[นิยายแต่งเอง]จักรพรรดิเทียนถางสยบฟากฟ้า

    ตอนที่30 ปะทะกลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่า

    ตอนที่30 ปะทะกลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่า

     

    “ลุกขึ้นเถอะ”เทียนถางกล่าวออกมาเมื่อมันได้เรียกมีดสั้นกลับเข้ามาในมือมินานชายวัยกลางคนก็ลุกขึ้นเส้นผมสีน้ำตาลดวงตาสีน้ำตาลและใบหน้าที่ดูดีทำให้พวกมันเต็มไปด้วยความหล่อเหลาเทียนถางพยักหน้าเล็กน้อยมันได้ฟาดฟันเข้าใส่เนื้อส่วนที่เป็นแผลเป็นทั้งหมดทำให้ร่างกายของชายวัยกลางคนงอกชิ้นส่วนร่างกายกลับมาทดแทนจนหมด

     

    “เล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังระหว่างที่ข้าปลดปล่อยเจ้า”เทียนถางกล่าวออกมาและได้เข็นรถเข้าไปใกล้มันสะบัดมือสร้างรูปแบบอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะปลดปล่อยปลอกคอนี้ออก

    “ข้าคุนริน อายุห้าสิบสาม ข้ามาจากทวีปอสูรสวรรค์เมื่อเดินทางมาข้าก็ต้องพบกับบางสิ่งและมันได้เข้าจู่โจมข้าตอนนี้ข้าบาดเจ็บสาหัสมันได้กลล่าวนามออกมาก่อนที่จะพาข้ามันกักขังที่นี้จักรพรรดิซุนเทียนยี่และอีกสามคนมันคือผู้ที่โจมตีเข้าใส่ข้าเมื่อข้ามาถึงทวีปนี้”คุนรินกล่าวออกมาและสีหน้าเย็นชาและสีหน้าของมันก็มิเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยเมื่อกล่าวจอบ

     

    “จักรพรรดิซุนเทียนยี่อีกแล้วหรือ”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าดุร้ายนั้นทำให้คุนรินจ้องมองไปที่หลงอู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของเทียนถางทั้งสองจ้องมองหน้ากันเล็กน้อยปรากฏแววตาที่ดุร้ายออกมาทั้งสองคนเทียนถางมิได้สนใจพร้อมกับที่เริ่มเคลื่อนไหวมือรวดเร็วขึ้นอีกครั้ง

     

    “กีก ปัก”หลังจากผ่านไปได้มินานปลอกคอของคุนรินก็ตกลงสู่พื้นนั้นทำให้คุนรินและอีกสองคนตกตะลึงมากแต่เทียนถางมิได้แยแสพร้อมกับที่ได้สะบัดมือเรียกปลอกคอเข้ามาในมือมันเต็มไปด้วยความสนใจและเข้าไปด้านในถ้ำอยากรวดเร็วและทั้งสามก็เดินตามเข้ามา

     

    “นี้คือแก่นกลางของภูเขานี้นั้นจึงทำให้เจ้ามิสามารถออกไปได้”เทียนถางได้เข้ามายังส่วนลึกสุดของถ้ำและมันได้พบกับแท่งคริสตัลสีเขียวขนาดใหญ่และโซ่ก็ติดอยู่ภายในนั้นมันกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังและอีกสามคนก็พยักหน้าตอบเทียนถางสะบัดมืออย่างรวดเร็วอีกครั้งดึงโซ่ออกมาอย่างรวดเร็วโดยที่มิได้ทำให้แก่นกลางภูเขาพังทลาย

     

    “ไปเถอะพวกเราจำเป็นต้องจัดการกับกลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่าก่อน”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังทันทีทั้งสามพยักหน้าตอบและคนที่ดูจะดุร้ายที่สุดคือคุนริน

    “พวกมันทำข้าหงุดหงิด”เมื่อเห็นสายตาที่เทียนถางจ้องมองมันคุนรินก็กล่าวออกมาด้วยสีหน้าดุร้ายนั้นทำให้เทียนถางยิ้มก่อนที่จะมุ่งหน้าออกไปอย่างรวดเร็วมินานหลังจากเดินทางเทียนถางและกลุ่มก็มาถึงยอดเขา

     

    “หมู่บ้านใหญ่มากแข็งแกร่งที่สุดอยู่ในระดับราชันย์ขั้นที่ห้าและมีผู้ที่อยู่ในระดับมังกรอีกจำนวนมากมิมีหญิง เด็ก และคนชรา”เทียนถางจ้องมองออกไปที่หมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีแต่เหล่าชายรูปร่างกำยำเต็มไปหมดและเทียนถางก็กล่าวออกมาอย่างระเอียดนั้นทำให้มูนและคุนรินเต็มไปด้วยความตกตึงในความสามารถของเทียนถาง

     

    “คุนรินหลงอู่พวกเจ้าจัดการสังหารพวกมันทั้งหมดโดยมิต้องลังเลมิว่าจะเป็นเด็กก็ตาม”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างดุร้ายเมื่อได้ยินคำกล่าวทั้งสามขนลุกเพราะมันราวกับคำกล่าวของปีศาจแต่หลงอู่และคุนรินก็ทำตามทันทีพวกมันทั้งสองพุ่งออกไปและลงไปที่กลางหมู่บ้านอย่างรวดเร็วทุกคนในหมู่บ้านพุ่งเข้ามาล้อมรอบตัวทั้งสองทันที

     

    “พวกเจ้าต้องการสิ่งใด”ชายผู้หนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลกล่าวถามด้วยสีหน้าดุร้ายทันทีแต่ทั้งสองมิได้สนใจและพุ่งเข้าใส่ชายผู้นั้นก่อนที่จะต่อยเข้าใจจนร่างกายของมันแตกละเอียดเทียนถางเต็มด้วยรอยยิ้มเพราะตอนนี้มันคือการสังหารหมู่อย่างแท้จริงเลย

     

    “หยุด”แต่แล้วเสียงก็ดังขึ้นพร้อมกับที่ชายชราหลายสิบคนและชายวัยกลางคนสองพุ่งเข้ามาที่หน้าของหลงอู่และคุรินพวกมันทั้งหมดกล่าวออกมาอย่างดุร้ายเทียนถางรับรู้ได้เลยว่าชายวัยกลางคนสองคนนั้นคือผู้นำหมู่บ้านและอีกคนคือรองผู้นำหมู่บ้านเพราะว่าระดับของพวกมันคือราชันย์ขั้นที่หกและอีกคนคือระดับราชันย์ขั้นที่ห้า

     

    “นั้นคงเป็นผู้อาวุโสสูงสุดสินะ”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างเย็นชาเพราะชายชราที่ยืนอยู่นั้นอยู่ในระดับราชันย์ขั้นที่ห้าเทียนถางยิ้มออกมาเพราะว่าตอนนี้มีระดับราชันย์ถึงสี่คนในกลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่านี้มันต้องการที่จะให้ทั้งสองได้แสดงฝีมือ

     

    “ซวก ฟิ้ง ตูม”ทั้งสองมิได้สนใจและพุ่งเข้าใส่ชายเหล่านั้นทันทีและการต่อสู้ที่รุนแรงก็เริ่มขึ้นเทียนถางเต็มไปด้วยความสนุกสนานจนมูนประหลาดใจ และเทียนถางก็เริ่มตรวจสอบทั้งศาสตราวุธสมบัติ แหวนมิติ ทักษะและอื่นๆ อีกมากมายเทียนถางเต็มไปด้วยความสนใจเพราะสิ่งเข้านี้น่าสนใจมาก

     

    มินานเหล่าชายชราทั้งสิบก็เริ่มตายลงอย่างช้าศาสตราวุธของหลงอู่นั้นแข็งแกร่งมากแข็งแกร่งจนคุนรินที่อยู่ด้านข้างประหลาดใจในความแข็งแกร่งของศาสตราวุธในมือ แต่สิ่งที่เทียนถางสนใจมากคือคุนรินร่างกายของมันแข็งแกร่งมากอาจจะมากกว่าระดับสิบของราชันย์ขั้นที่สิบทั้งที่มันอยู่ในระดับราชันย์ขั้นที่สามเท่านั้น หลงอู่นั้นใช้ศาสตราวุธได้อย่างยอดเยี่ยมจากระดับราชันย์ขั้นที่สองมันสามารถที่จะดึงที่อยู่ในระดับราชันย์ขั้นที่เก้าออกมาได้อย่างง่ายดาย

     

    การต่อสู้เป็นไปได้อย่างง่ายดายมากผู้ที่อยู่ในระดับราชันย์ระดับหกและห้าอย่างผู้นำหมู่บ้านและรองผู้นำหมู่บ้านเทพหมาป่าไล่ล่าเต็มไปด้วยความตกตะลึงเพราะพวกมันมิคิดว่าจะมิสามารถที่จะทำสิ่งใดกับทั้งสองได้เลยเช่นนี้

     

    “ตูม ซวก”การต่อสู้ยังเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงซึ่งตอนนี้หลงอู่เริ่มอ่อนแอลงแล้วเหล่าชายชราเกือบทั้งหมดตกตายลงแล้วและรองผู้นำหมู่บ้านก็ได้บาดเจ็บอย่างหนักตอนนี้มันมิสามารถที่จะสู้ได้อีกแล้วเทียนถางโบกมือเรียกคันศรระดับมังกรขั้นกลางออกมาและโยนให้มูนนางรับทันทีและเต็มไปด้วยความสับสน

