หนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว

    เล่มที่ 3 บทที่ 116 งานประลองใกล้ถึงจุดสิ้นสุด 3

    เหอตงหลิวก้าวเดินไปหยุดยืนอยู่ด้านข้างร่างกายส่วนบนของหวินซิว จากนั้นมันกางมือออกเหนือร่างพร้อมกับไอความร้อนที่ถูกส่งออกจากฝ่ามือพัดผ่านร่างที่ไร้วิญญาณของหวินซิวจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

    เหอตงหลิวมองไปยังเสี่ยวซวง เวลานี้มันไม่ได้สนใจการประลองหรืออะไรอีกต่อไปแล้ว กติการนะหรือน่ะหรือ? ช่างมันปะไร ต่อให้นางกล่าวยอมแพ้หรือจะออกจากเวทีไป มันก็จะไม่หยุดมือจนกว่าหญิงแพศยาผู้นี้จะตกตายต่อหน้ามันอย่างแน่นอน

    หนิงเทียนจับจ้องไปยังเหอตงหลิวด้วยสายตาเย็นชา เมื่อสายตาของทั้งสองปะทะกันแล้วมันสามารถบอกได้เลยว่า ความต้องการสังหารของเหอตงหลิวมีมากเพียงใด

    ขณะที่มันกำลังลุกขึ้นยืน เสียงของอู๋ชางก็ดังขึ้นมาภายในจิต

    “คุณชายช้าก่อน!!!”

    หนิงเทียนตอบอย่างไม่ใส่ใจออกไป “มีอะไร ไม่เห็นหรืออย่างไรเวลานี้ข้ากำลังยุ่ง?”

    ราชาภูตกล่าวออกอย่างลวกๆๆ ไปว่า “ไม่มีอะไร อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นแม่หนูนั่นจะทะลวงระดับและท่าเท้าจันทราหวนก็จะยกระดับขึ้นไปอยู่ในขั้นที่สูงกว่าเดิม”

    “เจ้าจะบอกว่า ไม่ให้เข้าไปขัดขวางการพัฒนาของนางสินะ”

    “ราชาผู้นี้ไม่ได้หมายความเช่นนั้นเลย คุณชายจะทำเช่นไรล้วนแล้วแต่เป็นการตัดสินใจของท่าน ราชาเพียงแค่กล่าวตามสิ่งที่สัมผัสได้เท่านั้น”

    หนิงเทียนหยุดนิ่งพิจารณาอยู่ชั่วครู่ก่อนที่มันจะหวนคิดถึงตัวมันเอง สิ่งที่หล่อหลอมให้มันแข็งแกร่งได้ ไม่ใช่ประสบการณ์ที่ได้ต่อสู้กับความตายหรอกหรือ?

    “ตัวข้าเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปขัดขวางความก้าวหน้าของใคร” เมื่อมันคิดได้เช่นนั้น จากสองเท้าที่เดิมคิดจะก้าวออกไปก็เปลี่ยนเป็นทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้คงเดิม

    จากนั้นมันก็หันไปกล่าวกับหลวนคุน “ผู้อาวุโสหลวน ไม่ทราบว่าสมาคมการค้าจ้าวสมุทรของท่านมีสุรารสดีติดมาสักไหสองไหหรือไม่?”

    จินเหล่าต้า “.........” ไม่มีคำพูดใดหลุดจากปากของมัน เวลานี้พี่ชายหนิงยังต้องการที่จะดื่ม

    “โฮ๊ฮะๆ ๆ คุณชายหนิง แน่นอนว่าสุราชั้นยอดสมาคมการค้าจ้าวสมุทรของเราต้องมีมัน แต่ทว่าตาแก่ผู้นี้เป็นห่วงความปลอดภัยของสาวน้อยผู้นั้น เห็นได้ชัดว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเหอตงหลิว

    คุณชาย ท่านไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วยหน่อยหรือ???”

     อันที่จริงแล้วตั้งแต่หนิงเทียนก้าวเท้าเข้าสู่เมืองฉางผิงและได้สร้างได้ปัญหามากมายแต่กลับไม่เคยมีผู้ใดเลยที่ได้เห็นพลังที่แท้จริงของมันเลยสักครั้ง

    แม้แต่สมาคมการค้าจ้าวสมุทรของหลวนคุนเองก็ยังไม่มีข้อมูลของหนิงเทียนเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้มันจึงต้องการเห็นการต่อสู้ของเด็กหนุ่มคนนี้มากกว่าใครทั้งหมด

    “เส้นทางที่โรยด้วยหมู่บุปผามิเคยสร้างยอดคนที่แท้จริง” หนิงเทียนตอบกลับอย่างไม่สนใจ

    ได้ยินดังนั้นหลวนคุนได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ ๆ พร้อมกับนำนารีเจ็ดสียอดราชาสุราออกมาให้แก่หนิงเทียน

    ....

     

    เวลาเดียวกัน บนเวทีประลอง การต่อสู้ของเสี่ยวซวงและเหอตงหลิวได้เริ่มขึ้นแล้ว

    ท่วงท่าที่เหอตงหลิวใช้เต็มไปด้วยจิตสังหารและความโกรธ มันหมุนตัวออกอย่างรวดเร็ว และยกกำปั้นขวาขึ้นมา ประกายสีแดงพร้อมกับคลื่นความร้อนกำลังพัดกระจายออกมาไปยังเสี่ยวซวง

    “ทักษะต่อสู้ระดับปราชญ์ขั้นสูง ราชาหมัดเพลิง!!!!” เสียงอุทานของผู้ชมคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง

    ใบหน้าของเสี่ยวซวงยังเต็มไปด้วยความเย็นชา ในขณะที่นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวและยกดาบตัดภูผาขึ้นมาสกัดกำปั้นสีแดงที่พุ่งเข้ามา

    “ตูมมม!!!!”

    การปะทะกันระหว่างหมัดและดาบก่อให้เกิดลมความร้อนพัดออกไปในทุกทิศทาง

    ราชาหมัดเพลิงที่สองและสามถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง เสี่ยวซวงถอยหลังเพิ่มจากหนึ่งก้าวเป็นสองก้าว และสามก้าวตามลำดับ

    แรงกดดันในระดับครึ่งก้าวสู่แดนทรราชแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วพื้นที่ลานประลอง มันชวนให้ผู้คนที่มีจิตใจอ่อนแอบังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในทันที

    ปัง ปังงง...ปังงง!!!!!! เสียงระเบิดดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่าเท้าที่เคยว่องไวจนสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ชม บัดนี้มันถูกรุกไล่จนแทบจะจนมุมเวทีแล้ว

    ทันใดนั้นเสี่ยวซวงก็เปลี่ยนท่วงท่าจากรับเป็นรุก นางอาศัยหมอกควันจากเศษฝุ่นของเวทีที่ฟุ้งกระจายในการอำพรางตัว และใช้ออกมาด้วยเพลงดาบอสูรไล่ล่า

    เพลงดาบอสูรไล่ล่านั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่ามันเป็นทักษะการต่อสู้ประจำตัวของ พยัคฆ์แดง จั่วจิงหนาน หัวหน้ากลุ่มสามอสูร

    ถึงแม้มันจะเป็นทักษะต่อสู้แต่มันก็เป็นทักษะที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการไล่ล่าเหยื่อ มันจึงส่งเสริมไปทางท่าเท้าเสียมากกว่า ผู้ที่ได้ฝึกฝนเพลงดาบอสูรไล่ล่า ความเร็วและพลังของมันจะเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า

    หนิงเทียนพยักหน้าพร้อมเปิดปากชมออกมา “ไม่เลวเลย ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ดูเหมือนเจ้าจะสั่งสอนทักษะที่เหมาะสมให้แก่นางได้ดีจริงๆๆ”

    คำชมของหนิงเทียนนั้นไม่ได้กล่าวขึ้นมาเพื่อยกยอแต่อย่างใด มันกล่าวออกตามที่ได้เห็น ในสายตาของหนิงเทียน จั่วจิงหนานนับได้ว่าเป็นผู้ฝึกสอนที่มีความสามารถสูงคนหนึ่งเลยทีเดียว

    "ขอบคุณนายท่าน แต่เป็นตัวของคุณหนูเสี่ยวซวงเองที่สามารถร่ำเรียนมันได้สำเร็จภายในสาม3วัน" จั่วจิงหนานโค้งศีรษะลงและกล่าวตอบอย่างสุภาพ

    เหอตงหลิวหรี่ดวงตาแคบลง จากเดิมที่มันกำลังรุกไล่อยู่นั้นต้องชะงักเท้าและเปลี่ยนท่วงท่าเป็นป้องกันดาบอสูรไล่ล่าในทันที มันใช้มือวาดเกราะปราณไฟนับสิบๆๆ สายออกมาหยุดยั้งดาบตัดภูผาที่โจมตีเข้ามาดุจพายุฝนห่าใหญ่

    ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ดูเหมือนว่าข้าจะดูถูกเจ้าเกินไป” สิ้นคำกล่าว เหอตงหลิวก็สะบัดแขนเสื้อเรียกอาวุธประจำกายของมันออกมา

    ดาบสีแดงเพลิงปรากฎปรากฏแก่สายตาผู้คน ที่ใบดาบมันตกแต่งไปด้วยลวดลายแห่งเปลวไฟ บริเวณด้ามจับนั้นออกจะแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อยเพราะว่ามันไม่มีด้านจับที่ยื่นยาวเหมือนดาบเล่มอื่นๆๆ

    มันเพียงแต่มีห่้วงเหล็กคล้องไว้กับข้อมือเท่านั้น และเมื่อปราณเทพศิลาดำของเหอตงหลิวถ่ายลงไปยังดาบสีแดงเพลิง ใบดาบที่เคยเห็นเป็นเหล็กกลัับพลิ้วไสวไปตามแรงลม

    “ออกมาจนได้ ดาบแห่งศรัทธา ดาบเทพศิลาดำ ดาบที่ถูกสร้างขึ้นจากศิลาดำหลอมรวมด้วยพลังแห่งธาตุไฟ”

    ฮุยเหยียนฟางกล่าวออกมาด้วยสายตาเย็นชาเมื่อมองไปยังดาบในมือของเหอตงหลิว พวกมันทั้งสองได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์ในด้าน ดาบและกระบี่ ทั้งคู่ปะทะกันอยู่บ่อยครั้งจึงไม่แปลกที่ฮุยเหยียนฟางจะรู้จักมันดี

    เวลานี้ความประหลาดใจบนใบหน้าของเหอตงหลิวหายไป จากนั้นมันก็หัวเราะและแสยะยิ้มออกมา

    “แม้เจ้าจะเป็นศัตรูที่ไม่สามารถอยู่ร่วมพื้นดินได้ แต่ข้าขอชื่นชมที่สตรีตัวเล็กๆๆ อายุเพียง15 16สิบห้าสิบหกปี ทำให้ข้าถึงขนาดต้องนำดาบเทพศิลาดำออกมา เจ้าจงดีใจเสียเถอะ”

    ไม่น่าแปลกใจอะไรที่เหอตงหลิวจะมีความเหย่อยิ่งเย่อหยิ่งถึงเพียงนี้ เพียงแค่อายุ50ห้าสิบปี มันก็ได้รับสมญานามให้เป็นปราชญ์แห่งดาบ และเมื่ออายุ100หนึ่งร้อยปีพลังของมันได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับวีรชนขั้นที่เก้า9

    และในอีกยี่สิบ20ปีต่อมาระดับพลังของมันก็มาถึงจุดสูงสุดในขั้นที่เก้า9 ตัวมันเองขาดเพียงแค่วาสนาที่จะได้พบเจอโอสถวิญญาณทรราชเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริงๆๆ มันก็จะกลายเป็นราชาที่แท้จริงในดินแดนรอบนอก

    เสี่ยงซวง แม้นางจะแข็งแกร่ง แต่ประสบการณ์ต่อสู้ของนางก็ไม่ได้มีมากเท่าหนิงเทียน ระดับพลังก็ยังห่างไกลกว่าจากเหอตงหลิวถึงห้า5ขั้นใหญ่ การต่อสู้ในครั้งนี้คงยากที่จะบอกได้เต็มปากว่านางจะเป็นฝ่ายชนะ

    ตูม!!!! ดาบเทพศิลาดำฟาดออกอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ดาบของมันเคยตัดถูกแต่อากาศบัดนี้เศษชิ้นส่วนของเสื้อผ้าเริ่มที่จะถูกตัดขาดตามวิถีดาบที่มันฟันออกแล้ว

    เหอตงหลิวหัวเราะและกล่าวออกด้วยความยโส “ข้าอยากรู้ว่าระดับพลังปราณของเจ้า จะสามารถหนีไปได้อีกนานเพียงใดกัน”

    การรุกไล่ของเหอตงหลิวผ่านไปกว่าห้าสิบ50กระบวนท่า แม้มันจะยังไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับเสี่ยวซวงได้ แต่มันก็เริ่มที่จะใกล้เคียง ใกล้เคียงเข้าไปทุกขณะแล้ว

    เสื้อผ้าสีขาวที่เสี่ยวซวงสวมใส่อยู่นั้นบัดนี้มันเต็มไปด้วยรอยตัดขาดจากใบดาบจนเผยให้เห็นผิวหนังอันขาวบริสุทธิ์ออกมาให้สายตาทุกคู่ได้ชม ใบหน้าของเสี่ยวซวงเวลานี้ซีดขาว ทะเลลมปราณกว่าแปด8ใน10สิบส่วนถูกใช้ไปกับท่าเท้าจันทราหวน

    “ทักษะระดับสูงเช่นนี้คงจะกินพลังปราณของนางมากเกินไป” เมื่อหนิงเทียนคิดได้เช่นนั้นมันก็เปิดปากส่งเสียงออกมา “เสี่ยวซวง เจ้ายอมแพ้เสีย นี่คือคำสั่ง!!”

    สิ้นเสียงของหนิงเทียน เหอตงหลิวก็ระเบิดพลังดุจภูตปีศาจ มันพุ่งร่างเข้าถึงตัวเสี่ยวซวงอย่างรวดเร็ว

    “ใครจะไปยอมกัน” สิ้นคำกล่าวดาบเทพศิลาดำของเหอตงหลิวก็ถูกส่งออกด้วยลมปราณเข้าไปสะกัดกั้นเส้นทางหนีของเสี่ยวซวง

    จากนั้นกำปั้นของมันก็ค่อยๆๆ กลายเป็นเปลวไฟ ห้อมล้อมหมัดของมันไว้ และชกออกไปยังจุดจิวเหว่ย[1] (ลิ้นปี่)ของเสี่ยวซวงอย่างรุนแรง ตลอดระยะเวลาที่ต่อสู้กันมา นี่เป็นการโจมตีเดียวที่เหอตงหลิวได้สัมผัสกับร่างของเสี่ยวซวง

    แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะส่งร่างของนางให้ลงไปนอนกองกับพื้น ด้วยจุดจิวเหว่ยที่บาดเจ็บ เวลานี้แม้แต่เสียงที่จะออกจากลำคอ นางก็ยังไม่มีความสามารถเอ่ยออกมา

    เสี่ยวซวงพยามพยายามประครองประคองร่างโดยใช้ดาบตัดภูผายันกายขึ้นมา

    “ยอมแพ้ ยอมแพ้ รอบนี้พวกเรายอมแพ้ เจ้าไม่ได้ยินหรือไง!!!!” จินเหล่าต้าตะโกนออกเสียงดังแก่ฮันซิน

    “ไม่ได้!!!! ตามกฎแล้วมีแต่ตัวนางเท่านั้นที่จะประกาศยอมแพ้ได้ หรือไม่แล้วนางก็ต้องหาวิธีลงจากเวทีด้วยตัวเอง มีเพียงสองทางนี้เท่านั้น” ฮันซินกล่าวตอบออกมาด้วยเสียงแข็ง

    ได้ยินดังนั้นคิ้วของหนิงเทียนก็ขมวดเข้าหากันมากขึ้นกว่าเดิม มันกล่าวออกภายในอย่างไม่พอใจนัก “อู๋ชาง ไหนเจ้าบอกว่านางจะสามารถทะลวงระดับในการต่อสู้ได้???”

    “เฮ้อ...คุณชาย ท่านตาบอดหรือไง นางเพียงโดนชกแค่หมัดเดียวเท่านั้นไม่ใช่หรือ???? ท่านคิดว่าประสบการณ์เสี่ยงตายเพื่อทำลายขีดจำกัดคือการโดนชกเพียงหมัดเดียว???

    แต่ว่านะ คุณชาย ถ้าท่านเป็นห่วงนางถึงเพียงนั้นล่ะก็ลืมเรื่องการทะลวงระดับและรีบขึ้นไปหยุดมันเถอะ” ราชาภูตกล่าวออกอย่างจนใจ พวกมันทั้งสองทำสัญญาจิตวิญญาณซึ่งกันและกัน มีหรือที่มันจะไม่รู้ว่าภายในใจของหนิงเทียนเวลานี้รู้สึกเช่นใด

    หนิงเทียนถอนหายใจออกมายาว “ความรู้สึกผิดต่อการตายของฉางอินยังคงอยู่ในใจข้า ข้าคงไม่อาจทนเห็นคนรักของมันเป็นอะไรไปต่อหน้าได้ ดูเหมือนว่าอุปสรรคในการพัฒนาของนางจะคือตัวข้าเอง”

    อู๋ชางได้ยินดังนั้นมันเพียงแต่ส่ายหน้า พร้อมกล่าวออกมาลับหลังหนิงเทียน “คุณชาย ท่านนั้นหลอกลวงผู้อื่นจนเคย ข้าเกรงว่าแม้แต่ตัวของท่านก็ยังไม่พ้นถูกตนเองหลอกลวง”

    จากนั้นหนิงเทียนก็กล่าวออกเสียงดัง “เสี่ยวซวง คำสั่งเดียวของข้าคือการให้เจ้าลงมาจากเวทีประลองเดี๋ยวนี้”

    แม้ว่าเสี่ยวซวงจะไม่ได้พยักหน้าตอบรับ แต่คำสั่งของหนิงเทียนคือสิ่งที่นางกระทำตามมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็เหมือนเช่นเคย นางรีบถีบพื้นใช้ออกด้วยท่าเท้าจันทราหวน พุ่งร่างไปในทิศทางนอกเวทีอย่างรวดเร็ว

    “คิดจะหนี??? มันไม่ง่ายนักหรอก” ใบหน้าของเหอตงหลิวฉาบไปด้วยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจ

    เนื่องจากอาการศบาดเจ็บกอปรกับทะเลปราณที่ถูกใช้จนเหือดแห้ง มันทำให้ความเร็วของนางมิใช่เหมือนเช่นคราวแรกแล้ว ด้วยเหตุนี้เหอตงหลิวจึงพลิ้วกายมาขวางทางนางได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร

    จากนั้นราชาหมัดเพลิงก็ถูกใช้ออกอีกสองหมัด คราวนี้มันกระแทกร่างของเสี่ยวซวงอย่างจัง พลังปราณที่คอยปกป้องร่างกายจากความร้อนของเปลวไฟก็มิได้มีเช่นเคยแล้ว

    ร่างของเสี่ยวซวงกระเด็นถอยไปอยู่กลางเวที พร้อมกับรอยเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปาก เสื้อผ้าบางสวนถูกเผาไหม้ด้วยปราณธาตุไฟจนเผยหัวไหล่ที่ขาวเนียนให้เห็นแก่สายตาทุกคู่

    “แม่เจ้าโว้ยยยย สิ่งนี้สิน่าดูชมกว่า ราชาหมัดเพลิงและดาบเทพศิลาดำเป็นร้อยๆๆ เท่า”

    “เอาอีก เอาอีก เหอตงหลิวโจมตีให้มันต่ำกว่านี้อีกสิโว้ยยย” เสียงเชียร์ของฝูงชนตะโกนเรียกชื่อเหอตงหลิวอย่างไม่ขาดปาก

    ปังงงงงง!!!!! ทันใดนั้นเองเสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหว กึกก้องออกมา กลบเสียงตะโกนเชียร์และคำกล่าวเหล่านั้นจนหมดสิ้น

    เมื่อสายตาทุกคู่มองไปยังต้นตอของเสียงมันพบว่า เป็นเด็กหนุ่มที่เคยนั่งอยู่บนเก้าอี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับบดขยี้เก้าอี้เหล็กจนกลายเป็นผุยผงด้วยโทสะ

    มันกวาดสายตามองอย่างดุร้ายไปยังผู้ชม ก่อนจะกล่าวออก “เหล่าต้า ขึ้นไปช่วยนางลงมา”

    “ตะ.......แต่ว่านั่้นจะทำให้พวกเราทำผิดกฎกติกากฎกติกาหรือไม่???” จินเหล่าต้ากล่าวถามออกเพื่อความแน่ใจ

    “ไม่ต้องสน ข้าจะเล่นเกมส์[B1] ตามกติกาของพวกมันต่อไปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคำตอบของพวกมัน ถ้าพวกมันบอกว่าเราทำผิดกติกาก็ช่าง

    ต่อไปนี้ข้าจะได้ให้พวกมันมาเล่นตามเกมส์กติกาชีวิตของข้าบ้าง” น้ำเสียงของหนิงเทียนไม่ดังหรือเบาเกินกว่าที่ทุกคนจะได้ยิน แต่สำหรับผู้ที่ได้ฟังคำกล่าวนั้นมันคล้ายกับถูกมีดเล่มเล็กกรีดยังไปยังก้นบึ้งของจิตใจ

     

    [1] ลิ้นปี่

     จัดไปคุ้มๆ โปรสงกรานต์ ลด50% ทักเฟสด้านล่าง

     

    คล้ายกับเรื่องหนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว ที่คุณอ่าน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271