เมื่อได้เห็นเช่นนั้น เหล่าพวกพ้องฝ่ายอันจินต่างก็เริ่มรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าของพวกเขาทั้งหมดต่างก็พากันนิ่วด้วยความเคร่งเครียดอย่างสุดๆ
และในระหว่างนั้นเอง มาซามุเนะก็ได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับอัญเชิญภูติพิทักษ์จระเข้แห่งวาโยอัสนีที่มีนามว่าฟูไรวานิออกมา เพื่อทำการรวมร่างเข้าด้วยกัน แล้วกลายสู่ร่างโอกามิ-มุฉะ จากนั้น เขาก็รีบตรงเข้าไปเผชิญหน้ากับเจ้านางอสูรฮัน เนีย-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าในทันที
ทางด้านมาซามุเนะนั้นรู้จักเจ้านางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นอย่างดี เพราะว่าแท้จริงแล้ว มันคือหญิงสาววัยกลางคนที่เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดของมาซามุเนะ มีนามว่าโยชิฮิเมะ ผู้ได้รับสมญานามว่าเป็นนางอสูรแห่งมารดร มาซามุเนะดูออกได้ทันทีเลยว่า มันจะต้องเป็นฝีมือของใครบางคนแน่ๆ ที่ทำให้แม่ของเขาต้องกลายมาเป็นแบบนี้ และศึกสายเลือดระหว่างแม่กับลูกก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทั้งสองแม่ลูกต่างก็รีบพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด
ส่วนทางด้านพวกยูกินะ หลังจากที่อสูรผนังดวงตาโมคุโมคุเร็น-อายาคาชิได้ถูกโทโมเอะที่อยู่ในร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์นั้นกำจัดลงอย่างราบคาบ พวกเธอทั้งหมดต่างก็เข้าไปเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรอายาคาชิตนที่เหลือที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งจะประกอบไปด้วยอสูรก้อนเนื้อนุปเปปโป-อายาคาชิ อสูรอุ้งมือปีศาจอาคาเทโกะ-อายาคาชิ อสูรเท้าปีศาจอาชิอาไร ยาชิกิ-อายาคาชิ อสูรหัวม้ามีเขาซาการิ-อายาคาชิ และอสูรร้อยตาเฮียคุเมะ-อายาคาชิ
โอคัทสึรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรอายาคาชิตนที่เหลือที่อยู่ตรงหน้าด้วยมีดสั้นคู่อาเมะ โนะ ฮาบาคิริที่อยู่บนมือเรียวงามทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างมีดกับดาบสั้น ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการเขวี้ยงดาวกระจายชูริเคนกับมีดคุไนใส่ พร้อมกับใช้วิชานินจาในรูปแบบต่างๆ ในการจัดการกับพวกมันด้วย
ทางด้านอินะฮิเมะก็รีบทำการเสกพลังธาตุสายฟ้าลงบนคมกระบี่ทอนโบกิริ แล้วรีบเขวี้ยงใส่พวกอสูรอายาคาชิตนที่เหลือที่อยู่ตรงหน้าทันที หลังจากที่คมกระบี่ได้วกกลับไปหาผู้เป็นเจ้าของ อินะฮิเมะก็สามารถคว้ามันไว้ได้อย่างชำนาญ จาก นั้น เธอก็รีบทำการเสกพลังธาตุไฟลงบนคมกระบี่ แล้วรีบวิ่งตรงเข้าไปฟันใส่พวกมันด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างกระบี่ หอก และเคียวยมทูตชนิดตรง
ส่วนทางด้านยูกินะก็รีบทำการร่ายเวทย์ธาตุน้ำลงบนคมดาบพลังแสงคุซานางิ ก่อนที่เขานั้นจะรีบวิ่งตรงเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรอายาคาชิตนที่เหลือที่อยู่ตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาว ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการร่ายเวทย์ชนิดต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย
ในระหว่างนั้น เหล่าอสูรอายาคาชิตนที่เหลือก็ได้พากันโจมตีใส่พวกยูกินะเป็นการตอบโต้กลับไปโดยทันที โดยอสูรอุ้งมือปีศาจอาคาเทโกะ-อายาคาชิจะลอยพุ่งเข้าไปตวัดกรงเล็บใส่พวกเธอด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการยิงลำแสงออกมาจากฝ่ามือของมันด้วย
ทางด้านอสูรเท้าปีศาจอาชิอาไร ยาชิกิ-อายาคาชิจะลอยพุ่งเข้าไปกระทืบเท้าใส่พวกเธออย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงและหนักหน่วง จนทำให้บนพื้นนั้นมีการสั่นสะเทือนอยู่บ้างเล็กน้อย
ส่วนทางด้านอสูรหัวม้ามีเขาซาการิ-อายาคาชินั้นก็ได้มีการพ่นเปลวไฟอันร้อนระอุออกมาจากปาก พร้อมกับมีการปล่อยกระแสไฟฟ้า 1 โวลต์ออกมา เพื่อที่จะโจมตีใส่พวกเธอด้วย
และทางด้านอสูรก้อนเนื้อนุปเปปโป-อายาคาชินั้นก็ได้ทำการยืดแขนทั้งสองข้างออกมาโจมตีใส่พวกเธออย่างต่อ เนื่องด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับมีการพ่นลาวาติดไฟอันร้อนระอุออกมาจากปากของมันด้วย แต่พวกเธอนั้นก็ยังสามารถป้องกัน หลบหลีก และปัดการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด
และที่สำคัญ ลูกเล่นต่างๆ ที่มาจากเหล่าอสูรอายาคาชิตนที่เหลือนั้นแทบจะไม่สามารถทำอะไรกับโทโมเอะที่อยู่ในร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์ได้เลยแม้แต่น้อย
ทางด้านโทโมเอะก็รีบทำการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบโชโทเร็นกับดาบไดโทเร็นให้ลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่เหล่าอสูรอายาคาชิตนที่เหลือด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยิงธนูเวทย์ออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อจัดการกับพวกมันด้วย ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการพุ่งตรงเข้าไปฟันใส่พวกมันด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอา วุธกันไปมาระหว่างดาบสองด้ามกับดาบคู่ด้วย
โดยดาบเคนเมียวเร็นนั้นจะถืออยู่บนมือเรียวงามข้างขาว และดาบไดโทเร็นกับ ดาบโชโทเร็นนั้นจะอยู่ชิดติดกันและลอยกลางอากาศอยู่ตรงบริเวณแขนปีศาจเรียวยาวที่ข้างซ้าย ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้มีการพ่นไฟอันระอุออกมาในรูปแบบต่างๆ ด้วยภาพเนรมิตส่วนหัวของคิทสึเนบิ ภูติพิทักษ์จิ้งจอกเพลิงอัคนี เพื่อจัดการกับพวกมันด้วย
จนกระทั่งเหล่าอสูรอายาคาชิอีก 4 ตนที่เหลือที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งมีทั้งอสูรก้อนเนื้อนุปเปปโป-อายาคาชิ อสูรอุ้งมือปีศาจอาคาเทโกะ-อายาคาชิ อสูรเท้าปีศาจอาชิอาไร ยาชิกิ-อายาคาชิ และอสูรหัวม้ามีเขาซาการิ-อายาคาชินั้นก็ได้ถูกกำจัดลงอย่างราบคาบ ร่างของพวกมันนั้นก็ได้พากันดับสลายหายไปจากตรงหน้าในทันที และทีนี้ก็เหลืออยู่เพียงแค่อสูรร้อยตาเฮียคุเมะ-อายาคาชิเป็นตัวสุดท้ายแล้ว
“เท็นมะ” ยูกินะรีบอัญเชิญภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาออกมา แล้วทำการรวมร่างเข้าด้วยกันกับภูติพิทักษ์ประจำกายของตนเพื่อกลายสู่ร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะทันที
“ด้วยเวทย์ศาสตราคมแห่งข้า ข้าขอให้กายสังขารของข้า และดาบพลังแสงเล่มนี้จงรวมเป็นหนึ่งกับภูติพิทักษ์ประจำกายของข้าบัดเดี๋ยวนี้”
หลังกล่าวจบ เท็นมะ ภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาก็ได้พุ่งเข้ามาสิงสถิตอยู่ในร่างงามของยูกินะด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ตัวเธอนั้นได้กลายสู่ร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะโดยทันที พร้อมกับดาบพลังแสงคุซานางิที่ได้กลายมาเป็นขรรค์ฟ้าฟื้นมหาเวทย์โฮชินเซย์ โนะ สึรุกิ
อสูรร้อยตาเฮียคุเมะ-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้านั้นจะมีดวงตาปีศาจอยู่ 6 แถวด้วยกัน โดยจะแบ่งเป็นแถวละ 10 ดวง และมีหนวดยาวที่ได้งอกเงยออกมา 2 ข้างๆ ละ 20 เส้น ซึ่งในแต่ละเส้นนั้นจะมีดวงตาปีศาจอยู่ตรงปลายหนวด
อสูรร้อยตาเฮียคุเมะได้ทำการยิงลำแสงชนิดต่างๆ ออกมาจากดวงตาปีศาจอยู่ตรงปลายหนวดทั้ง 40 เส้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยูกินะที่อยู่ในร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะ กับโทโมเอะที่อยู่ในร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์นั้นก็สามารถป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยแผงบาเรียป้องกันที่มาจากกำไลกระจกยาตะของยูกินะ และมาจากลูกไฟขนาดกลางทั้ง 5 ดวงที่ลอยไปมาอยู่บนกลางอากาศล้อมรอบตัวของเธอ
ในระหว่างนั้น เจ้าอสูรร้อยตาเฮียคุเมะ-อายาคาชิก็ได้ทำการตวัดหนวดทั้ง 40 เส้นของมัน เพื่อฟาดใส่ยูกินะกับโทโม เอะที่อยู่ตรงหน้า แต่พวกเธอทั้งสองนั้นก็ยังคงสามารถหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด