ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 93 ออกจากอาณาจักรกาลเวลา

            “พวกเราออกตามหาตัวองค์ชายสามจนทั่วแล้วก็ไม่พบเลย แม้แต่ในเมืองหลวงที่องค์ชายสามเคยไป พวกเราก็ออกตามหาแล้วไม่พบแม้แต่วี่แววใด ๆหากเป็นเช่นนี้พวกเราคงต้องขอให้องค์กษัตริย์ออกจากการเก็บตัวแล้วเรื่องใหญ่ที่รอให้พระองค์ตัดสินใจแบบนี้จะช้าไม่ได้อย่างเด็ดขาด”

                “ท่านพูดได้ดีแต่ใครละจะกล้าไปทูลฝ่าบาท หรือว่าท่านจะอาสาไปกราบทูลฝ่าบาทเอง”

                “เออ เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่กล้ารบกวนฝ่าบาทเช่นกัน”

                “ข้ามีความเห็นว่าควรให้ผู้อาวุโสตำหนักคลังหลวงเป็นผู้ไปรายงานองค์กษัตริย์ให้ทราบนะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่สำคัญยังเป็นหน้าที่หลักของตำหนักคลังหลวงที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย”

                “นี่พวกเจ้าจะส่งให้ข้าไปตายไวขึ้นหรือยังไงเรื่องนี้เกิดขึ้นในตำหนักคลังหลวงก็จริงแต่ผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของตำหนักก็เป็นหน้าที่ของหน่วยองครักษ์เช่นเดียวกันเพราะฉะนั้น หน่วยองครักษ์สมควรจะไปรายงานเรื่องนี้มากกว่า”

                “ท่านผู้อาวุโสพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคนของหน่วยองครักษ์เองก็ต้องดูแลรับผิดชอบทั่วทั้งพระราชวังคนที่ส่งไปก็ล้วนแล้วแต่มีฝีมือทั้งนั้นที่อยู่ดูแลตำหนักคลังหลวงหากกำลังไม่เพียงพอทำไมท่านไม่แจ้งให้พวกเราเพิ่มจำนวนคนได้นี่”

                “เอาหละ เอาหละมัวแต่ทะเลาะกันตรงนี้คงไม่ได้อะไรขึ้นมา พวกเราทั้งหมดนี่แหละเข้าไปรายงานฝ่าบาทพร้อมๆ กัน ใครจะถูกลงโทษก็แล้วแต่ฝ่าบาทจะตัดสินใจก็แล้วกัน”

                “ดีเช่นนั้นพวกเราก็ไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”

                เหล่าขุนนางทุกคนจึงมุ่งหน้าไปยังตำหนักของกษัตริย์เฟยอ้าวซวงด้วยความรีบร้อนเมื่อพวกเขามาถึงตำหนักของเฟยอ้าวซวง เหล่าขุนนางทั้งหมดองครักษ์ที่เฝ้ารักษาความมปลอดภัยในตำหนักของกษัตริย์เฟยอ้าวซวงไม่กล้าที่จะขวางพวกเขาเพราะแม้แต่ผู้อาวุโสที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดของหน่วยองครักษ์ของพวกเขาเองก็อยู่ในกลุ่มขุนนางเหล่านั้นด้วย

                “พวกเจ้าหลบไปก่อน พวกเรามีเรื่องด่วนกราบเรียนฝ่าบาท”

                “ขอรับท่านผู้อาวุโส”

                เหล่าขุนนางทั้งหมดรีบเดินไปยังห้องเก็บตัวของกษัตริย์เฟยอ้าวซวงในทันทีจากนั้นหนึ่งในผู้อาวุโสจึงได้ตัดสินใจเอ่ยขึ้น

                “ฝ่าบาทขออภัยที่รบกวนการฝึกของฝ่าบาทพวกเราเหล่าขุนนางมีเรื่องด่วนเป็นอย่างมากมารายงานฝ่าบาท พะยะค่ะ”

                เฟยอ้าวซวงที่กำลังศึกษาตำราเวทขั้นสูงอยู่นั้นหยุดศึกษาตำราในทันทีพร้อมกับเดินออกมาจากห้องที่เก็บตัว

                “พวกท่านมีเรื่องสำคัญอะไรเช่นนั้นหรือถึงได้มารบกวนการฝึกของเรา”

                “เรียนฝ่าบาท พวกเรามีเรื่องสำคัญจะมารายงานฝ่าบาทตอนนี้ตำหนักคลังหลวงถูกปล้นทรัพย์สินไปจนไม่เหลืออะไรเลยพะยะค่ะอีกทั้งองค์ชายสามเองก็หายตัวไปด้วย พวกเราจึงต้องรีบมารายงานฝ่าบาทพะยะค่ะ”

                “อะไรนะใครกันที่กล้ามาปล้นตำหนักคลังหลวง แล้วเหล่าองครักษ์และทหารที่ดูแลรักษาความปลอดภัยที่นั่นทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ได้”

                “เรียนฝ่าบาททั่วทั้งตำหนักคลังหลวงไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลย จู่ ๆพวกเขาก็ถูกพลังเวทมหาศาลกดทับจนทำให้ทุกคนสลบ ไม่ได้สติเลยแม้แต่คนเดียวแม้แต่ผู้อาวุโสตำหนักคลังหลวงเองก็ยังสลบไปด้วยเช่นกันพะยะค่ะ”

                “แสดงว่าคนที่ทำต้องมีระดับพลังเวทที่สูงส่งถึงทำเช่นนี้ได้เอาหละพวกเราไปคุยกันที่ท้องพระโรงกันพูดคุยตรงนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่นัก”

                “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            เมื่อเหล่าขุนนางทั้งหลายออกไปจนหมดทหารที่ดูแลตำหนักของเฟยอู่หลานและหลิวเซียงจึงรีบมารายงานกษัตริย์เฟยอ้าวซวง

            “ฝ่าบาท เฟยอู่หลานและหลิวเซียงหนีออกไปได้แล้วพะยะค่ะอีกทั้งองค์ชายสามที่เข้าไปหาทั้งสองคนก่อนหน้านั้นก็หายตัวไปพร้อมๆ กันกระหม่อมสงสัยว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ปล้นตำหนักคลังหลวงเพราะพวกเขาใช้วิธีการเดียวกันพะยะค่ะ”

            “หรือว่าจะเป็นอู๋ซวง เจ้าแก่นั่นเท่านั้นที่พอจะมีพลังเวทระดับนั้นได้อีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือเฟยอู่หลานและหลิวเซียงไปได้อีก เอาหละเจ้ากลับไปก่อนแล้วข้าจะเรียกเจ้ามาพบอีกครั้ง หลังจากที่แก้ปัญหาเรื่องตำหนักคลังหลวงเสร็จสิ้น”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            เมื่อเฟยอ้าวซวงมากถึงท้องพระโรงเขาได้จัดการสั่งการในทันที

            “พวกเจ้ารีบไปแจ้งให้ทุกเมืองให้ที่อยู่ในอาณาจักรกาลเวลาแห่งนี้ให้ส่งเงินและโอสถมาสมทบที่เมืองหลวงโดยเร็วที่สุด โดยเมืองใหญ่ให้ส่งเงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองและโอสถตั้งแต่ระดับสองถึงระดับเจ็ดมาอย่างละห้าร้อยเม็ดส่วนเมืองเล็กให้ส่งเงินจำนวนห้าล้านเหรียญทองและโอสถระดับสองถึงระดับเจ็ดมาอย่างละสามร้อยเม็ดเป็นการด่วน”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            “ส่วนเรื่องอาวุธ ให้กองสรรพาวุธ เร่งสร้างขึ้นมาใหม่โดยเร็วที่สุด”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            “ส่วนเรื่องตำราเวทให้เชิญนักเวทระดับจักรพรรดิมนตราขึ้นไปมาสร้างตำราเวทขึ้นมาใหม่ตำรายยุทธ์เองก็เช่นกันเชิญผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทวะขึ้นไปมาสร้างตำรายุทธ์ขึ้นมาใหม่หากผู้ฝึกยุทธ์หรือนักเวทคนใดที่ขัดคำสั่งให้จับตัวครอบครัวของเขามาให้หมด”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            “เรื่องนี้ให้เก็บเป็นความลับอย่าได้ให้ข่าวนี้รั่วไหลยออกไปอย่างเด็ดขาดหากใครปล่อยให้ข่าวนี้รั่วไหลออกไปสังหารได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งข้า”

            “พะยะค่ะฝ่าบาท”

            เช้าวันรุ่งขึ้นทุกเมืองในอาณาจักรกาลเวลาต่างได้แจ้งให้ส่งเงินและโอสถไปยังเมืองหลวงโดยด่วนพวกเขาไม่กล้าขัดคำสั่งของกษัตริย์อาณาจักรกาลเวลา ทำได้เพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น

            ทางด้านเฟยหลงพวกเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็เดินทางมาถึงยังสำนักเทพวายุเมื่อมาถึงสำนักเทพวายุเฟยหลงพาทุกคนมาพักที่บ้านพักของเขาเป็นการชั่วคราวก่อนส่วนตัวของเขารีบไปแจ้งทางเจ้าสำนักเทพวายุ

            “ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ข้าคงต้องรบกวนใช้ที่พักของข้าเป็นที่พักของท่านพ่อท่านแม่ และปู่รวมถึงคนของข้าชั่วคราวก่อนพวกเราจะเดินทางกลับไปยังอาณาจักรรุ่งอรุณในอีกสามวันข้างหน้าตอนนี้ขอให้ท่านศิษย์พี่เจ้าสำนักเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของพวกเขา”

            “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปทำอะไรมา แต่เมื่อเจ้าอยู่ในสำนักเทพวายุแห่งนี้เจ้าวางใจได้ข้าจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดีครอบครัวของเจ้าก็เหมือนครอบครัวของข้าเช่นเดียวกัน พวกเจ้าทำตัวตามสบายเถอะ”

            “ขอบคุณศิษย์พี่เจ้าสำนัก ศิษย์น้องมีของฝากมาให้ศิษย์พี่ด้วย”

            เฟยหลงหยิบเอาดาบสีเขียวเงาวับออกมาเขามอบดาบนี้ให้กับเจ้าสำนักเทพวายุดาบนี้เป็นอาวุธระดับเทวะที่เขาได้มาจากตำหนักคลังหลวงของอาณาจักรกาลเวลา 

            “นี่มันอาวุธระดับเทวะนี่ เจ้าไปเอามันมาจากที่ไหนกัน”

            “ข้ากับท่านปู่ไปเอามาจากคนที่จับตัวบิดามารดาของข้าไปนะ ท่านไม่ต้องกังวลไปข้ายังมีอีกมากข้าขอตัวก่อนนะศิษย์พี่เจ้าสำนักข้าออกไปนานไม่รู้ว่าตอนนี้กลุ่มมังกรทะยานของข้าเป็นยังไงกันบ้าง”

            “อื่ม ขอบใจเจ้ามาก”

            เฟยหลงกลับมาที่บ้านพักของเขาตอนนี้เขามองดูด้านหลังบ้านพักของเขาที่กลายเป็นทุ่งสมุนไพรไปแล้ว  อู๋ซวง เฟยอู่หลานและหลิวเซียง ทั้งสามคนมองดูเด็ก ๆที่กำลังวุ่นอยู่กับการดูแลสมุนไพรอยู่ในตอนนี้โดยไม่กล้าเข้าไปรบกวนพวกเขา

            กระท่อมหลังน้อยกว่าหนึ่งร้อยหลังที่ปลูกกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ แต่เมื่อถึงเวลา เด็ก ๆเหล่านั้นหยุดการดูแลสมุนไพรของพวกเขาและกลับเข้าไปฝึกในกระท่อมของตนเองโดยที่ไม่ต้องมีใครสั่ง

            เมื่อทุกคนเห็นเฟยหลงกลับมา อู๋ซวงเลยเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ฝีมือเจ้าใช่ไหม เฟยหลงเจ้าสอนเจ้าเด็กพวกนั้นให้ปลูกและดูแลสมุนไพรพวกนั้นใช่หรือไม่?”

            “ใช่แล้วท่านปู่ เป็นฝีมือของข้าเอง ข้าให้พวกเขาดูแลสมุนไพรพวกนี้เองมีอะไรอย่างนั้นหรือท่านปู่”

            “ไม่มีอะไรหรอกปู่แค่สงสัยว่าเจ้าใช้วิธีไหนถึงทำให้พวกเขาทำแบบนี้ได้ดูแล้วพวกเขาแทบจะไม่ต้องมีใครมาบอก พวกเขาทำด้วยความสมัครใจทั้งหมดเองเลย”

            “ไม่เห็นยากเลยท่านปู่ หลานก็แค่บอกให้พวกเขาว่าภายในสามเดือนกลุ่มของพวกเราต้องมีพลังเวทขั้นต่ำอยู่ในระดับราชันย์มนตรา ส่วนสมุนไพรพวกนั้นหลานก็นำมาหลอมโอสถให้พวกเขา ใครใช้จนหมดก็สามารถมาเอาเพิ่มได้ไม่จำกัดทำให้พวกเขาต้องแข่งขันกันเอง  หากใครขี้เกียจก็จะถูกคนอื่นแซงหน้าไปแล้วพวกเขาจะยอมให้คนอื่นแซงหน้าอย่างนั้นหรือท่านปู่”

            “เจ้านี่มันเจ้าเล่ห์จริง ๆ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเด็กพวกนั้นปู่ไม่เคยเห็นสำนักไหนที่สามารถสั่งสอนศิษย์ได้แบบเจ้าเลย”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบใจที่ชมสำนักของเรา ข้าอู่หวังเฉาเจ้าสำนักเทพวายุแห่งนี้” เสียงหนึ่งดังมาแต่ไกล กระบี่บินค่อย ๆ ทะยานลงมาข้าง ๆเฟยหลง

            “คารวะท่านเจ้าสำนัก”

            “คารวะท่านเจ้าสำนัก”

            “ต้องขออภัยที่มาโดยไม่ได้บอกกล่าวตัวข้าเปาเปียวปู่ของเฟยหลง ส่วนนี่เฟยอู่หลาน และหลิวเซียง บิดาและมารดาของเฟยหลงส่วนทั้งเก้าคนนั้นเป็นผู้ติดตาม พวกเราต้องรบกวนท่านเจ้าสำนักพักอยู่ที่นี่สักสามสี่วัน”

            “พวกท่านไม่ต้องเกรงใจหรอกครอบครัวของศิษย์น้อง ก็คือครอบครัวของเราเช่นกันว่าแต่เมื่อครู่ท่านชมศิษย์สำนักเทพวายุของเราทำให้เราเจ้าสำนักตื้นตันเป็นอย่างยิ่ง”

            “ท่านดูเอาเองสิพวกเขาตั้งใจดูแลสมุนไพร และยังตั้งใจฝึกฝนเช่นนั้นจะไม่ให้พวกเรากล่าวชมได้อย่างไร”

            “หากจะชมข้าคิดว่าท่านควรชมหลานของท่านมากกว่า ที่ทำให้กลุ่มเล็ก ๆอย่างกลุ่มมังกรทะยานสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ข้าเองเป็นเจ้าสำนักก็จริงแต่วิธีการเช่นนี้คงมีแต่หลานของท่านเท่านั้นที่คิดได้”

            “ท่านปู่ ศิษย์พี่เจ้าสำนักพวกท่านมัวแต่ยืนคุยกันนั่นแหละ เชิญพวกท่านมานั่งกันก่อนข้าจะไปหาสุรามาให้พวกท่าน”

            “ท่านพ่อ ท่านแม่พวกท่านอยากจะทานอะไรไหม ลูกจะไปทำมาให้พวกท่านเอง”

            “ให้แม่ช่วยเจ้าเองดีกว่าแม่ไม่ได้ทำกับข้าวมานานแล้ว วันนี้ให้เจ้าเป็นผู้ช่วยแม่ก็แล้วกัน”

            “ขอรับท่านแม่”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982