โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 51 เริ่มต่อสู้

    ณ พื้นที่บริเวณประตูเมืองทางทิศเหนือของประเทศนัวร์ มีขบวนของทหารและชนชั้นสูงจำนวนมาก พวกเขาล้วนแล้วแต่ทำงานกันอย่างนักในสถานการณ์สงครามเช่นนี้ ถึงแม้ว่าพวกชนชั้นสูงในบางครั้งจะดูหยิ่งยโสอย่างไรก็ตามพวกเขาเองก็ยังมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองอยู่

    “ราชาเสด็จมาแล้ว!”

    ทหารนายหนึ่งกล่าวขึ้น เมื่อทหารที่ตั้งแถวขบวนอยู่ได้ยินเช่นนั้นทุกคนต่างพากันกลับหลังหันมาในทิศทางของกำแพงเมืองพร้อมกับมองขึ้นไปด้านบนก่อนจะชูธงของประเทศขึ้นพร้อมกับกระแทกพื้นเสียงดังสามครั้งด้วยความพร้อมเพรียงกัน

    ราชาเอวินซ์ปรากฏตัวพร้อมกับชุดเกราะสีทองของราชา บนหัวของเขายังสวมมงกุฎ แน่นอนว่าวันนี้นั้นหลายๆ คนต่างรู้สึกว่าราชาของพวกเขาแตกต่างไปจากวันอื่นๆ โดยปกตินั้นราชาของพวกเขานั้นจะดูอบอุ่นเมื่ออยู่กับประชาชนของเขา แต่วันนี้ราชาของเขาไม่หลงเหลือคราบของความอบอุ่นเอาไว้เลย มันเหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวและความเยือกเย็น

    เพียงแค่การปรากฏตัวของราชาเอวินซ์มันก็ทำให้ทหารของเขารู้สึกมีกำลังใจเพิ่มขึ้นแล้ว นี่คือลักษณะของผู้นำที่ดี ในขณะเดียวกันภายในกำแพงเมืองนั้นประชาชนของประเทศนัวร์ต่างรวมตัวกันอยู่ก่อนที่จะตะโกนอย่างพร้อมเพรียงกัน

    “ขอให้พวกท่านปลอดภัยทุกคน หากสงครามในครั้งนี้พวกเราชนะร้านข้าวของข้าจะเปิดให้พวกท่านกินฟรี!”

    “สู้เขาสหายของข้า!”

    “สู้เขาลูกพ่อ”

    “ขอให้ปลอดภัยกลับมานะพี่ชาย…”

    “….”

    เพียงแค่เสียงให้กำลังใจของเหล่าชาวบ้านและครอบครัวของพวกทหารนั่นก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาสู้เพื่อที่จะมีชีวิตรอดแล้ว ราชาเอวินซ์ไม่จำเป็นต้องกล่าวสิ่งใดเพิ่มมากนักเขาเพียงกล่าวว่า

    “ไปทำลายศัตรูให้สิ้น!”

    เพียงแค่คำกล่าวง่ายๆ กลับทำให้เหล่าทหารกล้านั้นระเบิดเสียงโห่ร้องกันออกมาอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้พวกเขาต่างพร้อมอย่างมากที่จะเข้าสู่สนามรบ

    เมื่อราชาเอวินซ์ได้กล่าวสิ่งที่ตัวเองอย่างกล่าวจบแล้วเขาก็เดินถอยออกมา พร้อมกับปล่อยให้การสงครามนั้นเป็นหน้าที่ของแม่ทัพแทน

    แม่ทัพของฝ่ายนี้นั้นดูเข้มแข็งและแข็งแกร่งอย่างมาก แม้ว่าตัวเขาจะดูชราอย่างไรก็ตามแววตาของเขายังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาและพลังชีวิต เขาเป็นคนที่หลายคนต่างคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นคือ ผู้อำนวยการแห่งโรงเรียนวิลโลหรือ มาแชล ดีโก้”

    ในขณะเดียวกัน ข้างกายของเขานั้นยังมีสหายที่แข็งแกร่งอยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นชายชราที่อยู่ในวัยเดียวกันใบหน้าของเขาบ่งบอกถึงความดื้อรั้น และความไม่ยอมใครอย่างไรก็ตามเขาจะทุ่มสุดตัวเพื่อปกป้องพวกพ้องของตน

    รองผู้อำนวยการของโรงเรียนวิลโล หรือ อันดิโน่ คาร์ลอส ชื่อเต็มของเขา การปรากฏตัวของแม่ทัพและสหายคู่กายนั้นทำให้เหล่าทหารต่างตื่นเต้น นั่นเป็นเพราะทั้งสองนั้นถือว่าเป็นตำนานของประเทศแห่งนี้เลยก็ว่าได้ พวกเขาล้วนถูกกล่าวขานว่าแข็งแกร่งที่สุดในประเทศแห่งนี้

    แม่ทัพดีโก้นั้นเป็นแม่ทัพมานานกว่าหลายสิบปี และเขาได้นำชัยมาจากสงครามโดยการนำของเขานับครั้งไม่ถ้วน และคาร์ลอสซึ่งมาในฐานะรองแม่ทัพนั้นเรียกได้ว่าเป็นชายที่บ้าคลั่งในการทำสงคราม สำหรับศัตรูของเขานั้นเขาเปรียบเหมือนฝันร้ายเลยก็ว่าได้

    กองทหารของประเทศนัวร์นั้นจะแตกต่างประเทศอื่นๆ พวกเขานั้นจะมีกองกำลังผู้ใช้เวทมนตร์จำนวนมาก รวมถึงผู้ใช้ออร่าที่ถูกเรียกว่าขุนศึกพวกเขามีมากกว่าพันคน และส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์เก่าของวิลโลทั้งสิ้น ไม่เพียงแค่นั้นในสงครามครั้งนี้ยังมีนักเรียนของวิลโลบางส่วนมาเข้าร่วมสงครามด้วย หนึ่งในนั้นมีอลิสซึ่งประจำอยู่หน่วยเวทมนตร์โจมตีระยะไกล และอีกคนคือจักรพรรดิเงาหรือดุ๊กซึ่งอยู่ในแนวหน้า

    ในเวลานั้นเองอยู่ๆ พื้นที่ ที่ห่างไกลออกไปก็ได้ปรากฏภาพของกองทัพศัตรูจำนวนมากทำให้เหล่าทหารกล้าที่เฝ้ามองและเห็นมันก่อนต่างตกตะลึงทันที

    “เป็นไปได้ยังไง? ไม่ใช่สายข่าวบอกว่าพวกเขาจะมาถึงนี่ในอีกสามวันงั้นเหรอ?”

    ทหารคนหนึ่งกล่าวขึ้น ในขณะเดียวกันแม่ทัพดีโก้นั้นด้วยประสบการณ์ในสนามรบที่สั่งสมมาอย่างยาวนานทำให้เขาสามารถคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าได้

    “เวทมนตร์เคลื่อนย้ายระยะสั้น….ดูเหมือนพวกมันจะได้รับมาเป็นสินสงครามมาจากประเทศที่พวกมันเอาชนะได้และพวกมันไม่ลังเลเลยที่จะเปิดใช้เพื่อที่จะจู่โจมอย่างทีเผลอ”

    การตัดสินใจของกองทัพฝ่ายเซนทอร์นั้นนับว่าฉลาดอย่างมาก เพราะหากพวกเขาใช้วิธีเคลื่อนทัพแบบปกติพวกเขาอาจจะถูกทำลายด้วยเวทมนตร์ระยะไกลและได้รับความเสียหายจำนวนมาก ด้วยวิธีการเช่นนี้นั้นทำให้ความเสียหายลดลงอย่างมหาศาล นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้วางแผนการรบของฝ่ายตรงข้ามนั้นไม่ธรรมดา

    “โจมตีด้วยเวทมนตร์!”

    แม่ทัพดีโก้สั่งการพร้อมกับยกธงสีแดงขึ้น มันคือสัญลักษณ์ของการโจมตีระลอกแรกด้วยเวทมนตร์ เมื่อมีการให้สัญญาณเหล่าจอมเวทต่างร่ายเวทมนตร์พร้อมกับยิงพวกมันขึ้นไปบนฟ้าตกสู่กองทัพของกองกำลังศัตรู

    “บึ้มๆๆๆๆๆๆๆ”

    เสียงระเบิดของเวทมนตร์ดังขึ้นจำนวนมากราวกับว่าไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามกองทัพศัตรูที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งนั้นยังคงไม่หยุดพวกเขายังไม่แม้แต่ได้รับผลกระทบจากเวทมนตร์เมื่อสักครู่ เป็นเพราะว่าก่อนที่เวทมนตร์จะปะทะกับพวกเขานั้นมันได้ถูกพลังปริศนาสีแดงโลหิตกวาดล้างไปซะก่อน ซึ่งผู้ทำเช่นนั้นก็คือคริส ซึ่งตอนนี้ยืนอยู่เบื้องหน้าและกำลังนำทัพทหารของเขา

    “แนวหน้าประจัญบาน!”

    แม่ทัพดีโก้สั่งการในขณะเดียวกันสีหน้าของเขาก็แปลกใจเล็กน้อย เขานั้นรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงและเห็นด้วยว่าเวทมนตร์ระยะไกลของพวกเขานั้นถูกหยุดได้ยังไง

    ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดจากเพียงชายหนุ่มที่สวมเกราะประหลาดกว่าคนอื่นตวัดดาบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นทำให้ดีโก้สามารถคาดเดาตัวตนของอีกฝ่ายได้ทันที

    “นั่นคงเป็นราชาคนใหม่ของประเทศเซนทอร์…”

    ดีโก้กล่าวขึ้นกับคาร์ลอสหรือรองผู้อำนวยการซึ่งอยู่ด้านข้างเขา

    “อายุของเขายังเยาว์วัยอย่างมาก ข้าไม่แปลกใจเลยที่คนแบบนี้ได้ครอบครองพลังที่ยิ่งใหญ่แต่กลับใช้มันทำในสิ่งที่ผิด…”

    คาร์ลอสกล่าวพร้อมกับส่ายหัว ในโลกนี้เองก็มักมีคำกล่าวที่คล้ายๆ กับโลกมนุษย์ของพวกเราเช่นเดียวกัน นั่นก็คือพลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง แต่อีกฝ่ายกลับใช้อย่างไร้ความรับผิดชอบ

    หน่วยกองกำลังเวทมนตร์ต่างยังสาดเวทมนตร์โจมตีกองทัพศัตรูอย่างต่อเนื่องแม้ว่ามันจะถูกหยุดเอาไว้ทุกครั้งด้วยศาสตราวิญญาณของคริสก็ตาม และเมื่อแนวหน้าได้เข้าประจัญบานแล้วก็เป็นเวลาที่เวทมนตร์โจมตีของพวกเขาจะต้องหยุดลง

    “ตาย!”

    ทหารของประเทศนัวร์นั้นเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง พวกเขาสามารถเอาชนะทหารของศัตรูได้อย่างง่ายดายเมื่อเผชิญหน้ากันตัวต่อตัว อย่างไรก็ตามไม่มีสิ่งใดที่เรียบง่ายในสงครามครั้งนี้เนื่องจากตัวแปรสำคัญอย่างคริสยังคงอยู่

    “บึ้มมมม!”

    คริสกวัดแกว่งดาบพร้อมกับระเบิดรังสีดาบสีแดงเลือดออกมาพุ่งเข้าหากองทัพของประเทศนัวร์ การสะบัดดาบแต่ละครั้งของคริสนั้นสามารถสังหารทหารของกองทัพฝั่งตรงข้ามได้มากกว่าร้อยราย นี่คือความน่ากลัวของศาสตราวิญญาณซึ่งแตกต่างจากอาวุธวิเศษอื่นๆ เพราะศาสตราวิญญาณนั้นยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ยิ่งเพิ่มพลังให้กับผู้ใช้ของมันเท่านั้น

    อย่างไรก็ตามกองทัพของนัวร์นั้นไม่ได้อ่อนแอเหมือนกับกองทัพจากประเทศที่คริสเคยล้มมา เพราะในเวลานั้นอยู่ๆ กองทัพของฝั่งนัวร์ก็ดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนขึ้นภายในพริบตา ร่างเงาสีดำจำนวนมากปรากฏขึ้นที่บริเวณสนามรบ ร่างเงานั้นถือมีดไว้สองเล่มและสามารถเอาชนะทหารของกองทัพเซนทอร์อย่างง่ายดาย ไม่เพียงเท่านั้นร่างเงานั้นยังไม่สามารถทำลายได้ เมื่อมันถูกโจมตีมันจะหายไปอย่างไรก็ตามมันจะกลับมาใหม่อย่างรวดเร็ว นี่คือฝันร้ายของกองทัพเซนทอร์หากเวทมนตร์เงานี้ยังคงอยู่

    “ชายผมสีเงินอยู่ห่างจากเจ้าไม่ไกล เป็นคนใช้เวทมนตร์นี้ เจ้าจงกำจัดมันทิ้งก่อนซะ!”

    เสียงที่ฟังดูบ้าคลั่งและโบราณดังขึ้นข้างหูของคริส ซึ่งที่มาของเสียงนั้นก็คือศาสตราวิญญาณของเขานี่เอง

    “เข้าใจแล้ว!”

    คริสกล่าวตอบก่อนที่จะเคลื่อนไหวไปทางดุ๊กในทันที