บทที่ 11 โอกาสใหม่ ซื้อเสื้อผ้าใหม่
พวกเขาที่เอาชีวิตไปเสี่ยงกับคมมีดแบบนี้ ย่อมให้ความสำคัญกับความเป็ส่วนตัวและความปลอดภัยของที่พักเป็อย่างมาก
ที่พักที่ทำให้มัจจุราชอย่างเขายอมเอ่ยปากแนะนำได้ ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ แต่ทำไมถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนนะ
เฉินย่ากดดูข้อมูลที่พัก สภาพห้องพักลวี่อินแม้เรียบง่ายแต่ครบครัน และดูใหม่เอี่ยม
แต่นี่ไม่ใช่ภาพห้องพักหรูหราที่เพิ่งอัปเกรดใหม่ของที่พักลวี่อิน จริงสิ จิ่งเหมียนยังไม่ได้อัปโหลดรูปเลย พวกเขาถึงได้ตะลึงกันขนาดนี้
อีกอย่าง มีหลายครั้งที่พวกเขาต้องปฏิบัติภารกิจในฐาน ซึ่งถูกจำกัดเื่ต่าง ๆ และไม่เป็อิสระ
ที่พักลวี่อินตั้งอยู่ไม่ไกลจากฐานมากนัก และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของฐาน เหมาะกับกลุ่มทหารรับจ้างอย่างพวกเขามาก
สมกับที่เฉินย่าแนะนำจริง ๆ! ทุกคนกดบันทึกเป็รายการโปรด
จิ่งเหมียนออกจากควานตง คิดจะซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเอง พรุ่งนี้ต้องไปที่ร้านค้า อาจต้องพบปะผู้คนมากมาย การใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นแบบนี้คงไม่เหมาะสมนัก
เธอจึงเดินตรงไปยังถนนคนเดิน ย่านการค้าในเขตอันติ้ง
ชาติที่แล้ว อันหลิงอวี่เคยพาเธอมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ชาตินี้เป็ครั้งแรกที่เธอมาด้วยตัวเอง เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ล้วนเป็ของที่เจียงปี้ฉุนไม่ใส่แล้ว แถมยังเป็ชุดที่เก่าที่สุดอีกด้วย
ตอนนี้เธอก็ยังใส่มันอยู่
จิ่งเหมียนเดินไปเรื่อย ๆ จนมาถึงร้านค้าที่เคยมาประจำในชาติที่แล้ว เธอไล่ดูเสื้อผ้าอย่างเงียบ ๆ
พนักงานสาวน้อยเหล่มองเธอผ่านเคาน์เตอร์พลางยกมุมปากอย่างดูแคลน ชาวบ้านอย่างเธอไม่มีเงินยังชอบมาเดินห้าง เลือกไปเลือกมาสุดท้ายก็ไม่ซื้อสักอย่าง
“ชุดนี้ ฉันลองได้ไหม”
พนักงานสาวมองค้อนด้วยท่าทางหยิ่งยโส ไม่คิดปิดบังแววตาที่เต็มไปด้วยความรำคาญใจ “สกปรกแบบนี้อย่าลองเลย เลอะเทอะขึ้นมาจะชดใช้ไหวเหรอ”
เธอผงะไปชั่วครู่ เมื่อวานเธอก็เพิ่งอาบน้ำไปหยก ๆ เชียวนะ!
แถมยังเป็อ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยฟองสบู่!
“ตาข้างไหนของคุณเห็นว่าฉันสกปรกล่ะ หรือว่าจะสกปรกกว่ามือของคุณที่มีแต่ขี้เล็บ”
ใบหน้าของพนักงานสาวขึ้นสีแดงก่ำ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ได้สิ! งั้นลองเลย! แต่ถ้าลองแล้วต้องซื้อนะ ถ้าชุดเลอะขึ้นมา อย่าคิดว่าจะบ่ายเบี่ยงได้ ฉันจะตามหัวหน้ามาจัดการเอง! ยัยคนจน ทำตัวน่ารำคาญ เลือกไปเลือกมาอยู่ได้”
อีกนิดเดียวหญิงตรงหน้าก็จะแปะป้าย ‘ไม่มีปัญญาซื้อ’ ไว้บนหน้าผากจิ่งเหมียนอยู่แล้ว
พนักงานสาวหยิบชุดออกมาส่ง ๆ โดยไม่ได้ดูไซซ์ “ลองสิ”
ราวกับว่ารอเวลาที่เธอจะลองชุดแล้วไม่ซื้อ จากนั้นก็จะได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดิน
จิ่งเหมียนไม่รับกระโปรง แล้วพูดไปตรง ๆ ว่า “ขายของด้วยท่าทีแบบนี้ระวังจะโดนไล่ออกเร็ว ๆ นี้ก็แล้วกัน”
เพราะชาติที่แล้ว เธอจำได้ว่าอีกไม่นานพนักงานร้านนี้ก็ไม่ใช่หญิงคนนี้อีกแล้ว
“เชอะ! ไม่มีเงินก็บอกว่าไม่มีเงินสิ มาทำเป็หยิ่งทำไม”
จิ่งเหมียนไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนไร้มารยาทแบบนี้ เธอจึงหันหลังเดินเข้าร้านขายเสื้อผ้าฝั่งตรงข้ามแทน
พนักงานร้านนี้เป็ผู้หญิงวัยกลางคน บริการดีกว่ามาก
“ฉันเอาชุดนี้ค่ะ” จิ่งเหมียนหยิบเดรสสีเขียวอ่อนตัวหนึ่งออกมา
เธอเดินเข้าห้องลองเสื้อผ้า ท่ามกลางสายตาดูแคลนของพนักงานสาวร้านตรงข้าม แต่พอออกมาก็ทำให้พนักงานแถวนั้นตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
อย่าดูถูกว่าหญิงสาวคนนี้ผอมแห้ง เมื่อเธอได้สวมชุดนี้แล้ว กลับดูสวยสะดุดตา ดูเป็นางแบบในยุคก่อนวันสิ้นโลกไม่มีผิด
“คุณผู้หญิง คุณใส่ชุดนี้แล้วสวยมาก ๆ เลยค่ะ! เอวเล็ก ขายาว บุคลิกดีมาก! ถ้าคุณแต่งหน้าอีกหน่อยละก็… คุณคือหญิงงามในยุคนี้ชัด ๆ!”
“เหอะ พูดเวอร์วังไปเถอะ เธอก็ต้องดูด้วยว่ายัยคนนี้มีเงินซื้อหรือเปล่า” พนักงานสาวร้านตรงข้ามพูดจาดูถูก และร้านฝั่งตรงข้ามก็ราคาแพงกว่าร้านเธอมาก
จิ่งเหมียนไม่สนใจคำถากถางเ่าั้ เธอเลือกเสื้อผ้าต่ออีกหลายชุด หลังจากลองสวมใส่จนพอใจแล้ว เธอก็จ่ายเงินต่อหน้าพนักงานสาวคนนั้นที่ดูถูกเธอ
พนักงานวัยกลางคนยิ้มจนตาหยี เอ่ยเสียงดังอย่างดีใจว่า “ทั้งหมด 17,000 เครดิตค่ะคุณลูกค้า คุณเป็สมาชิกของร้านเราแล้วนะคะ นี่คือบัตรวีไอพีค่ะ”
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เมื่อสวมชุดใหม่ จิ่งเหมียนก็ดูเปล่งประกายเจิดจรัส
เธอถือถุงของขวัญสุดหรูหลายใบ หันมายิ้มบาง ๆ ให้พนักงานสาวที่เพิ่งดูถูกเธอ ก่อนจะเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
หญิงสาวไม่เปิดโอกาสให้พนักงานสาวคนนั้นได้เอ่ยปากพูดกับเธอแม้แต่คำเดียว
ต่อมาก็ได้ยินเสียงซุบซิบดังมาจากทางด้านหลัง “เด็กสมัยนี้ตัดสินคนจากภายนอก ตาไม่ถึงสินะ รู้ไหมว่าเสื้อผ้าที่คนอื่นเขาซื้อ เพียงแค่หยิบมือเดียวก็จ่ายค่าเช่าบ้านเธอได้ทั้งปีเชียว”
“นิสัยแบบนี้ ถ้าเื่วันนี้รู้ถึงหูเ้าของร้าน ดูซิว่าเธอจะแก้ตัวยังไง”
จิ่งเหมียนออกจากห้างสรรพสินค้า มุ่งหน้าเตรียมจะกลับบ้าน
ท่ามกลางฝูงชน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างน่าประหลาด “จิ่งเหมียน”
จิ่งเหมียนฟังเสียงแล้วก็รู้ทันทีว่าเป็เสียงของเจียงปี้ฉุน เธอขมวดคิ้วและเดินหนีไปด้วยก้าวยาว ๆ
คนจากด้านหลังดูเหมือนไม่พอใจเท่าไรนัก จึงวิ่งไปขวางหน้าจิ่งเหมียนไว้ในไม่กี่ก้าว
เจียงปี้ฉุนมองเธออย่างตกตะลึง ถ้าไม่ได้มองหน้าเธอตรง ๆ คงไม่เชื่อว่าภาพอันงดงามและหยิ่งยโสนี้คือจิ่งเหมียน!
“นังเด็กบ้า พอเจอฉันแล้วก็ยังกล้าหนีอีกนะ! พูดมา! ได้ชุดนี้มาจากไหน? แกเอาเงินมาจากไหน?” เจียงปี้ฉุนแสดงความริษยาอย่างชัดเจน ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นเพราะคิดถึงฟันที่ถูกเลาะออกไป!
“พรุ่งนี้พวกเราจะถูกไล่ไปอยู่สลัมกันแล้วรู้ไหม? แกยังมีกะจิตกะใจมาเดินซื้อของแบบนี้เนี่ยนะ! คืนของพวกนี้ไปให้หมดเลย เปลี่ยนเป็คะแนนสะสมเพื่อใช้ในครอบครัวเถอะ!”
ใน่นี้จางเพ่ยหรงกับเจียงเหิงทะเลาะกันไม่หยุด เธอเองก็เอาแต่เถียงกับแม่เลี้ยง ทั้งสองคนะเิอารมณ์ใส่กันจนไม่เหลือความสัมพันธ์อันดีอีกแล้ว! เพราะจางเพ่ยหรงไม่อยากย้ายไปอยู่สลัม จึงคิดวิธีบ้า ๆ ให้จิ่งเหมียนเข้าร่วมทีมสำรวจ และใน่ที่จิ่งเหมียนไม่อยู่ งานยากงานเหนื่อยล้วนกลายเป็ของเจียงปี้ฉุนทั้งสิ้น
เจียงปี้ฉุนควบคุมความโกรธไม่ไหว จึงจับแขนจิ่งเหมียนลากเธอกลับไปที่ห้าง พลางพูดว่า “แกกล้าซื้อของมากมายแบบนี้ หมายความว่ามีเงินอยู่ในมือใช่ไหม? เปิดบัญชีให้ฉันดู แล้วส่งคะแนนสะสมทั้งหมดมาให้ฉัน!”
จิ่งเหมียนกระชากมือออกจากเจียงปี้ฉุนอย่างแรง “พวกเราไม่ได้เป็ครอบครัวเดียวกันมานานแล้ว เจียงปี้ฉุน เธอจะทำบ้าอะไร!”