ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 214 : วิถีแห่งการค้าเซียน

จารึกที่ 214 : วิถีแห่งการค้าเซียน : การทดสอบมือเปล่าไร้อักขระ


เมื่อแสงสีแสดอมแดงของดวงตะวันถูกกลืนกินโดยความมืดมิดแห่งรัตติกาล ตรอกแคบๆ อันสลับซับซ้อนในเมืองชายแดนกู่เฉิงก็ยิ่งดูอึมครึมและหนาวเหน็บจนจับขั้วหัวใจ สัมผัสวิญญาณอันเย็นเยียบดุดันที่ล็อกเป้ามาที่แผ่นหลังของอาเจีย ทำเอาขนอ่อนทั่วร่างของเขาลุกซู่ตั้งชันราวกับถูกน้ำแข็งสาดรดกลางฤดูหนาว!


ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!


เสียงแหวกอากาศดังก้องมิติ มีดสั้นสีดำขลับสามเล่มที่อาบไปด้วยปราณสังหารเข้มข้น พุ่งทะยานลงมาจากหลังคาโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้าม มุ่งตรงสู่ท้ายทอยและจุดตายของมหาเศรษฐีถังแตกด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ!


"มารดามันเถอะ! ข้าเพิ่งเห็นป้ายประกาศจับเมื่อครู่นี้เอง พวกแกก็รีบมารับเงินรางวัลเลยรึ! ให้เวลาข้าทำใจหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร!"


อาเจียแหกปากด่าลั่นสวรรค์ สัญชาตญาณการเอาตัวรอด (และความตระหนี่ถี่เหนียวที่ไม่อยากเสียค่าทำศพให้ตัวเอง) สั่งการเร็วกว่าสมอง เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ทิ้งตัวลงกลิ้งคลุกฝุ่นลูกรังกับพื้นดินอย่างไม่ห่วงภาพพจน์ศิษย์สำนักใหญ่แม้แต่น้อย


ฉึก! ฉึก! เคร้ง!


มีดสั้นสองเล่มปักลึกเข้าที่กำแพงหินผุกร่อนจนเกิดรอยร้าว ส่วนเล่มที่สามเฉี่ยวหมวกฟางใบเก่าของเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ตัดเอาปีกหมวกแหว่งไปเสี้ยวหนึ่ง!


"หมวกข้า! ใบนี้ข้าซื้อมาตั้ง 2 อีแปะนะโว้ย!" อาเจียหน้าดำคล้ำ โวยวายเรื่องของพังมากกว่าชีวิตตนเอง


ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่น เงาดำ 3 สายก็กระโดดตีลังกาลงมาจากหลังคา ปิดทางหนีทีไล่ของเขาในตรอกแคบไว้อย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นอายปราณของพวกมันอยู่ในระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย แม้จะไม่ใช่ยอดนักฆ่าระดับแก่นทองคำที่เพิ่งถูกบดขยี้ไปเมื่อคืน แต่สำหรับอาเจียที่ จุดตันเถียน 丹田 (ตันเถียน) แตกร้าวและถูกสั่งห้ามใช้อักขระอย่างเด็ดขาด พวกมันก็คือมัจจุราชที่พร้อมจะหั่นเขาเป็นชิ้นๆ!


อาเจียลนลานตะเกียกตะกาย ใช้สองมือสองเท้าคลานหนีตายไปหลบอยู่หลังแผงเสื่อไม้ไผ่ขาดๆ ของชายชราฟันหลอ หรือ 'นักพรตหมื่นอีแปะ' ที่เพิ่งใช้ค่ายกลลวงตาโกงเงินชาวบ้านมาหมาดๆ


"ผู้อาวุโส! ช่วยด้วยขอรับ! พวกมันจะปล้นข้า! พวกมันเป็นโจรชั่ว!" อาเจียเกาะขากางเกงปะชุนของชายชราแน่น บีบน้ำตาอย่างน่าสงสารพลางต่อรองราคาด้วยสัญชาตญาณ "หากท่านช่วยคุ้มครองข้าให้รอดพ้นจากวิกฤตนี้ ข้าจะจ่ายค่าคุ้มครองให้ท่าน... 10 ศิลาปราณระดับล่าง! เอ้า ให้ 15 ก้อนเลยเอ้า! ถือว่าช่วยลูกนกตาดำๆ เถิดขอรับ!"


ชายชราที่กำลังนั่งสูบกล้องยาสูบอย่างสบายอารมณ์ เลิกคิ้วสีเทาชี้ฟูขึ้นข้างหนึ่ง เขากวาดสายตามองเด็กหนุ่มที่มอมแมมคลุกฝุ่นราวกับขอทาน ก่อนจะพ่นควันสีเทาออกมายืดยาวและหัวเราะเสียงแหบพร่า


"เจ้าหนู... ค่าหัวของเจ้าบนป้ายประกาศจับกลางลานเมืองนั่น ตั้ง 500,000 ศิลาปราณระดับกลาง 中级灵石 (จงจี๋หลิงสือ) แต่เจ้ากลับหน้าด้านเสนอค่าจ้างคุ้มครองให้ข้าแค่ 15 ก้อนระดับล่างเนี่ยนะ?" นักพรตหมื่นอีแปะส่ายหัวอย่างระอา "ความหน้าหนาและเหลี่ยมจัดของเจ้านี่ มันเหนือชั้นกว่าตาเฒ่าอย่างข้าเสียอีก! ข้าล่ะนับถือจริงๆ!"


อาเจียสะดุ้งเฮือก หน้าซีดเผือด "ท่าน... ท่านรู้รึว่าข้าคือใคร!"


"ในตลาดมืดแห่งนี้ ไม่มีกลิ่นอายเงินตราหรือคาวเลือดก้อนไหนเล็ดลอดจมูกตาเฒ่าผู้นี้ไปได้หรอก" นักพรตหมื่นอีแปะยิ้มกริ่ม เคาะกล้องยาสูบกับพื้นหิน โดยไม่สนใจจิตสังหารของนักฆ่า หอเร้นเงา 影阁 (อิ่งเก๋อ) ทั้ง 3 คนที่กำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ


"ตาเฒ่า ถอยไปซะ! หอเร้นเงาจะทำงาน ผู้ใดสอดมือสอดเท้าอวดเก่ง มันผู้นั้นต้องตายกลายเป็นศพเฝ้าตรอก!" หนึ่งในนักฆ่าชุดดำตวาดเสียงเหี้ยม ชี้ปลายกระบี่มาทางชายชรา


นักพรตหมื่นอีแปะไม่แม้แต่จะปรายตามองพวกมัน เขาหันมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของอาเจีย "เจ้าหนู... เจ้าอยากให้ข้าสอน ‘วิถีแห่งการเอาตัวรอด’ ในโลกมืดที่เต็มไปด้วยหมาป่าพวกนี้ให้หรือไม่? หากอยากเรียน... จงลุกขึ้นไปจัดการเศษสวะ 3 ตัวนี้ซะ ด้วยมือเปล่าของเจ้า!"


"มือเปล่า!?" อาเจียเบิกตากว้างจนแทบถลน ทะลึ่งพรวดขึ้นนั่ง "ท่านตาบอดรึ! ข้าบาดเจ็บหนัก! จุดตันเถียนร้าวไปหมดแล้ว แค่หายใจข้ายังปวดร้าวไปถึงตับ


(นายท่าน... ท่านอยากให้ข้าออกไปช่วยจนตัวสั่นเลยสินะขอรับ) เสียงทุ้มต่ำและยียวนกวนประสาทของเจ้าสัวดังแทรกขึ้นมาในหัวผ่าน แหวนมิติ 空间戒指 (คงเจียนเจี้ยจื่อ) ทันที (แต่ท่านปรมาจารย์มู่เฉินสั่งห้ามเด็ดขาด หากท่านดึงอำนาจของความว่างเปล่ามาใช้อีกแม้แต่เสี้ยวเดียว จุดตันเถียนของท่านจะระเบิดเป็นพลุไฟทันที... เชิญท่านโดนกระทืบอย่างสงบเถิด ข้าจะปัดกวาดแหวนมิติรอรับมรดกอยู่ตรงนี้อย่างตั้งใจ)


"ไอ้พยนต์ทรพี! ข้ายังไม่ตาย! แกเงียบไปเลย!" อาเจียสบถด่าในใจอย่างเกรี้ยวกราด


(ชายชราผู้นี้กล่าวถูกต้องแล้ว) เสียงทรงอำนาจของมู่เฉินดังก้องกังวานในห้วงจิตเพื่อตอกย้ำ (จงพึ่งพาพลังของร่างกายเจ้า ห้ามเรียกเจ้าสัว หรือใช้อักขระหลิงเด็ดขาด! หากเจ้าผ่านมันไปไม่ได้ เจ้าก็จงตายอยู่ที่นี่ซะ!)


"วิถีแห่งการค้าเซียน..." นักพรตหมื่นอีแปะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากลับแฝงไปด้วยพลังที่สะกดให้ผู้ฟังต้องตั้งใจ "คือการรู้จังหวะ ‘ลงทุน’ และ ‘เก็บเกี่ยว’ เจ้าคุ้นเคยกับการจ่ายพลังงานออกไปเพื่อซื้ออำนาจจากภายนอก แต่เจ้าไม่เคยเก็บเกี่ยว ปราณเซียนแท้ 真仙气 (เจินเซียนชี่) เอาไว้กับตัวเลย... ศิลาปราณก็เหมือนลมปราณ หากเจ้าเอาแต่จ่ายออกไปอย่างสุรุ่ยสุร่าย วันหนึ่งเจ้าก็จะล้มละลาย! จงควบแน่นเงินทุนอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ในตัวเจ้าซะ!"


พูดจบ ตาเฒ่าฟันหลอก็ยกเท้าที่สวมรองเท้าฟางเก่าๆ ถีบเข้าที่ก้นของอาเจียเต็มแรง ส่งร่างของมหาเศรษฐีถังแตกให้กระเด็นถลาออกไปเผชิญหน้ากับนักฆ่าทั้ง 3 คนทันที!


"ตายซะเถอะ ไอ้เด็กหน้าเงิน!"


นักฆ่าคนแรกไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับหมัดที่เคลือบด้วยปราณสีดำทะมึน อาเจียไม่มีทางเลือก เขาพยายามจะวาดนิ้วสร้างอักขระป้องกันตามสัญชาตญาณที่เคยชิน แต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นขึ้นมาจากช่องท้อง หมัดของศัตรูจึงกระแทกเข้าที่โหนกแก้มของเขาเต็มแรง!


เปรี้ยง!


"โอ๊ยย! ฟันข้า! ฟันข้าสั่นไปหมดแล้ว! นี่มันค่าทำขวัญและค่าหมอตั้ง 500 ก้อนนะโว้ย!" อาเจียแหกปากลั่น ร่างกระเด็นไปชนกองลังไม้เก่าๆ จนแตกกระจาย


"ฮ่าๆๆ! มีค่าหัวตั้ง 5 แสนก้อน นึกว่าจะมีฝีมืออะไร ที่แท้ก็กลับกระจอกเพียงนี้!" นักฆ่าคนที่ 2 และ 3 หัวเราะเยาะ พุ่งตามเข้ามาซ้ำเติม พวกมันเตะและต่อยอาเจียอย่างสนุกสนานราวกับกำลังเตะกระสอบทราย


อาเจียขดตัวม้วนเป็นกุ้ง ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกันอุตลุด ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากมุมปากและจมูก ความเจ็บปวดทางกายเริ่มหลอมรวมกับความเคียดแค้นที่ปะทุขึ้นในอก... แค้นที่ถูกรังแก แค้นที่ไม่มีเงินเช่าค่ายกลสำเร็จรูป แค้นที่ตาเฒ่าถีบเขาส่งมาให้โดนซ้อม และที่สำคัญที่สุด!


"เอาถุงวิเศษและแหวนมิติของมันมา! ค่าหัวก็เอา ทรัพย์สินของมันเราก็ต้องได้!" นักฆ่าคนหนึ่งแสยะยิ้ม เอื้อมมือไปกระชาก ‘ย่าม’ เก่าๆ ที่บรรจุศิลาปราณ 20,000 ก้อนที่อาเจียเพิ่งปล้นมาเมื่อคืน และเป็นที่ซ่อนของเจ้าถุงเงินที่เอวของเขา!


กึก!


ดวงตาของอาเจียที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหดหู่ พลันเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด เส้นเลือดที่ขมับและลำคอปูดโปน นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด!


"อย่า... มา... แตะ... เงิน... ของ... ข้า!!!"


เสียงคำรามของมหาเศรษฐีถังแตกดังกึกก้องกังวานสะเทือนไปทั้งตรอก! มันไม่ใช่เสียงของเด็กหนุ่มขี้ขลาดอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของพยัคฆ์ร้ายที่ถูกแย่งชิงเนื้อชิ้นสุดท้าย!


อาเจียลืมความเจ็บปวดที่จุดตันเถียนไปจนหมดสิ้น คำสอนของมู่เฉินและนักพรตหมื่นอีแปะดังก้องสะท้อนในหัว 'อย่าปล่อยให้พลังงานรั่วไหล จงควบแน่นมันไว้ภายใน!'


ท่ามกลางวิกฤตแห่งความเป็นตาย แทนที่อาเจียจะผลักดันพลังออกไปสร้างอักขระในอากาศเหมือนที่เคยทำ เขาใช้อารมณ์โกรธแค้นและ ‘ความหวงสมบัติ’ ขั้นสุดยอด เป็นตัวเหนี่ยวนำ! เขา ‘บีบอัด’ ปราณเซียนแท้อันน้อยนิดที่กระจัดกระจายอยู่ในจุดตันเถียนที่แตกร้าว ดึงมันไหลย้อนกลับทวนกระแสชีพจร เข้าสู่แขนขวาอย่างดุดันและบ้าคลั่ง!


