ตอนที่ 26:ภารกิจใหม่
สนามประลองใหญ่ของสำนักเย่วจี ในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ของศิษย์หลายร้อยชีวิต พื้นสนามกลมขนาดใหญ่ถูกห้อมล้อมด้วยเวทีหินและอักขระค่ายกลที่สลักไว้รอบด้าน เสียงประกาศของหอจัดการดังขึ้นเหนือเวที
"วันนี้มีศึกใหญ่สามคู่ ได้แก่ อันดับที่สี่สิบสองเจียงซิว ปะทะ จิมมี่ ผู้ท้าชิงอันดับที่สี่สิบห้า อีกคู่คืออันดับที่ห้าสิบ หานเฉา ปะทะ ซูคิม ผู้ท้าชิงอันดับที่ห้าสิบสี่ และอันดับที่สามสิบเจ็ด เฟิ่งหยู ปะทะ จ้าวหมิน! อันดับที่สามสิบเก้า”
สวัสดิการแต้มของสำนักที่ให้ต่อเดือน ทุกคนต่างจ้องตาเป็นมัน ถูกปิดประกาศชัดถ้อยชัดคำไว้ตามหอภารกิจและหอพัก อันดับหนึ่งถึงสิบ ห้าพันแต้มแต้มต่อเดือน อันดับสิบเอ็ดถึงห้าสิบสามพันแต้ม อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อยหนึ่งพันห้าร้อยแต้ม อันดับร้อยหนึ่งถึงสองร้อยแปดร้อยแต้มต่อเดือนและเมื่อใครติดหนึ่งในร้อยแล้ว จะสามารถประลองได้วันละสองครั้ง เดิมพันแต้มได้ตามอันดับสูงสุด อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อย เดิมพันได้ไม่เกินหนึ่งพันแต้ม อันดับหนึ่งถึงห้าสิบ เดิมพันได้ไม่เกินสามพันแต้มเหล่าศิษย์ต่างหลั่งไหลมาที่สนามประลองใหญ่ เพื่อรอดูศึกอันดุเดือด
จิมมี่ยืนบนเวทีด้วยท่าทางสบายๆ แต่ออร่ารอบตัวเต็มไปด้วยพลัง
ในขณะที่เจียงซิว อันดับสี่สิบสอง ที่ขึ้นชื่อเื่กำลังภายในแข็งแกร่ง ดึงพลังธาตุดินห่อหุ้มหมัดไว้แน่น
เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น เจียงซิวพุ่งเข้าใส่ด้วยแรงกระแทกคล้ายูเาถล่ม แต่จิมมี่กลับหลบเลี่ยงทุกหมัดได้อย่างไหลลื่น ก่อนจะโต้กลับด้วยฝ่ามือหนึ่งที่ตวัดเป็เส้นโค้งรุนแรง ทั้งคู่ปะทะกันอย่างรวดเร็วหลายกระบวนท่า
“หมัดอัคคี!” เสียงจิมมี่เอ่ยขึ้น
เสียงลมหวีดหวิวแหวกอากาศ หมัดของเจียงซิวถูกหมัดอัคคีปะทะอย่างแรง จิมมี่ใช้จังหวะนั้นส่งอีกหมัดเข้าเป้ากลางอกของอีกฝ่าย ทำให้ร่างเจียงชิวล้มลงกลางเวที
จิมมี่เลือกใช้หมัด เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ไม่ได้ใช้อาวุธใดๆ
ดูเหมือนการอุ่นเครื่องของทั้งคู่จะผ่านไปแล้ว เจียงซิวยืนขึ้นพร้อมเรียกหอก ที่เป็อาวุธประจำตัวเขาออกมา
ทางจิมมี่ก็เรียกอาวุธฆ้อนั์ออกมา ทั้งคู่เดินเข้าหากัน
เจียงซิวผายมือซ้ายขึ้นมา ทันใดนั้นมีดินลามขึ้นมาจับข้อเท้าจิมมี่ และค่อยๆ ลามขึ้นไปเกือบถึงเอว เจียงซิวพุ่งเข้าไปโจมตีอย่างรวดเร็ว แทงหอกไปที่ตัวจิมมี่ จิมมี่ใช้มือขวาวาดฆ้อนขึ้นไปฟาดหอกนั้น
ตู้มม!!
เจียงซิวกระเด็นถอยหลังไป จิมมี่ใช้เบ่งพลังธาตุไฟ จนดินที่เกาะขาอยู่ะเิออก เขาพุ่งเข้าหาเจียงซิวทันที มือซ้ายปล่อยลูกไฟไปสองลูก
เจียงซิวเรียกกำแพงดินมากันไว้ พอกำแพงดินโดนลูกไฟะเิออก ก็มีหนามดินร่วมยี่สิบอันพุ่งใส่จิมมี่ จิมมี่ยกฆ้อนกันจนมันะเิ แต่เขาไม่เห็นเจียงซิวแล้ว
ความรู้สึกถึงอันตรายจาก้า จิมมี่แหงนมองขึ้นไป
เห็นเจียงซิวกำลังพุ่งหอกมาจะถึงตัวแล้ว เขาใช้มือซ้ายจับไว้ได้ทัน เขาดึงมันลงมาแล้วเบี่ยงตัวไปทางขวา ะโขึ้นไปเตะขวาเข้าชายโครงเจียงซิวอย่างจัง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก
เจียงซิวกระเด็นไปตามแรงเตะ พยายามใช้หอกรั้งไว้ไม่ให้ตกเวที จนพื้นมีรอยเป็ทางยาว จิมมี่เขวี้ยงค้อนเข้าใส่อย่างรวดเร็ว เจียงซิวะโหลบไปทางด้านขวา
“เสร็จข้าล่ะ”
จิมมี่ลอยอยู่กลางอากาศดักรอทางนั้นอยู่แล้ว เขาประสานสองมือเตรียมปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่รออยู่แล้ว
เจียงซิวที่ได้ยินเสียง ก็แหงนมองไปตามเสียง เขาเห็นแค่ลูกไฟกำลังถึงตัว
ตู้มมม!!
เจียงซิวเรียกดินมาหุ้มตัว แต่ก็ต้านแรงะเิไม่ไหว ดินแตกกระจายออก ตัวเขานอนหมดสติอยู่ที่พื้น
กรรมการยุติการประลอง หน่วยพยาบาลเข้ามาดูอาการ
ซูคิมแต่งกายเรียบหรู พลังเย็นเฉียบจากปราณสายฟ้าแผ่ออกมาทันทีเมื่อเผชิญหน้าหานเฉา อันดับห้าสิบ ผู้ใช้อักขระมัตถกน้ำแข็ง
หานเฉาใช้พลังร่ายยันต์ ทว่าเมื่อพลังะุน้ำแข็งพวยพุ่งออกมานั้น ซูคิมกลับตั้งใจยืนนิ่ง แล้วร่ายกระบี่วนเป็วงกลมแล้วชี้ไปที่ะุน้ำแข็ง
“อัสนีเก้าชั้นฟ้า”
อัสนีนั้นผ่าทำลายะุเ่าั้จนหมด
“กระจกน้ำแข็งสะท้อนเพลิง”
หานเฉาร่ายเวท มถกน้ำแข็งลอยอยู่ด้านหลัง
เปลวสายฟ้าถูกสะท้อนกลับไปด้วยค่ายกลน้ำแข็งแบบกะทันหัน แต่ซูคิมไม่เป็อะไร
หานเฉาถูกโจมตีกลับทันทีที่เผลอ ซูคิมใช้โอกาสนั้นซัดปราณกระบี่เข้าใส่โดยตรง พอทุกอย่างะเิ เขาก็หายไปจากสายตาหานเฉา
หานเฉารู้สึกถึงอันตรายจากด้านหลัง เขากำลังจะเหลียวไป แต่เห็นปลายกระบี่จ่ออยู่ที่คอ ซูคิมปิดเกมอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง
ก่อนฤทธาเริ่มการประลอง เขาเดินเข้าไปหาจิมมี่และซูคิมหลังเวที เขาหยิบแผ่นป้ายสำนักออกมา ตอนนี้เขาอยู่ในอันดับหนึ่งถึงร้อยแล้ว มีสิทธิ์เดิมพันแต้มสำนักได้
“พี่จิม พี่ซู ข้าจะเดิมพันข้างท่านทั้งสอง ข้างละสองพันแต้ม!”
ซูคิมหัวเราะเบาๆ “ใจถึงนะ”
ฤทธากล่าวต่อไปว่า
“ข้าว่าจะโอนแต้มให้พวกพี่ แล้วแทงเดิมพันข้างข้า แล้วพวกเรามาแบ่งแต้มกัน”
แต่จิมมี่กลับชะงักแล้วดึงมือเขาไว้
“อย่าโอนแต้มให้ใครเด็ดขาด ถ้าทางสำนักตรวจสอบได้ว่าเป็การฝากเพื่อเดิมพัน จะถือว่าเป็การทุจริต มีโทษถึงขั้นลดระดับและโดนห้ามประลอง”
ฤทธาเงียบไปชั่วครู่ แล้วพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว มีการตรวจสอบด้วย”
หลังจากได้รับแต้มจากการเดิมพัน ฤทธากลับไปยังหอภารกิจ เพื่อส่งภารกิจของเขา พร้อมกับรับแต้มที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะนั้นเ้าหน้าที่าุโมอบคำสั่งจากเ้าสำนักให้กับเขา เป็ภารกิจใหม่
ฤทธาเปิดออกดู
“เ้าต้องไต่อันดับให้ได้ถึงอันดับห้าสิบภายในหนึ่งเดือน”
ฤทธาพยักหน้ารับคำสั่งนั้นอย่างแน่วแน่
ใน่สามสัปดาห์ต่อมา
ฤทธาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง เขาพัฒนาค่ายกลิญญา และเริ่มควบคุมพลังค่ายกลขั้นสองได้เร็วขึ้นกว่าผู้ฝึกทั่วไปมาก รวมถึงทักษะใหม่โจมตีดวงจิตที่ได้รับจากกระดูกิญญา สามารถกักขังดวงจิต คู่ต่อสู้ไว้ในรอยแยกมิติอันแรก
เขาสำรวจดูแล้วมันเป็เหมือนพื้นที่ว่างในอวกาศ แต่มีผลจะทำให้คู่ต่อสู้ชะงักนิ่ง เพราะอยู่ในภวังคจิต เขาเคยลองใช้กับอาจารย์ปู่ตอนไปพูดคุยกัน แต่มีผลเพียงเสี้ยววิ เพราะพลังต่างกันมากไป อาจารย์ปู่บอกเขาว่า ถ้าคู่ต่อสู้ระดับเดียวกัน คงยืนนิ่งไปสักครู่
ตอนนี้การสร้างค่ายกลวิญญาณก็เร็วขึ้นมาก ปรกติค่ายกลขั้นสองต้องใช้ตราวิญญาณสิบแปดอัน เรียงตำแหน่งและหลอมรวมเป็นจักระแต่ฤทธาสามารถวาดตราทั้งหมดได้ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ แล้วใช้โจมตีได้เลยเขาท้าชิงอันดับวันละสองครั้ง ล้มศิษย์ระดับสูงคนแล้วคนเล่าจนไต่อันดับจากร้อยเป็ เก้าสิบ เป็แปดสิบ หกสิบไต่ลำดับขึ้นมาเรื่อยๆ
ศึกสุดท้ายของเดือนจัดขึ้นในสนามประลองของสำนัก ศิษย์หลายคนแห่มาดูฤทธาท้าชิงอันดับห้าสิบ
