ทะลุไปเป็นนางเอกสู้ชีวิตในนิยาย (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 38 รักษาได้

            “วันนี้พวกเจ้าจะกลับกันแล้วใช่ไหม ถ้างั้นกินข้าวเช้าให้เสร็จก่อนค่อยกลับก็แล้วกัน อีกเดี๋ยวข้าวต้มก็จะเสร็จแล้ว” หยุนเฮ่าบอกกับหยุนหนิงเอ๋อ

            “ท่านไม่จำเป็นต้องลำบากเพราะพวกเราเลยเจ้าค่ะ”

            “ทำกับข้าวให้น้องสาวกินแค่มื้อเดียวมันจะไปลำบากอะไรกัน” หยุนเฮ่ายิ้มแล้วหันไปมองมู่หรงเฉินที่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องครัว “เจ้าไปเก็บแตงกวาในสวนหลังบ้านให้ข้าที เช้านี้เราจะกินข้าวต้มกับแตงกวาผัดไข่”

            “ขอรับ” มู่หรงเฉินรับคำแล้วหมุนตัวออกไป

            “พี่เฮ่า ท่านอยากพูดอะไรกับข้าหรือเปล่าเจ้าคะ ดูเหมือนท่านมีเรื่องไม่สบายใจ” หยุนหนิงเอ๋อถามเพราะสังเกตเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของพี่ชาย ทั้งยังเห็นเขามองตนเองและมู่หรงเฉินอย่างลำบากใจ

            “เจ้ายื่นมือมา” หยุนเฮ่าบอก 

            หยุนหนิงเอ๋อทำตามคำพี่ชายอย่างว่าง่าย จากนั้นหยุนเฮ่าก็จับชีพจรให้นาง สีหน้าที่ดูหนักใจก่อนหน้านี้ยิ่งเครียดกว่าเดิม

            “พักนี้รู้สึกไม่สบายตรงไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า”

            “ข้าจะรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อย และเมื่อมีรอบเดือนก็จะรู้สึกปวดท้องมากเจ้าค่ะ ปวดมากจนแทบจะลงจากเตียงไม่ไหว” หยุนหนิงเอ๋อตอบออกไปอย่างไม่ปิดบัง 

            หยุนเฮ่ามองหน้าน้องสาวก็ไม่เห็นว่านางจะมีท่าทางเขินอาย เรื่องแบบนี้หากเป็นหญิงสาวคนอื่นคงจะอายจนหน้าแดงและปิดบังอาการป่วยของตนเองไปแล้ว แต่หยุนเฮ่าคิดไปว่าอาจเป็นเพราะเขาเป็นพี่ชาย นางจึงไม่รู้สึกอายกระมัง 

            “หนิงเอ๋อ อาการป่วยของเจ้า...”

            “ร้ายแรงมากหรือเจ้าคะ แล้วมันจะมีทางรักษาหายหรือเปล่า” หยุนหนิงเอ๋อไม่ได้ตกใจ เพียงแต่หากเป็นโรคที่รักษาหาย นางก็อยากจะเริ่มรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เท่านั้น

            “อาการป่วยของเจ้ายังรักษาได้ เพียงแต่ในอนาคตเจ้าอาจจะไม่สามารถมีบุตรได้แล้ว” 

            หยุนหนิงเอ๋อถอนหายใจและยิ้มอย่างผ่อนคลาย “ท่านก็พูดเสียจนข้าตกใจไปหมดแล้วเจ้าค่ะ ไม่ว่าข้าจะเป็นโรคอะไร ขอแค่รักษาชีวิตไว้ได้ก็พอแล้ว”

            “แล้วเจ้าไม่เสียดายหรือที่เจ้าจะตั้งครรภ์ไม่ได้ ยังมีมู่หรงเฉินอีก เขาจะไม่อยากมีทายาทสืบสกุลหรือไง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กนะ ระหว่างที่เจ้ากินยารักษา เจ้าก็บอกความจริงกับเขาเสีย อย่ารอให้ตบแต่งกันไปแล้วค่อยไปบอกเขา ทำอย่างนั้นเขาจะหาว่าเจ้าหลอกลวง และแม้เจ้าไม่อยากจะให้เขารับอนุเข้ามาในเรือน พอถึงตอนนั้นเจ้าจะห้ามเขาก็ทำไม่ได้แล้ว”

            “ข้าตั้งครรภ์ไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะไม่มีลูกด้วยกันนี่เจ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อเห็นพี่ชายทำหน้าสงสัย จึงพูดต่ออย่างอารมณ์ดี “อาเฉินเคยแต่งงานมาแล้ว และเขาก็มีทายาทมาแล้วตั้งสี่คน เด็กๆ เป็นแฝดสี่ หญิงสามชายหนึ่งเจ้าค่ะ”

            “เขาแต่งงานมาแล้ว เช่นนั้นสถานะของเจ้า...” หยุนเฮ่าขมวดคิ้ว “เช่นนั้นเรื่องหมั้นหมายของเจ้ากับเขาก็ยกเลิกไปเถอะ ข้าไม่ยอมให้น้องสาวของข้าไปเป็นอนุภรรยาของใครเป็นอันขาด”

            “พี่ชายใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ อาเฉินแต่งงานแล้วก็จริง แต่เขากับภรรยาหย่าร้างกันเรียบร้อยแล้ว หลังจากข้าแต่งกับเขา ข้าก็จะเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของเขา ส่วนเด็กๆ ก็จะเป็นบุตรของข้า แล้วท่านก็ไม่ต้องเป็นห่วง เด็กทั้งสี่คนไม่ได้ต่อต้านข้าในเรื่องนี้เจ้าค่ะ”

            หยุนเฮ่ามองเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของน้องสาวก็ได้แต่ถอนใจ น้องสาวของเขาโตแล้ว อีกทั้งเรื่องนี้ก็เป็นอนาคตของนาง เขาคงต้องปล่อยให้นางตัดสินใจเอง “ข้าจะจัดยาให้เจ้าไปกินสักเดือน หลังจากนั้นเจ้าก็กลับมาให้ข้าตรวจอีกที”

            “นอกจากอาการป่วยของข้า แล้วอาเฉินเล่าเจ้าคะ”

            “มู่หรงเฉินก็มีอาการป่วยเหมือนกัน เดี๋ยวเขากลับมาแล้วข้าจะจับชีพจรให้เขา จะได้รู้ว่าอาการป่วยของเขาเป็นยังไงกันแน่” หยุนเฮ่าส่ายหน้าแล้วพูดกับน้องสาวอีกครั้ง “หลังจากนี้เจ้าต้องบำรุงร่างกายของตัวเองให้ดี ทางที่ดีให้เจ้าทำอาหารกินเอง อย่าไปรับของจากใครมากินสุ่มสี่สุ่มห้า”

            “ท่านหมายความว่าข้าถูกวางยาเพื่อให้ข้าไม่อาจมีบุตรได้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ”

            “แค่ทำตามที่ข้าบอกก็พอ” หยุนเฮ่าไม่ได้พูดต่อเมื่อเห็นมู่หรงเฉินเดินกลับมา

            “ข้าเก็บแตงกวามาเรียบร้อยแล้วขอรับ” มู่หรงเฉินวางตะกร้าแตงกวาลง

            หยุนเฮ่าฉุดให้มู่หรงเฉินนั่งลง จากนั้นเขาก็เริ่มจับชีพจร “ปราณของเจ้าถูกสกัดเพราะเคยกินยาพิษ บางครั้งเมื่ออารมณ์แปรปรวน เจ้าจะรู้สึกอึดอัดจนกระอักเลือดออกมาถูกไหม”

            “ใช่แล้วขอรับ หรือถ้าข้าออกกำลังมากไป ข้าก็จะรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก บางครั้งอาการรุนแรงมากจนข้าหมดสติไปก็มีขอรับ” มู่หรงเฉินตอบ เขาไม่ได้ถามคำถามอื่นออกไป แต่ในใจกลับรู้สึกดีใจมาก เพราะดูท่าทางแล้ววิชาแพทย์ของหยุนเฮ่าคงเก่งมากจริงๆ ในใจของเขาเวลานี้เริ่มมีความหวัง

            “การรักษาในช่วงแรกคือต้องดื่มยาถอนพิษ ข้าจะจัดสมุนไพรให้เจ้าบางส่วนเพราะสมุนไพรหายากบางตัวข้าไม่มี เจ้าต้องไปหาซื้อจากร้านยาเอาเอง แล้วก็ต้มยาดื่มติดต่อกันวันละสองครั้งเป็นเวลาหนึ่งเดือน จากนั้นเจ้ากลับมาให้ข้าตรวจอาการของเจ้าอีกที หากพิษยังถูกขับออกไม่หมดก็ต้องดื่มยาต้มต่อ แต่ถ้าพิษถูกขับออกหมดแล้ว จากนั้นข้าจะฝังเข็มให้เจ้า การฝังเข็มก็ต้องฝังเข็มติดต่อกันหนึ่งเดือน ช่วงนั้นเจ้าต้องมาพักอยู่กับข้าที่นี่”

            “ท่าน...ท่านรักษาอาการป่วยของข้าได้จริงหรือขอรับ ข้าเคยได้ยินมาว่าการฝังเข็มเพื่อเปิดเส้นปราณมันยากมาก” มู่หรงเฉินถามอย่างดีใจ

            “การฝังเข็มเงินทั่วไปไม่อาจทำได้ แต่วิชาฝังเข็มทองคำย่อมรักษาได้” หยุนเฮ่ายิ้ม “เมื่อข้าบอกว่ารักษาได้ก็ต้องรักษาได้สิ”

            “วิชาฝังเข็มทองคำหรือขอรับ? อย่าบอกนะขอรับว่าบิดาบุญธรรมของท่านคือหมอเทวดาหลิน”

            “ข้าก็ไม่รู้ว่าพ่อบุญธรรมเป็นหมอเทวดาหรือเปล่า แต่วิชาฝังเข็มทองคำเป็นวิชาแพทย์ที่พ่อบุญธรรมถ่ายทอดมาให้ข้าจริงๆ”

            มู่หรงเฉินคุกเข่าลงทันที “ก่อนหน้านี้ข้าคิดมาตลอดว่าอาการป่วยของข้าคงไม่มีทางรักษา แต่ไม่คิดว่าตนเองจะโชคดีได้มาเจอกับทายาทของท่านหมอเทวดา ข้าขอบคุณท่านมากขอรับ”

            “จะมากพิธีไปทำไม เจ้ารีบลุกขึ้นมาก่อน ส่วนเรื่องหมอเทวดาอะไรนั่นก็ไม่จริงสักนิด เพราะพ่อบุญธรรมเคยบอกกับข้าไว้ว่าคนเป็นหมอมีหน้าที่ต้องรักษาผู้ป่วย แต่ไม่ใช่ว่าอาการป่วยของทุกคนจะรักษาได้ เกิด แก่ เจ็บ ตายย่อมไม่มีใครหนีพ้น และบังเอิญว่าอาการป่วยของเจ้าเป็นสิ่งที่ข้ารักษาได้พอดีก็เท่านั้นเอง”

            “พี่เฮ่าเจ้าคะ ท่านเคยบอกข้าไว้ว่าท่านอยากเปิดโรงหมอใช่ไหมเจ้าคะ เรื่องนี้ข้าจะช่วยท่านเอง” หยุนหนิงเอ๋อเสนอ 

            “ดูท่าทางละโมบของเจ้าแล้วข้าชักจะไม่อยากเปิดโรงหมอแล้วสิ” หยุนเฮ่ายิ้มให้น้องสาว

            “ท่านพูดอะไรกัน ข้าช่วยท่านเปิดโรงหมอเพราะอยากให้ท่านได้ช่วยเหลือคนยากจนต่างหาก” หยุนหนิงเอ๋อย่นจมูก

            หยุนเฮ่าขยี้ผมน้องสาวเบาๆ “เมื่อนายทุนอยากเปิดกิจการ หมอจนๆ อย่างข้าย่อมไม่อาจขัดใจ แต่มีข้อแม้เดียวคือข้าจะไม่กลับไปที่อำเภอสือไห่และหมู่บ้านสกุลหยุน ส่วนเจ้าอยากให้ข้าไปเปิดกิจการที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”

            “เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะข้าก็ไม่อยากอยู่ที่หมู่บ้านสกุลหยุนต่อเหมือนกันเจ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อยิ้ม

     

            “อาเฉิน เราจอดรถม้าพักสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”

            “เจ้าเหนื่อยแล้วหรือ” มู่หรงเฉินกระตุกเชือกก่อนที่ม้าจะผ่อนฝีเท้าลง จากนั้นเขาก็บังคับม้าเข้าข้างทางก่อนจะจอดนิ่ง

            “ข้าไม่ได้เหนื่อย แต่ข้ากลัวว่าท่านจะเหนื่อยเกินไป พักสักครู่แล้วค่อยเดินทางต่อดีกว่าเจ้าค่ะ”

            มู่หรงเฉินยิ้มแล้วเข้าไปนั่งในรถม้า ยังไม่ทันที่หยุนหนิงเอ๋อจะได้ขยับตัว มู่หรงเฉินก็กอดนางไว้แน่น “ข้าเหนื่อยมากจริงๆ แต่ได้อยู่ในท่านี้แล้วก็รู้สึกสบายขึ้นมาก”

            หยุนหนิงเอ๋อพลิกตัวหันมากอดตอบ “ข้าดีใจเหลือเกินเจ้าค่ะที่อาการป่วยของท่านรักษาหาย ข้าบอกแล้วว่าการมาพบพี่เฮ่าครั้งนี้ต้องเป็นประโยชน์กับท่าน ลางสังหรณ์ของข้าช่างดีจริงๆ”

            “แต่ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าเจ้าจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้ามากกว่า ไม่ใช่แค่ครั้งนี้นะ แต่หลายๆ ครั้งก็รู้สึกเช่นนี้” มู่หรงเฉินกอดหญิงสาวแน่นขึ้น “หนิงเอ๋อ นอกจากทำอาหารและการค้าที่เก่งกาจแล้ว เจ้ายังมีความสามารถใดที่ไม่ได้บอกข้าอีกไหม”

            “มีหลายอย่างเลยเจ้าค่ะ แต่ข้ายังไม่บอกท่านตอนนี้หรอก จะเก็บไว้ให้ท่านแปลกใจ” 

            “หืม...ไม่บอกหรือ” มู่หรงเฉินดันหญิงสาวออกเล็กน้อยและก้มมองนาง “หากข้าอยากให้เจ้าพูดออกมาให้ได้เล่า”

            “เช่นนั้นท่านก็ลองหาวิธีทำให้ข้าพูดให้ได้สิเจ้าคะ”

            มู่หรงเฉินก้มลงหาริมฝีปากบางช่างเจรจานั้นทันที เขาใช้ประสบการณ์อันน้อยนิดที่เคยมีเปิดปากนางออกช้าๆ แต่ดูเหมือนว่าหยุนหนิงเอ๋อกลับเก่งกาจมากกว่า

            “ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเจ้าจะเก่งกาจปานนี้ เจ้าไปฝึกฝนวิชานี้มาจากผู้ใด” มู่หรงเฉินหรี่ตาถาม

            “เป็นความลับเจ้าค่ะ เอาไว้ถึงเวลาแล้วข้าจะเล่าให้ท่านฟังทุกเรื่องนะเจ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มและไม่พูดต่อ นางจะบอกได้ยังไงว่าประสบการณ์แค่นี้ในชีวิตที่แล้วนางทำมานับไม่ถ้วน นางไม่ใช่หญิงสาวที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเสียหน่อย แต่มันก็มีเท่านี้ เพราะความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านี้นางไม่เคยทำหรอก

            “เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า”

            ความจริงแล้วมู่หรงเฉินก็ไม่ได้คิดจะจริงจังกับเรื่องนี้นักหรอก เขาแค่พูดไปเพราะอยากแหย่นางเล่นเท่านั้นเอง

            “หนิงเอ๋อ ข้าเห็นว่าพี่เฮ่าจัดยาให้เจ้ากลับมาด้วย” มู่หรงเฉินเปลี่ยนคำถามไปเรื่องอื่น

            “เป็นโรคเกี่ยวกับเลือดลมของสตรีเท่านั้นเจ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อไม่บอกความจริง ตัวนางจะมีบุตรได้หรือไม่นั้นนางไม่สนใจ ยังไงนางกับเขาก็มีเจ้าแฝดทั้งสี่คนอยู่แล้ว เพียงแต่นางอยากรักษาอาการป่วยให้แน่ชัดเสียก่อนค่อยบอกเขาเท่านั้นเอง

    คล้ายกับเรื่องทะลุไปเป็นนางเอกสู้ชีวิตในนิยาย (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน