ความสามารถของเด็กสาว
เมื่อเช้าของวันใหม่มาถึงทุกคนก็ตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสกัสเองก็เช่นกันเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังจนรู้สึกอัดอั้นอยู่บ้างก่อนจะเดินออกมาจากบ้านล้างหน้าล้างตาโดยไม่ต้องให้ใครช่วยเหมือนทุกวันจากนั้นเดินตรงเข้าไปในแปลงผักโดยไม่บอกใคร
ท่าทางที่เร่งรีบนี้ทำให้เหล่าเด็กสาวมองดูด้วยรอยยิ้มก่อนจะแยกย้ายกันออกไปทำตามหน้าที่ของตัวเอง
ทางด้านของกัสเขาเดินตรงไปยังแปลงผักด้วยความตื่นเต้นลึกๆขณะที่ภายในใจลอบคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นไปจนถึงความเป็นไปได้ต่างๆซึ่งอ้างอิงจากข่าวลือที่เขาได้รับมาในชีวิตก่อน
และทันทีที่เขาเดินเข้าไปจนถึงแปลงผักกัสก็หยุดนิ่งไปชั่วขณะ
“นี่มัน..มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”
กัสอุทานออกมาเบาๆ แล้วเดินเข้าไปอย่างเร่งรีบ ก่อนจะหยุดลงที่แปลงผักชั้นที่สองซึ่งเขาปลูกหัวผักกาดกลิ่นหอมและแครอทใบหนามชุดใหม่เอาไว้
ผักสองชนิดนี้ถูกเร่งการเติบโตขึ้นด้วยการใส่ปุ๋ยเมื่อวันก่อนจนตอนนี้โตขึ้นมาได้ประมาณ1 เดือนเศษจนมีใบสีเขียวที่ส่งกลิ่นหอมและใบหนามที่มีหนามแหลมคม
ภาพของผักสองชนิดที่ถูกปลูกเมื่อวันก่อนนั้นกัสยังจำได้อย่างแม่นยำไม่มีลืมทว่าสิ่งที่เขาเห็นเมื่อวันก่อนกับภาพที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันต่างกันไปราวกับผักคนละชนิดเลยทีเดียว
เริ่มจากผักที่น่าจะเป็นหัวผักกาดกลิ่นหอมใบของมันนั้นแต่เดิมที่จะแผ่ออกเป็นชั้นๆ กระจายไปรอบทิศทางอย่างไม่เป็นระเบียบทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆลอยออกมาตลอดเวลา
ทว่าตอนนี้มันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนใบไม่ได้แผ่ขยายออกไปรอบด้าน หากแต่ม้วนเป็นช่อราวกับดอกไม้ทั้งยังมีกลิ่นหอมหวานที่ชวนให้หิวกระหายลอยออกมาไม่ขาด
ลำพังแค่กลิ่นมันก็แทบจะทำให้กัสที่ยังไม่ได้ทานมื้อข้าวเกิดความหิวโหยขึ้นมาได้ในทันที
แต่เมื่อเขาคิดที่จะยื่นมือเข้าไปสัญชาตญาณของเขาก็ร้องเตือนถึงอันตรายบางอย่างที่ทำให้กัสต้องหยุดคิดและได้สติกลับมาในทันที
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อได้เห็นภาพในมุมที่กว้างขึ้นหลังจากการเรียกสติกลับคืนมาได้
รอบๆใบที่ม้วนจนดูเหมือนช่อดอกไม้ของต้นหัวผักกาดกลิ่นหอมนั้นมีสิ่งที่ดูคล้ายใบของต้นแครอทใบหนามโอบล้อมอยู่โดยรอบ
มันไม่เพียงแผ่ขยายปกคลุมเพื่อปกป้องใบของหัวผักกาดกลิ่นหอมแบบเมื่อก่อนแต่มันโอบล้อมอยู่โดยรอบราวกับโดมที่มีทางเข้าออกเพียงสองเส้นทางที่ดูเหมือนจะเปิดกว้างรอคอยให้เข้าไปใกล้
ทว่าสิ่งที่กัสมองเห็นมันมากกว่านั้นเขาสังเกตเห็นก้านเล็กๆ ที่ไม่มีหนามพาดอยู่ใกล้ๆกับใบของต้นหัวผักกาดกลิ่นหอมที่ม้วนเป็นช่อ
ก้านใบของแครอทใบหนามส่วนนั้นไม่มีหนามอย่างที่ควรจะเป็นแต่เขาสังเกตเห็นการเชื่อมโยงระหว่างก้านใบส่วนนี้ กับก้านที่เต็มไปด้วยหนามรอบๆได้ด้วยสัญชาตญาณ
‘นี่มัน! ไม่น่าเชื่อนี่เป็นฝีมือของเด็กคนนั้นจริงๆ หรือ’
ผลลัพธ์จากการทำงานหนักเพียงคืนเดียวนี้สร้างความตกตะลึงให้กับกัสเป็นที่สุดเขามองดูผักสองชนิดที่ถูกดัดแปลงเสียใหม่จนกลายเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่รู้จักไปเสียแล้ว
ภาพรวมของมันยังเป็นต้นหัวผักกาดกลิ่นหอมและแครอทใบหนามไม่ผิดแน่แต่สิ่งที่พวกมันสร้างขึ้นโดยอาศัยจุดเด่นของตัวเองนี้ได้เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นพืชที่น่ากลัวอย่างไม่น่าเชื่อ
หากบอกว่าก่อนหน้านี้สิ่งที่กัสหวังจากผักสองชนิดนี้คือปราการธรรมชาติที่ใช้ขัดขวางแมลงแล้วละก็สิ่งที่เกิดขึ้นกับผักสองชนิดนี้ในตอนนี้ก็เป็นอะไรที่น่ากลัวกว่ากันมากอย่างที่ไม่น่าเชื่อ
“เจ้านี่นะ..มันกลายเป็นกับดักสังหารแมลงไปแล้วหรือนี่”
ผลลัพธ์นี้ทำให้เขาทึ่งมากแต่หลังจากเดินเข้าไปอีกเขาก็ต้องหยุดมองอีกครั้งเมื่อพบว่าปราการชั้นที่สองของเขาก็กลายเป็นกับดักสังหารแมลงไปแล้วเช่นกัน
แม้กระทั่งปราการชั้นสุดท้ายก็ไม่ต่างกันยิ่งเดินเข้าไปจนถึงจุดศูนย์กลางก็ยิ่งต้องประหลาดใจเมื่อเขาพบว่าดอกไม้ที่เคยปลูกเอาไว้ในกระถางต้นไม้ปัจจุบันได้หยั่งรากลงดินทั้งหมดแล้ว ทั้งยังดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิมมาก
โดยเฉพาะกลิ่นหอมที่ลอยออกมามันหอมจนทำให้กัสถึงกับเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะเลยทีเดียว
“นี่มันหอมมาก! หอมกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย!”
กัสพูดอย่างทึ่งๆ พลางสะบัดหน้าไปมาเพื่อขับไล่ความเคลิบเคลิ้มจากกลิ่นหอมออกไปแล้วเดินเข้าไปในซุ้มที่เขาสร้างเป็นพื้นที่ปลูกผักวิเศษกัสก็มองเห็นเด็กสาวผมขาวนอนขดตัวอยู่บนชั้นดินที่เป็นแปลงผักสำหรับปลูกผักวิเศษของเขา
สภาพของเด็กสาวนั้นดูมีความสุขมากทว่าใบหน้าและเส้นผมของเธอนั้นดูซีดกว่าเมื่อวันก่อนอย่างเห็นได้ชัดสีเขียวซีดที่เริ่มจะมองเห็นเป็นสีเขียวบ้างแล้ว ในตอนนี้อ่อนจางลงจนแทบไม่รู้สึกว่ามันคือสีเขียวอีกแล้ว
สีหน้าของเด็กสาวเองก็ซีดขาวทว่าริมฝีปากยังขยับเป็นรอยยิ้ม เส้นผมเองก็หยั่งลงไปในพื้นดินรอบตัวจนดูราวกับดอกไม้ดอกหนึ่งที่เบ่งบานอยู่ใต้ร่างของเด็กสาว
กัสหยุดมองภาพนี้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆซึ่งทำให้เด็กสาวที่นอนหลับอยู่มีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาในทันที
ดวงตาที่ปิดสนิทขยับไหวอยู่ชั่วขณะก่อนจะเปิดกว้างขึ้นด้วยท่าทางที่อ่อนแรงจนเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวที่อ่อนแสงกว่าเมื่อวันก่อน
“ท่านกัส..อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
คำทักทายของเด็กสาวนั้นอ่อนแรงมากทีเดียวแต่ถ้าเทียบกับวันแรกมันยังดีกว่ามาก น้ำเสียงไม่แหบแห้งไร้กำลังแต่ยังดูอ่อนเพลียเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมากกว่า
“เจ้าได้นอนบ้างไหมเนี่ย ถึงข้าจะบอกให้เจ้าไปคิดวิธีแต่ไม่ได้บอกให้เจ้าทำให้เสร็จในทันทีนะ”
รอยยิ้มของเด็กสาวอ่อนจางไปบ้าง แต่เธอก็ดูมีความสุขความหวาดกลัวที่เคยมีก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะสลายหายไปจนหมดสิ้นและยังมีท่าทีที่ดูสนิทสนมอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้อยู่
“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วเจ้าค่ะท่านกัสสามารถปลูกผักวิเศษได้แล้วเจ้าค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็พยักหน้ารับแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะถึงเขาจะวางแผนปลูกผักวิเศษในวันนี้แต่ก็ใช่ว่าเขาจะปลูกมันทันทีเสียเมื่อไหร่
“ดี! แต่ตอนนี้ไปทานมื้อเช้ากันก่อนเถอะช่วงสายเจ้าต้องช่วยงานข้าเยอะทีเดียว”
“เจ้าค่ะ”
กัสยังคงมองไปรอบๆแปลงผักอีกครั้งและหยุดลงที่ดอกไม้ชั่วขณะเพราะกลิ่นหอมที่ล่อลวงใจของมันจากนั้นก็เดินจากไปพร้อมกับเด็กสาวผมขาวที่เดินตามมาต้อยๆด้วยท่าทีที่อ่อนแรงเป็นที่สุด
เมื่อกลับไปถึงลานกว้างอาหารเช้าก็ยังเตรียมไม่เสร็จเขาเลยเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะเลือกชนิดของผักที่จะปลูกเพิ่มออกมาจำนวนหนึ่งเพื่อใช้ปลูกในแปลงผักวันนี้จากนั้นก็เปิดหน้าต่างระบบของดันเจี้ยนเพื่อตรวจสอบ DP ที่เหลืออยู่
“ไม่เลว..ทุกคนทำงานได้ดีมากจริงๆอีกไม่กี่วันก็จะสร้างโรงหมักบ่มได้แล้ว”
ตัวเลขแสดง DP ที่แสดงอยู่บนหน้าจอนั้นมีมากกว่า 600หน่วยแล้ว มันเป็นการสะสมที่น่ายินดีเป็นอย่างมากซึ่งต้องขอบคุณการทำงานหนักของทุกคนที่ทำให้เขาสามารถสะสม DP ได้เร็วขนาดนี้
250DP ต่อวันจากงานปั้น 75 DP โดยประมาณจากแปลงผักรวมไปถึงของป่าและปลาที่น้องสาวตกได้ซึ่งมีรายได้ราวๆ 30 DP ต่อวัน
แต่เนื่องจากมีแขกคนสำคัญมาเพิ่มทำให้ปลาที่ตกได้ถูกนำขึ้นโต๊ะอาหารจนหมดทำให้รายได้ลดลงไปเล็กน้อยจนเหลือเพียงวันละ20 DP โดยประมาณ
เมื่อรวมกับรายจ่ายประจำวันที่ต้องซื้อเสบียงอาหารมาเพิ่มสำหรับคนที่มากขึ้นรวมไปถึงอาหารสัตว์ที่ต้องซื้อแล้ว รายได้ต่อวันก็ตกอยู่ที่ราวๆ 300 DP เพียงเท่านั้น
เหตุผลที่มันลดไปมากขนาดนี้ก็เป็นเพราะปริมาณอาหารที่กัสต้องการซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมมากจนเกือบจะกลายเป็นภาระของดินแดนไปแล้วด้วยซ้ำ
กัสเองก็ลอบขมวดคิ้วเล็กน้อยต่อปริมาณอาหารที่เขาต้องการซึ่งส่วนมากเป็นพวกเนื้อที่ดินแดนของเขาไม่สามารถผลิตได้ในปัจจุบัน
‘หรือว่าจะลองขยายโรงเลี้ยงสัตว์ดี..แต่อาหารสัตว์ก็ยังมีน้อยเกินไป..ดูเหมือนว่าต้องขยายดินแดนเพิ่มก่อนสินะ’
คิดแล้วกัสก็ถอนหายใจออกมายิ้มๆ พลางจดบันทึกแผนการเอาไว้ในบันทึกโลกวิญญาณก่อนจะซื้อเมล็ดผักจากระบบแล้วนำออกไปเพื่อปลูกในช่วงเช้าของวัน
หลังจากกัสเสียเวลาวางแผนอยู่นานสองนานที่ลานกว้างด้านนอกอาหารเช้าก็ถูกเตรียมจนเสร็จสิ้นไปได้ครู่หนึ่งแล้วน้าสาวกับคู่หมั้นของเขาก็มาถึงแล้วเช่นกัน
เมื่อกัสออกมาเขาก็กล่าวทักทายน้าสาวและคู่หมั้นเล็กน้อยซึ่งทั้งสองก็ตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน พลางกล่าวทักทายอย่างสดใส
“เมื่อคืนได้นอนกันแล้วใช่ไหมครับท่านน้า มิซ่า”
“น้านอนแล้วจ้ะ มิซ่าเองก็หลับสบายดี..ไม่ต้องห่วงจ้ะ”
“ข้าหลับสบายดีค่ะท่านกัส ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”
“ได้ยินแบบนั้นข้าก็สบายใจ หากขาดเหลืออะไรก็บอกข้าได้นะครับ อย่าได้เกรงใจ”
กัสยิ้มออกมาด้วยความยินดีเมื่อน้าสาวและคู่หมั้นพึงพอใจต่อการต้อนรับของเขาซึ่งทำให้กัสสบายใจขึ้นมากทีเดียว
จะติดขัดเล็กน้อยก็ตรงที่รอยยิ้มของน้าสาวที่แฝงเลศนัยบางอย่างเอาไว้ซึ่งกัสก็มองเห็นแต่ก็ต้องทำเป็นมองไม่เห็นเพื่อไม่เปิดโอกาสให้น้าสาวของเขาได้กลั่นแกล้งเขาง่ายๆอีก
ซีต้าเองก็เหมือนจะขัดใจเล็กน้อยเพราะกัสไม่เล่นด้วยเธอก็เลยแกล้งกัสกับลูกศิษย์ของเธอไม่ได้ก่อนจะหันเหความสนใจไปยังปลาย่างตัวโตที่วางอยู่ตรงหน้าแทน
“หอมจริงๆ ปลาสดๆ แบบนี้ไม่ได้กินตั้งนานแต่แปลกจัง..เมื่อวานก็ครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ก็ยังมีอีก เจ้าดูแลน้าดีไปหน่อยนะกัส”
คำพูดนี้ของซีต้าทำให้สีหน้าของมิซ่าดูแปลกไปเช่นเดียวกันจะมีก็เพียงกัสที่เลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความแปลกใจก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาเหมือนจะลืมบอกทั้งสองคนไปว่าดินแดนของเขามีแม่น้ำอยู่
“มันไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านน้าคิดหรอกครับ..ดินแดนของข้านะมีแม่น้ำอยู่ด้วยปลาพวกนี้น้องสาวของข้าเป็นคนตกมาได้ พวกเราไม่ได้จ่าย DP ซื้อมาหรอกครับ”
ทันทีที่ได้ยินคำว่าแม่น้ำสีหน้าของซีต้าก็แปลกไปเธอเหมือนจะประหลาดใจค่อนข้างมากเพราะเธอมั่นใจว่ามองไม่พลาด
แต่หลังจากที่กัสเดินนำซีต้าและมิซ่าไปยังแม่น้ำที่โผล่ออกมาเพียง3 เมตร ทั้งสองก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าแม่น้ำที่ว่านั้นจะโผล่ออกมาให้เห็นเพียงแค่นี้จึงทำให้พวกเธอมองไม่เห็นในตอนแรก
อีกเหตุผลที่ทั้งสองไม่รู้ก็คือบ่อน้ำมันตั้งอยู่ใกล้ๆ ทำให้พวกเธอไม่อาจสัมผัสได้ถึงกลิ่นของแม่น้ำแถมยังมีบ่อน้ำกลางแจ้งที่เป็นเหมือนอ่างอาบน้ำของกัสอีกทำให้ซีต้าและมิซ่าเกรงใจจนไม่กล้ามองมาทางนี้บ่อยๆ
“น่าตกใจจริงๆดินแดนของเจ้าเป็นเพียงดินแดนระดับสองใช่ไหมกัสขยายดินแดนเพียงครั้งเดียวเจ้าก็ได้ทั้งป่าไผ่และแม่น้ำเลยงั้นหรือ”
“ครับท่านน้า..ข้าโชคดีมากจริงๆ”
ซีต้ายิ้มรับโดยไม่พูดอะไรต่อคำพูดประโยคเดิมที่เธอไม่เชื่อในครั้งก่อนทว่าตอนนี้เธอเริ่มเชื่อแล้วว่ามันเป็นเรื่องจริง
ตามปกติแล้วการขยายดินแดนครั้งหนึ่งพบเจอแหล่งทรัพยากรสักชนิดก็ยากแล้วแต่นี่กลับเจอทีเดียวสองชนิด หากไม่พูดว่าโชคดีก็คงหาคำอธิบายอื่นมาพูดไม่ได้
ทั้งนี้หากซีต้ารู้ว่าบ่อดินของกัสขยายตัวมากขึ้นเพราะการขยายดินแดนด้วยแล้วละก็บางทีเธออาจจะต้องนับถือกัสในฐานะของเทพโชคลาภแล้วก็เป็นได้
เมื่อรู้ว่ามีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆซีต้ากับมิซ่าก็เหมือนจะอยากเล่นน้ำขึ้นมาในทันทีทำให้กัสต้องฝากทั้งสองเอาไว้กับน้องสาวคนโตที่ดูแลเรื่องการตกปลาจากนั้นกลับไปยังแปลงผักเพื่อจัดการปลูกผักชุดใหม่ลงไปก่อนจะเริ่มต้นการปลูกผักวิเศษ
คราวนี้กัสมีผู้ช่วยฝีมือดีที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่ออยู่ๆเด็กสาวก็ร้องขอเมล็ดผักไปจากเขาแล้วอาสาหยอดเมล็ดลงดินด้วยตัวเอง
สีหน้าท่าทางที่ดูกระตือรือร้นอย่างมากนี้ทำให้กัสปฏิเสธเธอไม่ลงและยอมส่งเมล็ดผักครึ่งหนึ่งไปให้เธอแต่โดยดีจากนั้นก็แบ่งงานกันไปทำเพื่อให้งานในช่วงเช้าเสร็จเร็วขึ้น
ทว่ากัสทำงานไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดีเมล็ดผัก 1000 เมล็ดที่ให้เด็กสาวผมขาวไปก็ถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้วในขณะที่เขาเพิ่งจะจัดการส่วนของตัวเองไปได้เพียง 200 กว่าเมล็ดเอง
“ให้เป็นหน้าที่ข้าเองค่ะท่านกัส งานในส่วนนี้ให้ข้าทำจะดีกว่า”
กัสยังคงประหลาดใจแต่ก็ยอมส่งเมล็ดส่วนที่เหลือให้ไปแต่โดยดีจากนั้นก็กอดอกเฝ้ามองเด็กสาวทำงานด้วยความสนใจ
“แบบนี้เอง..เจ้าทำได้ดีกว่าข้าจริงๆ ด้วย”
แม้จะสงสัยในตอนแรกแต่เมื่อเห็นความสามารถของเด็กสาวกัสก็ทำได้เพียงยอมรับ
เมื่อเทียบกับตัวเขาที่ต้องย่อตัวลงไปขุดดิน หยอดเมล็ด กลบฝังและรดน้ำเป็นอย่างสุดท้ายแล้วเด็กสาวผมขาวกลับทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เธอไม่ได้ก้มตัวไม่ต้องขุดหลุมหากแต่ใช้เส้นผมพรวนดินอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีที่คล่องแคล่วยิ่งกว่ามือเสียอีกทั้งยังใส่เมล็ดลงไปพร้อมกันจากนั้นรดน้ำลงไปเป็นอันจบ
ระยะเวลาที่เธอใช้ในการหยอดเมล็ดแต่ละเมล็ดนั้นมีเพียงแค่1 ใน 4 ของกัสเท่านั้น อีกทั้งงานของเธอยังดูดีกว่าเป็นระเบียบกว่าของเขาอีกด้วยทำให้กัสตัดสินใจยกงานนี้ให้เธอไปเลย
ส่วนตัวเขาหลังจากปล่อยงานที่ยากลำบากอย่างการหยอดเมล็ดลงดินได้กัสก็เดินสำรวจรอบแปลงผักเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการปลูกผักวิเศษแทน
ช่วงเวลาเพียงชั่วโมงเศษผักชุดใหม่ 2พันเมล็ดก็ถูกปลูกลงไปจนหมดทำให้แปลงผักที่ว่างเปล่าถูกเติมเต็มไปมากกว่าครึ่งแล้ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมากัสไม่เคยได้ใช้พื้นที่5 ไร่นี้อย่างเต็มที่เลยสักครั้งจนกระทั่งตอนนี้มันก็ยังถูกใช้ไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
แต่เมื่อได้เห็นแปลงผักที่ถูกเติมเต็มด้วยผักแล้วกัสก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะหันไปมองเด็กสาวผมขาวที่กลับมายืนอยู่ข้างกายของเขาแล้ว
“มาเริ่มกันเถอะ”
“ค่ะ! ท่านกัส!”
กัสพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยจากนั้นก็นำเอาถุงใส่เมล็ดผักวิเศษออกมาแล้วส่งมันให้เด็กสาวเพราะเขารู้ว่าเธอทำงานในส่วนนี้ได้ดีกว่าเขา
เด็กสาวเองพอได้รับเมล็ดผักวิเศษเธอก็ยิ้มกว้างด้วยความยินดีจากนั้นวิ่งไปยังแท่นดินสูงที่เธอใช้นอนเมื่อคืนแล้วจัดการหยอดเมล็ดผักวิเศษลงไปทันที
ในตอนแรกนั้นกัสเพียงมองดูโดยไม่คิดอะไรแต่เมื่อเห็นจำนวนเมล็ดผักวิเศษที่เด็กสาวใส่ลงไป กัสก็เริ่มตกใจจนต้องรีบห้าม
“เดี๋ยวก่อน! เจ้าใส่ลงไปกี่เมล็ดแล้ว!”
“ค่ะ..ท่านกัส..ข้าใส่ลงไป 5 เมล็ดแล้วค่ะ ไม่ใช่ว่าต้องใส่ให้หมดหรือคะ”
กัสหน้าเปลี่ยนสีไปทันทีแต่แล้วก็ผ่อนคลายลงเมื่อคิดถึงกับดักสังหารที่ถูกสร้างขึ้นโดยเด็กสาวผมขาว
“เอาเถอะ..ปลูกสัก 5 เมล็ดก่อน ให้ข้าดูก่อนว่ากับดักที่เจ้าสร้างมันใช้ได้ดีแค่ไหน”
สีหน้าของเด็กสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอมีท่าทีเสียดายอยู่บ้างที่ไม่ได้ปลูกให้มากกว่านี้เพราะเธอรู้ว่ายิ่งปลูกผักวิเศษมากเท่าไหร่ปริมาณปุ๋ยที่ได้ก็จะมากขึ้นเท่านั้น
แต่เมื่อเจ้านายของเธอยังไม่เชื่อมั่นในความสามารถของเธอเต็มที่เด็กสาวก็ทำได้เพียงยอมถอยและรอให้กัสเชื่อมั่นในความสามารถของเธอมากกว่านี้ก่อน
สุดท้ายผักวิเศษ5 ต้นก็ถูกปลูกลงไปน้ำจากบัวรดน้ำที่แสนธรรมดาก็รดลงบนแปลงผักและนำมาซึ่งเสียงแปลกๆที่แสนคุ้นเคยจากรอบทิศทาง
ในเวลาเดียวกันนั้นซีต้ากับมิซ่าที่กำลังนั่งอยู่ข้างแม่น้ำก็เงยหน้าขึ้นมองดูแมลงที่ปรากฏขึ้นจากมุมหนึ่งของดินแดนและบินตรงไปยังแปลงผักด้วยความสนใจ
“เริ่มแล้วสินะ..ดูเหมือนว่ามันจะมากกว่าเมื่อวานนี้เป็นเพราะเด็กคนนั้นสินะ”
“เด็กผมขาวคนนั้นนะหรือคะอาจารย์..เธอมีความสามารถขนาดนั้นเลยหรือคะ”
สีหน้าของซีต้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอมีท่าทีครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“ข้าไม่ได้เห็นข้อมูลของเด็กคนนั้นมาก่อนเลยไม่รู้ว่าเธอมีความสามารถแบบไหน..แต่ถ้าเจ้าจำได้เด็กคนนั้นกินปุ๋ยทั้งถังลงไปได้ในเวลาเพียงอึดใจเดียวเท่านั้นปริมาณปุ๋ยที่มากขนาดนั้นต่อให้มันส่งผลกับภูตพฤกษาไม่เท่ากับที่ส่งผลต่อพืชผักแต่มันก็ให้ปริมาณพลังที่มากเอาการทว่าเด็กคนนั้นก็ยังรับได้ไหว..แถมยังมีความเป็นไปได้ว่าเธอจะยังเติมเต็มพลังของตัวเองได้ไม่ถึง1 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย”
ในฐานะของผู้รักษามิซ่าย่อมมีความเข้าใจในเผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของตระกูลมากกว่าคนทั่วไปเผ่าภูตพฤกษาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นและเธอเองก็ทราบดีว่าลักษณะของเผ่านี้มีความแตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่นยังไง
“ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์หรือคะขีดจำกัดพลังของเธอมีมากเกินไปแล้ว..ทั้งที่อายุแค่สิบกว่าปีเท่านั้นเอง”
“ใช่ สิบกว่าปี ถ้าให้เดาตัวเลขที่แน่นอน อาจจะสัก 12ทว่าขีดจำกัดในการสะสมพลังของเธอนั้นอาจจะมากพอๆ กับเอลฟ์อายุพันปีเลยทีเดียว”
“เทียบกับเอลฟ์อายุพันปี!! นั่นมันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยนะคะท่านอาจารย์”
“ใช่ หากเป็นภูตพฤกษาธรรมดาละก็นะ แต่เด็กคนนั้นดูจะต่างไป..เจ้าจำเหตุการณ์เกี่ยวกับภูตพฤกษาเมื่อ600 ปีได้ไหม บันทึกการเสียชีวิตของทายาทบุรุษ”
สีหน้าของมิซ่าเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนไปมากขึ้นและมีความตกตะลึงปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“อย่าบอกนะคะว่าเธอคือ”
มิซ่าพูดออกไปได้เพียงแค่นั้น ซีต้าก็ส่ายหน้า สายตาของเธอนั้นมีร่องรอยของการครุ่นคิดซ่อนอยู่ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ เพื่อปลอบโยนลูกศิษย์ของเธอ
“อย่าคิดมากซิมิซ่าข้าเพียงแค่คาดเดาเท่านั้นอีกอย่าง..นี่เป็นการคาดเดาจากสีสันที่เปลี่ยนไปของเส้นผมเพียงเท่านั้นมันไม่ใช่ทุกสิ่งที่อธิบายได้ บางทีเด็กคนนั้นอาจจะมีอะไรที่ต่างจากภูตพฤกษาทั่วๆไปอยู่ก็เป็นได้”
เมื่อได้รับการปลอบโยนจากอาจารย์สีหน้าของมิซ่าก็ผ่อนคลายลงมากทว่าเธอก็ยังมีท่าทีหวาดกลัวซ่อนอยู่เพราะสิ่งที่อาจารย์ของเธอพูดถึงนั้นคือโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับภูตพฤกษานางหนึ่งที่ทำความผิดจนถูกตระกูลลงโทษให้จองจำถึง500 ปี
ความผิดที่เธอก่อนั้นไม่ได้ถูกบันทึกรายละเอียดที่มากนักทว่าสิ่งที่บันทึกเอาไว้ในตำหนักผู้รักษาคือสาเหตุการตายของทายาทบุรุษที่เป็นเจ้าของภูตพฤกษานางนั้น
‘ถูกดูดพลังจนตาย’
จากสมมติฐานที่มีการกล่าวในบันทึกนั้นบอกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นมาได้อยู่ข้อหนึ่งนั่นคือขีดจำกัดพลังที่มากผิดปกติของภูตพฤกษานางนั้นที่ทำให้ทายาทบุรุษที่พยายามเติมเต็มพลังให้กับนางถูกนางสูบพลังจนตาย
‘ท่านกัส..ได้โปรดอย่าฝืนทำอะไรเกินตัวนะคะ’