เฟยหลานปีสาม ผู้เชี่ยวชาญธาตุลมและพิษ แต่เนื่องจากการประลองนั้นห้ามใช้พิษขั้นสูง เขาจึงลองใช้พิษธรรมดาแต่ทำอะไรฤทธาไม่ได้
“หึ เ้าไม่รู้หรอกว่าตอนเด็กๆ ข้าทรมานขนาดไหน”
ฤทธานึกถึงตอนเด็กๆ ที่แม่ชอบแอบวางยาพิษใส่อาหารให้เขา เริ่มจากเบาไปหาหนัก จากแค่เป็ไข้ไม่สบาย ท้องเสีย อาเจียน กระอักเื เขาโดนมาหมดแล้ว
ยิ่งมีธาตุแสงด้วยแล้ว พิษธรรมดาพวกนี้จึงทำอะไรเขาไม่ได้ เฟยหลานจึงหันมาใช้ยันต์
“เ้าซื้อยันต์ข้า มาใช้กับข้างั้นรึ”
ฤทธาถามด้วยอารมณ์ขัน
“เอาอีกมั้ย ซื้อเยอะข้าลดให้ได้นะ” ฤทธายั่วโมโหอีกฝ่าย
“ไอ้เ้าบ้า กล้ายั่วยุข้ารึ”
เฟยหลาน พยายามใช้ปราณธาตุลมเพิ่มควมเร็ว แต่ก็ยังช้ากว่าฤทธาอยู่ดี
ในจังหวะวิกฤตที่ฤทธาถูกล้อมด้วยม่านพิษสีเขียวปนม่วง
“นี่เ้าใช้พิษขั้นสูงงั้นรึ”
ฤทธาตัดสินใจเปิดใช้ค่ายกลขั้นสองโดยไม่ลังเล
“ค่ายกลแสงศักดิ์สิทธิ์”
ตราิญญาสิบแปดดวงปรากฏในพริบตา มารวมตัวเป็จักระกลางเวที พลังแสงกวาดพิษสลายจนหมดเกลี้ยง
เฟยหลานใจนเปิดช่องว่างให้ฤทธาซัดหมัดสายเข้ากลางอกเขา! เฟยหลานสิ้นสภาพไม่สามารถสู้ต่อได้
“อันดับห้าสิบ ฤทธา!”
และเฟยหลาน ถูกผู้คุมกฎพาตัวไปพร้อมประกาศโทษ เฟยหลานผิดกฎถูกหักสองพันแต้ม และถูกขังในหอคุมกฎหนึ่งเดือนห้ามฝึกห้ามใช้ปราณ และถูกลดอันดับไปอยู่ที่สองร้อยหกสิบ ทุกคนฮือฮากันทั้งสนาม
หลังชนะ ฤทธาออกจากสนามประลองของสำนัก เขาเดินไปยังทางเข้าสนามประลองกลาง แต่ถูกยามขวางไว้
“ศิษย์ที่ต่ำกว่าอันดับห้าสิบ ไม่มีสิทธิ์เข้าแล้ววันนี้ก็ไม่มีแข่ง”
ฤทธายิ้ม “แต่ตอนนี้ข้าอันดับห้าสิบแล้ว ข้าแค่อยากเข้าไปดู”
ยามชะงัก เมื่อเห็นหัวหน้าผู้คุมพยักหน้าอนุญาต ก่อนมอบป้ายอนุญาตให้เขา ฤทธาคำนับขอบคุณ
ภายในสนามประลองกลาง สิ่งแรกที่ฤทธาเห็นไม่ใช่เวที แต่มุมหนึ่งของสนาม ที่มีตารางรายชื่อการเดิมพัน จำนวนแต้มและหินิญญาหมุนเวียนอย่างโปร่งใส มีตลาดแลกเปลี่ยน
ฤทธามองเห็นช่องทางชัดเจน…
“การเดิมพัน… ข้าจะใช้มันเป็เส้นทางในการหาหินิญญาให้ได้มากที่สุด”
จบตอน26.