“แกร๊ก...” เสียงปลดล็อกประตูท่ามกลางความเงียบของค่ำคืน บนห้องพักหรูของโรงแรมในย่านคังนัม มีเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนส่องลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามา
บานประตูถูกเปิดออก หญิงสาวอายุยี่สิบเก้าปีในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำ รูปร่างสูงโปร่งประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซ็นติเมตร จมูกโด่ง คิ้วเรียวงาม ผิวหน้าและผิวกายขาวกระจ่าง รูปหน้าเรียกได้ว่าเป็ผู้หญิงสวยคนหนึ่ง แต่ความงามของใบหน้ายังไม่สามารถเทียบกับสัดส่วนและมัดกล้าม ที่เรียงตัวกันได้สมบูรณ์เข้ากับรูปร่าง
เธอมีชื่อว่า ชาอึนคโย ก้าวเดินเข้ามาด้วยความเงียบของฝีเท้าที่เคยชิน มือขวาคว้าจับอาวุธที่ซ่อนไว้ใต้ชุดหนังสีดำ แววตาคมกริบของเธอกวาดมองภายในห้อง มองเห็นคนๆ หนึ่ง มุมปากเล็กเรียวก็ยกขึ้นเล็กน้อย มือที่คว้าอาวุธคลายลง
ชายวัยสามสิบปี ใบหน้าคมสัน ดั้งจมูกโด่งสอดรับกับรูปหน้า มีเคราบางตัดสั้นสะอาด ใบหน้าดูสุขุมและมีเสน่ห์ เขากำลังนั่งอยู่บนโซฟาข้างหน้าต่าง แสงไฟจากเมืองหลวงสะท้อนอยู่ในดวงตา
เมื่อััได้ถึงตัวตนของหญิงสาว เขาย้ายสายตามอง ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนเมื่อได้สบตา ชาอึนคโยยกยิ้มกลับไป ก่อนจะทิ้งกระเป๋าลงพื้น แล้วพุ่งเข้าไปกอดเขาโดยไม่ลังเล
“มาโดยไม่บอกกันก่อนแบบนี้ เผลอฉันลั่นไกขึ้นมาเื่จะยุ่งเอานะ” เธอกระซิบเบาๆ น้ำเสียงออดอ้อนเพราะความคิดถึงชายหนุ่มที่อยู่ในอ้อมกอด เธอดึงสายตามองประสานอย่างใกล้ชิด ก่อนจะจูบไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย
ผู้ชายคนนี้มีชื่อว่า ‘นิโคลัส รามาน’ เขาเป็แฟนหนุ่มของเธอ ทั้งคู่พบกันในสถานะหมอกับคนไข้ เธอได้รับาเ็สาหัสจากการปฏิบัติภารกิจ และรามานก็เป็คนผ่าตัดให้กับเธอ หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็พูดคุยและสานความสัมพันธ์ นั้นคือเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน
รามานโอบรับเธอไว้แน่น ราวกับไม่้าให้เธอไปไหนในค่ำคืนนี้ จมูกที่โด่งเป็สันััไปที่ลำคอของหญิงสาว รอยยิ้มเล็กปรากฏขึ้น
“อึนคโย คุณมีกลิ่นของดินปืนติดตัวตลอดเลยนะ” เขากระซิบเบาๆ พร้อมถอดชุดหนังของแฟนสาวออก
เธอหลับตา ซุกใบหน้าไปที่หน้าอกของแฟนหนุ่ม และพูดด้วยรอยยิ้ม “นั่นแหละคือตัวตนของฉัน ก็เหมือนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่เป็ตัวตนของคุณ”
ชาอึนคโยเธอเคยเป็ทั้งสายลับของเอฟบีไอ และเคยเป็ทหารรับจ้างหลากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็ซีล สเปชนาช เดลต้าฟอส และเจ็ดศูนย์เจ็ด เธอได้รับ [codename เอวา] โค้ดเนมของเธอเป็เกียรติยศสูงสุดของทหารรับจ้าง ปัจจุบันเธอผันตัวมาเป็ตำรวจปราบอาชญากรรมระหว่างประเทศ แต่ในอ้อมแขนของรามาน เธอเป็ชาอึนคโย หญิงสาวคนหนึ่งที่ใกล้จะแต่งงานเท่านั้น
รามานจูบเธอเบาและอ่อนโยนก่อนจะรุนแรงขึ้นและกลายเป็จูบที่ดูดดื่ม สายตาของอึนคโย โค้งเป็พระจันทร์เสี้ยว เธอยิ้มเล็กน้อยเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ในสิ่งที่้า
“คุณอุตส่าห์บินมาหาฉัน แต่ว่าวันนี้ไม่ได้นะ” เธอพูดเบาๆ พลางเอาหน้าผากพิงหน้าอกของอีกฝ่าย “พรุ่งนี้เช้าฉันต้องบินไปไทย นัดกับแอนนาไว้ ที่กลับมาห้องก็เพราะจะกลับมาเก็บของนี้ละ”
“แอนนา? เพื่อสนิทของคุณที่เป็จิตแพทย์นะเหรอ?” รามานเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ใช่ ฉันเบี้ยวนัดเธอมาสามรอบแล้ว ครั้งนี้คงต้องไปจริงๆ”
สายตาของรามานเปลี่ยนเป็จริงจัง เขาเองก็รู้ถึงปัญหาของอึนคโย จึงพูดไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมถึงบอกให้คุณวางมือ ผมจะเปิดร้านดอกไม้เล็กๆ ให้กับคุณ อยู่กับดอกไม้ อยู่กับธรรมชาติ จะช่วยบรรเทาความเครียดของคุณได้”
อึนคโยหัวเราะเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อน “ฉันก็รับปากคุณแล้วไง หลังจากจบเื่นี้ ฉันจะวางมือ จะกลายเป็เ้าสาวของคุณ หากคุณให้ฉันจับดอกไม้ ฉันจะจับแค่ดอกไม้ ฉันจะไม่จับปืนอีก”
“จบงานนี้ หมายถึง ฮาเดสนะเหรอ?” รามานเอ่ยถาม
อึนคโยพยักหน้า ภารกิจของเธอถึงจะเป็ความลับ แต่กับคนที่กำลังจะแต่งงานด้วยแล้วก็พอจะรู้เื่ราวอยู่บ้าง
เห็นแบบนั้น รามานขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็ใคร??” เขาเน้นเสียง “ผมอยู่กับคุณ เห็นคุณทำงานนี้มาตลอดปี คุณจะคว้าอากาศด้วยชื่อของฮาเดสอย่างเดียว จนทำให้ตัวเองเสียสุขภาพแบบนี้ไม่ได้นะ”
“เพราะเขาลึกลับ ถึงเป็เหตุผลที่ฉันต้องตามล่า” น้ำเสียงของอึนคโยเรียบนิ่ง เธอพูดต่อ “เขาควบคุมทุกอย่างของโลกใต้ดิน สารเคมีผิดกฎหมาย ธุรกิจเงินเทา ทหารรับจ้างระดับ รวมไปถึงนักการเมืองระดับสูง”
รามานเงียบ น้ำเสียงของอึนคโยทำให้เขารู้ดีว่า ไม่ว่าจะพูดยังไงอีกฝ่ายจะไม่หยุดตามล่าเป้าหมายของเธอ
ชาอึนคโยสูดหายใจลึก “คุณก็รู้ว่าฉันฝันร้ายทุกคืน บางทีต้นตอของฮาเดสอาจทำให้ฉันหลุดจากฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนได้สักที”
รามานตอบกลับ “คุณก็รู้ว่าเื่ของฮาเดส ไม่เกี่ยวกับฝันที่คุณเผชิญอยู่”
เธอหันกลับมาหาเขา ริมฝีปากยกยิ้มจางๆ แม้จะดูเหนื่อยล้ากว่าทุกครั้ง
“แอนนาเคยบอกฉันว่า ความเครียดของฉันอาจเกิดจากความ้าทำเื่ดีๆ ให้กับโลกเพื่อชดใช้ความผิด ชดใช้ทุกชีวิตที่สูญเสียไปเพราะสองมือของฉัน” อึนคโยปลดปล่อยความอ่อนแอของตัวเองออกมาต่อหน้าแฟนหนุ่ม
รามานโอบกอดเธอไว้แน่นขึ้น “่นี้คุณฝันแปลกๆ บ่อยใช่ไหม?”
ชาอึนคโยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบาๆ
“ทุดครั้งที่หลับตา?” อึนคโยกัดริมฝีปาก “ฉันแทบจะแยกไม่ออกแล้วว่า่เวลาไหนคือความฝัน่เวลาไหนคือความจริง”
“คุณควรหยุด” รามานลูบหลังของเธออย่างอ่อนโยน
“รามาน…”
“ผมจริงจังนะ อึนคโย...ผมรู้ว่าคุณเป็คนเก่ง อีกไม่นานก็คงจับฮาเดสได้สำเร็จ แต่ผมเป็ห่วงว่าจิตใจของคุณจะไม่ไหว เพราะทุกครั้งที่ผมเจอคุณ อาการฝันร้ายของคุณแย่ลงทุกครั้ง”
อึนคโยหลบสายตา เธอหัวเราะเบาๆ อย่างขื่นขม “หากไม่ใช่เพราะคุณ ฉันคงกลายเป็คนอื่น เป็คนที่ฉันไม่รู้จักไปแล้ว เพราะมีคุณอยู่ข้างๆ ฉันถึงคิดว่าตัวเองจะสามารถจับฮาเดสได้สำเร็จ ก่อนที่ความฝันนั้นมันจะกลืนกินฉันไป” หญิงสาวหลับตาลงในอ้อมกอดของแฟนหนุ่ม
...
ความเงียบของป่าหลังฝนตก กลิ่นโคลน กลิ่นไม้ผุ และเสียงน้ำหยดลงจากใบไม้ ดังเป็ระยะ ชาอึนคโยเดินลึกเข้าไปในป่าด้วยสองเท้าเปลือยเปล่า เธอไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่หัวใจเธอกลับเ็ปเหมือนจะะเิออกมา
“เอวาลีน มาทางนี้สิ”
เสียงของเด็กสาวดังขึ้นตรงหน้า ชาอึนคโยมองใบหน้าที่ไม่รู้จักแต่คุ้นเคย ความทรงจำของเธอ ทำให้ริมฝีปากเผลอพูด
“เยนิก้า?” เด็กหญิงที่มีเรือนผมสีทองอ่อน ดวงตาใสซื่อ กำลังโบกมือเรียกด้วยรอยยิ้มสดใส เอวาลีนเธอพยายามตามเยนิก้าให้ทัน
อึนคโยเห็นครั้งเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาไม่ดี แต่ว่าเธอไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้ สองเท้ายังคงเดินไปตามคำเชื้อเชิญของเยนิก้าผู้เป็น้องสาว เมื่อเดินไปถึงตรงกลางของหลุมดินที่ล้อมปิดด้วยกิ่งไม้แห้งเปราะบาง
เยนิก้าหยุดเท้าและให้เอวาลีนเดินไปข้างหน้า ดวงตาเปลี่ยนจากความใสซื่อเป็เ็าอย่างฉับพลัน
“มีพี่สาวโง่ๆ แบบเธอ ช่วยให้ฉันแก้เบื่อได้เยอะเลย วันนี้เธอนอนอยู่ในโคลนไปซะ เอวาลีน” พูดจบ เยนิก้าออกแรงผลักพี่สาว จนร่างของ เอวาลีน ตกลงไปในบ่อโคลนที่ลึกและเหนียวหนึบ
เสียงหัวเราะดังตามลงมา ใบหน้าและรอยยิ้มของเยนิก้า เธอมีความสนุกสนานบนความเ็ปของพี่สาวตัวเอง
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!
ชาอึนคโยพยายามะโ หลุมเพียงเท่านี้ เธอสามารถะโขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่เหมือนร่างกายจะไม่ทำตามคำสั่งเลยแม้แต่น้อย อึนคโยได้แต่จมอยู่ในความรู้สึกเสียใจและเ็ป เธอร้องไห้ออกมาทั้งๆ ที่ไม่อยากร้อง
เอวาลีนอยู่ในสภาพนั้นหลายชั่วโมงก็มีคนมาพบและช่วยเหลือ เธอเดินกลับบ้านในสภาพเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนโคลน ผมพันกันยุ่งเหยิง กลิ่นโคลนยังคงติดอยู่ตามิัจนกลิ่นสกปรกอบอวล
ที่หน้าประตูเข้าคฤหาสน์ ‘ครีโม่’ น้องชายของเธอกำลังออกกำลังกายอยู่หน้าบ้าน เมื่อเห็นเธอเข้า เขาชะงักเล็กน้อยพร้อมขมวดคิ้ว แทนที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “ทำไมเธอถึงดูน่าขยะแขยงแบบนี้ อย่างน้อยๆ ก็เป็ลูกคนโตของท่านเคาท์ ควรทำตัวให้เหมาะสมหน่อยสิ”
ชาอึนคโยจ้องมองไปที่อีกฝ่าย ทุกครั้งในความฝันของเธอจะเข้าใจ แต่เมื่อลืมตาตื่นเธอจะลืมเหตุผลที่ทุกคนเฉยชาและกลั่นแกล้งเธอ
สายตามองปรายมองไปเห็นพ่อเดินออกมาเหมือนจะเอ่ยถามถึงสิ่งที่เธอต้องเผชิญ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร แม่เลี้ยงก็เดินเข้ามา คว้าแขนพ่อของเธอเอาไว้
“อย่าไปใส่ใจเลย เด็กๆ ก็เล่นกันไปตามภาษานั้นแหละ”
พ่อของเธอพยักหน้า เขาเดินจากไป โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
ชาอึนคโย ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่าเหตุใด เธอถึงเสียใจกับท่าทางและการกระทำของคนแปลกหน้ากลุ่มนี้มาก
กลางดึกที่อ้างว้าง เสียงของสายลมคล้ายเสียงสะอื้น ความหนาวเหน็บกัดกินในใจ ดวงจันทร์บนฟ้าสว่างไสว ทว่ากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็ดั่งความรู้สึกของคนที่ถูกคำสาปเงียบงันยาวหนาวเหมือนเข็มนาฬิกาที่หยุดนิ่ง หยาดน้ำตาไหลอาบสองแก้ม ไม่มีแม้มือของใครที่เอื้อมเข้ามาปลอบประโลม อึนคโยรู้สึกถึงความคิดวูบหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว ก่อนจะร้องเอ่ยเป็บทกลอนโดยไม่รู้ตัว
“บนเส้นทางเดินมากมายหลายทิศทาง ผู้คนรอบตัวล้วนตีห่างและเดินสวน”
“ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะก้าวเข้ามาเคียงข้าง ฉันโดดเดี่ยวอย่างไร้หนทาง”
“ประกายตาแตกสลายอาบหยาดน้ำใสไหลริน โลกมืดดับไร้แสงไฟ”
“ข้า้าเป็อิสระจากความทุกข์ ได้โปรดปลดปล่อยฉัน ใครก็ได้ปลดปล่อยฉันที”
เสียงกรีดร้องไร้เสียงสะท้อนออกมาจากปากของเอวาลีน พร้อมๆ กับที่ ชาอึนคโยสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย เหงื่อเย็นชุ่มตัวเสียงหัวใจเต้นรัวเหมือนจะขาด เธอหันมองไปยังรามานที่นอนอยู่ข้างกาย เธอคว้ามือของอีกฝ่ายมากุมไว้แน่น ราวกับเป็เครื่องยึดเหนี่ยวเดียวที่ทำให้อึนคโยยังคงเป็ตัวของตัวเอง
ณ. ประเทศไทย
ชาอึนคโยนั่งเงียบอยู่บนโซฟาในห้องปรึกษาของโรงพยาบาลกลางเมืองหลวง
หญิงสาวอายุราวๆ สามสิบเอ็ดปี เธอคือแอนนาเป็เพื่อนและจิตแพทย์ประจำตัวของอึนคโย แอนนากำลังจดบันทึกบางอย่างในสมุดบันทึก สายตาไม่คลาดไปจากอึนคโย มือขวายังคงเขียนบางสิ่งลงไปในสมุด
“เมื่อคืน เธอฝันอีกแล้วใช่ไหม”
อึนคโยพยักหน้าช้าๆ ดวงตายังทอดมองออกไปที่หน้าต่างบานใหญ่ เธอพูดขึ้น
“ครั้งนี้มันชัดกว่าทุกครั้ง ฉันอยู่ในโลกที่ไม่รู้จัก เป็คนที่ฉันไม่รู้จัก คนรอบตัวฉันใจร้าย และรังแกฉัน”
แอนนาเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้พูดขัดปล่อยให้คนไข้ของตัวเองได้ระบาย
“พวกเขาทำร้ายฉัน ทั้งคำพูด ทั้งร่างกาย ฉันถูกขัง ถูกไล่ ถูกทิ้งอย่างไม่สนใจ ความรู้สึกนั้นเหมือนว่าฉันอยู่ที่นั้นจริงๆ แอนนา...ฉันคิดว่าบางทีอาจไม่ใช่ความฝัน” ถึงตรงนี้ เสียงอึนคโยสั่นเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม
“เหมือนกับ...ฉันกำลังมองชีวิตของใครอีกคน ผ่านมุมมองของคนๆ นั้น”
แอนนาวางปากกา สีหน้านุ่มนวลแต่นิ่งมั่น “ทำไมในฝัน เธอถึงไม่จัดการพวกเขาเ่าั้ละ? ถ้าเป็ ชาอึนคโย ที่ฉันรู้จัก เธอจะต้องอัดคนพวกนั้นจนน่วมสิ”
อึนคโยส่ายหน้าเบาๆ “ฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้”
แอนนาพยักหน้าขึ้นลง “เพราะแบบนั้นถึงเรียกว่าความฝันยังไงละ อึนคโยเธอฟังฉันนะ บางทีคุณอาจกำลังฝันถึงตัวคุณเองอยู่”