มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 70 เทพธิดาปรากฎตัว

            "อา.า..า..เท..เทพ..ธิ..ดา..!!"


            "เสียงมากมายปานละเมอดังออกมาจากปากของหลายคน..!!"


            บัดนี้ยืนไว้ด้วยสตรีสาวนางหนึ่ง รูปกายอรชรอ้อนแอ้น สวมชุดขาวรัดรูปเผยให้เห็นช่วงแขนตั้งแต่ข้อศอกลงมา และเผยช่วงขาตั้งแต่เข่าลงมา เอวคอดกิ่วปานหยิบมือเดียว วงแขนสมส่วนเรียวงาม ผิวขาวเนียนเป็นยองใยดุจงาช้าง ปกปิดโฉมหน้าด้วยผ้าบางสีขาวปักรูปดอกโบตั๋นสีสวยสด ปราณีต ดุจดั่งดอกไม้ที่แท้จริง ใบหน้าเลือนลางรูปไข่ที่มองผ่านผ้าบางดูมีมนต์เสน่ห์น่าค้นหา ดวงตาคมใสกระจ่างดุจน้ำค้างกลางหาว ดุจดั่งเทพธิดาที่ทำให้ผู้คนหลงไหลยามสัมผัสยากจะถอนสายตากลับคืน  หากสตรีผู้นี้เปิดเผยโฉมหน้าออกจนหมดสิ้น คงต้องเป็นสตรีที่งามปานล่มเมืองเป็นแน่แท้

     

            กังหลงสะดุ้งวูบหนึ่ง ก่อนรีบสำรวมจิตแผ่พลังจิตวิญญาณวาบหนึ่งขึ้นต่อต้าน 

     

            "ชิ้ง..!!"

     

            สลัดหลุดจากดวงตาอันสวยงามชวนฝันนั้นอย่างรวดเร็ว  ครุ่นคิด

     

            "ช่างเป็นสตรีที่มีพลังจิตอันแรงกล้านัก !! หากข้ามิมีพลังจิตวิญญาณอันกล้าแข็ง มิทราบตอนนี้คงเผลอแสดงกิริยาน่าเกลียดอันใดออกมาเป็นแน่

    ช่างน่าหวาดเสียวนัก !!"

     

            หันมองรอบ ๆ  บัดนี้บุรุษหลายคนที่เคยมองไปที่สตรีคลุมหน้านางนั้น ก่อนหน้านี้ยืนจังงังเหมือนคนไร้วิญญาณ หลังจากตนแผ่พลังจิตวิญญาณออกต่อต้านวูบหนึ่งบัดนี้คนเหล่านั้นล้วนกลับคืนสติมาแทบหมดสิ้นแล้ว.. หันไปมองยังสตรีงามนางนั้น สายตาอันน่าลุ่มหลงก่อนหน้านี้ได้เลือนหายไปแล้วเช่นกัน เหลือเพียงแค่สายตาตื่นเต้นสงสัยมาแทนที่ กังหลงละสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง 

     

            :........:........................

     

            ฝ่ายสตรีคลุมหน้าก็ตื่นตกใจต่อพลังจิตวิญญาณที่แผ่ออกมาวูบหนึ่ที่ถึงกับทำลาย "มนต์พรากวิญญาณรัญจวน" ของนางลงได้  จึงพึมพำขึ้น

     

            "ช่างเป็นบุรุษหนุ่มที่มีพลังจิตวิญญาณอันกล้าแข็งนัก มิทราบเป็นผู้ใดกัน ?"

     

            กลางลานยืนไว้ด้วยผู้สูงวัยสวมชุดยาวสีเขียวมรกตสองคน หน้าอกด้านซ้ายปักลวดลายเป็นรูปเตากลั่นสีทองด้านล่างรูปเตากลั่นปักรูปดาวห้าแฉกไว้ คนทางซ้ายปักดาวทองเต็มทั้งสี่ดวง บ่งบอกว่าเป็นนักปรุงโอสถระดับสี่ระดับสูง ส่วนคนด้านขวา ปักไว้ด้วยดาวสี่ดวงเช่นกัน แต่ดาวดาวที่สี่ปักด้วยสีทองเพียงครึ่งดวงอีกครึ่งดวงเป็นสีเขียว บ่งบอกว่าเป็นเพียงนักปรุงโอสถระดับสี่ระดับกลาง  คนผู้นี้คงเป็นคนตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่จะเข้าทดสอบ  

     

            แท่นทดสอบแรกเป็นแท่นศิลาสีขาว เป็นการทดสอบมวลกระดูก ซึ่งจะคำนวนอายุจากมวลกระดูกของผู้เข้ารับการทดสอบ ที่ผ่านมาแต่ละครั้งการประลองแข่งขันทางโอสถจะเป็นการเฟ้นหาอัจฉริยะด้านโอสถที่มีอายุไม่เกินยี่สิบปี การตรวจสอบด่านนี้จึงมีความเที่ยงตรงยากที่ผู้มีอายุเกินยี่สิบปีจะผ่านการตรวจสอบนี้ไปได้ ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบมวลกระดูกจึงจะได้เข้าทดสอบในแท่นที่สองต่อไป

     

            ด้านแท่นทดสอบที่สองเป็นแท่นศิลาสีดำสูงประมาณสองวายืนเรียงรายไปด้วยผู้คน ขณะนี้มีสีต่าง ๆ เกิดขึ้นบนแท่นศิลายามเมื่อมีผู้เข้าทดสอบเอามือไปสัมผัส  พร้อมกับเสียงบอกของผู้ชราชุดเขียวดังออกมาตลอดเวลา

     

            "เขียว  ผ่าน  สามารถเข้าทดสอบได้"

     

            "เหลือง  ไม่ผ่าน  ไม่มีคุณสมบัติเข้าทดสอบ"

     

            "ส้ม  ไม่ผ่าน ไม่มีคุณสมบัติเข้าทดสอบ"

     

            "แดง ผ่าน สามารถเข้าทดสอบได้"

     

                    มีผู้เข้าทดสอบกับแท่นศิลาแล้วมีประมาณหนึ่งร้อยคน ได้ยินเสียงแจ้งผลดังลั่นไปทั่วสนาม  พร้อมเสียงยินดีและเสียงเศร้าสร้อยที่สลับกันไปมาตามความสมหวังผิดหวังของผู้เข้าทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้น  กังหลงยังมิทราบรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับการทดสอบในครานี้ จึงแย้มยิ้มยกมือคารวะสอบถามผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งเป็นชายชราท่าทางมีเมตตาผู้หนึ่งที่นั่งใกล้ทางเข้าเวทีด้านหน้า


            "ท่านผู้เฒ่า  มิทราบการทดสอบของสมาคมโอสถ มีจุดมุ่งหมายใด ? ผู้ใดสามารถเข้าทดสอบได้บ้าง  ? และมีการทดสอบเช่นไรบ้าง ? บังเอิญข้าพเจ้าเพิ่งผ่านทางมายังเมืองนี้ยังมิทราบรายละเอียดมากนัก !!"

     

            ชายชราเงยหน้ามองดูผู้ที่สอบถามตน เห็นเป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคายหล่อเหลา หน้าตาแย้มยิ้มมีสัมมาคารวะขณะพูดคุย นึกชื่นชมในใจ จึงตอบด้วยเสียงนุ่มนวลมีเมตตาดังผู้อาวุโสเอ็นดูผู้เยาว์ว่า

             "หนุ่มน้อย เจ้าคงเพิ่งออกหาประสบการณ์กระมัง จึงมิทราบว่าสมาคมโอสถจัดงานครานี้ เพื่อค้นหาอัจฉริยะเยาว์วัยที่มีอายุไม่เกินยี่สิบปีจำนวนสามคนที่มีความสามารถด้านโอสถอันดีเลิศ เพื่อจะเป็นตัวแทนของอาณาจักรเนตรอสูร เข้าร่วมแข่งขันด้านโอสถระดับอาณาจักร ของอาณาจักรทั้งเจ็ดที่จะมีขึ้นทุกห้าปี ซึ่งกำหนดครานี้จะมาถึงในอีกหกเดือนหลังจากนี้ "

     

            " โดยปกติในทุกห้าปีการแข่งขันจัดอันดับระดับอาณาจักร มักจะมีการแข่งขันกันสองประเภท  หนึ่งคือความสามารถด้านโอสถ สองคือความสามารถด้านปราณยุทธ สมาคมโอสถเริ่มจัดงานค้นหาอัจฉริยะเยาว์วัยด้านโอสถขึ้นแล้ว  อีกไม่เกินหกเดือนหลังจากการแข่งขันด้านโอสถระดับอาณาจักรจบสมาคมนักบู้ก็คงต้องจัดงานเพื่อเฟ้นหาอัจฉริยะเยาว์วัยด้านการต่อสู้เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันจัดอันดับการต่อสู้ระดับอาณาจักรขึ้นเช่นกัน !!  เมื่อห้าปีที่แล้วอาณาจักรเนตรอสูรต่างพ่ายแพ้ ได้อันดับเจ็ดอยู่อันดับสุดท้ายทั้งสองประเภท รอบนี้ข้าคิดว่าผลที่ออกมาก็คงจะไม่ต่างจากรอบที่แล้วอย่างแน่นอน อาณาจักรเนตรอสูรคงไม่แคล้วต้องได้รับความอับอายอีกครั้งอย่างมิต้องสงสัย !!"


            "เหตุใดท่านผู้เฒ่าจึงคิดเช่นนั้นขอรับ?" กังหลงขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย 

     

           "เจ้าดูซิเจ้าหนุ่มเพียงการทดสอบคุณสมบัติขั้นต้นโดยศิลาวิญญาณผู้เข้าทดสอบที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นมีไม่ถึงยี่สิบคนจากผู้ที่เข้าทดสอบหนึ่งร้อยกว่าคน และผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นมีพลังจิตวิญญาณสูงสุดเพียงระดับศิลาเขียวเท่านั้น " ชายชรากล่าว

     

           "สีศิลาบ่งบอกถึงพลังเยี่ยงไรรึท่านผู้เฒ่า ?"  กังหลงถามอย่างใคร่รู้

     

           "ศิลาทดสอบพลังจิตวิญญาณมีทั้งสิ้นเจ็ดระดับ คือ เหลืองระดับหนึ่ง ส้มระดับสอง แดงระดับสาม เขียวระดับสี่น้ำเงินระดับห้า ม่วงระดับหก และดำระดับเจ็ด ผู้ที่ถือว่ามีคุณสมบัติจะต้องมีระดับพลังจิตวิญญาณระดับสามขึ้นไปเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้เข้าทดสอบกับสมาคมโอสถได้ศิลาสีแดงเทียบเท่าพลังจิตวิญญาณของนักปรุงโอสถสมัครเล่นสีเขียวเทียบเท่าพลังจิตวิญญาณของนักปรุงโอสถระดับหนึ่งสีน้ำเงิน....ของนักปรุงโอสถระดับสอง  สีม่วง...ของนักปรุงโอสถระดับสามสีดำเทียบเท่าพลังจิตวิญญาณของนักปรุงโอสถตั้งแต่ระดับสี่ขึ้นไป !!"

     

           "หากอาณาจักรเนตรอสูรไม่อยากอยู่ที่โหล่ติดอันดับสุดท้ายเหมือนที่ผ่านมาคงต้องเฟ้นหาให้เจออัจฉริยะที่ทดสอบศิลาทดสอบพลังจิตวิญญาณผ่านตั้งแต่ศิลาสีน้ำเงินขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีโอกาสเป็นไปได้ที่จะทำให้อาณาจักรเนตรอสูรไม่อยู่อันดับท้านสุดของการแข่งขั้นครั้งที่จะมาถึงนี้!!"

     

            ชายชรากล่าว และจะอธิบายต่อแต่ก็ต้องรีบหยุดกล่าวและรีบหันไปมองกลางเวทีเมื่อมีเสียงบอกว่า

     

           "ม่วง !! ผ่าน สามารถเข้าทดสอบได้"

     

           เสียงกระหึ่มดังลั่นต่อผลการทดสอบคุณสมบัติทางด้านพลังจิตวิญญาณ 

     

           "โอ๊ะ..!!  ใครกันที่ทดสอบศิลาได้ระดับสีม่วง ?"

     

            "สตรีคลุมหน้าชุดขาวผู้นั้นมาจากที่ใดกัน? ดูท่าทางน่าจะมิใช่ชาวเมืองเหอหนาน !!"