บทที่ 141 ดอกไม้สีขาวที่ชิว เหวินเจี้ยนมอบให้
สิ้นคำของเทพมาร เสียงคำรามเลือนลั่นก็ดังไปทั่วปราสาทของซูหยาง คนของซูเฟิงหวาดกลัวยิ่งนักในขณะที่อีกฝ่ายที่น่าจะถูกกำจัดดูมีฤทธิ์ขึ้นมาอีก
ดาบสีดำที่มีเปลวเพลิงอยู่ภายในกลับสู่มือของเจ้าของ มันไม่ได้สร้างความร้อนให้กับมือธรรมดาของชิว เหวินเจี้ยนเลย ถึงแม้จะเป็นถึงจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่ออยู่ในกายเนื้อของมนุษย์ เขาเองก็ย่อมบาดเจ็บได้เหมือนกัน
แต่ดาบเล่มนี้นั้นเป็นของชิว เหวินเจี้ยนอย่างถูกต้องทุกประการ เป็นเจ้าของมันอย่างถูกต้องนับแต่เริ่มแรก
"ไม่ใช่ว่าทนทานต่อความร้อนได้ ดาบนั่นไม่ปฏิเสธมันต่างหาก" ซูเฟิงรำพึงกับตนเองยามเห็นชิว เหวินเจี้ยนกำชับดาบในมือ เทพมารเองก็ยืนอยู่เบื้องหลังเขา ยิ้มและเชื่อฟังราวกับการโจมตีที่เขาสั่งการเมื่อครู่เป็นเรื่องเพ้อฝัน
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นกัน" ชิว เหวินเจี้ยนเผยรอยยิ้ม
ในที่แรกซูเฟิงคิดอยู่เสมอว่าทุกอย่างเป็นไปตามความคิดที่เขาวางเอาไว้ แผนการยึดครองปราสาทหลังนี้ที่น่าจะใช้เวลาอีกหลายปีนั้นรวดเร็วขึ้นมากเพราะรู้สึกถึงพลังที่น่าจะเอาชนะคนของซูหยางทั้งหมด
หรือเอาชนะทั้งโลกใบนี้ได้
ทว่าทุกอย่างนั้นเต้นเร่าไปในกำมือของชายตรงหน้าต่างหาก ซูเฟิงพยายามขบคิดตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันผิดพลาดไป ชายหนุ่มชะงักค้าง นึกย้อนไปถึงตอนที่ตนลงไปยังห้องใต้ดิน
"เจ้าครุ่นคิดบ้างหรือไม่ว่าเหตุใดเทพมารจึงยอมเจ้าง่ายเช่นนั้น ไม่ประมาทไปหน่อยหรือ เทพที่ในอดีตใช้คนนับร้อยร่วมสู้ จอมมาเช่นเจ้าจะมาผนึกง่ายๆ"
ซูเฟิงเริ่มตระหนักรู้ เขาจ้องมองชิว เหวินเจี้ยน แม้จะอยากปฏิเสธแต่ก็เป็นไปได้ยาก หากย้อนกลับไปคิดแล้วก็จริงอย่างที่ชายคนนั้นพูด เทพมารนั้นง่ายดายเกินไป...ง่ายจนเหมือนตั้งใจจะพ่ายแพ้อยู่แล้ว
"อย่าบอกนะว่า…"
"เทพมารทำทีเป็นพ่ายแพ้อย่างไรเล่า"
ซูเฟิงกลืนน้ำลาย ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดมาตลอด ในตอนที่ชิว เหวินเจี้ยนยังคงอยู่ในมิติของมังกรมายาลวงเขาก็ส่งกระแสจิตกลับมาหาเทพมารในตอนนั้น
ชิว เหวินเจี้ยนคาดคิดไว้ตั้งแต่ต้น ในตอนที่ตนเองตัดสินใจได้ว่าจะยังไม่กลับไปมิตินั้นเขาก็ทำการเจรจากับเทพมาร รู้ได้ทันทีเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างที่นั่น
การเอาชนะซูเฟิงนั้นอาจไม่ยากเย็นอย่างที่คิดเอาไว้นักแต่ชายหนุ่มนึกถึงอนาคตของซูหยางและดินแดนของนางมาก่อนจึงทำให้เขาคิดแผนการที่จะล่วงรู้ความคิดเหล่านั้นและการจะบังคับให้เขาเปิดปากก็ยากมาก ถ้าให้หลุดพูดเองเพราะความหยิ่งผยองนั้นจะง่ายกว่า
อีกทั้งนี่ยังสนุกกว่าเป็นไหนๆ จะฆ่าซูเฟิงทิ้งได้อย่างไรเล่า ถ้าหากเจ้านั่นสามารถเป็นตัวหมากที่สำคัญได้ ซูเฟิงนั้นจะทำให้เขาสามารถหาต้นตอสำคัญของการรุกรานครั้งนี้ได้ และถ้าพลังของซูเฟิงจะสามารถให้เขาหยิบยืม การมีจอมมารลำดับที่สามอยู่ใต้บัญชานั้น
...ไม่เลวเลยทีเดียว
"ข้าถ่วงเวลาให้มากพอที่จะสามารถกลับมาที่นี่ได้" ชิว เหวินเจี้ยนบอกกับซูเฟิง จอมมารลำดับที่สามตื้อชาไปหมด เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นแบบนี้ได้ ที่ชิว เหวินเจี้ยนยอมไปทั้งหมดก็เพื่อจะถ่วงเวลาเอาไว้ "อีกอย่างเทพมารก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย อยากเผาข้าเล่นใจจะขาด"
เทพมารหัวเราะอย่างถูกใจ ซูเฟิงโกรธจัด เขาเห็นชิว เหวินเจี้ยนไม่มีทีท่ากังวลแม้เพียงนิด เขาคิดว่าจอมมารเช่นเขาอ่อนด้อยงั้นหรือ
"อีกอย่างพลังของเจ้าก็ใช้ไปแทบหมดแล้วมิใช่หรือ" ชิว เหวินเจี้ยนปรายตามองร่างของจอมมารลำดับที่สามที่เริ่มเหนื่อยหอบ ตั้งแต่การเข้ามาที่นี่จอมมารเช่นเขาก็ใช้เวทมาโดยตลอด เวทแต่ละบทที่ใช้นั้นก็กินพลังมหาศาล
"เจ้า..." ซูเฟิงจ้องชายตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น บัดนี้อาวุธของเขาไม่มีอีกต่อไปแล้ว หอกทรงพลังของเขาพังไปแล้ว ตอนนี้ชายหนุ่มมีเพียงเวทน้อยนิดในร่างกาย
ซูเฟิงวิ่งเข้าไปหาร่างของซูหยางที่พักฟื้นตัว ทหารของนางวิ่งกรูเข้ามาปกป้องแต่ก็ถูกคนของซูเฟิงเข้าสกัดกั้นเอาไว้ จอมมารลำดับที่สามรัดร่างของนาง ใช้มีดสั้นที่หล่อจากพลังเวทย์สีดำจ่อลำคอของนาง กรีดบาดลึกอย่างรวดเร็ว
"ยังไงข้าก็มาเพื่อฆ่านาง" ซูเฟิงคำรามลั่น เลือดสีแดงไหลเจ่อนองเต็มตัวของนาง หญิงสาวไม่ได้กรีดร้อง
ชิว เหวินเจี้ยนไร้ซึ่งรอยยิ้ม เห็นภาพตรงหน้าไหลเชื่องช้า ชายหนุ่มไม่คิดจะปราณีอีกต่อไป ซูเฟิงทิ้งร่างของซูหยางที่บั่นคอไปอย่างไม่ไยดี สร้างความโกรธแค้นแก่เหล่าไพร่พลของนางอย่างมาก
"ท่านจอมมาร!!!"
ซูเฟิงยิมให้ชิว เหวินเจี้ยน เลียใบดาบที่อาบเลือดพี่น้องของตนพร้อมทั้งกำชับมีดสั้นเอาไว้ในมือ เขาไม่รู้หรอกว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้ชิว เหวินเจี้ยนโกรธแค้นขนาดไหน เขาหันไปมองร่างของซูหยาง นางไม่ได้หายใจ โลหิตสีแดงฉานที่ไหลอาบร่างนั้น
'นางสิ้นใจแล้ว' เทพมารเอื้อนเอ่ย 'เจ้ายังคิดจะเก็บซูเฟิงไว้ใช้งานอยู่หรือไม่'
ชิว เหวินเจี้ยนปลดปล่อยพลัง ไอ้ระดับที่ต้อยต่ำนั้นเป็นเพียงเครื่องประดับ จิตสังหารกระจายไปทั่วบริเวณจนผู้คนโดยรอบหวาดหวั่น ซูเฟิงยิ้มแสยะ เขาทำตามสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ได้แล้ว การโค่นคนอย่างซูหยางไปได้ อะไรก็ง่ายขึ้น ผู้คนทั่วแคว้นคงต่างหวาดกลัว
เหลือแค่ชนะชิว เหวินเจี้ยนให้ได้เท่านั้น
หรือไม่ก็เอามาเป็นพวกเสีย…
เคร้ง!
ใบดาบสีดำแล่นฉิวแหวกอากาศเข้ามา มันปะทะเข้ากับมีดสั้นของซูเฟิงอย่างรวดเร็ว เสียงดังลั่กัมปนาทไปทัว ลมพายุก่อเกิดจากการกระแทกกันครั้งนั้น
ชิว เหวินเจี้ยนย่อตัวลงใช้ขาเตะอีกฝ่ายแต่ซูเฟิงหลบได้ เขาใช้ขาคู่กระโดดถีบชิว เหวินเจี้ยน เกล็ดมังกรงอกขึ้นมาวาววับกันการโจมตีเมื่อครู่ ซูเฟิงตะโกนเลือนลั่น ไม่เห็นเหตุผลจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป
"ถอยทัพ!"
ชิว เหวินเจี้ยนส่งสัญญาณ ในจังหวะนั้นเองที่คนของซูเฟิงกำลังรีบสลายตัวตนไปราวกับเป็นเพียงเศษฝุ่น ชายหนุ่มผู้มีพลังของเทพมารก็หยุดยั้งใครคนหนึ่งเอาไว้
ซูเฟิงร่ายเวทย์ขึ้นมาบทหนึ่ง ม่านพลังสีม่วงปรากฏขึ้น ชายหนุ่มดีดตัวออกไป ป้องกันร่างกายไม่ให้มีบาดแผล แต่เทพมารนั้นไม่หวาดหวั่น ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นไม่เว้นแต่คนของซูเฟิงตกตะลึง
ร่างสูงใหญ่ผิวกายแดงชาดโรมรันทะลวงม่านพลังในขณะที่ร่างกายของซูเฟิกำลังหายวับไป เทพมารใช้กรงเล็บคว้าลำคอของซูเฟิงเอาไว้ วาดขวานไฟเพียงครั้งเดียว คอของซูเฟิงก็หลุดจากบ่าหล่นลงพื้นอย่างง่ายดาย
นั่นเป็นการแลกชีวิตที่น่าหวาดหวั่น เพียงการสั่งการชิว เหวินเจี้ยนก็สามารฆ่าจอมมารลำดับที่สามได้
เหมือนบนดินแดนของจอมมารแห่งนี้นอกจากเหล่าจอมมารแล้ว ผู้คนก็ต่างเล่าขานไปทั่ว
ว่าชิว เหวินเจี้ยนนั้น
...น่ากลัวกว่าพวกจอมมารเสียอีก
"จับตัวคนของซูเฟิงไว้ให้หมด" ชิว เหวินเจี้ยนประกาศกร้าวในขณะที่เทพมารหยิบหัวของซูเฟิงวางลงตรงหน้าชิว เหวินเจี้ยน ชายหนุ่มเพียงปรายตัวมอง ยกมือขึ้นบอกกับเทพมารจากนั้นเปลวไฟก็ลุกสว่าง แผดเผาหัวของซูเฟิงจนแหลกสลาย
ทุกคนยินดีแม้จะน้ำตานองทั่วใบหน้า ชายหนุ่มเก็บดาบกวาดมองไปทั่วบริเวณที่เสียหายอย่างหนักจากการรุกราน ชิว เหวินเจี้ยนรุดเข้าไปข้างซูหยางในขณะที่หนี่เหยาเองก็อยู่ตรงนั้น
ชายหนุ่มเห็นลำคอของนางขาดวิ่น เขาไม่อาจช่วยนางไว้ได้ทันในตอนนั้น พลังที่มีอยู่ของเขาปกป้องได้แต่ตัวเขาเอง ชายหนุ่มสอดใต้ต้นคอ ประคองร่างของนางขึ้นก่อนจะร่ายเวทย์บางอย่าง ดอกไม้สีขาวจากละอองเวทย์ก่อกำเนิดขึ้นที่รอบรอยแผล ปกปิดรอยมีดน่ากลัวนั้นไว้ราวกับหญิงสาวสวมสร้อยดอกไม้งาม
ทุกคนอยู่ในความโศกเศร้า บัลลังก์ของนางนั้นอับแสง ไม่มีจอมมารลำดับที่หกอีกต่อไปแล้ว ทุกคนในที่นั้นนิ่งงันราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเหล็ก แม้จะสามารถจับกุมคนของซูเฟิงเอาไว้ได้แล้วแต่ก็มิอาจช่วยเหลือนายเหนือหัวเอาไว้ได้
ชิว เหวินเจี้ยนลูบมือของนางแผ่วเบา บอกกล่าวอย่างเงียบเชียบโดยมีหนี่เหยาเป็นพยานอยู่เคียงข้าง
"หลับให้สบายเถิด...ต่อจากนี้ข้าจะเป็นคนสานต่อเอง"