บทที่ 49 หวงเซียนเซียน
ท่ามกลางสายตาของหลินตงและเหล่าศิษย์สำนักสยบมังกร ได้ปรากฏบุรุษในชุดขาวสองคนที่กำลังเคลื่อนกายอยู่บนฟากฟ้าและมุ่งตรงมายังสนามรบอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสองร่างมาถึงสายตาของทั้งคู่ได้จับจ้องไปยังชายหนุ่มและร่างที่ขาดสะบั้นของอู๋เจา พร้อมกับแสดงสีหน้าดูถูกออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง
“เหอะ แค่จัดการกับจอมยุทธ์ของมหาทวีปฟ้านิรันดร์ที่สภาวะพลังยังไม่คงที่ ก็ยังไม่สามารถจัดการได้หากเจ้ายังไม่ตาย ข้านี่แหละจะสังหารเจ้าเอง ไอเจ้าขยะจากสำนักเทพกระบี่มาร”
หนึ่งในชายชุดขาวได้เอ่ยขึ้น พร้อมกับเลื่อนสายตาไปมองยังชายหนุ่ม
“ถึงแม้ไอเจ้านั่นมันจะเป็นแค่ขยะ แต่การที่จอมยุทธ์ของมหาทวีปฟ้านิรันดร์ กับสามารถต่อกรกับศิษย์แกนหลักของขุมอำนาจนอกมหาทวีปได้ แม้จะอยู่ในระดับพลังเดียวกันเจ้าเองก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลย”
“แต่ช่างน่าเสียดายที่ข้าไม่ค่อยจะมีเวลามาเล่นสนุกกับเจ้าได้นานนัก เอาเป็นว่าข้าจะทำให้ศพเจ้าอยู่ครบสามสิบสองก็แล้วกัน” ในระหว่างที่กำลังเอ่ยอยู่นั่นเอง ชายในชุดขาวได้ส่งมีดบินที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างฉับพลัน
ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในสภาพแทบจะไร้กำลัง ได้แต่สบถอยู่ในใจและฝืนใช้ลมปราณเพื่อที่จะขยับร่างกายอันอ่อนแรงของตนหลบการโจมตีนี้ให้พ้น
“บัดซบ…บัดซบเสียจริงเหตุใดพวกเจ้าจึงมากันไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ แค่ไอเจ้าอู๋เจาข้าก็ไร้สิ้นลมปราณและเรี่ยวแรงแล้ว หากมีเวลาฟื้นฟูลมปราณมากกว่านี้ละก็”
ในตอนที่หลบการโจมตีและครุ่นคิดอยู่นั้น ชายหนุ่มไม่ได้ละสายตาไปจากชายในชุดขาวทั้งสองเลย
หากจะบอกว่าแรงกดดัน ที่เจ้าพวกอู๋เจาปลดปล่อยออกมาคือระดับเจ็ด แรงกดดันที่ชายในชุดขาวทั้งสองนี้ปลดปล่อยออกมาก็อยู่ในระดับสิบ
“เฮ้ยๆ…ถึงข้าจะมีไพ่ตายอีกใบอยู่ในมือ แต่พลังปราณของข้าในตอนนี้ไม่เหลือแล้ว พลังโลหิตบริสุทธิ์ของข้าก็ยังไม่ฟื้นคืนเช่นกันข้าควรจัดการเช่นไรดีล่ะนี่”
ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง มีดบินที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณอีกเล่มก็ได้พุ่งตรงใส่ชายหนุ่มอย่างฉับพลัน ทว่าก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ตอบโต้อันใด
ในดวงตาของชายหนุ่ม ปรากฏร่างหญิงสาวในชุดสีคราม ได้เข้ามาบดบังการโจมตีที่กำลังจะมาถึงตน พร้อมกับซัดฝ่ามือที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังปราณอันดุดันเข้าใส่มีดบินที่กำลังพุ่งเข้ามา
เมื่อการโจมตีทั้งสองปะทะกันพลังปราณที่ห่อหุ้มฝ่ามือของสตรีนางนี้ได้ทำให้มีดบินเล่มนั้นแหลกสลายในทันที
ผมยาวสลวยของนางได้ปลิวไสวไปตามแรงลมที่มาจากการรับการโจมตีของชายในชุดขาว
“ท่านพี่!!”
“ศ…ศิษย์พี่หญิง ในที่สุดท่านก็กลับมา”
หวงหลิงเอ๋อ สองพี่น้องตระกูลรำคาญนี่รวมไปถึงเหล่าศิษย์ของสำนักสยบมังกรทุกคนที่ได้เห็นการมาถึงของหญิงสาวต่างโห่ร้องดีใจกันอย่างถ้วนหน้า
“เหอะ…ดูเหมือนจะมีตัวน่ารำคาญโผล่มาอีกสินะ ช่างขัดใจข้าเสียจริง”
“เมื่อเป็นเช่นนั้นข้าจะจัดการเจ้าก่อนเอง ความผิดแรกของเจ้าคือการที่มาขัดความสุขในการบี้มดปลวกของข้า และความผิดที่สองคือการที่เจ้าคือคนของมหาทวีปฟ้านิรันดร์”
ชายในชุดขาวเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
ในตอนนั้นเอง ชายในชุดขาวอีกคนที่นิ่งเงียบมานานได้เอ่ยปากออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่มายังสถานที่แห่งนี้
“เหอหยุน หากเจ้าจะจัดการก็จงจัดการโดยเร็วพวกเราไม่มีเวลามาเสียกับเรื่องแบบนี้ ถึงแม้นี่จะเป็นโอกาสดีที่จะสังหารพวกผู้นำลำดับต้นๆ ของมหาทวีปฟ้านิรันดร์ก็ตามที ข้าจะนำหน้าเจ้าไปก่อนรีบจัดการ แล้วตามข้ามาอย่าไปยุ่งกับการต่อสู้อื่นละอย่าลืมเป้าหมายของเรา”
เมื่อเอ่ยจบร่างของชายเจ้าของคำพูดก็ได้พุ่งทะยานออกไปจากอาณาเขตของสำนักสยบมังกรอย่างรวดเร็ว
“เหอะ…เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน จีชาง ข้าและเจ้าก็มีตำแหน่งไม่ต่างกันอย่ามาทำเป็นสั่งข้า”
ชายในชุดขาวที่ชื่อเหอหยุนได้แต่บ่นพึมพำอยู่ในใจพร้อมกลับมาจ้องมองไปที่ชายหนุ่มและสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“ก่อนที่พวกเจ้าจะถูกข้าสังหารก็จงจำนามของข้าไว้ให้ดีละ นามของข้าคือเหอหยุนหนึ่งในศิษย์แกนหลักของสำนักวิหารเซียน ข้าผู้นี้จะเป็นผู้ลงดาบให้พวกเจ้าเอง”
สิ้นเสียง เหอหยุนได้ปลดปล่อยพลังปราณอันศักดิ์สิทธิ์ออกมาทำให้เหล่าจอมยุทธ์ของสำนักสยบมังกรที่มีระดับพลังไม่ถึงราชันย์ยุทธ์ได้แต่ทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในด้านของสตรีเบื้องหน้าชายหนุ่ม
เมื่อเห็นเหอหยุนปลดปล่อยพลังปราณเช่นนั้นออกมา สีหน้าของนางก็ตึงเครียดในทันที
“ข้าไม่คิดเลยว่าคนที่ข้าช่วยมาโดยไม่ได้คิดอันใด กลับกลายเป็นคนที่ช่วยปกป้องเหล่าศิษย์น้องของข้าเสียได้”
“นามของข้าคือ หวงเซียนเซียน ผู้นำของสำนักสยบมังกรในสนามรบร้อยดินแดนแห่งนี้”
“เจ้าถอยไปฟื้นฟูพลังปราณเสียก่อน ข้าจะรับมือกับคนผู้นี้เอง หลังจากเสร็จเรื่องนี้ข้าจะขอบคุณเจ้าและคนอื่นๆ ที่มาช่วยเหลืออย่างเป็นทางการอีกที”
ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นจึงมองไปที่หญิงสาวพร้อมครุ่นคิด
“ข้าจะต้องรีบฟื้นฟูพลังปราณโดยเร็ว ข้าสังหรณ์ใจแปลกๆ” คิดได้เช่นนี้ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งสายตาไปที่ หวงเซียนเซียน
“ระวังตัวด้วย ข้าจะรีบกลับมา”
หวงเซียนเซียนที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มก็ทำเพียงพยักหน้าเบาๆ เพื่อสื่อว่านางเข้าใจแล้ว
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มได้ถอยห่างออกไปแล้ว พลังปราณที่อัดแน่นไปด้วยความดุดันก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมาจาก หวงเซียนเซียน อย่างบ้าคลั่ง
“มาสู้กันเถอะ ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าจอมยุทธ์นอกมหาทวีปจะมีดีแค่ลมปากหรือไม่”
จากผู้เขียน: ฝากกดใจให้หน่อยนะครับ~~ ฮ่าๆ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio