ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 34 คู่ลีลาศ


               โรงเรียนของณรัชต์ อดีตเป็นโรงเรียนชายล้วน

               และเมื่อต่อมามีนโยบายเตรียมจะเปิดเป็นสหศึกษา เหล่าอาจารย์จึงเริ่มปลูกฝังการอยู่ร่วมกับเพื่อนผู้หญิงให้ลูกศิษย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งการปลูกฝังก็จะออกแนวให้ลูกศิษย์เป็นลูกผู้ชาย เป็นสุภาพบุรุษ และต้องช่วยเหลือเมื่อเพื่อนผู้หญิงลำบาก หรือ ร้องขอ เพราะเพื่อนผู้หญิงเป็นเพศอ่อนแอกว่า


               ปลูกฝังลูกศิษย์ไปสามปี เมื่อลูกศิษย์ขึ้นชั้นมอสี่ ก็ได้มีเพื่อนร่วมห้องเป็นผู้หญิงครั้งแรก


               ห้องหนึ่งมีผู้ชายราวสี่สิบคน แต่มีผู้หญิงห้องละไม่เกินสิบสองคนต่อห้อง


               ในแต่ละห้องเพื่อนร่วมห้องหญิงจึงเปรียบเสมือนไข่ในหินที่เหล่าเพื่อนผู้ชายพร้อมจะปกป้อง และรุมเอาใจเสมอ ประมาณว่าผู้ชายห้องไหนก็จะหวงกลุ่มเพื่อนหญิงในห้องของตัวเองเต็มที่ว่างั้นเถอะ และทำให้การจะหาโอกาสจีบสาวข้ามห้อง ถือว่าเป็นไปได้ยากพอสมควร


                นักเรียนหญิงที่สามารถสอบเข้ามาเรียนมอปลายโรงเรียนเขาได้ ส่วนใหญ่มักมาจากโรงเรียนสตรีของจังหวัด กับโรงเรียนคริสต์เอกชนหรูของจังหวัด สองโรงเรียนเป็นหลัก


               เพื่อนร่วมห้องที่มาจากโรงเรียนสตรีจะออกแนวสาวเรียบร้อย ส่วนที่มาจากเอกชนหรูจะออกแนวสาวมั่น กล้าแสดงออกมากกว่า เมื่อมาเจอกองทัพเพื่อนชายร่วมห้องรุมเอาใจ เพื่อนร่วมห้องที่มาจากโรงเรียนสตรีมักจะทำตัวไม่ถูก หรือไม่ก็ทำตัวเฉย ๆ ส่วนเพื่อนร่วมห้องหญิงที่มาจากเอกชนหรู ดูจะสนุก และชอบใจมาก ที่ได้สั่งโน่น ขอนี่เพื่อนชายร่วมห้อง

                เวลาอยากกินขนม หรือบ่นไม่มีค่าข้าวเพื่อนร่วมห้องจะพร้อมใจกันออกคนละสามบาทห้าบาทให้เสมอ (ส่วนใหญ่ก็จะบ่นขำ ๆ เท่านั้น แต่ก็ได้จริง ๆ ทุกครั้ง) ซึ่งเพื่อนหญิงร่วมห้องกลุ่มนี้ ดูจะสนุกสนานที่ได้หว่านเสน่ห์หรือขอให้เพื่อนชายร่วมห้องให้ช่วยโน่น ช่วยนี่เป็นประจำ


                ซึ่ง 'ส้ม' ก็จะเป็นเพื่อนหญิงที่อยู่ในกลุ่มนี้ และแน่นอนว่า เต้ กับ ณรัชต์ สมัยก่อน ก็มักจะอยู่ในหมวดเพื่อนชายที่พร้อมจะตามใจเพื่อนร่วมห้องหญิงเต็มที่เสมอ


                 แต่เพราะตั้งแต่เขาย้อนกลับมาอยู่ช่วงเวลานี้ เลยทำให้ไม่ได้ไปป้วนเปี้ยนรับคำสั่งกับกลุ่มสาว ๆ เหมือนเก่า และก็พลอยทำให้เต้ไม่ได้ไปด้วยอีกคน


                 เฮ้อ อาจารย์จะรู้ไหมนะ ว่าได้อบรมลูกศิษย์ตัวเองให้มาเป็นบริวารเจ้าหญิง ซะงั้น


                 "ไง"


                "แค่นี้เหรอ" ส้มขมวดคิ้ว


                 "เป็นไง ซ้อมหลีดสนุกไหม ตกลงกันได้หรือยังว่าชุดหลีดเป็นแบบไหน แล้วเรื่องงบชุดกับประธานสีตกลงกันได้แล้วเหรอ" ณรัชต์ถามยาว ๆ บ้าง


                "ก็ดี" ส้มตอบ


                ณรัชต์เกือบยกมือเกาหัวถ้าไม่ติดว่ากำลังจับมือคู่เต้นและก้าวขาตามจังหวะลีลาศอยู่ อะไรวะนั่น 'ก็ดี'


                เขาก้าวขาตามจังหวะ ยกมือ ฝ่ายหญิงหมุนตัว อาจารย์ก็ให้จังหวะเปลี่ยนคู่ เขาจึงไม่ได้คุยกับส้มต่อ


               ในวัยเรียนหลายคนต้องเคยมีโมเม้นต์แอบชอบเพื่อนร่วมห้องบ้างล่ะ จริงไหม?

                ตอนขึ้นชั้นมอสี่ณรัชต์ก็มีเหมือนกัน จากเด็กหนุ่มห้องชายล้วนตอนมัธยมต้น แล้วได้มาเจอเพื่อนร่วมห้องสวย ๆ มันก็ต้องมีบ้างล่ะ แต่ก็จะเป็นแนวปลื้ม ๆ ตามประสาวัยรุ่นมากกว่า


                เวลามีเทศกาลวาเลนไทน์ก็มีส่งดอกไม้ให้บ้าง ซึ่งก็เป็นปกติที่ผู้ชายห้องเขาจะให้ดอกไม้เพื่อนหญิงในห้อง เพื่อนหญิงก็จะได้กันครบทุกคนมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ความป็อบ


                ณรัชต์ก็ได้ให้ดอกไม้เพื่อนร่วมห้องในวันวาเลนไทน์อยู่หลายคน แต่คนที่ได้ดอกไม้จากเขาทุกปีทั้งตอนมอสี่ และมอห้า ก็มีแต่ส้ม นี่ล่ะ


                "เอ้า หยุด พอได้" เสียงอาจารย์เรียกให้หยุดและปิดเพลง


                 "มานั่งรวมกัน" อาจารย์เรียกนักเรียนมานั่งรอฟัง

                ที่นี่เป็นอาคารโรงยิม จึงต้องนั่งที่พื้นรวม ๆ กัน เพื่อจะได้ยินอาจารย์พูดชัด ๆ


               ณรัชต์คิดถึงหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่เขาคิดจะซื้อ


               หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา ถือเป็นหุ้นกลุ่มใหญ่กลุ่มนึงในตลาดหุ้น

               มีหุ้นโรงพยาบาลอยู่ราวยี่สิบกว่าตัวที่อยู่ในตลาดหุ้น ซึ่งถ้าเป็นตอนนั้นเขาคงงงเล็กน้อย ถ้าจะซื้อหุ้นกลุ่มนี้ เพราะมีเยอะจนไม่รู้จะเลือกซื้อตัวไหน แต่ดีที่ช่วงเวลานี้ยังมีหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดไม่มาก นับไปนับมาไม่น่าจะเกินห้าตัว ทำให้เขาง่ายในการคัดเลือกพอสมควร


                "ผู้หญิงออกมาจับฉลาก" เสียงอาจารย์ดังมาทำให้เขาต้องหันไปสนใจ


                ณรัชต์หันไปถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่าอาจารย์ให้จับฉลากอะไร


                "จับคู่สอบเพลงวอลซ์ตอนปลายภาคไง"เพื่อนร่วมห้องที่นั่งข้าง ๆ ตอบ


               "ทำไมจับแต่ผู้หญิงล่ะ" เขาสงสัย


                "อาจารย์ให้ผู้หญิงจับก่อน ได้คู่แล้ว ค่อยให้ที่เหลือ ๆ มาจับ" เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ พูดเสียงลุ้น ๆ สงสัยอยากได้คู่กับเพื่อนสาวในห้องอย่างไม่ต้องสงสัย


               ณรัชต์มองไปทางกลุ่มผู้หญิง เห็นหัวหน้าห้องเหลือบมองมาที่เขา สงสัยจะเล็งเขาที่เต้นได้ดี น่าจะอยากได้คะแนนเต็ม ตามนิสัยชอบความสมบูรณ์แบบของเธอ ถึงวิชานี้จะแค่ศูนย์จุดห้าหน่วยกิตก็ตาม แต่เขาคิดว่าหัวหน้าห้องยังไงก็เต็มที่อยู่ดี


                เสียงอาจารย์เรียกเพื่อนผู้หญิงผ่านไปทีละคนจนถึงคิวหัวหน้าห้อง

                ณรัชต์ถอนหายใจโล่งอกที่ไม่ใช่เลขที่เขา เมื่อคนจับฉลากอ่านเลขที่ออกมา เขาอดสงสารคนได้คู่กับหัวหน้าไม่ได้ ที่คงต้องเผชิญความกดดันสูงแน่ ๆ เวลาซ้อม


               "สริตา" เสียงอาจารย์เรียกนักเรียนหญิงคนสุดท้าย


               เพื่อนร่วมห้องที่นั่งข้าง ๆ เขาลุ้นกันตัวโก่งกับโอกาสสุดท้ายที่จะได้จับคู่ลีลาศกับเพื่อนหญิงร่วมห้อง และเป็นโอกาสสุดท้ายที่ดีมาก ๆ เพราะเป็นสาวสวยของห้อง


               "เลขที่สิบเก้าค่ะ" เสียงคนจับฉลากอ่านออกเสียงมา


               เลขที่ของณรัชต์ เพื่อนร่วมห้องของเขาที่นั่งอยู่รอบข้าง และรู้จักเลขที่เขา พากันผลักเขาไปมาด้วยความอิจฉา


                "ผู้ชายที่เหลือ เลขที่ไม่เกินสามสิบออกมาจับต่อ แล้วก็ไปหาคู่ตามเลขที่ ที่จับได้เลยนะ" เสียงอาจารย์กล่าว


                 "เลิกคาบได้" หลังนักเรียนชายทยอยมาจับกระดาษไปคนละแผ่นจนหมด อาจารย์ก็ปิดคาบเรียนพร้อมยกกระปุกจับฉลากเตรียมกลับห้องพักครูทันที ไม่สนใจว่าฝั่งผู้ชายใครจะได้คู่ใคร


                เพื่อนผู้ชายห้องณรัชต์คนนึงเดินมาทางเขา พร้อมส่งกระดาษให้ณรัชต์ดู


                "เลขที่แกป่าววะ"


                ณรัชต์มองกระดาษที่เขียนเลขที่ สิบเก้า ไว้ด้วยควมสงสัย 'มีเลขซ้ำกันด้วยเหรอ'


                แล้วก็มีมือขาว ๆ ยื่นมาหยิบกระดาษแผ่นนั้นไป พร้อมเสียงพูดขึ้นว่า


                "ของเธอแผ่นนี้" เพื่อนร่วมห้องคนที่เอากระดาษมาทำหน้างง แล้วหยิบกระดาษอีกแผ่นที่ สริตา หรือ 'ส้ม' ยื่นให้ ก่อนเดินเกาหัวไปทางอื่น หลังยื่นกระดาษส่งให้เพื่อนร่วมห้อง ส้มก็เดินจากไป


                 ณรัชต์ยืนงง ก่อนเดินเกาหัวไปทางเต้กับวิทย์ที่ยืนรอเตรียมไปกินข้าวเที่ยงในคาบต่อไปด้วยกัน




                 การซื้อหุ้นโดยใช้การคาดการณ์เรื่องผลประกอบการจาก ซีซันแนลเอฟเฟค ถือเป็นการเก็งกำไรแบบหนึ่ง

                 พูดง่าย ๆ คือตอนนี้ณรัชต์กำลังทำตัวเป็นนักเก็งกำไร ไม่ใช่นักลงทุนเน้นคุณค่า

                 แต่ทำไงได้ล่ะ โอกาสในการลงทุนแล้วได้กำไรสูง ๆ แบบตอนแรกที่เขาลงทุนในหุ้นกลุ่มขนส่งทางทะเลนั้นไม่ได้มีบ่อย ๆ เพราะวัฏจักรหุ้นกลุ่มเดินเรือ สิบกว่าปีจะมีช่วงพีคแค่สักครั้งเท่านั้นเอง


                ที่โต๊ะกินข้าวเที่ยงณรัชต์หยิบเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของตึกแถวห้องหัวมุมขึ้นมาดู


                ก่อนเขาจะซื้อหุ้นโรงพยาบาล เขาคงต้องติดต่อเจ้าของตึกแถวก่อน ถ้าราคาน่าสนใจ เขาจะได้กันเงินไว้ส่วนหนึ่งไว้เพื่อซื้อ ยังไงแล้วถ้าเทียบกับการเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นโรงพยาบาล ที่คงได้ผลตอบแทนไม่มาก การลงทุนในตึกแถวก็ดูให้ผลตอบแทนดีกว่าล่ะนะ


               "เบอร์สาวไหนวะ" เต้ที่นั่งกินข้าวอยู่ข้าง ๆ ชะโงกหน้ามาดู


                "ชาติชาย เอ่อ คงไม่ใช่เบอร์สาวสินะ" เต้ที่เห็นชื่อบนกระดาษข้างเบอร์หดศีรษะกลับ


               ตึกแถวห้องหัวมุมถือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ดีมาก ๆ

              ณรัชต์รู้ว่าทำเลแบบนี้อีกไม่นานเมื่อธุรกิจเริ่มฟื้นตัว คนหายกลัวจากต้มยำกุ้งแล้วเริ่มกล้าที่จะใช้เงิน ตึกแถวทำเลแบบนี้จะถูกคนรุมแย่งกันอย่างหนักแน่นอน ไม่ว่าจะซื้อหรือเช่าก็จะได้ราคาดี


              ยังไม่นับ เหล่าร้านสะดวกซื้อ กับสาขาธนาคารที่มักจะชอบทำเลแบบนี้เป็นพิเศษอีกด้วย



    -----------------------------------

    Name : ณรัชต์

    Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 3,428,400 บาท

             : ตึกแถว 1 ห้อง ราคาปัจจุบัน 400,000 บาท

             : เงินสดในบัญชีธนาคาร 50,000 บาท


    มูลค่าสินทรัพย์รวม : 3,428,400 + 400,000 + 50,000 = 3,878,400 บาท



    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน