลังจากประสบการณ์หลายวันที่ผ่านมา หลี่ซิงเหอจึงสถาปนาตัวเองด้วยคำนี้
วันรุ่งขึ้น 'คนรักเงิน' ตัวจริงมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแต่เช้า
เธอมาถึงมาเร็วเกินไป พลันคิดว่าก่อนจะไปหาโม่เป่ยขอแวะไปดูร้านของตัวเอง พอไปถึงมีผู้ชายสองคนใส่ชุดพนักงานห้างกำลังจัดร้านเธออย่างขันแข็ง
"ฉันขอดูหน่อยได้ไหมคะ? นี่เป็ร้านที่ฉันเช่าไว้"
"ได้สิครับ ถึงไม่ใช่ร้านที่คุณเช่าก็ดูได้" ชายคนหนึ่งตอบอย่างร่าเริง
เธอหาเก้าอี้พลาสติกมานั่ง เท้าคางมองผู้ชายติดตั้งชั้นวางของและเคาน์เตอร์ จากนั้นพวกเขาก็ติดตั้งหลอดหลอดไฟสูงกว่าเคาน์เตอร์เล็กน้อย
ชายคนนั้นอธิบายให้หลี่ซิงเหอฟังว่า "ถ้าคุณเปิดไฟนี้ไว้ สินค้าของคุณจะดูดีขึ้น คนก็จะมาซื้อมากขึ้นด้วย"
คำพูดนี้เชื่อถือได้แน่นอน การทำงานของซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ค่อนข้างเป็ระบบได้มาตรฐาน
หลี่ซิงเหอประเมินในใจแล้วโค้งคำนับ ก่อนจะกล่าวขอบคุณพนักงาน จากนั้นก็ขึ้นไปชั้นสองเพื่อพบโม่เป่ยเซ็นสัญญาตามที่นัดไว้
วันนี้ชั้นสองคึกคักกว่าเมื่อวาน โต๊ะทำงานที่เมื่อวานว่างเปล่าตอนนี้มีคนนั่งเต็มไปหมด หลังจากเปิดประตูเข้าไป ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากถาม ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นมาทักทาย "สวัสดีค่ะ คุณหลี่ใช่ไหมคะ?"
"ใช่ค่ะ ฉันมาพบคุณโม่เป่ยเพื่อเซ็นสัญญา"
"ค่ะ คุณโม่ได้สั่งการไว้แล้ว ฉันนามสกุลหยาง คุณเรียกฉันว่าพี่หยางได้ สัญญาเตรียมพร้อมแล้ว ตามฉันมาทางนี้ค่ะ"
นามสกุลหยางเหมือนกันกับหยางเฉินเลย แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะบอกให้เรียกเธอว่าพี่หยาง แต่ดูเหมือนเธอจะอายุไม่มากเท่าไหร่ น่าจะโตกว่าเธอไม่กี่ปีเท่านั้น
ผู้หญิงคนนั้นอุ้มเอกสารหนึ่งปึก พาเธอไปยังห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า เชิญให้เธอนั่งลงแล้วก็เริ่มอธิบายรายละเอียดของสัญญาให้เธอฟังทีละข้อ
"สัญญามีประมาณนี้ค่ะ แล้วคุณก็ต้องเตรียมเอกสารพวกนี้มาให้ฉัน ส่วนใบอนุญาตประกอบการอะไรพวกนี้ ฉันจะจัดการให้เอง"
หลี่ซิงเหอมองดูอย่างตั้งใจและพยักหน้ารับ ทั้งสองคนจึงเซ็นสัญญากัน เธอขอให้หลี่ซิงเหอรออยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็นำสัญญาที่โม่เป่ยเซ็นเรียบร้อยแล้วกลับมา และส่งสำเนาหนึ่งชุดให้หลี่ซิงเหอ
"ท่านประธานโม่ได้เซ็นเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นความร่วมมือของเราก็เป็ทางการแล้วนะคะ ทางร้านค้าคนงานน่าจะเตรียมพร้อมเกือบหมดแล้ว ส่วนเื่การนำสินค้าเข้า จัดวางและขายสินค้า คุณจัดการเองได้เลย หากมีปัญหาอะไรติดต่อฉันได้ตลอด"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" หลี่ซิงเหอคิดว่าตัวเองคงต้องรออีกสองสามวันถึงจะเปิดร้านได้ แต่ไม่คิดว่าทางโม่เป่ยจะทำงานได้รวดเร็วขนาดนี้ วันนี้เธอยังไม่ได้เจอหน้าโม่เป่ยเลย… แต่ทุกอย่างก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
หลี่ซิงเหอเก็บสัญญาส่วนของตัวเองไว้ ตามคำแนะนำของพี่หยางเมื่อครู่ เมื่อจัดการเสร็จเธอก็รีบออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตเยว่โก้วแล้ว นั่งรถเมล์ไปยังตลาดสินค้าทั่วไป อีกฝั่งของเมือง ที่นี่มีขายเครื่องชั่งดิจิทัลที่ร้านค้าต่าง ๆ เริ่มนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย หลังจากซื้อเครื่องชั่งดิจิทัลแล้ว เธอก็ซื้อถุงพลาสติกหลากหลายขนาด
เธอค้นพบว่าถุงพลาสติกที่นี่ถูกกว่าที่เคยซื้อในตลาดกลางคืนมาก เธอดีใจจนห้ามตัวเองไม่ได้ ซื้อถุงพลาสติกหลายขนาดมาหลายลังทีเดียว
"น้องสาว ให้พี่ส่งของถึงหน้าร้านไหม เรียกรถสามล้อมารับก็ได้นะ"
"ไม่เป็ไรค่ะ ช่วยส่งไปตรงทางข้างหน้าก็พอ เดี๋ยวมีเพื่อนมาช่วยขนค่ะ"
ผู้ขายช่วยขนถุงหลายกล่องไปยังบันไดตามที่หลี่ซิงเหอระบุ เมื่อไม่มีใครอยู่ หลี่ซิงเหอก็เก็บเครื่องชั่งดิจิตอลและถุงพลาสติกหลายกล่องเข้าไปในพื้นที่มิติให้เรียบร้อย จากนั้นก็เดินเที่ยวตลาดขายส่งสินค้าญี่ปุ่นอย่างสบายใจ ซื้อของที่คิดว่าจะได้ใช้ทั้งหมดในคราวเดียว
หลังจากซื้อข้าวโพดย่างข้างถนนมากินเป็อาหารกลางวัน หลี่ซิงเหอก็กลับไปที่ร้านของเธอในซูเปอร์มาร์เก็ตเยว่โก้ว