ใช้แรงดันศาสตราวุธกันอยู่สักพัก การอนจึงเคลื่อนพลังงานปฐพีไปที่ขวาน พร้อมใช้แรงทั้งหมดดันดาบใหญ่สีทองไปด้านหน้า
ปัง!!
พลังงานปฐพีที่ควบแน่นบนตัวขวานระเบิด ส่งร่างชามกระเด็นถอยกลับไปยืนอยู่ข้างราฟี้เช่นเดิม
การอนเองเมื่อผลักชามกลับไปแล้ว ก็ดีดตัวถอยออกมายืนด้านข้างชิล
“ไม่คิดว่าเจ้าจะมาช่วยในสงครามครั้งนี้”
“ข้ามิได้มาช่วยเจ้า เพียงแต่ยังมิอยากเห็นตระกูลแรนเชอต้องล่มสลายก่อนข้าจะได้รับหินสวรรค์ครบ”
ชิลกล่าวพลางสะบัดเลือดที่ติดอยู่บนปลายดาบออก เขามองไปที่ดาบสีฟ้าในมือพร้อมส่ายหัว แม้ตอนนี้ระดับรากฐานฝึกฝนจะเพิ่มขึ้นถึงสามขั้น ก็ยังไม่สามารถสังหารโดยใบดาบไร้คาบเลือดได้
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ข้าก็ต้องขอขอบคุณ”
การอนกล่าวพลางจ้องมองไปยังชามกับราฟี้ที่กำลังทำหน้าตาบิดเบี้ยวไปมาด้วยความโกรธ
“เด็กคนนั้นคือใคร?”
พอตแมนกล่าวถามด้วยความงุนงง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่รวดเร็วจนเขาไม่สามารถปรับอารมณ์ได้ทัน
“ข้าก็ไม่แน่ใจ บางทีอาจเป็นผู้ลงอาคมศาสตราวุธหนุ่มผู้นั้น”
ทริชกล่าวเสียงค่อย นางเคยเห็นใบหน้าชิลเพียงครั้งเดียว เป็นธรรมดาที่จะจำได้เพียงภาพลางๆเท่านั้น
“เป็นเขารึ!”
พอตแมนตกตะลึงเล็กน้อย ในช่วงเกือบเดือนที่กลับมายังอาณาจักรวายุอัสนี ริเช่ได้เล่าถึงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่มีความสามารถในการลงอาคมเป็นเลิศ ทั้งยังมีทักษะการต่อสู้อันน่าหวาดหวั่น จนทำให้เขาอยากจะลองพบดูสักครั้ง เลยไม่คิดว่าการพบกันครั้งแรกของพวกเขาจะเกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้
“พวกเราบุก!!”
เมื่อเห็นการอนกระโดดออกไปปะทะกับชามด้านหน้าครั้งหนึ่งแล้ว รีนก็สั่งให้กำลังพลของแรนเชอทั้งหมดบุกจู่โจมทันที
หากแต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด กลุ่มคนตระกูลแรนเชอต่างพากันหยุดชะงักพร้อมปรากฏเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า พวกเขาไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ที่จู่ๆโผล่มาสังหารโชไปเมื่อครู่นี้เป็นใคร แม้หลายคนในที่แห่งนี้จะเคยเห็นหน้าชิล เมื่อครั้งอยู่ในห้องโถง แต่สภาพชิลในตอนนี้กับตอนนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่แปลกที่พวกเขาจะจำไม่ได้
“พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่!!”
รีนกล่าวเสียงดังพลางหันหน้ากลับมามอง
เมื่อได้ยินดังนั้น คนตระกูลแรนเชอก็ต่างพากันสลัดเรื่องในหัวทิ้ง พร้อมออกตัวพุ่งไปด้านหน้าทันที
เห็นกลุ่มคนกว่าห้าร้อยชีวิตกำลังแห่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ราฟี้ก็ไม่รอช้าสั่งให้คนของตนเองบุกเช่นกัน
เสียงโห่ร้องอย่างกู่ก้องของคนนับพันจากตระกูลฟอลลิชดังไปทั่วซอยร้อยมังกร ไม่นานกลุ่มคนในชุดคลุมสีน้ำเงินและกลุ่มคนในชุดคลุมสีเทาต่างก็เข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว
แรงปะทะในครั้งนี้ทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่แก่บ้านเรือนที่อยู่โดยรอบอย่างฉับพลัน
ปัง! เคร้ง!
เพล้ง!
เสียงดังมากมายเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์อันวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นคนตระกูลฟอลลิชที่โดนเหวี่ยงเข้าไปในบานหน้าต่างของบ้านหลังหนึ่ง หรือศาสตราวุธของคนตระกูลแรนเชอและคนตระกูลฟอลลิชที่ปะทะกันไปมาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่นาทีคนทั้งสองตระกูลก็เกิดการล้มตายกันเป็นจำนวนมาก และดูเหมือนว่าผู้ที่ตายส่วนมากจะเป็นคนของแรนเชอ
“ส่งคลื่นจิตวิญญาณออกไปบอกให้พวกนั้นสังหารนางซะ”
ชามกล่าวเสียงต่ำไปทางราฟี้ ในคราแรกมันอยากเก็บริเช่ไว้เป็นข้อต่อรองเพื่อไม่ให้การอนบุ่มบ่ามทำอะไร แต่สุดท้ายการอนกลับเลือกเอาความโกรธแค้นเป็นใหญ่มากกว่าห่วงชีวิตลูกสาว ซ้ำโชลูกชายมันยังถูกสังหารโดยใครก็ไม่รู้
ราฟี้พยักหน้าพร้อมฟาดมือออกไปสังหารคนตระกูลแรนเชอผู้หนึ่งที่วิ่งเข้ามา ก่อนจะหลับตาเตรียมตัวส่งคลื่นจิตวิญญาณออกไป
แม้การอนจะไม่ได้ยินสิ่งที่ชามพูดชัดนัก แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าราฟี้กำลังเตรียมตัวส่งคลื่นจิตวิญญาณ ก็เข้าใจทันทีว่าพวกมันทั้งสองคิดทำอะไร โดยไม่รอช้าเขาเหวี่ยงขวานสะบั้นหัวลอยออกไปด้านหน้าสุดแรงเกิด ขวานขนาดยักษ์หมุนไปมาพร้อมพุ่งตรงเข้าสังหารทุกคนที่ขวางทาง
เมื่อชามเห็นการอนขว้างขวานสะบั้นหัวพุ่งตรงมาที่ราฟี้เพื่อหวังสกัดไม่ให้นางส่งคลื่นจิตวิญญาณ มันก็พุ่งเข้าฟาดดาบสีทองออกไปรับขวานยักษ์ แต่ดูเหมือนว่าความรุนแรงของขวานสะบั้นหัวครานี้จะมีมากกว่าก่อนหน้าหลายเท่า ทำให้ร่างชามถูกขวานยักษ์ดันถอยหลังมาในระยะไกล
เมื่อเห็นชามกำลังพลาดท่า ราฟี้ก็หยุดส่งคลื่นจิตวิญญาณพร้อมพุ่งเข้ามานำมือดันหลังหยุดร่างชามไม่ให้ไถลไปไกลกว่านี้
ยังมิทันได้หยุดหายใจ การอนก็พุ่งตัวเข้ามารับขวานยักษ์พร้อมฟาดลงมาบนตัวชามทันที ในตอนนั้นชามเองก็พลิกใบดาบสีทอง หันตัวฟาดดาบออกไปรับแรงขวานอย่างรวดเร็ว
เคร้ง!!
ดาบใหญ่สีทองปัดขวานสะบั้นหัวออกไปด้านข้าง อักขระกลางใบดาบส่องแสงเล็กน้อย ทำให้ความรุนแรงของมันมีมากกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ดาบใหญ่สีทองและขวานสะบั้นหัวต่างปะทะกันอย่างรุนแรง ส่งให้ด้านข้างเกิดระลอกคลื่นของพลังงานสีเหลืองและสีขาวเป็นจำนวนมาก
ไม่นานราฟี้ก็ทำการหลับตาลงเพื่อส่งคลื่นจิตวิญญาณออกไปอีกครั้ง แต่จู่ๆก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาด้านข้างด้วยความเร็ว ง้าวสีแดงตัดผ่านร่างคนตระกูลฟอลลิชออกเป็นสองส่วน ก่อนจะแทงตรงเข้ามาที่ราฟี้
เพียงเสี้ยววิราฟี้เรียกดาบคู่สีทองออกมาถือไว้ พร้อมวาดออกไปรับง้าวสีแดงอย่างรวดเร็ว
เคร้ง!!
ดาบในมือขวาปัดง้าวสีแดงออกไปด้านข้างอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่ง้าวเสียศูนย์ ราฟี้ก็พุ่งตัวออกไปเพื่อคิดจะสังหารผู้ถือง้าว ซึ่งก็คือทริช
แต่ยังมิพ้นก้าวที่สอง รีนก็พุ่งเข้ามาด้านข้างพร้อมฟาดมือที่เต็มไปด้วยพลังงานสวรรค์เข้ามายังกลางลำตัว
ราฟี้พลิกหลบฝ่ามือรีนโดยง่าย พร้อมหมุนตัวสะบัดดาบคู่ในมือฟันไปยังร่างรีน ในทันทีมืออีกข้างรีนก็ถูกสะบัดออก พลางปรากฏมีดสั้นสีน้ำเงินขึ้น ด้วยอาคมเสริมความเร็วที่ชิลลงไว้ ทำให้มีสั้นนี้มีความรวดเร็วและพริ้วไหวเป็นอย่างมาก
เคร้ง! เคร้ง!
มีดสั้นถูกสะบัดออกไปรับดาบทั้งสองของราฟี้ ก่อนหันสายตาไปทางทริช พร้อมดีดตัวถอยออกมา
ทริชที่เห็นท่าทางของรีนก็เข้าใจทันที นางพุ่งตัวถอยตามพร้อมฟาดง้าวออกไปสังหารคนตระกูลฟอลลิชผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลัง อย่างไรนางก็อยู่เพียงระดับผสานกายขั้นเจ็ด ไม่มีทางสู้ราฟี้ที่อยู่ระดับวัฏจักรเคลื่อนย้ายชั้นกลางได้อยู่แล้ว แต่นี่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของริเช่ ทำให้จำต้องตัดสินใจสู้กับราฟี้แม้ตัวจะต้องตายก็ตาม
ในตอนนั้นการอนที่กำลังปะทะอยู่กับชาม ก็ดีดตัวถอยหลังออกมาเช่นกัน รีนและทริชเมื่อเห็นการอนทำเช่นนั้นก็พากันพุ่งตัวเข้าไปยืนประกบข้างเขา พร้อมจ้องไปทางชามและราฟี้เป็นสายตาเดียวกัน
สักพักราฟี้ก็เดินขึ้นมาอยู่ด้านข้างชามก่อนกล่าวเสียงแผ่ว
“พวกน่ารำคาญนี่คงไม่ยอมให้ข้าส่งคลื่นจิตวิญญาณออกไปแน่ บางทีหน้าที่นี้อาจมอบให้ผู้อื่นทำแทน”
กล่าวเสร็จราฟี้ก็หันมองไปรอบตัว แต่ก็ไม่พบใครที่พอจะรับหน้าที่ส่งคลื่นจิตวิญญาณออกไปบอกให้คนของฟอลลิชทำการสังหารริเช่ได้เลย
เพราะสถานการณ์ของทุกคนในตอนนี้ล้วนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
“มิต้องไปสนใจเรื่องหยุมหยิม ในตอนนี้สังหารพวกมันแก้แค้นให้โชเสียก็จบเรื่อง”
ชามกล่าวพลางมองไปที่การอน ก่อนเลื่อนสายตามองผ่านกลุ่มคนไปยังชิลที่ยืนอยู่ในระยะไกล
ราฟี้พยักหน้าอย่างเห็นด้วย พลางกล่าว
“สังหารพวกมันทั้งหมด แล้วค่อยไปสังหารเจ้าขอทานนั่น”
การอน ทริชและรีนยืนจ้องมองไปที่ราฟี้กับชามอยู่นาน เมื่อเห็นว่าราฟี้เลิกคิดส่งคลื่นจิตวิญญาณแล้ว จึงไม่รอช้าทำการพุ่งตัวออกไปด้านหน้าเพื่อจู่โจมทันที
ศาสตราวุธทั้งห้าเริ่มปะทะกันไปมาอย่างรวดเร็ว การปะทะกันครั้งนี้ของพวกเขารุนแรงเป็นอย่างมาก ส่งให้ราฟี้กับชามต้องตัดสินใจโดดหนีขึ้นไปบนหลังคาบ้าน เพื่อเว้นการปะทะตรงจุดที่อาจเกิดผลสะท้อนของพลังงานจนไปโดนพรรคพวกตนเอง
อย่างไรสายตาของพวกมันทั้งคู่ก็ยังไม่ละไปจากร่างเด็กหนุ่มในชุดสีฟางที่ยืนอยู่ด้านล่าง
ในตอนนี้พอตแมนได้นำกลุ่มคนกว่าร้อยชีวิตของตนถอยร่นไปยืนด้านหลัง พร้อมร่ายบทอาคมเพื่อทำการแก้ทางอาคมของกลุ่มผู้ใช้อาคมตระกูลฟอลลิชที่กำลังทำการร่ายอยู่ฝั่งตรงข้ามในระยะไกล
โดยด้านหน้าของกลุ่มผู้ใช้อาคมตระกูลฟอลลิชยืนไว้ด้วยชายชราห้าคนที่ล้วนอยู่ในระดับผสานกายขั้นเจ็ดกันทั้งสิ้น ทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในซอยร้อยมังกรตอนนี้แบ่งออกเป็นสามช่วงใหญ่ๆ
ช่วงแรกคือผู้ใช้อาคมที่ยืนอยู่ด้านหลังของทั้งสองฝ่ายพยายามร่ายบทอาคมแก้ทางกันไปมาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เมื่อฝั่งฟอลลิชร่ายอาคมอาณาเขตวงเวทหน่วงรั้ง ฝั่งแรนเชอก็จะเริ่มร่ายบทอาคมแก้เตรียมไว้ เพื่อรอแก้ไขอาคมอาณาเขตวงเวทหน่วงรั้งทันที ทำให้ทางฟอลลิชต้องเปลี่ยนบทอาคมไปมากันอย่างวุ่นวาย
ช่วงสองคือด้านบนหลังคาบ้านที่กำลังลุกเป็นไฟ เพราะเกิดจากการปะทะกันของผู้นำตระกูลทั้งห้า
ช่วงสามคือตรงกลางระหว่างกลุ่มผู้ใช้อาคมที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคนในชุดคลุมสีเทาและคนในชุดคลุมสีน้ำเงิน โดยในช่วงนี้ล้วนมีแต่ความวุ่นวาย บางคนเพียงแค่สะดุดขาตัวเองล้มก็ถูกเหยียบทับจากฝ่ายตรงข้ามและพรรคพวกตนจนตายไปแบบไม่รู้ตัว
ในจุดกึ่งกลางของความชุลมุนวุ่นวาย มีหัวไร้ร่างพร้อมกับร่างไร้หัวนับสิบนอนกองกันอยู่แทบเท้าของเด็กชายในชุดสีฟาง
ชิลยืนนิ่งอยู่ตรงกลางสนามรบในช่วงสาม เพียงไม่กี่นาทีก็ได้ทำการสังหารคนจากฟอลลิชไปแล้วหลายคน โดยที่ยังไม่ได้ขยับออกจากจุดที่ยืนอยู่เท่าใดนัก
นี่ทำให้คนตระกูลฟอลลิชที่คิดจะเข้าไปแก้แค้นให้นายน้อยของพวกมันไม่กล้าคิดเข้าใกล้ และหันไปจู่โจมคนตระกูลแรนเชอแทน
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผลจ้องนิ่งไปด้านหน้าอย่างเย็นชา หลังจากสังหารคนตระกูลฟอลลิชที่พุ่งเข้ามาโจมตีเสร็จ ชิลก็ไม่ลืมที่จะเก็บศาสตราวุธเวทของพวกมันเข้าไปในเชือกสีดำ แม้จะเป็นเพียงศาสตราวุธเวทระดับสามัญ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
จู่ๆสัมผัสจิตวิญญาณก็ตอบสนอง มีคนผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาด้านหลังด้วยความเร็ว ในทันทีดาบสีฟ้าก็ถูกวาดออกไป
เคร้ง!!
ดาบสีฟ้าปะทะเข้ากับดาบสีเงินเล่มหนึ่ง โดยผู้ที่ถือดาบสีเงินเล่มนี้อยู่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคูเดล มันยังคงแค้นเคืองอยู่มากเรื่องที่ชิลได้ทำไว้กับฟาเดล