มันไม่มีการสร้างลวดลาย มันไม่มีการยืมพลังจากภายนอก มีเพียงเจตจำนงที่ไม่อาจสัมผัสได้ที่ถูกกดทับจนถึงขีดจำกัด!

"วิถีแห่งสูญตา... หมัดมหาเศรษฐีทวงหนี้!!"


ปราณเซียนแท้สีทองอมดำสว่างวาบขึ้นเคลือบกำปั้นขวาของอาเจีย มันหนาแน่นและหนักหน่วงจนอากาศรอบๆ บิดเบี้ยว มันไม่ใช่ค่ายกล มันไม่ใช่วิชาเซียนที่ซับซ้อน ทว่ามันคือการสำแดงพลังทางกายภาพอันดิบเถื่อน ที่ถูกอัดแน่นด้วยเศษเสี้ยวของกฎเกณฑ์แห่งความว่างเปล่าเป็นครั้งแรก!


ตูมมม!!!


หมัดของอาเจียพุ่งสวนกลับ ปะทะเข้าที่ยอดอกของนักฆ่าที่กล้าแตะถุงเงินของเขาเต็มแรง!


เสียงกระดูกซี่โครงหักลั่นดังสนั่นน่าสยดสยอง ร่างของนักฆ่าระดับสร้างรากฐานขั้นปลายปลิวละลิ่วราวกับใบไม้ร่วง กระแทกกำแพงอิฐด้านหลังจนทะลุเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ กระอักเลือดคำโตและสลบเหมือดจมกองอิฐไปในหมัดเดียว!


นักฆ่าอีก 2 คนชะงักงันค้างเติ่ง เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด! ไอ้เด็กขอทานที่โดนเตะอยู่เมื่อครู่ จู่ๆ กลับปล่อยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวออกมา ซ้ำยังต่อยสหายของพวกมันกระเด็นทะลุกำแพงได้ด้วยมือเปล่า!


"แฮ่ก... แฮ่ก..." อาเจียยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง กำปั้นขวายังคงมีควันสีดำจางๆ ลอยกรุ่น แม้จุดตันเถียนจะปวดร้าวแทบฉีกขาด แต่ความรู้สึกที่ได้ใช้พลังของ ‘ตนเอง’ ปกป้องทรัพย์สิน โดยไม่ต้องจ่ายเงินหรือพึ่งพาของวิเศษ... มันช่างหอมหวานและทรงพลังยิ่งนัก!


"โฮ่..." นักพรตหมื่นอีแปะที่นั่งดูอยู่ลูบเคราที่รุงรังของตนเอง แววตาที่เคยกลิ้งกลอกฉายประกายชื่นชมออกมาอย่างปิดไม่มิด "เปลี่ยนความงกให้เป็นแรงผลักดัน บีบอัดปราณจากภาชนะที่แตกร้าวมาเป็นเกราะป้องกันและอาวุธทะลวงฟัน... เจ้าเด็กหน้าเงินนี่ มีพรสวรรค์ในวิถีคนเถื่อนจริงๆ"


ทว่าก่อนที่อาเจียจะได้ดีใจกับผลงานการต่อยคนครั้งแรก สัมผัสวิญญาณอีก 4 สายที่แข็งแกร่งและอำมหิตยิ่งกว่าเดิม ก็ล็อกเป้ามาที่เขาจากปากตรอกฝั่งตรงข้าม! หอเร้นเงาไม่ได้ส่งคนมาแค่นี้ พวกนักล่าค่าหัวกำลังแห่กันมาตามกลิ่นเลือดเพื่อชิงเงิน 500,000 ก้อน!


"เอาล่ะๆ บทเรียนแรกแห่งการควบแน่นจบลงแล้ว..." นักพรตหมื่นอีแปะลุกขึ้นยืน สะบัดมือเก็บเสื่อและถ้วยกระเบื้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวพริบตาเดียวมาคว้าคอเสื้อด้านหลังของอาเจียที่กำลังยืนอึ้ง "บทเรียนที่ 2 ของการค้าในตลาดมืด... เมื่อประเมินแล้วว่าสู้ไปก็ขาดทุนย่อยยับ ก็จงหนีให้ไวที่สุด!"


พูดจบ ชายชราจอมปลิ้นปล้อนก็หิ้วปีกมหาเศรษฐีถังแตก กระโจนพุ่งทะยานหายวับไปในเงามืดของตรอกอันซับซ้อน ทิ้งให้นักฆ่าที่เพิ่งมาถึงต้องสบถด่าด้วยความหัวเสีย ปล่อยให้ฉากการไล่ล่าหนีตายในค่ำคืนนี้ทวีความระทึกขวัญยิ่งขึ้นไปอีก!

 

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน