เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 110

    สถาบันพัฒนาเวทมนตร์ลูน่าซองค์ บริเวณหน้าประตูทางเข้า“โอ้โห! มาดูใกล้ๆนี่ใหญ่โตมากเลยนะขอรับท่านภาม” อลันกล่าวกับเจ้านายเมื่อจอดเกวียนต่อแถวที่หน้าประตูทางเข้าซึ่งมีป้อมยามรักษาการณ์อยู่“ใช่ ใหญ่มากจริงๆ แม้แต่พื้นที่ทำการเกษตรรอบนอกที่เราผ่านมาก็เป็นของโรงเรียนนี้ด้วยนะ กินพื้นที่ประมาณ 2-3 หมู่บ้านได้เลยมั้ง” อยู่ๆภามก็กล่าวขึ้นมาลอยๆ“หืม? ท่านภามรู้ได้ยังไงขอรับ?” อลันที่ได้ยินคำบอกเล่าจากเจ้านายก็สงสัยขึ้นมา“ก็เสาหินที่หน้าประตูโรงเรียนนี่ไง มีจารึกอักขระเวทย์แบบเดียวกันกระจายไว้ทั่วทุ่งหญ้า และข้างทางด้วย รวมทั้งหมู่บ้านที่เราแวะรับเจ้าแพนดั้นเมื่อตะกี้ด้วย” เกษตรกรหนุ่มตอบให้อลันหายสงสัย“ท่านภามนี่ช่างสังเกตจริงๆนะเจ้าคะ กว่าข้าจะรู้เรื่องเสาอักขระนี้ก็เมื่อมาอยู่ที่ฮาเวสตี้ได้สองปีแล้ว แต่ท่านมาครั้งแรกก็รู้ได้เลยทันที” มีอากล่าวขณะที่อุ้มเจ้ามังกรน้อย และลูบหัวมันไปด้วย“แค่บังเอิญรับสัมผัสเวทมนตร์ได้ดีไปหน่อยเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ต้องขอเก็บเจ้าแพนดั้นก่อนนะ” ภามบอกกับหญิงสาว พร้อมกับที่มังกรตัวเขียวก็กลายร่างเป็นถุงย่ามที่พาดอยู่บนไหล่ของเธอพอดี เมื่อเกวียนของเขาเคลื่อนที่ไปด้านหน้าเพื่อหยุดตรงหน้ายามรักษาการณ์ เกวียนจอดอยู่กลางวงแหวนอักขระเวทย์ ที่จารึกไว้บนพื้นซึ่งมันก็เรืองแสงสีฟ้าจางๆอยู่ตลอดเวลา ส่วนยามรักษาการณ์ที่สวมชุดเกราะหนังที่มีตราบางอย่างติดอยู่ และพกอาวุธประจำกายสองคนก็มาเดินตรวจรอบเกวียน จากนั้นก็มีจอมเวทย์หญิงตัวเล็กร่างผอมสวมแว่นหนาเตอะในชุดคลุมสีดำ ที่มีตราเหมือนกับชายสองคนนั้นติดอยู่เข้ามาสอบถาม“ขอทราบชื่อ และจุดประสงค์ที่มาด้วยเจ้าค่ะ” หญิงสาวถามด้วยหน้านิ่งๆไร้อารมณ์“ข้าชื่อภาม อยากมาสอบถามเรื่องขั้นตอนการสมัครสอบ และหลักสูตรการเรียนการสอนของที่นี่ ข้าจะส่งน้องสาว และน้องชายมาเรียนน่ะ” ชายหนุ่มผมดำลงจากเกวียนมายืนคุยกับหญิงสาว เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวร่างผอมก็มองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า และสายตาเธอก็บ่งบอกว่าไม่เชื่อแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา“หืม! ไม่เชื่ออย่างนั้นเหรอ?” ภามถามหญิงสาวพร้อมกับรอยยิ้ม แล้วก็จ้องตาเธอกลับไปตรงๆ“จะเชื่อหรือไม่ ไม่สำคัญหรอกเจ้าค่ะ ข้าเพียงถามข้อมูลตามขั้นตอนเท่านั้น ตอนนี้ท่านผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว เชิญติดต่อที่อาคารใหญ่ตรงนั้นได้เลยเจ้าค่ะ” หญิงสาวร่างเล็กกล่าวแบบไร้อารมณ์เช่นเดิมแล้วก็ผายมือชี้ทางให้ชายหนุ่มอย่างมีมารยาท เกษตรกรหนุ่มไม่มีความจำเป็นต้องต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าหน้าที่หน้าประตู เมื่อเขาได้รับอนุญาตแล้วก็ขึ้นเกวียนเข้าไปจอดหน้าอาคารใหญ่ หรือก็คือตัวปราสาทลูน่าซองค์ที่ยิ่งใหญ่ และงดงามนั่นเอง“ท่านภาม ข้าเคยมาที่นี่หลายครั้ง ให้ข้าไปด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะนำทางเอง” มีอาอาสาต่อชายหนุ่ม“อ่า ได้สิ เดี๋ยวน้าอลันจอดเกวียนรอที่ด้านนั้นก็แล้วกันนะ” ภามชี้ไปที่ใต้ร่มไม้ใหญ่“ได้ขอรับไม่มีปัญหา ยังไงก็ขอบคุณท่านภามอีกครั้งที่ช่วยเหลือลูกชาย และลูกสาวของข้า” อลันก้มหัวให้กับเจ้านายของเขา“ไม่เป็นไรน่า คนกันเองทั้งนั้น เอาล่ะเดี๋ยวข้ามา ไปกันเถอะมีอา” เกษตรกรหนุ่มกล่าวจบก็เดินเข้าปราสาทไป เมื่อผ่านซุ้มหินสลักงดงามขนาดใหญ่ เข้ามาจะพบโถงกว้างที่ปูพื้นด้วยหินสีดำเรียบง่าย ตรงหน้าเป็นประตูไม้บานใหญ่เปิดกว้างอยู่ ซึ่งเมื่อมองจากด้านนอกเข้าไปจะเห็นว่าภายในนั้นเป็นเหมือนกับห้องประชุมขนาดใหญ่ แต่ชายหญิงทั้งสองก็ไม่ได้เดินเข้าไป เพราะต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ด้านข้างก่อน เคาน์เตอร์ไม้ยาวด้านซ้ายมือที่ติดป้ายว่า ‘ติดต่อ-สอบถาม’ มีหญิงชราคนหนึ่งนั่งเขียนเอกสารอยู่ การแต่งกายของเธอก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนคนอื่นก็คือสวมผ้าคลุมยาวสีดำ และติดตราสัญลักษณ์ซึ่งน่าจะเป็นตราโรงเรียนไว้ที่เสื้อคลุม“ขอโทษนะขอรับ ข้าอยากทราบว่าข้อมูลการสมัครสอบ และหลักสูตรการสอนในปีหน้าของเด็กอายุ 9 และ 12 ปี จะสามารถไปรับได้ที่ไหน?” ภามเป็นคนกล่าวถาม“หืม?” หญิงชรามองสแกนเกษตรกรหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็มองซ้ำๆไปอีกโดยไม่กล่าวอะไรสักที“หืม?” ภามก็ส่งสายตาจดจ้องเป็นเชิงถามว่าจะตอบคำถามได้รึยัง“อ้อ ป้ายติดอยู่ตรงนั้น” หญิงชราชี้ไปที่กระดานขนาดใหญ่บนผนังฝั่งตรงข้ามที่นั่งของเธอ หรือก็คือด้านหลังของภาม ภาม และมีอาต่างก็หันหลังไปมองตามที่เธอชี้ กระดานเขียนประกาศขนาดใหญ่ขนาดเท่าตึกสองชั้น มีข้อความเขียนไว้มากมาย พวกเขาทั้งสองต้องช่วยกันหาหัวข้อประกาศรับสมัครนักเรียนอยู่สักพักก็เจอ ภามอ่านหัวข้อต่างๆในประกาศนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตัวเองได้รู้มาก่อนหน้าจากทั้งฮาคิม และวานีล ซึ่งปัจจุบันความสามารถของอามินกับแอนเน่ก็เรียกว่า เกือบถึงมาตรฐานที่ทางโรงเรียนตั้งไว้แล้ว เมื่อถึงเวลารับสมัครในปีหน้าคงจะพัฒนาจนเป็นอันดับต้นๆของการสอบได้แน่ แต่เพื่อความแน่ใจชายหนุ่มผมดำก็หันไปถามหญิงชราหน้าเคาน์เตอร์อีกครั้ง“ขอโทษนะขอรับ นอกจากคุณสมบัติของผู้เรียนแล้ว ผู้ปกครองต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ข้าได้ยินมาว่าที่ลูน่าซองค์ไม่มีการแบ่งชนชั้น ถ้ามีความสามารถก็มาเรียนได้ และยังไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนด้วยใช่รึไม่ขอรับ?” ภามถามไปตรงๆ“เฮ้อ!” หญิงชราถอนหายใจ และมองหัวจรดเท้าของชายหนุ่มอีกครั้ง“หืม ว่าไงนะขอรับ?” ภามเข้าไปใกล้หญิงชรา แล้วทำท่าเงี่ยหูฟังอย่างจงใจ“ถ้าเด็กมีความสามารถก็เข้าเรียนได้ และไม่มีค่าเล่าเรียนก็จริง แต่ยังไงก็ต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นพวกอุปกรณ์เวทมนตร์ ค่าเรียนวิชาพิเศษ และค่ากิจกรรมที่จะต้องออกเองด้วย ถ้าไม่อยากเสียเงินในส่วนนั้น ก็อาจจะไม่สามารถเข้าเรียนได้ในบางวิชา เพราะอุปกรณ์บางอย่างก็หาได้ยากจริงๆ” หญิงชราอธิบายมาอย่างยืดยาว แล้วก็จ้องหน้าชายหนุ่มกลับไป เพื่อเป็นการถามว่ายังมีอะไรสงสัยอีกหรือไม่“แล้วถ้าเอาอุปกรณ์เหล่านั้นมาเองหล่ะ?” ภามยังคงสงสัย“มาตรฐานของอุปกรณ์อาจจะไม่เหมือนกัน เมื่อไม่เหมือนกันก็ไม่อาจชี้วัดผลการเรียนได้ แต่โดยทั่วไปก็ไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะคุณภาพก็คงจะไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่ แต่ยังไงค่าเรียนในวิชาพิเศษที่นักเรียนอาจจะถนัดในสายนั้นๆ จำเป็นต้องใช้เพื่อจ้างครูพิเศษมาสอนอยู่ดี มีอะไรจะถามอีกไหม?” หญิงชราหน้าเซ็งกล่าวจบก็ถามย้ำภามอีกรอบ“ข้าอยากพบครูใหญ่” ชายหนุ่มผมดำแต่งตัวบ้านๆกล่าว ณ ห้องแห่งหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกล“ฮัดชิ้ว!” ชายวัยกลางคน ที่หนวดเคราสีน้ำตาลรุงรังในชุดจอมเวทย์ลายเสือโคร่งจามออกมาเสียงดัง“นี่ท่านคงจะเป็นหวัดจริงๆซะแล้วล่ะเจ้าคะ ครูใหญ่” หญิงสาวผมขาวมัดเป็นหางม้าสูงกล่าว“สเตล่าเจ้าเป็นเลขาก็ควรจะเรียกตำแหน่งของข้าให้ถูกสิ ข้าคือผู้อำนวยการนะ ผู้อำนวยการ” ครูใหญ่โวยวายออกมากับหญิงสาวที่นั่งโต๊ะข้างๆ เหมือนว่าเขาจะไม่ยอมรับว่าตัวเองไม่สบาย“ยาวเกินไปไม่มีใครเรียกหรอกเจ้าค่ะ ยังไงท่านก็เป็นผู้มีตำแหน่งสูงสุดในโรงเรียนแห่งนี้อยู่แล้ว ทุกคนล้วนเคารพท่านไม่จำเป็นต้องตั้งชื่อตำแหน่งให้สวยหรูก็ได้” หญิงสาวตอบกลับแบบค่อนข้างรำคาญผู้ใหญ่ที่ทำตัวเป็นเด็ก“โธ่! ก็นี่มันเป็นชื่อตำแหน่งใหม่จากการเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารองค์กรให้ทันสมัยขึ้น การตัดสินใจไม่ได้มาจากคนเพียงคนเดียว แต่มาจากเสียงส่วนมากจากคณะกรรมการ สถาบันของเราใช้การบริหารงานในรูปแบบใหม่นี้เพื่อการพัฒนาความรู้เชิงวิชาการ และการต่อยอดความรู้เพื่อสร้างเสริมอาชีพที่มั่นคงให้ลูกศิษย์ที่เรียนจบออกไป การเรียกชื่อตำแหน่งใหม่ก็เป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ๆ ให้เข้าถึงทุกคนได้มากขึ้นนะ” ครูใหญ่กล่าวออกมาตามหลักการขององค์กรที่ตัวเองได้เริ่มไว้ตั้งแต่หลายปีก่อน“เจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวรับสั้นๆ“โธ่! สเต...” ชายผู้ห่มหนังเสือโคร่งชะงักไป เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังรุนแรงบางอย่างปรากฏขึ้นใกล้ๆ

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน