ตอนที่ 46
ขุนนางที่องค์จักรพรรดิจ้องเป็นชายหนุ่มรูปงามนามว่า ชุยแท
แม้จะถูกจักรพรรดิมองด้วยความเคียดแค้น แต่ชุยแทก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกตื่นตระหนกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ขุนนางหลายคนในท้องพระโรงต่างรู้สึกสงสารชุยแท พวกเขารู้ว่าคนที่จักรพรรดิเคียดแค้นจริงๆแล้ว คือ ชุยนาน บิดาของชุยแท
ชุยแทจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า เพราะเกลียดบ้าน จึงลามไปเกลียดนกกา แต่ขุนนางทุกคนก็ไม่กล้าออกปากช่วย พวกเขารู้ว่าความแค้นขององค์จักรพรรดินั้นอยู่ในระดับที่ว่า ถ้าจักรพรรดิองค์ก่อนไม่เอ่ยปากขอไว้ ตระกูลชุยคงถูกทำลายไปแล้ว
จ้องอยู่สักพักจักรพรรดิไป๋ป้าเทียนก็ถอนสายตากลับ ชุยแทเป็นขุนนางหนุ่มมากความสามารถ ถ้าไม่ใช่เพราะมันเป็นคนตระกูลชุย พระองค์คงจะสนับสนุนให้ชุยแทเป็นเสาหลักของบ้านเมือง
ชุยนาน!! จักรพรรดิไป๋ป้าเทียนเชื่อมั่นเสมอ ว่ามันคือตัวการสำคัญ ของโศกนาฏกรรมในอดีต แม้พระองค์จะหาหลักฐานและเหตุผล มาเอาผิดมันไม่ได้ จนพระองค์ต้องทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับพระบิดา แต่เรื่องนี้ก็ยังเป็นเงามืดในจิตใจพระองค์
พระองค์จึงตัดเส้นทางความก้าวหน้าของชุยแททุกวิถีทาง การที่ยอมให้ชุยแทเข้าร่วมประชุมในท้องพระโรง ก็ถือว่าพระองค์ให้ค่ากับความสามารถของชุยแทอย่างมากแล้ว
แต่มันจะไม่มากไปกว่านี้อีก!! นี่คือสิ่งที่องค์จักรพรรดิตั้งพระทัยไว้
จักรพรรดิทอดพระเนตรดูบุตรชายคนโต 'ถ้าข้าขัดขวางอีกมันคงจะเป็นการหักหน้าโส่วหนาน พวกขุนนางเจอคำพูดของชุยแทเข้าไป ก็คงไม่มีใครกล้าเสนอชื่ออีก...เฮ้อ...คงได้แต่หวังว่าโส่วหนานจะทำมันออกมาได้ดี'
ตัดสินใจได้แล้ว จักรพรรดิไป๋ป้าเทียนก็ประกาศกร้าวดังกังวานไปทั่วท้องพระโรงว่า "องค์ชายใหญ่ไป๋โส่วหนาน ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้นำทัพ นำทหารสี่พันนายไปปราบปรามศัตรูที่มารุกรานราชอาณาจักรของเรา!"
องค์ชายใหญ่ดีใจมาก แทบเก็บอาการไม่อยู่ จึงรีบคุกเข่า "น้อมรับบัญชาขอรับพระบิดา! ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง ข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่าราชอาณาจักรของเรานั้น เข้มแข็งเกรียงไกรเพียงใด!!"
____________________________
สามวันต่อมา…
องค์ชายใหญ่ออกเดินทาง จากประตูเมืองทิศใต้ไปพร้อมทหารองครักษ์ สองร้อยนาย ส่วนทหารสี่พันนายองค์ชายใหญ่ต้องไปรับเอาจากค่ายทหารที่หัวเมืองฝั่งใต้
วันเดียวกัน ณ ศาลาริมน้ำในตำหนักองค์หญิงแปด ไป๋เหมยเซี่ยนกำลังนั่งคุกเข่าทำสมาธิ อยู่ๆอากาศโดยรอบก็ถูกดูดไปรวมกัน ข้างหน้านางปรากฏเป็นลวดลายบางอย่าง กำลังประกอบกันให้สมบูรณ์
เมื่อประกอบเสร็จ ก็ปรากฏเปลวเพลิงอันร้อนระอุออกมา ความร้อนของมันสูงถึงขนาดเผาพื้นเป็นรูโหว่ในชั่วพริบตา
ยามนั้นไป๋เหมยเซี่ยนจึงได้ลืมตาขึ้น แล้วยื่นมือไปกอบเอาเปลวไฟลูกนี้ ทว่าดวงไฟกลับไม่ทำร้ายนางแม้กระทั่งเสื้อผ้า มันแค่ลามเลียไปตามแขนของนางเหมือนอยากจะเล่นด้วย
"หึหึ...พี่กุนหลางน้องเป็นผู้ใช้กฎแล้วนะ...ท่านละพัฒนาไปถึงไหนแล้ว"
____________________________
ในมิติของเจ้าระบบไป๋กุนหลางกำลังยืนเผชิญหน้ากับเฟิ่งกุย ที่เจ้าระบบสร้างขึ้นและเป็นผู้ควบคุม อยู่บนเวทีลานประลอง
เมื่อระฆังข้างลานประลองดัง ไป๋กุนหลางสาวเท้าเข้าประชิดเจ้าระบบอย่างรวดเร็ว แต่เจ้าระบบกลับเคลื่อนที่ทิ้งระยะห่าง แล้วปลดปล่อยตาข่ายฟ้าขนาดฝาโอ่งมังกรใส่ไป๋กุนหลางหลายอัน
สำนึก สัมผัสสายลมพงไพร!
ไป๋กุนหลางไม่ได้หลบ แต่ฟันตาข่ายทุกอันที่เข้ามาขาดกระจุย!
ตึง!!
พอตาข่ายฟ้าอันสุดท้ายขาด ไป๋กุนหลางก็กระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง ใช้เป็นหลักในการพุ่งใส่เจ้าระบบ ทว่าเจ้าระบบกลับยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าเดิม
ทว่าอยู่ๆ ในจุดที่เท้าของไป๋กุนหลางจะแตะพื้น ก็มีตาข่ายฟ้าปรากฏออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย บีบบังคับให้ไป๋กุนหลางต้องเปลี่ยนกระบวนท่า
ชักเท้ากลับแล้วแทงกระบี่ใส่พื้น!
สำนึก ประจักษ์ห้วงสมุทร
ปัง!!
พลังกระบี่แผ่กระจายออกเป็นละลอกคลื่นทำลายตาข่ายฟ้าสลายไป จึงค่อยวางเท้าลงได้อย่างปลอดภัย แต่จังหวะบุกของไป๋กุนหลางก็ถูกตีขัด จนรวนเรเสียโอกาสรุก แถมเจ้าระบบยังใช้จังหวะนี้ถอยเว้นระยะห่างให้เท่าเดิม เหมือนกับตอนเเรก
สถานการณ์กลับไปเป็นเหมือนตอนเริ่มต้น ไป๋กุนหลางจำต้องเฟ้้นหาวิธีใหม่
'แม่งเอ๊ย!..ข้าไม่เชื่อหรอกหน่า ว่าข้าจะทำลายระยะห่างนี่ไม่ได้!..ข้าจะตีมันให้แตกกระจุยเลยคอยดู!'
ย้าก!
ไป๋กุนหลางคิดเสร็จจึงตวาดลั่น แล้วพุ่งเข้าใส่เจ้าระบบอีกรอบ ครั้งนี้ไม่มีกลยุทธ์อาศัยแค่ความดุดันและบ้าบิ่น! ไม่สนว่าอะไรจะมาขวางหน้า สิ่งที่ทำคือเหวี่ยงกระบี่ฟันลูกเดียว!
เจ้าระบบก็เหมือนจะต้านทานความดุของไป๋กุนหลางไม่ไหว ระยะห่างลดลงเรื่อยๆสุดท้ายเจ้าระบบก็เข้ามาอยู่ในระยะกระบี่ทว่า…
เหี้ย!! ไป๋กุนหลางอุทาน
ในขณะ จะ ระดมพลถล่มเจ้าระบบ ไป๋กุนหลางสังเกตเห็นใบมีดทำมาจากตาข่ายฟ้า ขนาดหนึ่งฝ่ามือ ลอยโค้งออกมาจากด้านหลังเจ้าระบบที่กำลังถอย สิบแปดเล่ม!
และด้วยความที่อยู่ในระยะกระชั้นชิด ไป๋กุนหลางเลยหมดโอกาสหลบ
สำนึก เที่ยวชมบรรพต!
เปรี้ยงๆๆๆ!!!
เปรี้ยง!...ปัดป้องใบมีดตาข่ายฟ้าเล่มที่หก ไป๋กุนหลางจำต้องถอยหลังหนึ่งก้าว เพราะแรงปะทะ
เปรี้ยง!...ใบมีดเล่มที่สิบสอง แรงปะทะก็บีบให้ไป๋กุนหลางถอยอีกหนึ่งก้าว
เปรี้ยง!...ใบมีดเล่มที่สิบแปด ไป๋กุนหลางก็ถอยอีกหนึ่งก้าว
ปัดป้องใบมีดตาข่ายฟ้าสิบแปดเล่ม ถอยหลังรวมสามเก้า อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องติดขัดเพียงเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่เลย การถอยหลังสามก้าวนี้ ได้เป่าเอาความอหังการที่ไป๋กุนหลางสู้อุตส่าห์รีดเค้นออกมา หายวับไปกับสายลมและแสงแดด
ไป๋กุนหลางสูญเสียโอกาสรุกอีกครั้งแล้ว…
การประลองในยกต่อมา เหตุการณ์ยังคงเป็นแบบเดิม ไป๋กุนหลางพยายามหาโอกาสบุก เจ้าระบบก็พยายามเว้นระยะห่าง แล้วตีขัดการบุกของไป๋กุนหลาง
สภาพการณ์ดูเหมือนทั้งสอง จะมีฝีมือสูสีกัน แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย!
จังหวะการต่อสู้ของไป๋กุนหลาง ถูกเจ้าระบบชักจูงจนเสียขบวน ไม่ว่าจะเป็นรุก,รับ เร็ว,ช้า เจ้าระบบควบคุมไว้ทุกอย่าง ไป๋กุนหลางเป็นเหมือนกับซุนหงอคงวิ่งอยู่บนฝ่ามือของพระยูไล ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่อาจหนีออกไปจากการควบคุมได้ พละกำลังและสมาธิถูกผลาญไปเรื่อยๆ
ประมือกันได้อีกไม่กี่ครั้งไป๋กุนหลางเริ่มส่อแววเหนื่อยอ่อน
เจ้าระบบก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย พริบตาเดียว! ตาข่ายฟ้าขนาดใหญ่เป็นรูปครึ่งวงกลม สานแน่นถี่ยิบจนมองไม่เห็นอีกฝั่ง ปรากฏออกมาเคลื่อนครอบใส่ไป๋กุนหลาง!
แม้จะอ่อนแรง แต่ก็ใช้ว่าไป๋กุนหลางจะไม่มีแรงตอบโต้
สำนึก เที่ยวชมบรรพต ผสาน ประจักษ์ห้วงสมุทร!
ตูม!!
สำนึกกระบี่นี้คือกระบวนท่าที่ทรงอานุภาพทำลายล้างมากที่สุดของไป๋กุนหลาง เมื่อใช้ออกก็ระเบิดตาข่ายฟ้าจนเป็นรูโหว่ ทว่าสิ่งที่ปรากฏในสายตาของไป๋กุนหลางหลังจากตาข่ายขาดคือ…
ใบหน้าของเฟิ่งกุยที่เจ้าระบบควบคุมอยู่!
สวบ!!!
แล้วไป๋กุนหลางก็โดนหอกตาข่ายฟ้าเสียบทะลุร่าง เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป
สู้มาตั้งนานไป๋กุนหลางมีโอกาสใช้เคล็ดผสานสำนึกเพียงครั้งเดียว ไม่รู้ว่าเฟิ่งกุยสามารถทำแบบเจ้าระบบได้รึเปล่า
ถ้าทำได้...ไป๋กุนหลางก็ 'ขอบคุณฟ้าดิน' แล้วละ ที่ดลบันดาลให้เฟิ่งกุยไม่ทำ
____________________________
ขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน