บทที่ 35: PvP
“มีแค่พีวีพีเท่านั้นแหละ” วศินพึมพำพลางมองผู้เล่นชายสองคนที่ยืนประชิดสาวนักบวชคาดคะเนเลเวลของผู้เล่นกลุ่มนั้น ลัคนามองเครื่องสวมใส่ของพวกเขาก็เห็นว่ามีเลเวลที่สูงพอสมควรเธอไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้
โดยทั่วไปผู้เล่นสามารถปกปิดเลเวลของตัวเองได้เมื่อมีเลเวล 30 ขึ้นไป และจะไม่มีใครสามารถมองเห็นนอกจากจะอยู่ในปาร์ตี้เดียวกันเป็นเพื่อนกัน หรือตอบรับคำท้าพีวีพีไปแล้ว การท้าส่งๆ จึงเสี่ยงแพ้อยู่เหมือนกัน ส่วนผู้เล่นเลเวลต่ำกว่า30 ไม่สามารถสู้ PvP ได้เว้นแต่อยู่ปาร์ตี้เดียวกับคนเลเวล30 ขึ้นไป จึงไม่มีปัญหา
“ออบซิเดียน ชิลด์ เลเวลที่สามารถสวมใส่ได้ 40 ขึ้นไป ชุดเกราะแห่งวิหารทองคำ เลเวลที่สวมใส่ได้ 48 ขึ้นไป เทล ซอร์ด เลเวลที่สามารถสวมใส่ได้ 45 ขึ้นไป...”
“เสี่ยงสำหรับเธอ” วศินเอามือแตะคางอย่างครุ่นคิด “เลเวลใกล้กับฉันอยู่เหมือนกันถ้าสู้กับพวกนั้นสองต่อสองอาจจะไม่ชนะ ยิ่งถ้าคำนึงถึงสายของฉันด้วย...แต่เราอาจจะชนะได้ด้วยกลยุทธ์”
“...กลยุทธ์?”
“ฉันไม่รู้ว่าเธอเก่งขนาดไหน แต่ฉันพอมีแผน...ที่สามารถเอาชนะพวกนั้นสองคนด้วยตัวคนเดียว”วศินไม่อธิบายอะไร เขาเดินตรงไปที่ผู้เล่นกลุ่มนั้น
ลัคนายืนอ้ำอึ้งอยู่ที่เดิม ในสมการของหนุ่มแว่น เธอเป็นแค่ตัวแปรที่ตัดทิ้งไปได้อย่างไม่ไยดีแล้วสำหรับสไตล์การต่อสู้ที่ยุ่งยากของเขา คิดจะเอาชนะผู้เล่นสองคนแบบซึ่งๆ หน้าโดยไม่มีตัวช่วยได้ยังไงกัน?
...แบบซึ่งๆ หน้า?
“ก็ได้ จะสู้ตรงนี้เลยปะ?”
“ตรงนี้มันเกะกะไปหน่อย ไปที่ป่าทางโน้นดีกว่า” เขายิ้มแบบสุภาพ ลัคนาขนลุกซู่เมื่อผู้เล่นคู่แข่งพยักหน้าตกลงรอยยิ้มเรียบร้อยของหนุ่มแว่นทำเธอตะขิดตะขวงใจสุดๆ
“นายกับเด็กคนโน้นใช่ปะ?” เขาบุ้ยมาทางลัคนาเธอพยักหน้าหงึกๆ “มาสอนแฟนพีวีพีเหรอ?”
“เพื่อนของเพื่อนน่ะ” วศินตอบเสียงเรียบ เด็กสาวถอนหายใจเมื่อรู้ว่าเขามองเธอเป็นแค่ตัวตรวจสอบของไม่ใช่เพื่อนด้วยซ้ำ
ทั้งสี่มุ่งหน้าสู่ป่าสาหร่าย ชายป่ามีสาหร่ายขึ้นไม่หนาแน่นนักทำให้ยังพอเดินได้สะดวกวศินยืนตรงชายป่าแล้วบอกกับลัคนา
“พอเริ่มพีวีพี วิ่งเข้าป่าไปเลย”
ผู้เล่นคู่แข่งเดินตามมา คนหนึ่งสวมเกราะและถือดาบสีทองน่าเกรงขาม เล่นสายการ์เดียนซึ่งเป็นสายย่อยของนักดาบและเบอร์เซิร์กเกอร์สายนี้ใช้ตัวเองเป็นโล่ให้กับทีม อีกคนใช้ดาบคู่เป็นอาวุธ เน้นโจมตีมากกว่าป้องกันแต่ค่าชีวิตก็สูงจนน่ากลัว
เมื่อตอบรับคำท้า เลเวลของทั้งคู่ก็แสดงออกมา เลเวลของวศินคือ 52 คนที่สวมเกราะมีชื่อว่า‘นายสุดหล่อสะท้านฟ้าสะเทือนดิน’ เลเวล 48 ส่วนคนที่ใช้ดาบชื่อ ‘เทพทรู’ เลเวล 47
ลัคนากลืนน้ำลายฝืดคอ ถ้าเธออยากจะเลเวลขึ้นไวๆ ก็มีแค่วิธีนี้เท่านั้น
“ชื่อนั่น...ช่างเถอะ กฎห้ามแค่คำหยาบกับชื่อยาเสพติดนี่...” วศินคิ้วกระตุกกับชื่อยาวเหยียดของนายสุดหล่อสะท้านฟ้าสะเทือนดินพอเขาพูดเท่านั้นแหละลัคนาถึงเพิ่งสังเกต
ลัคนาทำทีเหมือนว่าจะสู้ ถึงไม่รู้ว่าวศินคิดอะไรอยู่แต่เธอก็ต้องทำตามไม่ให้เสียแผนตัวเลขปรากฏขึ้นแล้วกะพริบถอยหลัง
3…2…1…
เมื่อคำว่า <Start> ปรากฏขึ้น ลัคนาก็หันหลังใส่เกียร์หมาวิ่งทันทีข้างหลังได้ยินเสียงกระสุน Maim (ลดค่าพลังทุกอย่าง)ของวศินก่อนที่เสียงฝีเท้าของเขาจะหายไปอีกทาง
เสียงวิ่งดังปึงปังตามเธอมา จากเสียงเหล็กกระทบกันทุกครั้งที่ก้าวเท้าทำให้รู้ได้ว่าคนที่ตามเธอมาคือนายสุดหล่อสะท้านฟ้าสะเทือนดินโชคยังดีที่เธอมีความคล่องตัวมากกว่าและอีกฝ่ายก็ไม่น่าโจมตีระยะไกลได้ โชคร้ายคือเพราะพลังป้องกันอันมหาศาลทำให้เธอทำอะไรเขาไม่ได้เช่นกัน
ดูเหมือนว่าโชคร้ายจะยิ่งร้ายไปอีก เพราะเธอวิ่งเข้ามาถึงที่โล่งไม่มีอะไรกำบังลัคนาตัดสินใจวิ่งฝ่าไปที่ดงสาหร่ายอีกด้าน ยังไม่ทันได้ทำตามความคิด นายสุดหล่อก็กระแทกดาบลงกับพื้นปล่อยคลื่นพลังออกมาจนเธอล้มจูบดิน ค่าชีวิตหายไปเกือบหมดจนแถบเหนือศีรษะเปลี่ยนเป็นสีแดงอีกฝ่ายเข้าประชิดตอนที่เธอไม่ทันลุก ลัคนาหลับตาแล้วขอให้ตายแบบไม่เจ็บปวด...
ปัง!
เสียงปืนสะท้อนก้อง ลืมตาอีกทีก็เห็นนายสุดหล่อกุมขมับยืนโซเซเพราะโดนยิงเข้าที่ศีรษะ
ลัคนาหันขวับไปเห็นปลอกลดแรงถอยของปืน <พร็อคนอสต์> ได้ยินเสียงวศินดึงคันรั้งลูกเลื่อนเตรียมยิงอีกนัด จังหวะนั้นเธอรีบยันตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปในป่าอีกครั้งรอดตายมาอย่างฉิวเฉียด
แต่ซ้ำร้ายเธอกลับประจันหน้ากับเทพทรูผู้ใช้ดาบคู่ ค่าชีวิตของอีกฝ่ายไม่ได้ลดลงสักขีดเธอจึงหักซ้ายแล้ววิ่งสุดชีวิต คราวนี้ไม่ง่ายนักเพราะเขาเร็วกว่านายสุดหล่อหลายเท่า
เขาไล่เธอทันแล้วเมื่อเท้าของเธอลื่นตกผาเล็กๆ สาหร่ายเยอะจนคลุมร่างเธอไว้มิด
ลัคนาอาศัยความได้เปรียบเล็กน้อยนี้รีบย่อตัววิ่งไปในทางตรงข้ามกับจุดที่วศินอยู่เมื่อครู่ที่แน่ๆ เขารับมือกับผู้เล่นพร้อมกันสองคนไม่ได้จึงใช้เธอเป็นตัวล่อคอยถ่วงเวลา ถึงจะไร้ประโยชน์ขนาดไหนเธอต้องทำหน้าที่นี้ให้ถึงที่สุด
ลัคนากลั้นหายใจ แค่เธอโดนเทพทรูสะกิดทีเดียวก็ตายแล้ว ได้แต่ขอให้วศินจัดการนายสุดหล่อเร็วๆจะได้มาช่วยเธอสักที!
...
เด็กหนุ่มประทับนิ้วลงบนไกปืน ปรับจังหวะลมหายใจให้สม่ำเสมอเพื่อหยุดหัวใจที่เต้นโครมครามของตัวเอง
เขาไม่เคยพีวีพีกับสายแทงค์มาก่อน ที่ผ่านมาเป้าหมายของเขามักจะเป็นสายที่เน้นพลังโจมตีหรือหน่วยสนับสนุนของอีกฝ่ายเท่านั้น
เขาเปลี่ยนซองกระสุนด้วยการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล กระสุนชนิดพิเศษสำหรับปืนซุ่มยิงล็อกเข้าที่ดวงตาที่กันไว้ด้วยเลนส์แว่นอีกชั้นมองเข้าไปในกล้องเล็ง ปรับให้จับไปที่ศีรษะของอีกฝ่าย
นายสุดหล่อยังไม่รู้ตำแหน่งของเขา ได้แต่วิ่งพล่านเหมือนเด็กหลงทาง เขาผ่อนลมหายใจยาวรอจังหวะลั่นไกตอนที่มีโอกาสพลาดน้อยที่สุด
ทั้งโลกหายไป ตอนนี้มีเพียงเป้าหมายของเขาและปืนของเขาเท่านั้น ที่เหลือถูกลบจากการรับรู้วศินปรับความคิดให้เชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ และปืนก๊อบปี้พร็อคนอสต์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาค่อนปีจะตอบสนองอย่างที่เขาต้องการ
มาแล้ว จังหวะที่เขารออยู่ นิ้วกดยิงโดยไม่เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาที
มันเป็นชั่ววินาทีอันสมบูรณ์แบบ
อีกฝ่ายโซเซแต่ก็จับตำแหน่งของเขาได้ วศินวิ่งพ้นระยะสายตาก่อนร่างอุ้ยอ้ายหุ้มเกราะจะมาเห็นเข้าอีกฝ่ายพลังป้องกันเยอะกว่าที่คาด แม้แต่นารีที่เป็นสายโจมตีเต็มตัวก็ไม่ใช่จะสร้างความเสียหายได้ง่ายๆแน่
เดี๋ยวก่อน...
ลัคนาเคยบอกเอาไว้ไม่ใช่หรือว่า เกราะของหมอนี่คือ <ชุดเกราะแห่งวิหารทองคำ>
ถ้าอย่างนั้น ถึงจะเป็นตัวเลือกที่แพงสักหน่อย วิธีชนะก็มีอยู่
เด็กหนุ่มโหลดกระสุนชนิดพิเศษใส่ปืน เอาสะพายหลังไว้ก่อนแล้วหยิบปืนคู่ออกมาพร้อม
ยังไงเขาก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะก่อนที่ไอชาจะดัง เขาเป็นสไนเปอร์ที่มีฉายาในบอร์ดว่า
‘มัจจุราชไร้เงา’
...
เด็กสาวหยุดพักหายใจเมื่อเสียงฝีเท้าหยุดไปชั่วครู่ เทพทรูไม่ยอมเสียเวลาวิ่งกลับไปหาเพื่อนของตน
ลัคนาลุกพรวด จะให้สองคนไปรวมตัวกันไม่ได้เด็ดขาด เธอจงใจวิ่งเหยียบกรวดเสียงดังจนเขาหันมา
เป็นไงเป็นกัน!
ลัคนาพลิกตัวหลบรัศมีสกิลของเทพทรู วิ่งคดเคี้ยวเข้าไปในดงสาหร่าย ศัตรูวิ่งตามมาอย่างรวดเร็วจังหวะนั้นก็ได้ยินเสียงปืนอีกครั้ง ถึงจะยิงไม่โดนแต่ก็ทำให้เทพทรูหยุดมองหาต้นเสียง
“ขอโทษที่มาช้า” วศินพูดกับลัคนาประโยคเดียวก่อนจะหอบปืนขึ้นจากพื้น พุ่งออกไปจากตรงนั้นในวินาทีต่อมาหนุ่มผู้ใช้ดาบคู่เดาะลิ้นแล้ววิ่งตามเขา ปล่อยลัคนาเอาไว้ก่อนเพราะจะกลับมาฆ่าทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้
วศินคลาดสายตาเทพทรูไปได้ แต่ใช้เวลาไม่นานก็เห็นปลอกลดแรงถอยยื่นออกมาจากดงสาหร่าย
ถึงจะจัดการกับเพื่อนของเขาด้วยตัวคนเดียวได้แต่ก็ชุ่ยเหมือนกัน เทพทรูคิดพร้อมยิ้มมุมปากแล้วพุ่งเข้าไปหมายจะฟันวศินให้ขาดเป็นสองท่อน
แต่ตรงนั้นกลับมีเพียงปืน ไม่มีวี่แววของผู้ใช้
รู้ตัวอีกทีเขาก็โดนปืนคู่ทั้งสองกระบอกยิงจากระยะประชิดจนสะอึก วศินพลิกตัวคว้าปืนซุ่มยิงคู่ใจแล้วหายไปจากสายตาอีกครั้ง
เทพทรูกัดฟันกรอด เขาไม่น่าตอบตกลงมาสู้ในที่แบบนี้เลย นอกจากฆ่าผู้เล่นเลเวลแค่ยี่สิบกว่าๆไม่ได้ยังต้องมาเจอสไนเปอร์น่าปวดหัวอีก เขาเหลือบมองค่าพลังชีวิต โชคดีที่ยังไม่ถึงขีดอันตรายเขาหมุนดาบคู่ในมือครั้งหนึ่งแล้ววิ่งไปในทางที่เห็นวศินเมื่อครู่
ลัคนานั่งลง สกิลติดตัว <ฟื้นพลัง> จะทำงานก็ต่อเมื่อเธอนั่งนิ่งๆ
เด็กสาวรออย่างใจจดใจจ่อในขณะที่ค่าชีวิตเพิ่มอย่างเชื่องช้า วศินทิ้งตัวลงนั่งข้างเธอเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ฉันต้องยอมรับเลยว่าลัคนาเป็นคนที่อยู่ในสนามรบได้เหนียวมากๆ” เขาพูดมือก็เปลี่ยนซองกระสุนของปืนซุ่มยิง “คำนวณพลาดไป ไม่คิดว่าคนเดียวต้องใช้กระสุนไปเยอะขนาดนั้นนายสุดหล่อสะท้านฟ้าสะเทือนดินเทแต้มไปอัปค่าป้องกันหมด มิน่าถึงได้ฆ่าเธอไม่ได้”
“เกือบไปแล้ว” เธอพูดเสียงเบา “ว่าแต่ ทำได้ไงน่ะ? เขาไม่จับได้เหรอ?”
“ปืนคู่นี่มีสกิลช็อตไฟฟ้าอยู่ ยิ่งอยู่ในน้ำยิ่งรุนแรง ชุดเกราะทองถึงจะดีแค่ไหนแต่มีจุดอ่อนที่ไฟฟ้าแค่ใช้ไฟฟ้าต่อด้วยกระสุนเจาะเกราะก็เอาอยู่”
ลัคนาฟังเขาอธิบายเร็วเป็นแร็ป ยังไม่ทันได้คิดอะไร วินาทีต่อมาก็เห็นเทพทรูโผล่มาจากด้านหลังวศินตอบสนองไวจ่อปืนใส่ลำตัวของเขาในระยะเผาขนแล้วลั่นไก อีกฝ่ายโต้ตอบโดยเรียกใช้สกิลหนึ่ง
“Phantom Blade”
บางอย่างกระตุกในสมองลัคนา เธอเคยได้ยินคำนี้ที่ไหนมาก่อนแน่ๆ
“นิโคไล...?”
“ลัค—”
ยังไม่ทันที่วศินจะได้เรียกชื่อเธอ ดาบคู่ก็เจาะผ่านร่างของเด็กสาวจนแถบชีวิตเหลือศูนย์
...
วศินจ้องหน้าลัคนา เด็กสาวนั่งอึ้งเหมือนสับสนว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ได้ยังไงเด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาดันแว่นด้วยท่าทางไม่สบายใจอะไรสักอย่าง
“พีวีพีครั้งแรกทำได้ดีมาก” เขาพูดเสียงแห้ง ลัคนาจับได้ว่าที่แท้เขาก็ไม่ชินกับการชมคนอื่นนี่เอง
สุดท้ายแล้ววศินก็ชนะมาได้อย่างฉิวเฉียด ลัคนาเกาะประสบการณ์เขากินจนเลเวลของเธออยู่ที่ยี่สิบหกอีกสี่เลเวลกว่าจะใช้ตั๋วสุ่มไอเทมได้ ตอนนี้ทั้งคู่กลับมายืนอยู่ในลานน้ำพุของเมืองใต้ทะเลอีกครั้ง
“ทำไมตอนนั้นถึงได้ชะงักไป?” เขาถามเหมือนอาจารย์ถามว่าทำไมไม่ได้ทำการบ้าน
“เหมือนนึกอะไรได้...” ลัคนาตอบ “ฉันเห็นใครก็ไม่รู้โดนขวานผ่าครึ่งตัวก็เลย... ช่างเถอะ น่าจะหลอนไปเองมากกว่า”
วศินพยักหน้ารับรู้ ตอนนั้นเองมีมอนสเตอร์ตัวเล็กๆ หย่อนกระดาษม้วนหนึ่งใส่มือมันเป็นม้าน้ำสวมหมวกบุรุษไปรษณีย์สีน้ำเงินประดับด้วยตราลูกแก้วผูกริบบิ้น
ลัคนามองตามจนมันว่ายเลี้ยวหัวมุมถนน นึกได้ว่าที่แท้นี่คือหนึ่งในมอนสเตอร์ของกิลด์ส่งของ
“นารีบอกว่าจะไปถ้ำฟีนิกส์พรุ่งนี้ ให้ไปเจอที่เมืองน้ำแข็ง”
“พรุ่งนี้...?”
เขาพยักหน้า
“วันนี้ฉันต้องออกก่อน ใช้สกิลวาร์ปกลับไปที่เมืองหลักของทวีปใต้ทะเลแล้ววาร์ปต่อไปที่เมืองหลักของทวีปน้ำแข็งพรุ่งนี้เราจะไปเจอเธอที่นั่น”
ลัคนาตอบตกลง ร่างของวศินหายจากเมืองไปอย่างไร้ร่องรอย นี่คือการล็อกเอ๊าท์เธอพูดว่าเธออยากจะล็อกเอ๊าท์บ้างแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไหนๆ ก็โดนปล่อยอิสระแล้ว ลองสำรวจโลกนี้ดูสักหน่อยก็ไม่เสียหาย
คิดได้ดังนั้น สถานที่แรกที่เธออยากไปก็คือออโรร่าบาเรีย
...
ลัคนาวิ่งสุดฝีเท้าหนีมอนสเตอร์เป็นฝูงที่ไล่ตามในป่าสีม่วง เลเวลของพวกมันไม่เท่าไหร่นักแต่จำนวนที่มากมายมหาศาลน่ารำคาญไม่น้อย เมื่อถึงชายป่าเธอก็มองโดมสีชมพูซึ่งตั้งตระหง่านอยู่
วิ่งฝ่าทุ่งราบได้สักพักเธอก็ไต่ทางลาดชันขึ้นไปถึงบาเรีย
ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ก็มีลูกธนูเฉี่ยวผ่านหน้า มองเข้าไปในบาเรียสีขุ่นก็พบว่ามันถูกยิงออกมาจากหน้าต่างชั้นสองของบ้านไม้โทรมๆหลังหนึ่ง
“เอ่อ...คือ...”
“ย้ากกกกกก!!!” หลาวพุ่งเฉียดลำตัวเธอไปนิดเดียว มันน่าจะทำมาจากไม้ของบ้านพักเพราะความทรุดโทรมและสีนั้นคล้ายคลึงกันทีเดียว
“เดี๋ยวก่อนสิคะ! คือว่าฉัน...”
“ออกไปซะ ผู้เล่น! จะมาฆ่าเราเอาอิลิกเซอร์อีกล่ะสิ!”
“คือว่า..!”
“ไปให้พ้น! เราไม่ฟังคำพูดของฆาตกร!” ธนูและลูกดอกระดมยิงใส่จนเธอต้องรีบวิ่งออกมา
ลัคนาสับสน ทำไมพวกเขาถึงต้องขับไล่เธอทั้งที่เธอไม่ได้ถืออาวุธอยู่ด้วยซ้ำ? ลึกๆ ในอกเธอรู้สึกปวดเหมือนมีมือกำลังบีบเธอจากข้างใน น้ำตาหยดหนึ่งไหลแล้วสลายไปอย่างรวดเร็ว