บทที่3-1 ร้านค้า
หวังิซินเป็เ้าของร้านเครื่องหอมฉิงเล่อซึ่งขายเครื่องสำอางและเครื่องหอมคุณภาพดีโดยมีราคาแพงสำหรับฮูหยินและคุณหนูตระกูลต่างๆ ที่มีฐานะดีและนางยังเปิดร้านเครื่องหอมฟางซินที่ขายเครื่องสำอางและเครื่องหอมคุณภาพปานกลางราคาย่อมเยาสำหรับชาวบ้านทั่วไป โดยนางเลียนแบบท่านย่าของนางที่ทำกิจการร้านค้าแบ่งถามฐานะการเงินของลูกค้า
ด้วยวันนี้นางจะเข้าไปตรวจงานที่ร้านฉิงเล่อเครื่องสำอางที่วางขายในร้าน เป็พี่สาวของนางที่เป็คนคิดค้นขึ้นเช่นกันแต่พี่สาวของนางได้ยกโรงงานผลิตและสูตรทั้งหมดให้กับนาง
ตอนนี้นางได้พัฒนาสูตรของเครื่องสำอางให้ดีมากยิ่งขึ้นภายใต้คำแนะนำของพี่สามเพราะได้วัตถุดิบที่ชาวต่างชาตินำมาขายยังเมืองหลวง โดยลูกพี่ลูกน้องของนางที่อยู่ในเมืองหลวงเป็คนหาซื้อและส่งวัตถุดิบมาให้นางยังอำเภออู่โหวแต่เมื่อประมาณห้าเดือนที่แล้วนางได้เจอกับชายชาวอังกฤษ ที่ล่องเรือนำสิ่งของเข้ามาขายยังท่าเรือเมืองเฉิงตือนางจึงได้สั่งวัตถุดิบจากเขาจำนวนมากจะได้ไม่ต้องลำบากพี่ซือซือให้ช่วยซื้อวัตถุดิบให้อีก
ส่วนเครื่องหอมเป็นางที่ชอบและหลงรักในกลิ่นของมันนางจึงได้ศึกษาและลองผสมเครื่องหอมหลายอย่างและตอนนี้เครื่องหอมที่นางเป็ผู้คิดค้นส่วนผสมขึ้นได้วางขายอยู่ที่ร้านเครื่องหอมฉิงเล่อและร้านเครื่องหอมฟางซิน ทั้งยังได้รับความนิยมยิ่งนัก
นอกจากเครื่องสำอางและเครื่องหอมของนางจะขายที่อู่โหวแล้วยังมีวางขายที่ร้านเหม่ยลี่ในเมืองหลวงซึ่งเป็ร้านของพี่สามและพี่ซือซือที่เปิดร้านร่วมกันสินค้าของนางได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองหลวงเช่นกันทำให้นางต้องใช้บริการขนส่งสินค้าทางเรือจำนวนมากของคุณชายหลิวอี้โจว ให้ไปส่งยังเมืองหลวงที่นางเลือกใช้กิจการของคุณชายหลิวอี้โจว เพราะเขามีสำนักคุ้มภัยเป็ของตัวเอง คอยดูแลความปลอดภัยสินค้าให้กับลูกค้าอยู่เสมอ
เมื่อรถม้าของนางมาถึงหน้าร้านฉิงเล่อเป็ซิ่งฮวาที่ช่วยพยุงนางให้ลงจากรถม้า อันที่จริงนางสามารถลงจากรถม้าเองได้แต่ซิ่งฮวาได้กล่าวกับนางว่า
“มีคุณหนูของบ้านไหนบ้างเ้าคะที่ลงจากรถม้าเอง เป็คุณหนูก็ต้องก้าวเดินช้าๆ จะได้ดูบอบบางน่าทะนุถนอมเป็กุลสตรี มิใช่กระโดกกระเดกเหมือนม้าดีดกะโหลกและะโลงจากรถม้าเองเ้าค่ะ”
“ก็คุณหนูิซินแห่งบ้านตระกูลหวังนี่ไงเล่า ที่จะะโลงจากรถม้าเอง”
“ก็ได้เ้าค่ะถ้าคุณหนูจะะโลงจากรถม้าเองก็ได้ แต่ข้าจะแจ้งกับฮูหยินว่าคุณหนูทำกิริยาไม่งามต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ให้ฮูหยินส่งอาจารย์มาสอนมารยาทให้กับคุณหนูเพิ่มเ้าค่ะและข้ายังจะให้เพ่ยฟางเข้าเรียนเป็เพื่อนคุณหนูด้วยนะเ้าคะ”
“ไม่นะเ้าคะ ข้าไม่อยากเรียนเ้าค่ะคุณหนูทำตามที่พี่ซิ่งฮวาบอกเถอะเ้าค่ะ พลีส (please)”สาวใช้ตัวน้อยของนางรีบกล่าวอ้อนวอน
“โอเค ข้าไม่ะโลงก็ได้”นางตอบรับคำของซิ่งฮวา ผู้ซึ่งนางไม่เคยเอาชนะได้เลย
“เกรท เ้าค่ะข้าช่วยพยุงคุณหนูลงจากรถม้าเองเ้าค่ะ” สาวใช้คนสนิทส่งรอยยิ้มละไมมาให้ิซินแล้วช่วยพยุงเ้านายลงจากลงม้า ให้มีท่าทางที่งดงามตามมาตรฐานของคุณหนูตระกูลใหญ่
ิซินกำลังยืนอยู่หน้าร้านเครื่องหอมฉิงเล่อป้ายชื่อหน้าร้านเป็ลายมือของท่านปู่ที่ส่งมาให้นางจากเมืองหลวงนางเป็หลานสาวคนเล็กที่ท่านปู่รักและเอ็นดูมากที่สุดส่วนพี่สามของนางเป็คนที่ท่านปู่ชื่นชมในความสามารถมากที่สุดเช่นกัน
ร้านเครื่องหอมฉิงเล่อเป็ตึกสองชั้นตกแต่งด้วยผ้าสีชมพูอย่างสวยงามตามความชอบของนางชั้นล่างเป็ที่ขายเครื่องสำอาง ส่วนชั้นบนขายเครื่องหอมหลงจู๊ของร้านออกมาต้อนรับนางด้วยตนเอง นางจึงบอกให้เขาไปทำงานต่อส่วนตัวนางเดินนำหน้าสาวใช้ทั้งสองคนไปยังห้องทำงานของนางที่อยู่ชั้นบน
ในขณะที่ิซินกำลังตรวจสอบบัญชีของร้านอยู่เป็เพ่ยฟางที่เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาและส่งเสียงดังว่า
“คุณหนูเ้าคะเกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ”
“เกิดเื่อันใดหรือ”
“เมื่อสักครู่ข้าลงไปเตรียมน้ำชาให้คุณหนู ได้ยินเสียงดังมาจากหน้าร้าน ข้าจึงเดินออกไปดูพบว่ามีคนมาร้องโวยวายอยู่หน้าร้าน หาว่าร้านของเราขายของคุณภาพไม่ดีทำให้พวกนางมีผื่นขึ้นที่หน้าเ้าค่ะ”
“ข้าจะออกไปดูเอง”
“เ้าค่ะคุณหนู”
เมื่อหวังิซินเดินไปถึงหน้าร้านได้เห็นหญิงสาวชาวบ้านจำนวนสามคนยืนร้องะโโวยวายอยู่หน้าร้านและมีชาวบ้านจำนวนมากยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่
“เกิดเื่อันใดขึ้นหรือหลงจู๊โหว”หวังิซินเอ่ยถาม
“พวกนางสามคนบอกว่า แป้งทาหน้าของร้านพวกเราคุณภาพไม่ดีทำให้หน้าของพวกนางมีผื่นขึ้นขอรับ”
หลังจากได้ยินคำตอบจากหลงจู๊โหว หวังิซินจึงหันไปเอ่ยกับหญิงสาวทั้งสามคนว่า
“พวกเ้าได้นำตลับแป้งมาด้วยหรือไม่”
“นำมาเ้าค่ะ”
“ข้าขอดูตลับแป้งของพวกเ้าหน่อย”
“เ้าค่ะ”
หญิงสาวทั้งสามคนยื่นตลับแป้งให้กับิซินหลังจากที่นางพินิจพิจารณาดูตลับแป้งแล้ว จึงได้กล่าวออกไปอย่างเสียงดังให้ทุกคนได้ยินว่า
“ตลับแป้งสามตลับนี้ไม่ใช่ของร้านฉิงเล่อ”
ทันทีที่หวังิซินเห็นหญิงสาวชาวบ้านทั้งสามคนนี้ก็คิดในใจว่าตลับแป้งที่อยู่ในมือพวกนางไม่น่าจะใช่ของร้านฉิงเล่อ เพราะราคาของสินค้าในร้านฉิงเล่อมิใช่เป็ราคาที่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปจะซื้อได้ ต้องเป็คนมีฐานะมีเงินเหลือใช้จึงจะซื้อได้ ราคาของตลับแป้งหนึ่งตลับเท่ากับค่าแรงของคนงานถึงสามเดือน
“จะไม่ใช่ของร้านฉิงเล่อได้อย่างไรตลับแป้งนี้มีตราของร้านเครื่องหอมฉิงเล่ออยู่ รูปร่างของตลับแป้งก็เหมือนกับที่ขายอยู่ในร้านของพวกเ้า”หนึ่งในหญิงสาวชาวบ้านเอ่ยเถียงิซิน
“ถ้ามองอย่างผิวเผินตลับแป้งทั้งสามตลับนี้คล้ายกับเป็ตลับแป้งของร้านเครื่องหอมฉิงเล่อ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่”
“ข้ามีวิธีพิสูจน์แต่ก่อนอื่นข้าอยากได้คนกลางที่สามารถเป็พยานได้”
“ข้าเอง ข้าจะเป็คนกลางให้เอง”เป็เสียงของท่านหัวหน้ามือปราบต่ง
“คารวะท่านหัวหน้ามือปราบต่งเ้าค่ะ”ิซินยอบกายคารวะ
“สวัสดีคุณหนูิซินข้าเดินผ่านมาทางนี้พอดี เห็นผู้คนยืนอยู่จำนวนมาก จึงได้เดินเข้ามาดูและได้ยินคำพูดของคุณหนู ข้าจึงขออาสาเป็คนกลางให้เอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“แล้วคุณหนูมีวิธีพิสูจน์ได้อย่างไร”
“ข้าจะเอาแป้งทาหน้าจากร้านของข้าออกมาสามตลับรบกวนท่านมือปราบนำแป้งทาหน้าของข้าไปวางสลับตำแหน่งกับแป้งทาหน้าของพวกนางต่อหน้าทุกคนข้าจะเข้าไปรอในร้านจนกว่าพวกท่านจะสลับตำแหน่งเสร็จ จากนั้นข้าจะเป็คนบอกว่า ตลับไหนคือแป้งทาหน้าจากร้านของข้าโดยที่จะไม่มีการจับและเปิดตลับแป้งเ้าค่ะ”
“เป็วิธีที่ดี มีผู้ใดในที่นี่ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของคุณหนูิซินหรือไม่”หัวหน้ามือปราบต่งเอ่ยถามทุกคนแล้วรออยู่สักพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดคัดค้าน จึงได้เอ่ยต่อว่า
“คุณหนูิซินเชิญเริ่มได้”
“เ้าค่ะ” หวังิซินตอบรับคำของท่านหัวหน้ามือปราบแล้วจึงหันไปกล่าวกับหลงจู๊ของร้านว่า
“หลงจู๊โหว ท่านให้คนนำโต๊ะออกมาให้พวกนางจัดวางตลับแป้งนำแป้งทาหน้าของร้านเราออกมาให้ท่านหัวหน้ามือปราบสามตลับแล้วสั่งให้คนงานทุกคนเข้าไปรอในร้านจนกว่าพวกนางจะจัดตำแหน่งตลับแป้งเสร็จ”
“ขอรับคุณหนู”