1995 ย้อนเวลามาเป็นราชานักธุรกิจ

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ขุดหลุมพรางผู้จัดการสาวสุดสวย

            ผู้เฒ่าหวังมักทำเรื่องกู้ยืมจากธนาคารบ่อยครั้ง เขาจึงมีประสบการณ์คุ้นเคยกว่าเฉินเฟิง เขาจึงค่อยๆ แนะนำตัวทั้งสองอย่างละเอียด 

            เฉินเฟิงตั้งใจฟังคำแนะนำอย่างจริงจังภายใต้นัยน์ตาของหลิ่วอีอี เป็นครั้งแรกที่เขามองผู้จัดการธนาคารคนสวยคนนี้อย่างตั้งใจ 

            "ถ้างั้น คุณหลี่ช่วยอธิบายวิธีทำเรื่องกู้ยืมอย่างละเอียดให้ผมฟังได้ไหมครับ" เฉินเฟิงวางท่าสุภาพ 

            "เชิญคุยธุรกิจกันตามสบาย ฉันจะไม่แทรกแซงเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เอาเป็นว่า ฉันบอกได้เรื่องเดียวคือสัญญาโอนย้ายหุ้นเฉียนต๋ากรุ๊ปในมือเขาเป็นของจริงและมีผลบังคับใช้จริง" ผู้เฒ่าหวังชี้สัญญาในมือของเฉินเฟิงเป็นการยืนยันให้หลี่ชิงเจา 

            หลี่ชิงเจาเข้าใจได้ทันที 

            'เฉินเฟิงคนนี้กับประธานหวังคงมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา เฉียนต๋ากรุ๊ปก่อตั้งมาตั้งเจ็ดปี แต่ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครถือหุ้นของเฉียนต๋ากรุ๊ปนอกจากผู้เฒ่าหวังเลย' 

            จากนั้นผู้เฒ่าหวังจึงเดินทางกลับ ทางด้านหลี่ชิงเจาเริ่มลงมือตรวจสอบเอกสารสัญญาทั้งหมดอย่างมืออาชีพ 

            "คุณเฉินเฟิงอายุน้อยขนาดนี้ แต่กลับมีสินทรัพย์มากมายจริงๆ นะคะ"หลี่ชิงเจาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังระหว่างตรวจเอกสาร 

            "แค่มูลค่าหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเฉียนต๋ากรุ๊ปกับปี้หลงเยี่ยนกรุ๊ปก็มีค่าเป็นร้อยหรืออาจจะถึงพันล้าน แต่น่าเสียดายนะคะ การยื่นเรื่องจำนองที่ดินหรือกู้ยืมไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดค่ะ พวกเราต้องพิจารณาว่าคุณมีความสามารถพอจะจ่ายเงินที่กู้ยืมได้หรือไม่ด้วย ทั้งทางเฉียนต๋ากรุ๊ปและปี้หลงเยี่ยนกรุ๊ปเองก็ทำเรื่องกู้ยืมจากเรามากพอสมควรแล้ว ด้วยเหตุนี้ทางเราจึงต้องขอรบกวนคุณเฉินเฟิงนำใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร หรือกระแสธุรกิจของบริษัทคุณมาด้วยค่ะ" 

            เฉินเฟิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะแก้เขินเบาๆ  

            "ถ้าผมพูดไป หวังว่าคุณหลี่จะไม่หัวเราะพวกเรานะครับ คือผมกับภรรยาเพิ่งจะจดทะเบียนสมรสกัน พวกเราวางแผนจะซื้อบ้านสักหลัง แต่พวกเราไม่ต้องการแค่ตัวตึก พวกเราต้องการที่พักอาศัยเต็มรูปแบบ พวกเราเลยจะขอทำเรื่องกู้ยืมจากธนาคารก่อน แต่ก่อนจะซื้อบ้าน ผมยังคิดว่าจะเอาเงินจากการกู้ยืมไปจดทะเบียนกลุ่มบริษัท ถ้าสักวันหนึ่งกำไรงอกงามสักหน่อย ผมก็อาจจะเปิดธนาคารด้วย ถ้าวันนั้นมาถึงแล้วผู้จัดการหลี่อยากเปลี่ยนอาชีพหรือย้ายงาน คุณมาสมัครทำงานที่ธนาคารผมก็ได้ ส่วนเรื่องความเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคาร ผมมีการเคลื่อนไหวแค่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง ก็มีใช้ซื้อลอตเตอรี่รวมไม่กี่หยวน ที่เหลือเป็นยอดเงินเข้าห้าสิบสองล้านกับซื้อโรงแรมเฉียนต๋า แล้วไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นลำดับที่สองของเฉียนต๋ากรุ๊ปกับปี้หลงเยี่ยนกรุ๊ปด้วยครับ" เฉินเฟิงอธิบายตามความจริงทุกอย่าง แต่ความจริงนี้กลับฟังดูราวกับเรื่องเพ้อฝันมากกว่า 

            "คุณถูกหวยแล้วก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นลำดับที่สองของเฉียนต๋ากรุ๊ปกับปี้หลงเยี่ยนกรุ๊ปเหรอคะ?!" หลี่ชิงเจาถามด้วยสีหน้าไม่เชื่อ 

            เฉินเฟิงพยักหน้าป็นการยืนยัน  

            "ครับ! ถ้ามีปัญหายังไงผมไปขอกู้ยืมธนาคารอื่นก็ได้ เงินสำรองของพวกคุณก็น่าจะอยู่กับผู้เฒ่าหวังหมดแล้ว" เฉินเฟิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขาคิดไว้อยู่แล้วว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ เหตุผลหลักเลยคือเขายังหนุ่มเกินไป คงไม่มีธนาคารไหนอยากให้เขากู้ โดยเฉพาะหลังจากตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีเขา เพราะโดยปกติแล้วต้องมีความเคลื่อนไหวอย่างน้อยครึ่งปีเพื่อทำเรื่องกู้ยืม 

            "คุณเฉินคะ สถานการณ์ของคุณค่อนข้างเฉพาะเกินไป ดิฉันขอแนะนำให้รอมีความเคลื่อนไหวทางบัญชีมากกว่านี้ก่อน ไม่อย่างนั้นธนาคารอื่นก็คงไม่ให้ผ่านเช่นกันค่ะ" หลี่ชิงเจาให้คำแนะนำหลังจากคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน 

            เฉินเฟิงไม่เก็บคำแนะนำมาใส่ใจ 

            "ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน ผมจะลองถามธนาคารอื่นดูก่อน บางทีวันข้างหน้าผมอาจกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคาร ICB ก็ได้นะ" 

            เฉินเฟิงไม่พูดเปล่า เขาเก็บเอกสารและเดินออกมาพร้อมหลิ่วอีอีโดยไม่พูดอะไรเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา 

            การทำเรื่องกู้ยืมค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร ยิ่งกว่านั้นผู้เฒ่าหวังเพิ่งกู้ธนาคารนี้ไป เฉินเฟิงเองก็รู้สึกเหมือนกันว่า ICB สาขาเมืองโม๋ตูนี้คงไม่มีเงินสำรองมากพอให้เขากู้ 

            ทุกธนาคารมีเป้าหมายเงินฝากและเพดานปล่อยกู้ต่างกัน แน่นอนว่าการฝากเงินไม่ว่าที่ไหนก็ยินดีต้อนรับ แต่การปล่อยกู้มีเพดานสูงไม่เหมือนกัน 

        หลี่ชิงเจาคิดว่าเฉินเฟิงพูดเล่นเรื่องเปิดธนาคาร เธอจึงไม่คิดอะไรมาก แต่เมื่อเฉินเฟิงพูดว่าเขาจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นของธนาคาร ICB นั้นฟังดูเหลือจะเชื่อเกินไป 

            แม้แต่กลุ่มธุรกิจอสังหาริมขนาดใหญ่อย่างเฉียนต๋ากรุ๊ปหรือปี้หลงเยี่ยนกรุ๊ปก็ยังต้องกู้เงินธนาคารอยู่เสมอ แต่พวกเขาไม่เคยพูดว่าจะเข้าลงทุนในธนาคาร 

            ธนาคาร ICB เป็นสถาบันแบบไหน ใครบ้างไม่รู้? 

            โดยพื้นฐานแล้วธนาคาร ICB เป็นของประเทศเหยียนหวง นิติบุคคลทั่วไปจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นได้อย่างไร? 

            ในปี 1995 ธนาคารเหล่านี้เป็นของรัฐจริง แต่เฉินเฟิงรู้ดีว่าในอนาคต รัฐวิสาหกิจหลายแห่งจะแปลงเป็นบริษัทมหาชน ตราบใดที่เฉินเฟิงมีเงินมากพอ เขาก็มีโอกาสถือหุ้น ICB 

            ถ้าพูดถึงธุรกิจที่ทำเงินได้มากที่สุด ธนาคารเหล่านี้ย่อมเป็นอันดับต้นๆ 

            ในอนาคตปี 2021 ธนาคาร ICB จะเป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในโลก รวมถึงมีกำไรสุทธิมากที่สุดด้วยเช่นกัน 

            ดังนั้นเฉินเฟิงจึงประกาศว่าในอนาคตเขาต้องเปิดธนาคารพาณิชย์ของตัวเองและเข้าลงทุนในธนาคาร ICB 

            ใช้เงินทำงาน เป็นวิธีการสร้างรายได้ที่เร็วที่สุด! 

            แม้ว่าธนาคาร ICB จะไม่อนุญาตให้มีผู้ถือหุ้นหลัก แต่ก็ยังมีหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ ยังไงเสียเฉินเฟิงก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ใหญ่ที่สุดได้ 

            "คุณเฉิน ล้อเล่นอะไรกันคะเนี่ย? ธนาคาร ICB ของเราเป็นรัฐวิสาหกิจ บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าร่วมลงทุนได้นะคะ" ในที่สุดหลี่ชิงเจาก็โต้แย้งอย่างอดไม่อยู่ 

            เฉินเฟิงหยุดชะงักทันควัน เขาหันหน้ากลับไปมองหลี่ชิงเจาและแย้มรอยยิ้มยินดี 

            "กล้าเดิมพันกันไหมครับ ภายใน 10 ปีนี้ ผมจะเข้าลงทุนในธนาคาร ICB และกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ใหญ่ที่สุด" 

            หลี่ชิงเจาหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน 

            "คุณเฉิน คุณช่างพูดเล่นเก่งจริงๆ แต่ดิฉันอยากรู้ว่าคุณจะเดิมพันด้วยอะไร" 

            เมื่อเห็นผู้จัดการสาวคนนี้ตกหลุมพราง เฉินเฟิงก็พูดด้วยคำพูดก้ำๆ กึ่งๆ 

            "คิดว่าผมกลายเป็นผู้ถือหุ้นของเฉียนต๋ากรุ๊ปกับปี้หลงเยี่ยนกรุ๊ปได้ยังไงครับ? ผมเซ็นสัญญาเดิมพันกับผู้เฒ่าหวังและผู้เฒ่าหยาง หลังจากนั้นพวกเขาก็โอนหุ้นให้ผม" 

            หลี่ชิงเจาถามกลับด้วยความอยากรู้อยากเห็น 

            "ช่วยอธิบายให้ละเอียดได้ไหมคะ แม้ว่าดิฉันไม่ได้เป็นเศรษฐีพันล้าน แต่ในฐานะผู้จัดการธนาคาร ICB สาขาโม๋ตู ดิฉันค่อนข้างสนใจประสบการณ์ใหม่ๆ" 

            หลี่ชิงเจาเองก็ตระหนักถึงเรื่องที่ว่าเธอตกหลุมพรางเฉินเฟิงเข้าอย่างจัง ไม่อย่างนั้นเฉินเฟิงจะยอมถอดใจเรื่องเงินกู้อย่างว่าง่ายได้ยังไง? 

            ด้วยมูลค่าเอกสารสัญญาในมือ เฉินเฟิงถือว่าเป็นคนหนุ่มผู้ร่ำรวยคนหนึ่งเหมือนกัน 

            "ฮะๆ งั้นพวกเราไปคุยกันต่อที่ออฟฟิศเถอะครับ ที่นี่คนเยอะเกินไป มันเสียงดัง" 

            รอยยิ้มเฉินเฟิงเจ้าเล่ห์ยิ่ง

    คล้ายกับเรื่อง1995 ย้อนเวลามาเป็นราชานักธุรกิจ ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405