ทางฝั่งของตำหนักมารสวรรค์
ก่อนที่สงครามระหว่างกองกำลังพันธมิตรปะทะกับตำหนักมารสวรรค์ของมารอสูรหยินฮูและมารอสูรแสงราตรีกำลังจะเริ่มประมาณหนึ่งชั่วยาม
ณ โลกเทียนจู ซึ่งเป็นโลกที่ตำหนักมารสวรรค์ใช้เป็นศูนย์ใหญ่
ต่งเจี้ยนได้นำยอดฝีมือจำนวนหนึ่งของตระกูลหนานได้ลอบเข้ามาใกล้กับฐานบัญชาการของตำหนักมารสวรรค์ โดยตอนนี้พวกเขาซ่อนตัวอยู่ภายในป่าใกล้กับตำหนักมารสวรรค์
เนื่องจากตำหนักมารสวรรค์ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงชันและเป็นยอดเขาที่มีค่ายกลป้องกันเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลา
ต่งเจี้ยนและคนของเขาได้ตรวจสอบค่ายกลป้องกันอย่างละเอียดแล้วและพบว่าค่ายกลนี้เป็นค่ายกลที่แข็งแกร่งมาก มันสามารถป้องกันการโจมตีได้แม้กระทั้งยอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์ด้วยซ้ำ
แต่ต่งเจี้ยนไม่ได้เกรงกลัวเรื่องนั้นเพราะเขาได้วางแผนกับเหมาอี้กังเอาไว้แล้วว่า ทันทีที่เริ่มการโจมตี หุ่นเชิดของเหมาอี้กังจะเป็นคนพาพวกเขาเข้าไปในตำหนักมารสวรรค์เอง
หุ่นเชิดของเหมาอี้กังที่อยู่ในตำหนักมารสวรรค์เป็นถึงยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์ขั้นสูง ทำให้เขามีสถานะที่สูงมากในตำหนักมารสวรรค์ เพราะแบบนี้ถ้าหากเหมาอี้กังบังคับให้หุ่นเชิดของเขานำตัวพวกเขาเข้าไปด้านในก็จะไม่มีใครสงสัย
ตอนนี้ต่งเจี้ยนเป็นผู้นำได้นำยอดฝีมือกำลังรอสัญญาณจากนายท่านให้เริ่มการโจมตีตำหนักมารสวรรค์ ซึ่งคาดว่าน่าจะอีกไม่นานแล้วที่จะได้รับสัญญาณ
สำหรับยอดฝีมือที่ต่งเจี้ยนพามาด้วยก็มีหม่าลู่จินที่เป็นถึงจ้าวเซียนขั้นสมบูรณ์อีกหนึ่งคนและยังมีเหมาอี้กัง จู้เฉียนหวง เหว่ยฉาน ฟางเย่ ที่เป็นเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์สี่คน และเซียนอมตะขั้นต้นห้าคนและเซียนนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์อีกสิบห้าคน
ด้วยความแข็งแกร่งของจ้าวเซียนขั้นสมบูรณ์สองคนและเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์อีกสี่คนก็น่าจะเพียงพอที่จะทำลายตำหนักมารสวรรค์แล้ว
สำหรับยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์ทั้งสิบห้าคน พวกเขาจะต้องจับกลุ่มกันกลุ่มละสามคนคอยเฝ้าอยู่รอบๆตำหนักมารสวรรค์เพื่อไม่ให้ตำหนักมารสวรรค์หลบหนีไปไหนได้ เพราะถึงอย่างไรภายในตำหนักมารสวรรค์ก็ไม่มีใครรู้ว่ามีกับดักอะไรอยู่บ้าง เช่นนั้นการเฝ้าอยู่ด้านนอกและคอยสังหารยอดฝีมือที่หลบหนีจึงจะดีกว่าเพื่อลดความเสี่ยงของการสูญเสียด้วย
“ อี้กังแผนที่เสร็จหรือยั้ง? ” ต่งเจี้ยนถามขึ้น
เหมาอี้กังพยักหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ แผนที่ภายในตำหนักมารสวรรค์ข้าได้ใช้หุ่นเชิดสำรวจครบทุกเส้นทางแล้ว ยกเว้นพวกทางลับต่างๆที่พวกมันซ่อนไว้ ”
หลังจากนั้นเหมาอี้กังก็ได้มอบแผนที่คร่าวๆให้กับต่งเจี้ยนและยอดฝีมือที่จะเข้าไปด้านในตำหนักมารสวรรค์
ต่งเจี้ยนและคนอื่นๆตรวจสอบแผนที่อย่างละเอียดก่อนที่ต่งเจี้ยนจะกล่าวขึ้นว่า “ งั้นเจ้าให้หุ่นเชิดออกมารับพวกเราได้แล้ว เพราะอีกไม่นานนายท่านน่าจะส่งสัญญาณมาแล้ว ”
“ เข้าใจแล้ว ” เหมาอี้กังตอบรับก่อนที่จะใช้ทักษะควบคุมให้หุ่นเชิดออกมา
จากนั้นต่งเจี้ยนก็หันไปกล่าวกับยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์ทั้งสิบห้าคนที่ต้องเฝ้าอยู่รอบๆตำหนักมารสวรรค์ว่า “ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปเฝ้าระวังตามจุดที่บอก ถ้าหากเจอยอดฝีมือของตำหนักมารสวรรค์หลบหนีก็สังหารพวกมันทิ้งทันที! ”
“ เข้าใจแล้วขอรับท่านต่งเจี้ยน เรื่องนั้นพวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราจะทำสุดความสามารถเพื่อไม่ให้พวกมันหลบหนีไปได้แม้แต่ตัวเดียว ” เซียนนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์กล่าวขึ้น
ต่งเจี้ยนพยักหน้าก่อนที่จะผ่านไปราวๆหนึ่งเค่อเศษ
“ มาแล้ว ” เหมาอี้กังกล่าวขึ้น
ไม่นานนักหุ่นเชิดที่สวมชุดคลุมของตำหนักมารสวรรค์ก็เดินเข้ามา
“ ไปกันเถอะ ” ต่งเจี้ยนตอบรับ
จากนั้นต่งเจี้ยนและคนอื่นๆก็เดินไปถึงทางผ่านของตำหนักมารสวรรค์ที่มีค่ายกลป้องกันขนาดใหญ่ปกคลุมเอาไว้
หุ่นเชิดนของเหมาอี้กังหยิบเอาตราสัญลักษณ์ออกมาและยื่นไปใกล้ๆกับค่ายกลป้องกัน
ทันใดนั้นค่ายกลป้องกันก็เปิดออกและพวกของต่งเจี้ยนใช้เวลาในชั่วพริบตานี้วิ่งเข้าไปในค่ายกลป้องกัน
เมื่อเห็นว่าเข้ากันไปหมดแล้ว เหมาอี้กังก็บังคับให้หุ่นเชิดเดินเข้ามาด้านในก่อนที่ค่ายกลป้องกันจะปิดตัวลง
หลังจากที่เข้ามาด้านในตำหนักมารสวรรค์แล้ว ต่งเจี้ยนก็สั่งให้ทุกๆคนแยกย้ายกันไปยังจุดที่พวกเขาเตรียมเอาไว้แล้ว
ซึ่งจุดต่างๆก็คือพื้นที่สำคัญๆของตำหนักมารสวรรค์ สำหรับห้องที่อยู่ของมารฟ้าคำราม ต่งเจี้ยนคิดที่จะบุกไปด้วยตัวเอง
ในขณะที่ต่งเจี้ยนและคนอื่นๆกำลังแยกย้ายกันไปยังสถานที่ที่กำหนดเอาไว้แล้ว
ตอนนี้เหลือเพียงแค่รอสัญญาณจากนายท่านให้ลงมือเท่านั้น
เหมาอี้กังได้ปลอมแปลงเป็นคนของตำหนักมารสวรรค์โดยสวมรอยเป็นหุ่นเชิดและตรงไปยังห้องพักของเขาเอง
เนื่องจากหุ่นเชิดของเหมาอี้กังเป็นคนที่มีฐานะสูงมากในตำหนักมารสวรรค์ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีห้องพักเป็นของตัวเอง
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม
ในขณะที่ต่งเจี้ยนและคนอื่นๆแอบซ่อนตัวอยู่ จู่ๆนกกระดาษสีทองก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของต่งเจี้ยนและคนอื่นๆ
เมื่อนกกระดาษสีทองปรากฏขึ้น ซึ่งก็หมายความว่าตอนนี้สามารถลงมือได้
ต่งเจี้ยนและคนอื่นที่ซ่อนตัวอยู่ก็ลงมือทันที พวกเขาระเบิดพลังพร้อมกับทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
มารฟ้าคำรามที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องพัก จู่ๆเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งระเบิดออกมาจากตำหนักมารสวรรค์ แถมกลิ่นอายนี้ยังแข็งแกร่งเกินกว่าตัวเขาในอดีตไปไกล
“ เกิดบ้าอะไรขึ้นทำไมจู่ๆถึงมียอดฝีมือระดับนี้ปรากฏขึ้นมากระทันหัน? ” มารฟ้าคำรามลุกขึ้นยืนก่อนที่จะรีบบินขึ้นท้องฟ้าทันที
เพียงไม่นานตำหนักมารสวรรค์ที่งดงามแหละหรูหราก็กลายเป็นเศษซากปรักหักพังในชั่วพริบตา
ทางด้านของยอดฝีมือเซียนนิรันดร์สิบห้าคนที่เฝ้าอยู่รอบๆก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้พวกต่งเจี้ยนได้ลงมือแล้ว จากนั้นพวกเขาก็เตรียมตัวที่จะไล่ล่าพวกที่หลบหนี
บนท้องฟ้า มารฟ้าคำรามและยอดฝีมือระดับสูงที่เหลือรอดอยู่ไม่เยอะก็มองหน้ากันก่อนที่จะแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวออกมา
มารอสูรที่เหลือรอดส่วนมากก็จะมีความแข็งแกร่งในระดับเซียนนิรันดร์ขั้นปลายหรือสูงกว่านั้นทั้งสิ้น ส่วนที่ต่ำกว่านั้นก็ตายไปเพราะพลังของต่งเจี้ยนและคนอื่นๆ
เวลานี้เหล่ามารอสูรที่เหลือรอดก็สัมผัสถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งจากยอดฝีมือของตระกูลหนานได้อย่างชัดเจน
“ นายเหนือหัว… ” มารอสูรทั้งหลายที่เห็นว่ามารฟ้าคำรามยังอยู่ดี พวกมันก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ
“ รีบหนีไปจากที่นี้เดี๋ยวนี้! ” มารฟ้าคำรามรีบตะโกนขึ้นทันที มันไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ตอนนี้มีสิ่งเดียวที่มันต้องทำคือหลบหนีออกจากที่นี้ไปซะ
เมื่อมารอสูรทั้งหลายได้ยินที่มารฟ้าคำรามตะโกน พวกเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดคุยกัน พวกมันต้องรีบหนีออกจากที่นี้โดยเร็ว ไม่อย่างนั้นพวกมันจะต้องถูกยอดฝีมือสังหารทิ้งอย่างแน่นอน
เพียงแต่ยังไม่ทันที่พวกมารอสูรจะหลบหนี จู่ๆกลิ่นอายที่แข็งแกร่งและทรงพลังก็ปะทุออกมาจากรอบๆพวกมัน
“ เซียนอมตะขั้นสมบูรณ์! ” มารฟ้าคำรามอุทานออกมา เนื่องจากในอดีตมันก็เคยเป็นยอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์ มันจึงรู้ได้ทันทีว่ายอดฝีมือทั้งสี่นี้คือยอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์
เมื่อเหล่ามารอสูรได้ยินว่าทั้งสี่นี้เป็นยอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์ พวกมันก็หวาดกลัวเป็นอย่างมาก
“ พวกเจ้าเป็นใคร? ” มารฟ้าคำรามตะโกนถามขึ้นทันที แม้ว่าในใจของมันก็พอที่จะมีคำตอบอยู่แล้วก็ตาม และมันก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าเส้นทางแห่งนี้ที่อ่อนแอลงอย่างมากจะมียอดฝีมือระดับเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์อยู่จริงๆ แถมถ้าหากสัมผัสดีๆแล้วจะพบว่ายอดฝีมือทั้งสี่นี้แข็งแกร่งยิ่งกว่ายอดฝีมือของตระกูลเฟิงด้วยซ้ำ
และนอกจากนี้ยังมียอดฝีมืออีกสองคนที่ไม่ได้เปิดเผยพลังออกมาแต่ด้วยสัญชาตญาณของมารฟ้าคำรามบอกได้คำเดียวว่ายอดฝีมือสองคนนี้แข็งแกร่งกว่าเซียมอมตะขั้นสมบูรณ์ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นถึงจ้าวเซียนด้วยซ้ำ
“ ถามว่าพวกเราเป็นใคร?…พวกแกก็น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือยังไงว่าพวกเราเป็นใคร ” เหมาอี้กังกล่าวด้วยรอยยิ้มที่สบายๆ
“ ตระกูลหนาน?!…หรือว่าที่ตระกูลเฟิงหายตัวไปก็เป็นเพราะพวกเจ้างั้นเรอะ ” มารฟ้าคำรามกล่าวขึ้นพร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมา
“ ตระกูลเฟิง? ” เหมาอี้กังชะงักและส่ายหน้าเบาๆก่อนที่จะกล่าวต่อว่า “ พวกเราไม่รู้จักตระกูลเฟิงด้วยซ้ำ…แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกเพราะหลังจากนี้พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องตาย…ลงมือ! ”
จากนั้นยอดฝีมือเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์อีกสามคนก็ลงมือทันที ส่วนทางด้านของเหมาอี้กัง เขาก็ดีดนิ้วเบาๆหุ่นเชิดนับสิบปรากฏขึ้น พวกมันมีความแข็งแกร่งตั้งแต่เซียนอมตะขั้นต้นจนไปถึงขั้นสมบูรณ์
นอกจากนี้เหมาอี้กังก็ยังดีดนิ้วเบาๆหนึ่งครั้ง
จากนั้นหุ่นเชิดที่แฝงตัวอยู่ในตำหนักมารสวรรค์หยิบอาวุธสังหารมารอสูรที่อยู่ใกล้ๆทันที
เพียงพริบตาเดียวเหล่ามารอสูรที่เหลือรอดอยู่ก็ถูกยอดฝีมือของตระกูลหนานสังหาร
มารฟ้าคำรามที่เห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี มันจึงรีบร่ายทักษะลับทันที
“ มารฟ้าสังเวย! ” มารฟ้าคำรามคำรามลั่น
ทันทีที่มารฟ้าคำรามตะโกนออกมา เหล่ามารอสูรทั้งหลายที่ยังเหลืออยู่ก็ถูกพลังบางอย่างดูดกลืนพลังไปทันที
เพียงพริบตาเดียวกลิ่นอายของมารฟ้าคำรามก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มันมีความแข็งแกร่งระดับเซียนอมตะขั้นต้น จนตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมาหยุดอยู่ที่จ้าวเซียนขั้นต้น
ส่วนทางด้านของมารอสูรที่เหลืออยู่ก็กลายเป็นเศษซากศพในชั่วพริบตา
“ ฮ่าๆ เจ้าพวกตระกูลหนาน วันนี้พวกแกจะต้องตายทั้งหมด!! ” มารฟ้าคำรามหัวเราะอย่างชั่วร้าย
เหมาอี้กังและคนอื่นๆมองหน้ากันก่อนที่จะยิ้มอย่างสบายๆ
“ นึกไม่ถึงเลยว่าแกจะมีทักษะลับแบบนี้ แต่ก็ดีเพราะมันจะทำให้พวกเราไม่ต้องไปไล่ล่าสังหารพวกมารอสูรที่เหลืออยู่เพราะตอนนี้พวกมันคงถูกแกกลืนกินพลังชีวิตไปแล้ว ” เหมาอี้กังกล่าวพร้อมกับถอยออกห่างจากมารฟ้าคำรามไปเล็กน้อย
จากนั้นต่งเจี้ยนและหม่าลู่จินก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าของมารฟ้าคำราม
มารฟ้าคำรามมองไปที่ต่งเจี้ยนและหม่าลู่จินด้วยแววตาเย็นชาก่อนที่จะคำรามว่า “ ไม่ว่าแกจะเป็นใครวันนี้พวกแกจะต้องตายทั้งหมด…สายฟ้ามารสยบฟ้า!! ”
จากนั้นท้องฟ้าได้กลายเป็นสีแดงก่อนที่จะมีสายฟ้าสีแดงดำฟาดลงไปยังจุดที่ต่งเจี้ยนและยอดฝีมือของตระกูลหนานทั้งหมด
สายฟ้าสีแดงนี้เรียกได้ว่ารุนแรงอย่างมาก เหมาอี้กังและยอดฝีมือเซียนอมตะขั้นสมบูรณ์ถึงกับหน้าจริงจังขึ้นมา แม้ว่าพวกเขาจะกลัวแต่พวกเขาก็รู้ดีว่าสายฟ้านี้จะไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้
สาเหตุที่พวกเขามั่นใจก็เพราะพวกเขามีต่งเจี้ยนและลู่หม่าจินอยู่
“ เหอะแค่สายฟ้าแค่นี้คิดว่ารุนแรงมากนักหรือยังไง ในเมื่อแกชอบสายฟ้ามากนักอย่างนั้นข้าก็จะเล่นกับเจ้าด้วยแล้วกัน ” หม่าลู่จินเย้ยหยันก่อนที่จะหยิบเอาไม้เท้าเก่าๆออกมาพร้อมกับชี้ไปยังสายฟ้าสีแดงและคำรามว่า “ เพลิงผลาญสรรพสิ่ง…เพลิงชำระบาป ”
ทันใดนั้นสายฟ้าสีแดงของมารฟ้าคำรามก็ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทองก่อนที่มันจะหายไปในพริบตาเดียว
ดวงตาของมารฟ้าคำรามเบิกกว้าง เนื่องจากทักษะสายฟ้ามารสยบฟ้าเป็นหนึ่งในสามทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของมันแล้ว ซึ่งในอดีตทักษะนี้สามารถไล่ต้อนพวกตระกูลหนานได้ มันมั่นใจว่าแม้แต่ยอดฝีมือระดับจ้าวเซียนขั้นต้นถ้าหากโดนทักษะนี้เข้าไปถ้าหากไม่บาดเจ็บสาหัสก็ต้องตายอย่างแน่นอน แต่ทักษะระดับนี้ถูกทำลายได้ง่ายๆ ทำให้มันไม่สามารถยอมรับได้ในทันที
“ บัดซบ! อย่างนั้นก็เจอนี้หน่อยแล้วกัน มารฟ้าเทพสายฟ้า ” มารฟ้าคำรามคำรามอีกครั้ง
จากนั้นท้องฟ้าก็ปรากฏวงแหวนเวทขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับมังกรสายฟ้าสีแดงที่ทรงพลังมากกว่าสายฟ้าสีแดงเมื่อครู่หลายสิบเท่า
“ ตายไปซะพวกสารเลวตระกูลหนาน ” มารฟ้าคำรามตะโกนพร้อมกับบังคับให้มังกรสายฟ้าพุ่งใส่หม่าลู่จิน
หม่าลู่จินมองดูมังกรสายฟ้าด้านหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ เป็นทักษะที่ไม่เลว ข้าคิดว่าแม้กระทั้งจ้าวเซียนขั้นกลางโดนเข้าไปจะต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีประโยชน์สำหรับข้า เพลิงผลาญสรรพสิ่ง…เพลิงชำระบาป ”
เพียงพริบตาเดียวมังกรสายฟ้าที่รุนแรงกว่าเดิมก็ลุกโชนไปด้วยเพลิงสีทองก่อนที่มันจะสลายหายไปกลางอากาศในชั่วพริบตา
ครั้งนี้ทำให้มารฟ้าคำรามถึงกับนิ่งอึ้ง มันนึกไม่ถึงเลยว่าทักษะที่รุนแรงอันดับที่สองนี้ก็ยังไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้
“ ในเมื่อเป็นแบบนี้เห็นทีคงต้องใช้ไพ่ลับจัดการกับพวกแกแล้ว ” มารฟ้าคำรามตัดสินใจที่จะทุ่มสุดตัวในการสังหารยอดฝีมือของตระกูลหนาน เพราะมันรู้ว่าถ้าหากไม่ทุ่มสุดตัวก็คงเป็นมันที่ต้องถูกผนึกอีกครั้งหนึ่ง