บทที่ 97 ผู้ที่ไม่เคยเกรงกลัว
ชิว เหวินเจี้ยน เพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างกับตนเองรู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว ว่าจะมีคนผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาลงมือแทน โดยที่เขาไม่จำเป็นที่จะต้องขยับตัวเลยด้วยซ้ำ
แต่ทันใดนั้นเอง คนที่พุ่งเข้ามาช่วย ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ถูกอย่างที่นายน้อยท่านนี้บอกแล้ว ว่าครั้งหนึ่งท่านซูหยางเคยโดนสั่งสอนจากคนผู้หนึ่ง แต่สำหรับนาง การที่จะได้ถูกสั่งสอนโดยคนผู้นั้นถือว่าเป็นเกียรติของนางอย่างมาก...และตั้งแต่เมื่อใดข้าก็ไม่ทราบ ที่อาจารย์ของข้าไม่กลับมาในสถานที่แห่งนี้อีกเลย ข้านั้นนั่งนับเวลารอคอยท่านผู้นั้นอยู่เสมอ ไม่ว่าใครข้าก็จะไม่เคารพมันทั้งนั้น นอกจากท่านอาจารย์ของข้าเพียงคนเดียว!...” เสียงนี้ก็คือเสียงของขอทานที่ หนี่เหยา เป็นคนช่วยไว้นั่นเอง เนื่องจากเขาไม่กลัวการที่จะโดนลงโทษจากซูหยาง เขาจึงมีความกล้าที่จะต่อกรกับผู้คนในเมืองหลวงแห่งนี้
ในเวลานั้นเอง เสียงของชาวเมืองในห้างขนาดใหญ่ ก็ดังขึ้น
“นี่เจ้า! เป็นเพียงแค่ขอทานยังกล้ามาขัดขืนอีก...ไสหัวออกไป”
“นี่เจ้าไม่รู้ใช่หรือไม่ ว่าการปกป้องมนุษย์มันผิดกฎของเมืองหลวงแห่งนี้ แล้วถ้าเกิดท่านซูหยาง มาเห็นเข้าหละก็ เจ้าคงไม่ได้ตายดีแน่”
ทุกคนในห้างก็ต่างด่าทอ ชายขอทานคนนั้นอย่างไม่ขาดสาย จะมีก็เพียงแต่เจ้าของร้านเสื้อผ้าที่เคยขับไล่ชายขอทานก่อนหน้านี้เท่านั้น ที่ตอนนี้เขากลัวจนหัวหดไปแล้ว เนื่องจากใครจะไปรู้ได้ว่า ขอทานที่เขาพึ่งจะไล่ออกไปให้พ้นๆ กลับมีพลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าผู้ใดในห้างแห่งนี้
ในตอนนั้นเอง เสียงของ ชายขอทานก็ดังขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง “พวกเจ้าทุกคนคงจะคิดกันสินะว่า นามของท่านซูหยาง จะสามารถปกป้องพวกเจ้าได้ ช่างน่าขำยิ่งนัก ถ้าเกิดในตอนนี้ข้าสังหารพวกเจ้าทั้งหมดในห้าง แล้วท่านซูหยางจะสามารถรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน พวกเจ้านี่ช่างไม่มีหัวคิดกันซะบ้างเลย และไม่เคยคิดเลยว่าสถานะของผู้อื่นอาจจะสูงส่งกว่าท่านซูหยางก็เป็นได้ แต่ทว่าตอนนี้ข้าไม่สนใจอะไรกับสถานที่แห่งนี้แล้ว ถือซะว่าพวกเจ้าโชคดีไปก็แล้วกัน...”
และแล้ว ขอทานก็หันหน้ามาทาง ชิว เหวินเจี้ยน อีกรอบหนึ่ง แล้วกล่าวขึ้นมาว่า “ขอบคุณท่านมากที่อุส่าห์มาช่วยข้าพร้อมๆกับนายน้อยของจอมมารลำดับที่6 แต่ข้าขอเตือนพวกท่านไว้อย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือ พวกท่านจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะในตอนนี้ทุกคนคงจะกำลังจ้องเล่นงานพวกท่านอยู่อย่างแน่นอน”
ชิว เหวินเจี้ยน เพียงพยักหน้าเล็กน้อย และกล่าวตอบกลับไปอย่างแผ่วเบา “บางที...เจ้าอาจจะไม่ได้พบกับซูหยิงอีกแล้วก็เป็นได้...”
ขอทาน ที่ได้ยินเสียงแว่วของ ชิว เหวินเจี้ยน ถึงกับหัวควับมาในทันที “เมื่อกี้ท่านว่ายังไงนะ!!!”
“ป...เปล่า ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยสักนิด ท่านเองก็คงจะมีภาระที่จะต้องทำ ถ้าอย่างนั้นก็เอาไว้พวกเรามาทำความรู้จักกันในวันหน้าเถิด แฮร่ๆ” ชิว เหวินเจี้ยน ยิ้มเจื่อนๆ เนื่องจากกลัวความลับจะรั่วไหลออกไป
“อื้ม...เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ถ้าเกิดเจอกันในคราวหน้า ข้าจะฝึกสอนท่านให้แข็งแกร่งจนไม่มีผู้ใดเทียบได้ ซึ่งแน่นอนว่า แข็งแกร่งจนท่านไม่สามารถจินตนาการได้อย่างแน่นอน” ชายขอทานที่เห็นในความกล้าของ ชิว เหวินเจี้ยน ก็เลยคิดจะฝึกฝนให้เขาแข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากความกล้าหาญของเขานั้นไม่ธรรมดาจริงๆ
ชิว เหวินเจี้ยน ที่ได้ยินดังนั้น เพียงแค่ยิ้มแห้งๆ และก็โบกมือ เพื่อเป็นการแสดงท่าทางว่า “แล้วพบกันใหม่” โดยที่ ชิว เหวินเจี้ยน ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีกเลย
ในขณะนั้นเอง เสียงอันทรงพลังของ ชายหนุ่มรูปงามก็ได้ดังขึ้นมา “จ...เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ข้าขอโทษด้วยจริงๆ ที่พอถึงเวลาข้าก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวออกมาปกป้องเจ้า แต่ข้าสัญญาว่า ถ้าเกิดเรื่องเช่นนี้อีก ข้าจะปกป้องเจ้าโดยที่ไม่ต้องคิดอย่างแน่นอน” แน่นอน เสียงอันนี้ยังไงก็เป็นเสียงของ หนี่เหยา นั่นเอง ซึ่งแน่นอน สถานะของเขาก็ไม่ค่อยจะต่างกับจอมมารสักเท่าไหร่ เนื่องจากในภายภาคหน้า เขาก็จะต้องสืบทอดตำแหน่งจอมมารต่ออยู่แล้ว
“แน่นอน ข้าจะเป็นอะไรได้อย่างไร เนื่องจากขอทานที่เจ้าอุส่าห์ลงทุนปกป้องเอาไว้ ได้เข้ามาช่วยข้าทัน ฮึ ฮึ ฮึ...เพราะอย่างนั้น พวกเราไปเดินเล่นต่อกันเถอะ แถวๆชั้น2 ข้าได้ยินมาว่า มันมีอาวุธที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ข้าอยากจะลองเชยชมมันสักเล็กน้อย...” ชิว เหวินเจี้ยน รีบกล่าวเปลี่ยนเรื่องในทันที
“อื้ม ข้าก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน แล้วอีกอย่าง ข้าก็อยากจะได้อาวุธคำสาปมาไว้ในครอบครองเช่นกัน เพราะในตอนนี้ข้ามีเพียงแค่อาวุธระดับพิเศษเท่านั้น...” สีหน้าของ หนี่เหยา ดูจริงจังเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเกิดเขาสามารถหาซื้ออาวุธระดับคำสาปได้จริงๆแล้วหละก็ เขาจะมีพลังเทียบเท่ากับจอมมารได้เลยทีเดียว ซึ่งเพียงแค่คิดเท่านั้น ก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนอยากจะได้สมบัติชิ้นนั้นมาครอบครองเร็วๆแล้ว
และแล้ว ทั้งคู่ก็ได้เดินตรงไปยังชั้น สอง ในส่วนของช่างทำอาวุธในทันที