วันต่อมาโจไปคาเฟ่ในเวลาเดิม เขาได้พบกับพลอยอีกครั้งและนั่งลงตรงข้ามเธอ
“สวัสดีค่ะโจ” พลอยกล่าวทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีครับ” โจยิ้มฝืน
“เป็นอะไรรึเปล่าคะ?” พลอยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของโจ
โจส่ายหัว “เปล่าครับ”
จากนั้นเขาก็สั่งเค้กกับเครื่องดื่มเหมือนเดิมทุกครั้ง พลอยสังเกตุท่าทางของโจและเธอรู้สึกว่าเขาไม่มีความสุขเหมือนกำลังอมทุกข์ แต่ว่าเนื่องจากเขาไม่บอกเธอจึงไม่อยากซักไซ้ให้เกิดความรำคาญ
หลังจากกินเสร็จเขาก็เงยหน้าพูดกับพลอยว่า “ผมมาบอกลา”
“ไปไหนงั้นเหรอคะ?” พลอยถามด้วยความสงสัย
“ผมต้องออกจากโลกไป ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้กลับมา” คำพูดของโจทำให้เธอรู้สึกใจหาย
เธอเคยเห็นข่าวที่เหล่าคนกลับมาจากข้างนอก พวกเขาใช้เวลาไม่ต่ำกว่าห้าปีในแต่ละครั้ง มันเป็นเหมือนการจากลาที่ยาวนาน
“โจต้องไปจริงๆเหรอคะ?” พลอยรู้สึกไม่ยินยอม ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอเริ่มมีความรู้สึกกับเขา
“ผม…” โจปากสั่นเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจ “ผมต้องไป…”
“อย่างนั้นเหรอคะ…” พลอยก้มหน้าลง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า
โจลุกขึ้นและมองพลอยเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งสองต่างจ้องตากันและกันและสุดท้ายเป็นโจที่ถอนสายตาและหันหลังเดินจากไป
……
สามวันผ่านไป โจนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าทีวี เขาคิดย้อนกลับไปกลับมาว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกหรือไม่ อย่างไรก็ตามเขาได้ตัดสินใจไปแล้วและได้มองถึงความเป็นจริงที่ว่าคำพูดของคายเฟอร์นั้นถูกต้อง
เขาซึ่งเป็นทหารอวกาศและใช้ชีวิตด้านนอกมากกว่าอยู่บนดาวซะอีก เขาจะเอาเวลาไหนอยู่ด้วยกันกับผู้หญิงคนหนึ่ง? เขาไม่อยากทำให้เธอและตัวเองต้องเสียใจภายหลังและนี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว
ก๊อกๆๆๆ!! ในขณะนั้นก็มีใครบางคนเคาะประตู เรียกสติเขากลับมาและด้วยความเคยชินเขาใช้จิตสัมผัสดูว่าเป็นใคร เมื่อเห็นว่าคนที่มาคือมายด์เขาจึงใช้พลังควบคุมระยะไกลเปิดประตู
มายด์เดินเข้ามาและเห็นว่าเขานั่งอยู่เหมือนคนใจไม่อยู่กับตัว เธอรู้สึกสงสัยมานานแล้วว่าเขาเป็นอะไรเพราะหลายวันมานี้โจเอาแต่ขลุกอยู่แต่ในห้องพัก ไม่ใช่ว่าเธอแอบสอดแนมเขาแต่ว่าอาคารแห่งนี้มีกล้องติดไว้และเธอใช้มันเพื่อย้อนดูว่าเขาได้ออกจากที่นี่หรือไม่
“งานเลี้ยงต้อนรับทหารใหม่จะจัดขึ้นในตอนบ่าย หัวหน้า…คุณจะไปไหมคะ?” มายด์กล่าวถามขณะสังเกตุชายหนุ่ม
โจส่ายหัว “ไม่ล่ะ”
มายด์อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายเธอเลือกที่จะเงียบและออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตู
ผ่านไปสิบนาทีเครื่องติดต่อสื่อสารข้ามดวงดาวก็ดังขึ้น เขาหยิบมันออกมาพร้อมกับกดรับ
ทันทีที่กดรับเสียงของคายเฟอร์ก็ดังออกมา “เฮ้เพื่อน ยังอยู่ที่โลกหรือเปล่่า?”
“ใช่…มีอะไร?” โจกล่าวด้วยความสงสัย
“ตอนนี้มีปัญหาใหญ่ล่ะ…มาช่วยพวกเราที!!” คายเฟอร์ตะโกนเสียงเบา
“เกิดอะไรขึ้นและแกอยู่ที่ไหน?!” โจลุกขึ้นยืน
ตูม!! ขณะนั้นเองโจก็ได้ยินเสียงดังออกมาจากปลายสายและเสียงพูดภาษาต่างดาวที่ไม่ค่อยชัดพร้อมกับสัญญาณสื่อสารขาดหายไป
“คายเฟอร์!! คายเฟอร์!!” น่าเสียดายที่สัญญาณได้ตัดการเชื่อมต่อ
ในขณะนั้นโจหยิบของที่จำเป็นก่อนจะออกจากห้องไปอย่างรีบร้อน
ในเวลาต่อมาเขามาถึงห้องทำงานของมายด์โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการเสียมารยาทหรือไม่เขาเปิดมันเข้าไปทันทีและเห็นเธอกำลังจัดการเอกสารอยู่
มายด์รู้สึกตกใจที่จู่ๆก็มีคนเปิดประตูเสียงดังเข้ามาและประหลาดใจที่เห็นว่าเป็นโจพร้อมใบหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไร
“มีอะไรหรือเปล่าคะหัวหน้า?” มายด์กล่าวถามอย่างรวดเร็วขณะลุกขึ้นยืน
“ผมอยากจะยืมยานอวกาศส่วนตัวสักลำ จัดการให้หน่อยได้ไหม?” โจเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมา
“ได้แน่นอนค่ะ แต่หัวหน้าจะไปไหนเหรอคะ?” มายด์เอ่ยถามขณะยกโทรศัพท์ขึ้นมา
“ผมยังไม่รู้ แต่ผมคงต้องไปที่สหพันธ์ก่อนเพราะตอนนี้เพื่อนสนิทผมกำลังเกิดปัญหา” โจไม่ได้อธิบายอะไรมากนักเพียงแค่ตอบอย่างลวกๆ
“ถ้างั้นเดี๋ยวให้กองกำลังรุ่นบุกเบิกทั้งหมดไปด้วยค่ะ” มายด์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอไม่เคยเห็นอาการร้อนรนของโจมาก่อนและคิดว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน
ไม่แปลกที่เขาจะร้อนรนเพราะคายเฟอร์คือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ และตอนนี้กำลังเกิดปัญหาซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตายกันแน่ แต่ที่แน่ๆเสียงที่ดังออกมานั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
“ไม่เป็นไร นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของผม” โจไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาพัวพันเรื่องส่วนตัวและมันไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะต้องไปกับเขาในเรื่องส่วนตัว
“คุณเป็นหัวหน้าของพวกเรา ต่อให้ฉันไม่ไปขอร้องพวกเขา พวกเขาก็ต้องการติดตามหัวหน้าไปอยู่ดี” มายด์ยืนกราน
โจรู้สึกไม่สามารถทำอะไรได้และเขากำลังรีบ “ก็ได้ งั้นไปกันเถอะ”
ทุกนาทีมีค่า จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้เขาจึงรีบและไม่คิดจะปฏิเสธให้เสียเวลา
ใช้เวลาไม่เกินสามสิบนาที รุ่นบุกเบิกทุกคนมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
“ผมจะไม่กล่าวอะไรมาก นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของผมและไม่ใช่ภารกิจของสหพันธ์หรือทางองค์กร พวกคุณสามารถปฏิเสธได้และจะไม่มีผลกับประวัติการทำงานและงานนี้ไม่มีผลตอบแทน” โจพูดอย่างรวดเร็ว
หลังจากจบคำพูดของเขาไม่มีใครขยับออกไปไหนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทุกคนพร้อมที่จะไปกับเขา
“ขอบคุณทุกคนมาก” โจพยักหน้าให้กับทุกคน
จากนั้นพวกเขาก็พากันขึ้นยานอวกาศและมุ่งหน้าสู่สหพันธ์
พลอยยืนมองยานอวกาศที่หายลับไปด้วยแววตาสั่นไหว…
……
ณ ดาวมืดในระบบดาวแห่งหนึ่ง
“แฮ่กๆ อั๊ก!!” คายเฟอร์ที่ร่างกายย้อมไปด้วยของเหลวสีครามวิ่งกระโผลกกระเผลกเข้าไปหลบในช่องเล็กๆของแนวหิน
อาศัยความมืดมิดและที่หลบซ่อนทำให้พวกที่ไล่ตามเขามาไม่ทันสังเกตุเห็นและวิ่งเลยจุดที่เขาหลบซ่อนตัวอยู่
เมื่อเห็นกลุ่มที่ไล่ตามมาหายไปแล้วเขาก็ผ่อนลมหายใจและนั่งลงเงียบๆพร้อมกับดูบาดแผลบนร่างกายของตน
“ไอเวรเอ้ย!!” คายเฟอร์สบถด้วยความเจ็บปวดปนโกรธ
อาศัยแสงสลัวที่แทบจะมองไม่เห็นดูบาดแผล เห็นว่าบาดแผลของตนค่อยๆสมานกันอย่างช้าๆก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง
เผ่าพันธุ์ของคายเฟอร์มีลักษณะพิเศษคือการฟื้นฟูร่างกายที่เร็วกว่าปกติ ขอแค่ไม่ตายหรือไม่ใช่บาดแผลที่สาหัสเกินไปร่างกายจะค่อยๆรักษาตัวเอง
“อย่าให้รอดไปได้ ข้าจะลากคอมันออกมาและทรมานมันจนกว่าจะตาย!!” คายเฟอร์กัดฟันด้วยความแค้น