ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

    ตอนที่117 เจ้าล่วงล้ำดินแดนข้าเจ้าต้องตาย

    ตอนที่117 เจ้าล่วงล้ำดินแดนข้าเจ้าต้องตาย


    สิ้นเสียงของกริชเพชร น้ำก็แตกกระจายออกร่างสุนัข ตัวมหึมาสีขาวล้วนโผล่ขึ้นมาจากบึงน้ำใส เขาของมันงอโง้งยาวเหมือนเขามังกร แต่ตลอดทั้งหัวและลำตัวเป็นสุนัขสีขาวขนปุยตัวหนึ่ง

    ตูม!! ซ่า!!

    "หวีดดดดดดดด"

    หลงไป๋เป่าท่อนไม้ขนาดเล็กที่อยู่ในปาก ส่งเสียงหวีดหวิวออกไปดังก้องบริเวณ เจ้าสุนัขขนปุกปุยตัวใหญ่สูงเกือบแปดพัน ฟุตมันกระโดดตัวลอยอย่างดีใจเหยียบลงบนริมบึง น้ำกระเซ็นออกไปทั่วพุ่งเข้าหาหลงไป๋กระโดดหย็องๆ เหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ ที่แสดงความดีใจ มันแลบลิ้นยาวตวัดเลียไปมาเหมือนกำลังประจบเอาใจเจ้านาย


    หลงไป๋เร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของนาง ขึ้นลอยตัวไปอยู่ระหว่างกลางหน้าผากของเจ้าอสูรสุนัขเขามังกร ที่ขนปุกปุยไปทั่วตัว หญิงสาวใช้มือลูบหัวมันเบาๆ

    เจ้าสุนัข หมอบลงยกขาทั้งสองข้างขึ้นแลบลิ้นอย่างดีใจ ส่งเสียงเห่าหอน อย่างน่าเอ็นดู มันช่างเป็นภาพที่ขัดตาเหลือเกิน กับรูปลักษณ์ที่ใหญ่โตของมัน

    แฮกๆ!! โฮงๆ!!

    'โอ้โน..เป็นไปไม่ได้สัตว์อสูรผู้เกรียงไกรขนาดใหญ่แบบนี้ พลังรบของมันต้องไม่ต่ำกว่าราชันขั้นที่หนึ่งแน่นอน แต่การกระทำของมันเหมือนเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่แสนเชื่องของหลงไป๋ไม่มีผิด

    กริชเพชรขมวดคิ้วลอยตัวกลางอากาศเขม้นมองหน้าของหญิงสาว ปรากฏรอยยิ้มบางๆ ที่แจ่มใสกระจ่าง ผิดกับใบหน้าปกติที่เย็นชืดของนางตลอดเวลา


    "หัวไชเท้าเจ้าเป็นยังไงบ้าง..."

    เสียงของหญิงสาวอ่อนโยนขณะยังใช้มือลูบหัวมันเบาๆ ยืนบนสันจมูกของจ้าวอสูรร้ายท่ี่กำลังแลบลิ้นห้อยยาว ยืนด้วยสองขาหลังแล้วยกขาหน้าขึ้น เหมือนกำลังคุยกับเจ้านาย


    แฮกๆ!! บรู๋ววว!!

    "ตกลงว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันเหรอแม่นางไป๋..."

    กริชเพชรอดรนทนไม่ไหวขณะที่เขาลอยตัวช้าๆ เข้าไปหานางหญิงสาวหันมายิ้มให้เขาครั้งแรก


    "มันคือหัวไชเท้าภูตสุนัขเขามังกรที่ท่านพ่อเคยเล่าให้องค์ชายฟังไง.."

    หญิงสาวหันมาบอกชายหนุ่มพร้อมกับลอยตัวขึ้นไปนั่งบนหัวของมัน

    "อ้าว.! ..ไหนว่ามันเคยต่อสู้กับเจ้าสำนักคนก่อนจนเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ทำไม? ตอนนี้ดูสิมันเชื่องยิ่งกว่าหมาเฝ้าบ้านซะอีก ตกลงข้าฟังเรื่องราวพลาดตรงไหนไปหรอ..."

    กริชเพชรถามด้วยความมึนงงสงสัยจ้องมองดูเจ้าสุนัขเฝ้าบ้านขนาดแปดพันฟุตตัวมหึมา กำลังร้องหงิงๆ ประจบเจ้านายอยู่ตรงหน้า


    "ท่านพ่อก็พูดความจริงนะ..ทุกอย่างก็เป็นอย่างที่ท่านพ่อพูดนั่นแหละ..แต่หลังจากการรบกับท่านปู่ทวดครั้งนั้น มันก็ถูกกำราบด้วยพลังรบของท่านปู่ และถูกเก็บกลับไปสำนักหลง

    ท่านใช้คาถาลบล้างความอำมหิตของจิตภูตอสูรของมัน และตกทอดเป็นมรดกให้กับผู้สืบทอด เจ้าสำนักหลงคนต่อๆ มา จนบัดนี้มันก็ตกมาเป็นภูตสัญญาประจำตัวข้า


    แต่ที่ต้องปล่อยมันให้อยู่ที่นี่เพราะมันต้องเฝ้าทางออก ทางเข้าบึงมรณะที่มีขุมพลัง ธรรมชาติของธาตุวารีช่วยให้คนสำนักหลงได้ซึมซับพัฒนาพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ให้ขึ้นสู่ระดับสูง


    แต่ก็จะมีช่วงเทศกาลเก็บเกี่ยวของสำนักที่จะให้บุตรหลาน ศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ทุกคนของสำนักมาดูดซับพลังที่บึงนี้

    เพราะด้านในเลยออกไปตรงนั้นหลังม่านน้ำตกเป็นดินแดนที่มีภูตอสูรขั้นเทพสถิตอยู่ถ้าไม่ใช่ระดับเจ้าสำนักหรือสี่จตุรเทพไม่สามารถเข้าไปกล้ำกรายในเขตแดนเหล่านั้นได้


    ทางนั่นแหละที่เชื่อมกับแผนที่ขององค์ชายสิบสี่ซึ่งมันเป็นสถานที่ พวกเราจะเข้าไปหาอาวุธเทพ..."

    เสียงหญิงสาวพูดราบเรียบชายหนุ่มขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า

    "ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่บอกข้าว่าไอ้อสูรตัวนี้ มันเป็นองครักษ์พิทักษ์แหล่งทรัพยากรของตระกูลหลง พูดซะให้ข้าเข้าใจว่ามันเป็นภูตอสูรที่โหดร้าย ไม่สามารถต่อกลอนกับมันได้ง่ายๆ จนต้องให้เจ้านำข้าเข้ามาปราบมันก่อน.."

    ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย หญิงสาวขมวดคิ้วขึ้นสูง ใบหน้านางฉับพลันก็เยือกเย็น เหมือนพอกด้วยน้ำแข็งอีกครั้ง


    "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าท่านพ่อมีเจตนาต้องการอะไร คงอยากให้ข้าติดตามท่านเข้าไปหาสมบัติละมั้ง แต่หลังจากปากทางนี้เข้าไปแล้วท่านต้องระวังตัวล่ะ เพราะภูตอสูรเหล่านั้นที่สถิตอยู่ในเส้นทาง ข้าไม่อาจจะรู้ได้ว่ามันมีพลังรบมากน้อยเพียงใด

    แต่ที่แน่ๆ ภูตอสูรเขากวางมันมีพลังรบที่ก้ำกึ่งกับหัวไชเท้าของข้า ครั้งหนึ่งข้าแอบหนีท่านพ่อหมายจะเข้าไปเที่ยวเล่นด้านใน เพราะเชื่อมั่นในพลังรบของหัวไชเท้า


    เมื่อต่อสู้กันระหว่างภูตอสูรทั้งสองตัวพบว่าฝีมือของมันอาจจะเด่นล้ำกว่าหัวไชเท้าเกือบครึ่งก้าว ข้าเลยตัดสินใจพามันออกมา ก่อนจะไดรับบาดเจ็บสาหัส


    และอสูรตัวนี้นี่เอง ที่สำนักหลงของเราปรารถนาให้ข้าผูกสัญญากับมัน เพื่อใช้คาถาประสานวิญญาณภูตอสูรสร้างมันขึ้นเป็น นักรบในสำนักหลง

    แต่เรายังขาดวัสดุขั้นเทพจำพวกไข่อสูรที่อยู่ในชั้นดึกดำบรรพ์ ตระกูลหลงเราคาดคิดว่า จะให้ข้าเดินทางไปชิงตำแหน่งรัชทายาทสายตรง ขององค์จักรพรรดิอสูรวารี


    ซึ่งพวกต้นตระกูลของพวกเราเป็นขุนพล ลูกหลานจึงมีสิทธิ์ในการเข้าคัดเลือกครั้งนี้ด้วย ส่วนสำคัญที่ข้าต้องปฏิบัติภารกิจคือไปหาไข่เทพ ในดินแดนที่มีทรัพยากรสมบูรณ์อย่างอณาจักรอสูรวารี..."

    หลงไป๋พูดพร้อมกับอธิบายให้ชายหนุ่มรู้ถึงสาเหตุ ที่พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อการต่อรอง ไม่ให้องค์ชายสิบสี่ซื้อคาถาประสานวิญญาณภูตอสูรครั้งที่แล้วจนสำนักของนางต้องสูญเสีย อาวุธขั้นเทพไปถึงสองชิ้น


    "อ๋อเป็นอย่างนี้นี่เอง..ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันซิว่า เจ้าภูตอสูรตัวนี้เราจะจัดการกับมันได้ยังไง..."

    กริชเพชรพยักหน้าเข้าใจเรื่องราวที่หญิงสาวเล่า แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเจ้าสำนักหลง ต้องการให้ธิดาคนเดียวของเขา ติดตามชายหนุ่มเข้าไปในเขตแดนที่ลึกลับ และเสี่ยงอันตรายเพื่ออะไร หรือพวกเขาต้องการให้นางได้มีโอกาสพบอาวุธเทพ


    "ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ หัวไชเท้าพวกเราไปกัน..."

    เสียงของหลงไป๋กล่าวพร้อมกับดูดภูตวิญญาณสุนัขเขามังกร หายเข้าไปในบอลดวงจิตแก่นแท้ของตัวเอง

    ร่างใหญ่โตขนปุยของสุนัขเฝ้าบ้านหายวับเข้าไปในบอลดวงจิตแก่นแท้ของเจ้านายมัน คราวนี้หลงไป๋เร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้สร้างเกาะเต็ม


    สูบเพื่อป้องกันตัว นางย่อมรู้ดีว่าเข้าสู่ดินแดนต้องห้าม แม้แต่เจ้าสำนักและจตุรเทพของสำนักหลง ก็ไม่กล้าเข้าไปโดยพลการ กริชเพชรส่งพลังจิตอสูรของเขาออกไป สำรวจรอบๆ บริเวณขณะเดินทาง เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย การเดินทางของทั้งสองใช้เวลา เกือบสามก้านธูปก็เข้าสู่เขตแดน ภูตอสูรระดับสูง


    "แม่นางหลงไป๋..พวกเราต้องระวังตัวแล้วล่ะตอนนี้ พลังจิตของข้าสัมผัสถึงพลังอันมหาศาลของเหล่าภูตอสูรหลายขุมพลัง ที่สถิตอยู่แถวนี้

    กริชเพชรเรียกอาวุธประจำกายของตัวเองออกมา เป็นง้าวในมือ ก่อนจะเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ สร้างเกราะป้องกันประสานกับพลังจิตอีกด้วย


    แม่นางหลงไป๋ เราต้องค่อยๆ เคลื่อนที่ไป เพราะตอนนี้ข้าสัมผัสได้ว่ามีภูตอสูรที่มีพลังระดับ ราชันแอบซุ่มดูเราอยู่อย่างเงียบๆ แม่นางอยู่ด้านหลังข้าเถอะข้าจะดูแผนที่ซิว่า..เราอยู่ส่วนไหนของ อาณาจักรที่สูญหาย.."

    กริชเพชรกล่าวกับหญิงสาวแล้วก้มมองดูแผนที่


    "นั่นองค์ชายสิบ!!? ..สี่ภูตอสูรเขากวางมันอยู่ที่นั่น..!! "

    ชายหนุ่มพร้อมกับหญิงสาวหันไปดูด้านซ้ายมือสุดพบว่ามีอสูรตนหนึ่ง ยืนอยู่มันเปล่งประกายออร่าเป็นสีขาวทั้งตัว

    มันคุมตัวเองด้วยผ้าขาวนวล และนั่งอยู่บนโครงกระดูกกวางตัวใหญ่สีขาวเช่นกัน ส่งประกายเป็นเหมือนแสงนีออนที่กระจายไปไล่ความมืด ออกเป็นวงรอบตัว

    กริชเพชรพยายามเพ่งดู เพียงเสี้ยววินาทีมันก็หายวับไปกับตา ทั้งสองขยับตัวเข้าใกล้ชิดกัน เพื่อปกป้องเภทภัยที่จะคุกคามพวกเขา


    วับ!!

    "นั่นองค์ชายมันอยู่ตรงนั้น.! ."

    หลงไป๋นางชี้ไปด้านขวาที่ตรงข้ามกับจุดที่มันยืนเมื่อสักครู่ มันปรากฏขึ้นมาอีกครั้งแต่ระยะทางใกล้กว่าเก่า ดูแล้วเหมือนภูตผีที่ล่อหลอกผู้คน


    "ข้ารู้ว่ามันทำอย่างนี้ต้องมีเจตนา.."

    เสียงของกริชเพชรกระซิบข้างหูหญิงสาว ตาของเขาต้องแข็งทื่อขึ้นทันที เมื่อมันปรากฏตรงหน้าห่างไม่ถึงสิบฟุต

    ดวงหน้าของมันเหมือนมีกลุ่มควันสีขาวเหมือนหมอกออร่า ที่ส่องประกายแสงได้

    "หึ! หึ..!!! ."

    วาบบบบ!

    เสียงหัวเราะดังออกจากลำคอภูตอสูรร้ายตัวนี้กริชเพชรยกง้าวขึ้นกั้น ร่ายคาถาเรียกอาวุธประจำตัวของเขาโจมตีในท่าที่สอง

    "ง้าวอสูรฟ้าคำรน"

    แต่เพียงร่ายคาถาเท่านั้นมันก็หายวับไปกับตา

    หมับ!!!

    เฮือก!!

    "แม่นางไป๋เจ้าทำอะไร..."

    กริชเพชรสะดุ้งเฮือกเมื่อมือของหลงไป๋คว้าหมับเข้าที่ต้นคอ เสียงหัวเราะที่ดังอยู่ด้านหน้า กลับเล็ดลอดออกจากริมฝีปากหลงไป๋ ที่ยืนอยู่ด้านหลังเขานี่เอง


    "เจ้าล่วงล้ำดินแดนข้าเจ้าต้องตาย..."

    เสียงของนางเยือกเย็นเสียบเข้าไปในกระดูกของ ชายหนุ่มจนเขาขนลุกเกรียว

    .............................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+ ที่คุณอ่าน