ใช้เวลาเดินไปตามพื้นทรายนุ่มๆ ไม่นานก็ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนยอดภู สามหนุ่มที่มาถึงก่อนได้จับจองพื้นที่มุมหนึ่งของสนามหญ้าตรงจุดขนส่งสัมภาระในการนั่งรอ แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องบอกว่านอนรอมากกว่า เพราะทั้งสามคนนอนแผ่หลากางแขนกางขาหมดสภาพไม่ต่างกัน พอเห็นเธอกับพีรพัฒน์เดินมาก็เพียงแค่โบกมือให้แล้วบอกใบ้ว่าสัมภาระยังมาไม่ถึงให้รอก่อน
นั่งพักพอหายเหนื่อยลูกหาบที่ทำหน้าที่หาบสัมภาระของทั้งหมดก็เดินทางมาถึง เป้คู่ใจของเธอถูกผูกมาหาบเดียวกับของทุกคนทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอคอยกันนาน หญิงสาวเดินเข้าไปรับเป้มาสะพายหลังแล้วก็พบกับสายตาดุๆ ของพีรพัฒน์ที่ยืนเท้าสะเอวมองมาเหมือนรอให้เธอสบตาอยู่ก่อนแล้ว
นี่เขาโมโหอะไรเธออีกล่ะนี่ลองถ้าถือกระบองด้วยล่ะก็ใช่เลย...ไม่ั์วัดแจ้งก็ั์วัดโพธิ์!
ไม่ต้องรอให้สงสัยนานเพราะชายหนุ่มเปิดบทสนทนาทันทีที่เธอสบตา
" จองบ้านพักไว้หรือเปล่า"
" เปล่าค่ะบ้านพักมันเต็มพรีมก็เลยจองเป็เต็นท์ไว้"
" โซนไหน"
พิมมาดาบอกโซนที่เธอจองไว้เสร็จก็เห็นเขาเดินไปพูดคุยกับน้องชายอยู่สองสามคำแล้วก็เดินดุ่มๆ หายไปในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวปล่อยให้เธอยืนงงอยู่คนเดียวแล้วก็เป็พีรวิชญ์ที่ไขข้อข้องใจให้เธอ
" พี่พีไปธุระน่ะพี่เขาบอกให้เราไปกางเต็นท์รอก่อนได้เลย พี่พรีมไปช่วยพวกผมนะ"
แต่เธอต้องไปแจ้งเข้าพัก...
คิดอีกทีไปช่วยหนุ่มๆ ก่อนแล้วค่อยไปติดต่อคงไม่เสียเวลาเท่าไหร่มั้งถึงยังไงเ้าหน้าที่เขาก็กางเต็นท์ให้พร้อมนอนอยู่แล้วและอีกอย่างเต็นท์เธอมันก็คงไม่หนีหายไปไหน...
โซนกางเต็นท์ที่คณะของหนุ่มๆ เลือกไว้เป็เพียงลานกว้างๆ ที่ทางอุทยานได้จัดไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเอง โซนนี้้จัดได้ว่าค่อนข้างเงียบสงบเป็ส่วนตัวคนไม่พลุกพล่านเหมือนโซนที่เดินผ่านมาก่อนหน้าแต่ก็ค่อนข้างไกลจากห้องน้ำ และที่สำคัญไกลจากโซนที่พักของเธอด้วย
...สงสัยคงต้องขอเบอร์โทรของพีรพัฒน์เอาไว้ก่อนจะได้สะดวกในการติดต่อ
...คิดไปคิดมาพีรพัฒน์อารมณ์ไม่ดีอยู่เธอเลือกขอเบอร์พีรวิชญ์ดีกว่า...
หญิงสาวจัดการขอเบอร์โทรตามความคิดไม่เพียงแต่เบอร์โทรของพีรวิชญ์เท่านั้นแต่ยังขอเบอร์โทรของกรวิชญ์และปกรณ์มาด้วยปิดท้ายด้วยเบอร์โทรของพีรพัฒน์ที่น้องชายของเขาใจดีแถมมาให้
พิมมาดาอาสาเป็คนไปติดต่อขอเช่าอุปกรณ์เครื่องนอนโดยมีปกรณ์อาสาตามมาเป็เพื่อนปล่อยให้สองหนุ่มเพื่อนซี้กางเต็นท์กันตามลำพัง พอได้อยู่กันสองคนชายหนุ่มที่ปกติพูดน้อยที่สุดในกลุ่มก็กลายเป็คนพูดเก่งขึ้นมาทันทีและเธอก็ได้รู้ว่าปกรณ์เป็คนคุยสนุกไม่แพ้เพื่อนแต่ที่ทำให้เธอเข้าใจผิดว่าเขาพูดน้อยคงเป็เพราะพูดไม่ทันเพื่อนอีกสองคนมากกว่า
หญิงสาวจัดการเช่าอุปกรณ์เครื่องนอนโดยไม่ลืมเช่าให้ตัวเองกะว่าจะฝากหนุ่มๆ เอาไว้ก่อนพอรู้พิกัดเต็นท์ที่แน่นอนแล้วค่อยมาหอบไปทีหลังแต่พอดูปริมาณของสำหรับห้าคนแล้วเธอก็ถอนหายใจสงสัยเธอกับปกรณ์คงต้องเดินกันสองรอบ โชคดีที่พี่ๆ เ้าหน้าที่ใจดีให้ยืมรถเข็นเล็กใส่ของเธอกับชายหนุ่มเลยประหยัดพลังงานไปได้เยอะ
พีรพัฒน์เดินกลับมารวมกลุ่มเกือบจะพร้อมๆ กับเธอพอเห็นเธอก็ตรงรี่เข้ามาหาพร้อมกับส่งของที่ถืออยู่มาให้
...เต็นท์...
ดูจากสีแล้วเขาคงไปขอเช่ามาเพราะสีและลายเหมือนกับเต็นท์ที่เธอเดินผ่านมาไม่ผิดเพี้ยน
" เต็นท์พี่พีเหรอคะ"
" เปล่า...ของพรีม"
" คะ? " พิมมาดาออกอาการงงยังคงตามเื่ไม่ทัน
" หรืออยากแยกไปนอนคนดียว คิดน้อยอีกแล้วล่ะสิ ถ้าอยากแยกไปก็ถือไปคืนให้ด้วยแล้วกันี้เีเดิน! " พูดจบก็เดินไปบงการน้องชายที่กำลังกางเต็นท์ของตัวเองอยู่
...ก็รู้อยู่หรอกว่าเป็ห่วงแต่พูดดีๆ ก็ได้นี่นา...
เธอเองก็คงจะคิดน้อยอย่างที่เขาว่าจริงๆ เธอลืมไปเสียสนิทว่าการนอนเต็นท์คนเดียวกลางป่ามันอันตรายขนาดไหนเพราะมันเป็เพียงผ้าใบที่กางไว้ให้ความอบอุ่นบังลมบังแดดเท่านั้นไม่ได้แ่าเหมือนห้องในโรงแรมห้าดาว ถึงแม้จะมีคนพลุกพล่านแต่จะเอาอะไรมารับประกันพลาดเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจเกิดเหตุร้ายขึ้นได้เหมือนกันถ้าเป็ไปได้เธอก็ขออย่าให้มันเกิดขึ้นเลยจะดีกว่า
หญิงสาวก้มลงมองเต็นท์ในมือแล้วก็เป็อีกครั้งที่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจแต่ก็ต้องรีบปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปด้วยเหมือนมีกำแพงบางอย่างทำให้ต้องปิดกั้นความรู้สึกไว้
เธอควรต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ก่อนดีกว่า...
พิมมาดากำลังจะเดินเข้าไปหาพีรพัฒน์แต่ก็ชะงักเปลี่ยนใจเลือกเดินเข้าไปหากรวิชญ์กับปกรณ์ที่ดูเหมือนจะกางเต็นท์เสร็จแล้วแทนแต่อาการนั้นก็ไม่อาจหลุดลอดสายตาเหยี่ยวของพีรพัฒน์ไปได้
" มีอะไรทำไมไม่รีบกางเต็นท์" ชายหนุ่มส่งเสียงะโถามมา
" คือ...พรีมกางไม่เป็น่ะค่ะ" สิ้นเสียงตอบอ่อยๆ สิ่งของในมือก็ถูกคนตัวั์ดึงเอาไป
" ก็บอกสิจะกางให้"
...ก็เธอกลัวเขาจะโกรธแล้วหาเื่ว่าเธออีกนี่นาอุตส่าห์หาตัวช่วยได้แล้วเชียวแล้วคนตัวั์หน้าั์ก็ไม่ได้อยู่ในความคิดให้เป็ตัวช่วยนั้นเลยจริงๆ สาบาน...
.....
พิมมาดาเลือกที่จะนั่งมองเฉยๆ ระหว่างที่ชายหนุ่มกางเต็นท์ให้ด้วยกลัวว่าจะเข้าไปเกะกะทำให้เขาไม่พอใจอีก แล้วก็นั่งพิจารณาชายหนุ่มไปพลาง
พีรพัฒน์เป็คนรูปร่างสูงใหญ่ถ้ายืนเทียบกับเธอที่มีความสูงมาตรฐานเฉลี่ยของหญิงไทยเธอก็คงจะสูงแค่ปลายคางเขาเท่านั้น เสื้อยืดที่ชื้นเหงื่อเปียกแนบไปกับลำตัวพอให้ได้เห็นมัดกล้ามลางๆ บวกกับสีผิวที่ดูออกจะเข้มกว่าน้องชายอยู่มากเธอก็พอจะนึกเดาได้ว่าเขาคงเป็พวกชอบออกกำลังกายหรือไม่ก็ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ไล่สายตาไปพิจารณาใบหน้า คิ้วเข้ม คางเป็สันตามแบบฉบับชายชาตรี...เออแฮะเพิ่งรู้ว่าอีตาพี่พีหน้าตาดี
นึกแล้วสงสัยพีรวิชญ์คงจะแกล้งอำเธอเล่นมากกว่าที่บอกว่าเขาไม่เคยมีแฟน เพราะหุ่นอย่างนี้...หน้าตาอย่างนี้ ลองจับใส่สูทผูกไทน์สักหน่อยรับรองสาวๆ ตามกันเกรียวขี้คร้านจะเลือกไม่ถูกซะมากกว่า แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อสายตาพลันไปสบเข้ากับเ้าของเรือนร่างที่เธอเฝ้าสำรวจอยู่
" ใจคอจะนั่งดูเฉยๆ ให้รากงอกหรือไง รีบมาช่วยให้ไวเลย! " ชายหนุ่มยืนเท้าสะเอวะโว่ามา
...รู้แล้วว่าทำไมไม่มีแฟน อะไรๆ ก็ดีเสียอย่างเดียว...ที่ปากนี่แหละ!