"อา.า..า..เท..เทพ..ธิ..ดา..!!"
"เสียงมากมายปานละเมอดังออกมาจากปากของหลายคน..!!"
บัดนี้ยืนไว้ด้วยสตรีสาวนางหนึ่ง รูปกายอรชรอ้อนแอ้น สวมชุดขาวรัดรูปเผยให้เห็นช่วงแขนตั้งแต่ข้อศอกลงมา และเผยช่วงขาตั้งแต่เข่าลงมา เอวคอดกิ่วปานหยิบมือเดียว วงแขนสมส่วนเรียวงาม ผิวขาวเนียนเป็นยองใยดุจงาช้าง ปกปิดโฉมหน้าด้วยผ้าบางสีขาวปักรูปดอกโบตั๋นสีสวยสด ปราณีต ดุจดั่งดอกไม้ที่แท้จริง ใบหน้าเลือนลางรูปไข่ที่มองผ่านผ้าบางดูมีมนต์เสน่ห์น่าค้นหา ดวงตาคมใสกระจ่างดุจน้ำค้างกลางหาว ดุจดั่งเทพธิดาที่ทำให้ผู้คนหลงไหลยามสัมผัสยากจะถอนสายตากลับคืน หากสตรีผู้นี้เปิดเผยโฉมหน้าออกจนหมดสิ้น คงต้องเป็นสตรีที่งามปานล่มเมืองเป็นแน่แท้
กังหลงสะดุ้งวูบหนึ่ง ก่อนรีบสำรวมจิตแผ่พลังจิตวิญญาณวาบหนึ่งขึ้นต่อต้าน
"ชิ้ง..!!"
สลัดหลุดจากดวงตาอันสวยงามชวนฝันนั้นอย่างรวดเร็ว ครุ่นคิด
"ช่างเป็นสตรีที่มีพลังจิตอันแรงกล้านัก !! หากข้ามิมีพลังจิตวิญญาณอันกล้าแข็ง มิทราบตอนนี้คงเผลอแสดงกิริยาน่าเกลียดอันใดออกมาเป็นแน่
ช่างน่าหวาดเสียวนัก !!"
หันมองรอบ ๆ บัดนี้บุรุษหลายคนที่เคยมองไปที่สตรีคลุมหน้านางนั้น ก่อนหน้านี้ยืนจังงังเหมือนคนไร้วิญญาณ หลังจากตนแผ่พลังจิตวิญญาณออกต่อต้านวูบหนึ่งบัดนี้คนเหล่านั้นล้วนกลับคืนสติมาแทบหมดสิ้นแล้ว.. หันไปมองยังสตรีงามนางนั้น สายตาอันน่าลุ่มหลงก่อนหน้านี้ได้เลือนหายไปแล้วเช่นกัน เหลือเพียงแค่สายตาตื่นเต้นสงสัยมาแทนที่ กังหลงละสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง
:........:........................
ฝ่ายสตรีคลุมหน้าก็ตื่นตกใจต่อพลังจิตวิญญาณที่แผ่ออกมาวูบหนึ่ที่ถึงกับทำลาย "มนต์พรากวิญญาณรัญจวน" ของนางลงได้ จึงพึมพำขึ้น
"ช่างเป็นบุรุษหนุ่มที่มีพลังจิตวิญญาณอันกล้าแข็งนัก มิทราบเป็นผู้ใดกัน ?"
กลางลานยืนไว้ด้วยผู้สูงวัยสวมชุดยาวสีเขียวมรกตสองคน หน้าอกด้านซ้ายปักลวดลายเป็นรูปเตากลั่นสีทองด้านล่างรูปเตากลั่นปักรูปดาวห้าแฉกไว้ คนทางซ้ายปักดาวทองเต็มทั้งสี่ดวง บ่งบอกว่าเป็นนักปรุงโอสถระดับสี่ระดับสูง ส่วนคนด้านขวา ปักไว้ด้วยดาวสี่ดวงเช่นกัน แต่ดาวดาวที่สี่ปักด้วยสีทองเพียงครึ่งดวงอีกครึ่งดวงเป็นสีเขียว บ่งบอกว่าเป็นเพียงนักปรุงโอสถระดับสี่ระดับกลาง คนผู้นี้คงเป็นคนตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่จะเข้าทดสอบ
แท่นทดสอบแรกเป็นแท่นศิลาสีขาว เป็นการทดสอบมวลกระดูก ซึ่งจะคำนวนอายุจากมวลกระดูกของผู้เข้ารับการทดสอบ ที่ผ่านมาแต่ละครั้งการประลองแข่งขันทางโอสถจะเป็นการเฟ้นหาอัจฉริยะด้านโอสถที่มีอายุไม่เกินยี่สิบปี การตรวจสอบด่านนี้จึงมีความเที่ยงตรงยากที่ผู้มีอายุเกินยี่สิบปีจะผ่านการตรวจสอบนี้ไปได้ ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบมวลกระดูกจึงจะได้เข้าทดสอบในแท่นที่สองต่อไป
ด้านแท่นทดสอบที่สองเป็นแท่นศิลาสีดำสูงประมาณสองวายืนเรียงรายไปด้วยผู้คน ขณะนี้มีสีต่าง ๆ เกิดขึ้นบนแท่นศิลายามเมื่อมีผู้เข้าทดสอบเอามือไปสัมผัส พร้อมกับเสียงบอกของผู้ชราชุดเขียวดังออกมาตลอดเวลา
"เขียว ผ่าน สามารถเข้าทดสอบได้"
"เหลือง ไม่ผ่าน ไม่มีคุณสมบัติเข้าทดสอบ"
"ส้ม ไม่ผ่าน ไม่มีคุณสมบัติเข้าทดสอบ"
"แดง ผ่าน สามารถเข้าทดสอบได้"
มีผู้เข้าทดสอบกับแท่นศิลาแล้วมีประมาณหนึ่งร้อยคน ได้ยินเสียงแจ้งผลดังลั่นไปทั่วสนาม พร้อมเสียงยินดีและเสียงเศร้าสร้อยที่สลับกันไปมาตามความสมหวังผิดหวังของผู้เข้าทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้น กังหลงยังมิทราบรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับการทดสอบในครานี้ จึงแย้มยิ้มยกมือคารวะสอบถามผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งเป็นชายชราท่าทางมีเมตตาผู้หนึ่งที่นั่งใกล้ทางเข้าเวทีด้านหน้า
"ท่านผู้เฒ่า มิทราบการทดสอบของสมาคมโอสถ มีจุดมุ่งหมายใด ? ผู้ใดสามารถเข้าทดสอบได้บ้าง ? และมีการทดสอบเช่นไรบ้าง ? บังเอิญข้าพเจ้าเพิ่งผ่านทางมายังเมืองนี้ยังมิทราบรายละเอียดมากนัก !!"
ชายชราเงยหน้ามองดูผู้ที่สอบถามตน เห็นเป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคายหล่อเหลา หน้าตาแย้มยิ้มมีสัมมาคารวะขณะพูดคุย นึกชื่นชมในใจ จึงตอบด้วยเสียงนุ่มนวลมีเมตตาดังผู้อาวุโสเอ็นดูผู้เยาว์ว่า
"หนุ่มน้อย เจ้าคงเพิ่งออกหาประสบการณ์กระมัง จึงมิทราบว่าสมาคมโอสถจัดงานครานี้ เพื่อค้นหาอัจฉริยะเยาว์วัยที่มีอายุไม่เกินยี่สิบปีจำนวนสามคนที่มีความสามารถด้านโอสถอันดีเลิศ เพื่อจะเป็นตัวแทนของอาณาจักรเนตรอสูร เข้าร่วมแข่งขันด้านโอสถระดับอาณาจักร ของอาณาจักรทั้งเจ็ดที่จะมีขึ้นทุกห้าปี ซึ่งกำหนดครานี้จะมาถึงในอีกหกเดือนหลังจากนี้ "
" โดยปกติในทุกห้าปีการแข่งขันจัดอันดับระดับอาณาจักร มักจะมีการแข่งขันกันสองประเภท หนึ่งคือความสามารถด้านโอสถ สองคือความสามารถด้านปราณยุทธ สมาคมโอสถเริ่มจัดงานค้นหาอัจฉริยะเยาว์วัยด้านโอสถขึ้นแล้ว อีกไม่เกินหกเดือนหลังจากการแข่งขันด้านโอสถระดับอาณาจักรจบสมาคมนักบู้ก็คงต้องจัดงานเพื่อเฟ้นหาอัจฉริยะเยาว์วัยด้านการต่อสู้เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันจัดอันดับการต่อสู้ระดับอาณาจักรขึ้นเช่นกัน !! เมื่อห้าปีที่แล้วอาณาจักรเนตรอสูรต่างพ่ายแพ้ ได้อันดับเจ็ดอยู่อันดับสุดท้ายทั้งสองประเภท รอบนี้ข้าคิดว่าผลที่ออกมาก็คงจะไม่ต่างจากรอบที่แล้วอย่างแน่นอน อาณาจักรเนตรอสูรคงไม่แคล้วต้องได้รับความอับอายอีกครั้งอย่างมิต้องสงสัย !!"
"เหตุใดท่านผู้เฒ่าจึงคิดเช่นนั้นขอรับ?" กังหลงขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
"เจ้าดูซิเจ้าหนุ่มเพียงการทดสอบคุณสมบัติขั้นต้นโดยศิลาวิญญาณผู้เข้าทดสอบที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นมีไม่ถึงยี่สิบคนจากผู้ที่เข้าทดสอบหนึ่งร้อยกว่าคน และผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นมีพลังจิตวิญญาณสูงสุดเพียงระดับศิลาเขียวเท่านั้น " ชายชรากล่าว
"สีศิลาบ่งบอกถึงพลังเยี่ยงไรรึท่านผู้เฒ่า ?" กังหลงถามอย่างใคร่รู้
"ศิลาทดสอบพลังจิตวิญญาณมีทั้งสิ้นเจ็ดระดับ คือ เหลืองระดับหนึ่ง ส้มระดับสอง แดงระดับสาม เขียวระดับสี่น้ำเงินระดับห้า ม่วงระดับหก และดำระดับเจ็ด ผู้ที่ถือว่ามีคุณสมบัติจะต้องมีระดับพลังจิตวิญญาณระดับสามขึ้นไปเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้เข้าทดสอบกับสมาคมโอสถได้ศิลาสีแดงเทียบเท่าพลังจิตวิญญาณของนักปรุงโอสถสมัครเล่นสีเขียวเทียบเท่าพลังจิตวิญญาณของนักปรุงโอสถระดับหนึ่งสีน้ำเงิน....ของนักปรุงโอสถระดับสอง สีม่วง...ของนักปรุงโอสถระดับสามสีดำเทียบเท่าพลังจิตวิญญาณของนักปรุงโอสถตั้งแต่ระดับสี่ขึ้นไป !!"
"หากอาณาจักรเนตรอสูรไม่อยากอยู่ที่โหล่ติดอันดับสุดท้ายเหมือนที่ผ่านมาคงต้องเฟ้นหาให้เจออัจฉริยะที่ทดสอบศิลาทดสอบพลังจิตวิญญาณผ่านตั้งแต่ศิลาสีน้ำเงินขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะทำให้อาณาจักรเนตรอสูรไม่อยู่อันดับท้านสุดของการแข่งขั้นครั้งที่จะมาถึงนี้!!"
ชายชรากล่าว และจะอธิบายต่อแต่ก็ต้องรีบหยุดกล่าวและรีบหันไปมองกลางเวทีเมื่อมีเสียงบอกว่า
"ม่วง !! ผ่าน สามารถเข้าทดสอบได้"
เสียงกระหึ่มดังลั่นต่อผลการทดสอบคุณสมบัติทางด้านพลังจิตวิญญาณ
"โอ๊ะ..!! ใครกันที่ทดสอบศิลาได้ระดับสีม่วง ?"
"สตรีคลุมหน้าชุดขาวผู้นั้นมาจากที่ใดกัน? ดูท่าทางน่าจะมิใช่ชาวเมืองเหอหนาน !!"