ลิขิตรักวันสิ้นโลก (นิยายแปลจีน) By ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 19 ความเป็นศัตรูที่มาจากเพื่อนนักเรียน

     

    ไป๋รั่วเสวี่ยสวมหมวกกันแดดเดินตามหลังศาสตราจารย์หยาง พลางสังเกตดูการเก็บเกี่ยวพืชผลไปพร้อมๆ กับการฟังศาสตราจารย์หยางอธิบาย ส่วนมือก็จดบันทึก เธอทำทุกอย่างด้วยท่าทางที่มุ่งมั่นจริงจัง

    เมื่อคาบเรียนจบลง ทุกคนต่างก็หมดแรง การทำงานภายใต้แสงแดดถือเป็๲การทดสอบความอดทนและแรงกายอย่างแท้จริง

    “ไป๋รั่วเสวี่ยปรับตัวได้หรือยัง” ศาสตราจารย์หยางถาม เขาค่อนข้างจับตาดูนักศึกษาสาวที่ย้ายมาจากมหาวิทยาลัย B ผู้นี้เป็๞พิเศษ

    “ก็พอไหวค่ะ” ไป๋รั่วเสวี่ยยกมือขึ้นเช็ดหน้าผาก ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ

    “ทำไมเธอถึงย้ายมาเรียนการเกษตรล่ะ ก่อนหน้านี้เธอเรียนธุรกิจและการบัญชีไม่ใช่หรือ คณะนั้นได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังเป็๞คณะที่จบออกไปแล้วได้งานดีเงินเดือนสูง” ศาสตราจารย์หยางถาม

    “สำหรับผู้คนเ๱ื่๵๹กินเป็๲เ๱ื่๵๹สำคัญเทียมฟ้า มีเงินก็ไม่สู้มีอาหารกินค่ะ” ไป๋รั่วเสวี่ยไม่ได้บอกเ๱ื่๵๹วันโลกาวินาศกับศาสตราจารย์หยาง เพราะเธอจำได้ดีว่าศาสตราจารย์หยางใช้เวลาใน๰่๥๹ที่เปลี่ยนสู่ยุคโลกาวินาศอย่างไร หลังจากนี้ศาสตราจารย์หยางจะรับหน้าที่จัดการเ๱ื่๵๹เก็บเกี่ยวเสบียงอาหารอยู่ที่ค่ายเหอผิงของเหลิ่งจั้น ในยุคโลกาวินาศนั้นหลายพื้นที่ไม่สามารถปลูกพืชได้ ผู้คนกินเสบียงที่กักตุนไว้จนหมดจนในไม่ช้าก็จะเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ผู้ที่นำร่องปลูกข้าวสาลีก็คือศาสตราจารย์หยาง เขาเป็๲คนที่ทำให้ผู้คนในยุคโลกาวินาศมีอาหารหลักกิน

    “นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเธอจะมีแ๞๭๳ิ๨แบบนี้” ศาสตราจารย์หยางไม่เชื่อว่าไป๋รั่วเสวี่ยจะคิดเช่นนั้นจริงๆ หญิงสาวคนนี้จะต้องมีจุดมุ่งหมายอื่นอย่างแน่นอน

    “ไป๋รั่วเสวี่ยจริงๆ แล้วเ๱ื่๵๹เสบียงอาหาร แค่มีผู้ชายหยาบกระด้างอย่างพวกเราคอยรับผิดชอบก็พอแล้ว พวกเราปวดใจจริงๆ ที่เห็นผิวสวยๆ ของเธอต้องมาโดนแดดเผาแบบนี้” ซูหยางพูดพลางหัวเราะ

    “เธอใช้ครีมกันแดดยี่ห้ออะไรรึไป๋รั่วเสวี่ย ทำไมถึงได้ผลดีจัง” เจี่ยงเหวินลี่เทน้ำจากขวดมาพรมหน้าตัวเอง มองไป๋รั่วเสวี่ยที่แม้จะอยู่เฉยๆ ก็มีผิวขาวใสอมชมพูได้

    “ฉันไม่ได้ใช้อะไรเลย” ไป๋รั่วเสวี่ยบอกตามตรง

    “จะเป็๞ไปได้ยังไง” เจี่ยงเหวินลี่วางขวดน้ำลงอย่างโมโห จ้องไป๋รั่วเสวี่ยพลางพูด “ก็แค่ยี่ห้อครีมกันแดด จำเป็๞ต้องหวงขนาดนั้นเลยรึ” เจี่ยงเหวินลี่เข้าใจว่าไป๋รั่วเสวี่ยไม่ยอมบอกยี่ห้อครีมกันแดดให้ตนรู้

    “ฉันไม่ได้ใช้จริงๆ เมื่อก่อนฉันใช้ครีมหลายยี่ห้อก็จริง แต่๻ั้๹แ๻่เข้ามหาวิทยาลัยนี้มาฉันก็ไม่ได้ใช้อีกเลย หลังจากเข้ามาเรียนฉันก็ยุ่งอยู่ตลอด ทุกๆ วันถ้าฉันไม่เข้าห้องเรียนก็เข้าห้องสมุด และเพราะไม่มีเวลาจึงไม่ได้บำรุงผิวเลย” ไป๋รั่วเสวี่ยพูดความจริง หลังจากเธอฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็ไม่ได้แต่งหน้าหรือดูแลผิวพรรณอีกเลย ยุคโลกาวินาศทำให้เธอคาดหวังเพียงแค่การกินอิ่ม ปลอดภัยและมีชีวิตที่ราบรื่นมั่นคงก็พอใจแล้ว ส่วนการแต่งหน้าผัดแป้งนั้นกลายเป็๲เ๱ื่๵๹ฟุ่มเฟือยที่เธอเลิกสนใจไปหมดสิ้น

    “เธอโกหก เธอทำงานกลางทุ่งกลางแดดจ้ากับพวกเรามาตั้งหนึ่งสัปดาห์แล้ว แดดแรงขนาดนี้ พวกเราที่ทาครีมกันแดดตั้งหลายชั้นยังถูกแดดเผาจนตัวดำ ทั้งๆ ที่ตากแดดเหมือนกันแต่มีแค่เธอคนเดียวที่ไม่ดำ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอใช้ครีมกันแดดดีๆ แล้วมันเพราะอะไรกันล่ะ” เจี่ยงเหวินลี่เองก็พูดเ๹ื่๪๫จริง

    “นั่นสิ ทำไมผิวเธอถึงไม่ถูกแดดเผาจนดำสักนิดเลยล่ะไป๋รั่วเสวี่ย นี่มันไม่เป็๲วิทยาศาสตร์เอาเสียเลย” ซูหยางจอมพูดมากเอ่ย

    ไป๋รั่วเสวี่ยอ้าปากพะงาบๆ เธอจะพูดอะไรได้ ในเมื่อพูดไปพวกเขาก็ไม่เชื่อ อีกอย่างผิวเธอไม่ถูกแดดเผาจนดำหรือ เธอไม่ทันได้สังเกตเลยสักนิด

    “ฉันไม่ได้โกหกพวกเธอจริงๆ เพียงแต่ทุกครั้งที่กลับไปบ้านฉันจะใช้มาส์กบำรุงผิว บางทีอาจจะเป็๲เพราะมาส์กบำรุงผิวอันนั้นก็ได้ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าฉันจะเอามาให้พวกเธอลองใช้ก็ได้นะ ถ้าเกิดเป็๲เพราะมาส์กอันนั้นจริงๆ พวกเธอก็ค่อยหามาใช้ก็แล้วกัน” ไป๋รั่วเสวี่ยพูด

    “เป็๞เพราะมาส์กอันนั้นจริงๆ รึ” เจี่ยงเหวินลี่มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นฉันขอลองก่อนก็แล้วกัน ถ้าใช้ดีจริงๆ ก็ค่อยซื้อใช้เองบ้าง”

    “ได้” การให้มาส์กบำรุงผิวแก่เจี่ยงเหวินลี่ถือเป็๲การแสดงมิตรไมตรีอย่างหนึ่ง ในอนาคตบุคคลเหล่านี้จะเป็๲กำลังหลักในการเดินหน้าแก้ปัญหาเ๱ื่๵๹เสบียงอาหารของมนุษยชาติ บางทีพวกเขาอาจจะได้มาทำงานในค่ายของเธอ ด้วยเหตุนี้ไป๋รั่วเสวี่ยจึงต้องผูกมิตรกับพวกเขาไว้

    เย็นวันนั้นไป๋รั่วเสวี่ยเข้าไปในช่องมิติอีกครั้ง ที่ดินแปลงที่เธอหว่านเมล็ดไว้งอกต้นอ่อนสีเขียวออกมาแล้ว ใบของเหล่าต้นอ่อนเล็กกระจิริดแต่ทว่ากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิต

    ดูจากการที่ต้นอ่อนงอกออกมานั้น ทำให้รู้ว่าภายในช่องมิติกับโลกภายนอกไม่ได้อยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน เวลาภายในช่องมิตินั้นเดินเร็วกว่าเวลาของโลกภายนอกเล็กน้อย ความต่างอยู่ที่ 2 ต่อ 1 หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือเวลาภายในช่องมิติเท่ากับเวลาสองเท่าของโลกภายนอก หากปลูกพืชในนี้ก็จะเก็บเกี่ยวได้ไวกว่าโลกภายนอกหนึ่งเท่า

    ไป๋รั่วเสวี่ยพยักหน้าอย่างพอใจกับความสามารถนี้ของช่องมิติ ช่องมิติทำให้ความกดดันเ๹ื่๪๫เสบียงอาหารของเธอลดลงไปมาก

    ไป๋รั่วเสวี่ยล้างหน้าและมือในบ่อน้ำ เธอมักจะเล่นน้ำในบ่อทุกครั้งที่เข้ามาในช่องมิติ บางครั้งก็ล้างมือ บางครั้งก็ล้างหน้า เสร็จแล้วถึงค่อยออกจากช่องมิติ

    ตอนนี้เธออยู่ที่หอพักจึงไม่สามารถอยู่ในช่องมิตินานเกินไปได้ เพราะหากมีเพื่อนร่วมห้องรู้เข้าคงไม่ดี ณ เวลานี้เธอยังไม่คิดจะบอกความลับเ๹ื่๪๫ช่องมิติกับใครอื่นนอกจากผู้เป็๞มารดาเท่านั้น

    ไป๋รั่วเสวี่ยไม่รู้สึกง่วงสักนิด เธอจึงลุกจากเตียงนำแอปเปิลออกมาล้างแล้วปอกใส่จาน ส่วนเม็ดแอปเปิลก็ทิ้งลงไปในช่องมิติ

    “กินแอปเปิลไหม หวานมากนะ” เธอปอกแอปเปิลมากเกินไปจนกินคนเดียวไม่หมด

    “ไม่ล่ะ ขอบใจนะ” จางถิงถิงตอบปฏิเสธอย่างมีมารยาท

    “สวี่นั่ว โจวฟาง พวกเธอมาช่วยกินหน่อยสิ ฉันปอกเยอะเกินไป ถ้ากินไม่หมดเสียของแย่” ไป๋รั่วเสวี่ยเอ่ยชวนอย่างตรงไปตรงมา

    “ถ้าเธอกินไม่หมด ทำไมไม่ปอกให้น้อยลงหน่อยล่ะ” โจวฟางเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ

    ไป๋รั่วเสวี่ยได้แต่ยิ้ม เธอเผลอไปหน่อย “เผลอปอกเยอะไปหน่อย พวกเธอช่วยฉันกินหน่อยได้ไหม”

    “ก็ได้ๆ ฉันช่วยกินก็ได้” สวี่นั่ววางโทรศัพท์มือถือลงแล้วเดินมาหา

    “กินแอปเปิลแล้วผิวสวยนะ ฉันชอบกินมากเลย” ไป๋รั่วเสวี่ยพูดไปพลางกินไปพลาง

    ทั้งสามคนแสดงออกว่าไม่ยอมรับเธออย่างชัดเจน แต่ไป๋รั่วเสวี่ยไม่ใส่ใจเพราะเธอไม่ใช่คนใจแคบ แค่ทั้งสามคนไม่หมายหัวเล่นงานเธอแค่นั้นก็พอแล้ว ส่วนเ๱ื่๵๹เล็กน้อยอื่นๆ เธอไม่เก็บมาใส่ใจ เพราะการได้มาเป็๲เพื่อนร่วมห้องกันก็ถือเป็๲พรหมลิขิตอย่างหนึ่ง

           “รั่วเสวี่ย ทำไมเธอถึงแน่ใจนักล่ะว่า ทหารนายนั้นจะมาเป็๞พ่อของลูกเธอ” สวี่นั่วถาม

    ไป๋รั่วเสวี่ยไม่ตอบ ตามองสวี่นั่วก่อนกะพริบตาหนึ่งครั้ง แววตาของสวี่นั่วแฝงไปด้วยความโกรธ เกลียดชังและดูถูก ไป๋รั่วเสวี่ยเผลอนึกขึ้นได้ว่าเธออาจเคยมีบัญชีแค้นอะไรกับอีกฝ่าย ชาตินี้ก็ว่าไปอย่าง แต่เธอจำไม่ได้ว่าชาติที่แล้วเธอเคยมีความสัมพันธ์อะไรเกี่ยวข้องกับสวี่นั่ว

     

    **ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428