     

    “ใช้มันเผ่าเอลฟ์สามารถที่จะใช้มันได้ตั้งแต่เกิดโดยที่มิจำเป็นต้องฝึก”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังอีกครั้งนั้นทำให้มูนตกตะลึงแต่นางก็พยักหน้าตอบและได้ง้างคันศรปรากฏพลังธรรมชาติของนางสร้างลูกศรสายลมเข้ามาภายในคันศรก่อนที่จะยิงออกไปทันทีศรนั้นพุ่งทะลุร่างกายของรองผู้นำของหมู่บ้านเทพหมาป่าไล่ล่าทันที

     

    “ลอบโจมตี”ผู้นำหมู่บ้านตกตะลึงมากและตะโกนออกมาอย่างดุร้ายเมื่อได้เห็นร่างไร้ชีวิตของน้องชายล้มลงไปที่พื้นเทียนถางเต็มไปด้วยรอยยิ้มและโบกมือให้มูนยิงออกไปอีก นางเต็มไปด้วยความตกตะลึงเช่นกันและได้เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นจริงจังและยิงศรสายลมออกมาไปอีกหลายครั้งทุกครั้งที่นางยิงสามารถที่จะสังหารได้หนึ่งชีวิต

     

    “ท่านผู้นำท่านต้องหนีแล้วขอรับ”หนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังและนั้นทำให้ผู้นำหมู่บ้านเต็มไปด้วยความโกรธก่อนที่จะพุ่งหลบไปอย่างรวดเร็วเทียนถางเต็มไปด้วยความสนใจมันรีบเรียกศาสตราวุธจำนวนมากออกมาและพุ่งอ้อมไปอย่างรวดเร็วราวกับอสนีบาต

     

    “ไปเถอะขอรับ”ชายชรารีบกล่าวออกมาอย่างดุร้ายและผู้นำหมู่บ้านก็หนีไปอย่างรวดเร็วและคุนรินและหลงอู่พยายามที่จะตามไปแต่ลูกศรสายลมก็พุ่งลงที่พื้นด้านหน้าของทั้งสองนั้นทำให้ทั้งสองจ้องมองไปที่มูนและรู้ทันทีว่าเทียนถางจะจัดการเองเช่นนั้น

     

    “ซวก ซวก”แต่เมื่อผู้นำหมู่บ้านหนีออกมาพร้อมกับสองผู้อาวุโสก่อมีกระบี่ปราณปีศาจพุ่งทะลุร่างของสองชายชราและหอกเมฆดำตะวันแดงพุ่งเข้าใส่ผู้นำหมู่บานแต่มันสามารถที่จะป้องกันได้อย่างรวดเร็วแต่ศาสตราวุธของมันก็แตกออกมาทันทีดาบที่อยู่ในมือมันอยู่ในระดับมังกรขั้นต่ำทันทีนั้นเอง

     

    “เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่จึงกล้าทำร้ายข้าเฟยหยางบุตรแห่งจักรพรรดิเฟยเหลียน”ผู้หมู่หมู่บ้านคำรามออกมาอย่างดุร้ายเมื่อจ้องมองไปที่เทียนถางที่กำลังลอยลงมาหามันเทียนถางมิได้สนใจแม้แต่น้อยมัยสะบัดมือเรียกศาสตราวุธทั้งหมดล้อมรอบร่างกายของเฟยหยางเอาไว้

     

    “ข้าเทียนถางผู้ที่จะสังหารเจ้าและเหล่าจักรพรรดิทั้งหมด”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างดุร้ายนั้นทำให้เฟยหยางตกตะลึงพร้อมกับที่เทียนถางสะบัดมือศาสตราวุธทั้งหมดพุ่งเข้าใส่เฟยหยางถึงมันสามารถที่จะหลบได้ในสองสามครั้งแรกแต่ก็ถูกศาสตราวุธแทงทะลุอย่างรวดเร็วโลหิตมากมายไหลออกมาเทียนถางเต็มไปด้วยสีหน้าสนุกสนานและหอกเมฆดำตะวันลอยเข้ามาที่หน้าของเฟยหยางอย่างช้าๆ

     

    “เจ้ากล้าหรือ”เฟยหยางคำรามออกมาอย่างดุร้ายมันจ้องมองเทียนถางด้วยสีหน้าเย็นชาแต่ภายในหัวของปรากฏความกลัวเทียนถางมิได้สนใจแม้แต่น้อยมันใช้หอกเมฆดำตะวันแดงแทงทะลุหัวของเฟยหยางทันทีเทียนถางเต็มไปด้วยความสนุกสนานพร้อมกับที่ได้เรียกแหวนมิติออกมาจากแขนของเฟยหยางแต่ปรากฏกำไลอยู่ที่แขนของมันอีกด้วย

     

    “กำไลมิติหรือ”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสนุกสนานก่อนที่จะสะบัดมือดึงกำไลมิติเข้ามาในมือมันมีลวดลายสีทองราวกับมังกรเทียนถางเริ่มตัวสอบด้านในปรากฏโอสถ สมุนไพร และ ชุดเกราะระดับอสูรหนึ่งชิ้นเท่านั้นแต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือตำราทักษะเริ่มหนึ่ง มันเป็นทักษะร่างกายแต่มันเละไปเล็กน้อย

     

    “นี้มัน”เทียนถางอุทานออกมาเมื่อเริ่มเปิดอ่านมันได้พบกับทักษะร่างกายระดับแปดและฝึกยากเป็นอย่างมากทักษะนี้มีนามว่า กายาจักรพรรดิเหมัน เทียนถางเต็มไปด้วยความสนุกสนานเพราะว่าตอนนี้มันสุดยอดมากทักษะนี้มันราวกับสวรรค์ประทานพรมาให้ของจริงเลย

     

    “นายท่านปลอดภัยหรือไม่ขอรับ”มินานคุนรินหลงอู่ และมูนก็มาถึงหลงอู่กล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเทียนถางโบกมือเท่านั้นและสวมกำไลเก็บตำราทักษะก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับไปที่หมู่บ้านและเทียนถางก็ได้นำร่างกายของเฟยหยางมาด้วย

     

    “ข้ามิพบผู้ควบคุมอสูรเลย”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีน้าเย็นชาหลงอู่จึงได้ขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะมันเองก็มิได้พบเจ้ากับชายหนุ่มในตอนนั้นเช่นกันเทียนถางโบกมือให้ทั้งสามออกไปค้นหาทุกอย่างภายในหมู่บ้านนี้ และมินานทุกคนก็กลับมาและคุนรินได้พารองหัวหน้าหมู่บ้านที่ยังมิตายกลับมาด้วยเช่นกัน

     

    “ข้ามิคิดว่ากลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่าจะอ่อนแอเช่นนี้พวกเจ้าเป็นผู้ใดกันแน่”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชานั้นทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยสับสนแต่รองหัวหน้าหมู่บ้านหัวเราะออกมาด้วยสีหน้าเยาะหยัน

     

    “เจ้าโง่เจ้าคิดว่ากลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่าอ่อนแอเช่นนี้หรือพวกเราก็แค่กลุ่มย่อยเท่านั้นกลุ่มหลักนะย้ายออกจากที่นี้ไปหลายปีแล้ว”รองหัวหน้าหมู่บ้านกล่าวออกมาอย่างดูถูกนั้นทำให้เทียนถางเข้าใจทันทีเพราะมันมิคิดว่าพวกอ่อนแอนี้คือกลุ่มหลักแน่นอนเทียนถางสะบัดมือสังหารมันทิ้งทันทีเพราะเทียนถางรู้ว่ามันมิยอมกล่าวเกี่ยวกับที่ตั้งของฐานทัพหลักแน่นอน

     

    “คุนรินเจ้ามีศาสตราวุธหรือไม่”เทียนถางกล่าวถามด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อเก็บแหวนมิติเข้ามาในมือทั้งสามเต็มไปด้วยสีหน้าสับสนและคุนรินก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นโศกเศร้า

    “หัวหน้ากลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่าได้นำศาสตราวุธของข้าไป”คุนรินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเศร้าโศกเทียนถางเต็มไปด้วยความดุร้ายเพราะว่ามันมิคิดว่าจะเกิดสิ่งเช่นนี้ขึ้นเทียนถางโบกมือเพราะว่ามันมิต้องคิดมากนักเพราะว่าอีกมินานเทียนถางและกลุ่มจะต้องเดินทางไปจัดการกับกลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่าทันที

     

    “กลับกันเถอะข้าจะต้องจัดการพวกมันแน่แต่ตอนนี้ต้องหาพวกมันให้เจอก่อน”เทียนถางกล่าวออกมาเพราะที่นี้มิมีสิ่งใดมากนักและสิ่งหนึ่งที่เทียนถางรู้คือกลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่านี้มิได้อยู่ในระดับที่จัดการได้อย่างง่ายดายแน่เพียงแค่กลุ่มย่อยยังมีผู้นำเป็นชายหนุ่มที่อยู่ในระดับราชันย์ขั้นที่หกเทียนถางเต็มไปด้วยความเย็นชา

     

    เมื่อได้รับรู้ถึงกลิ่นอายที่หน้าขนลุกของเทียนถางและด้วยสีหน้าที่เย็นชาก็ทำให้พวกมันทั้งสามตกตะลึงก่อนที่จะพุ่งถอยหลังออกไปเทียนถางมิได้สนใจและเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นจริงจังและได้ออกเดินทางกลับทันที

     

    สิบห้าวันต่อมา

    “กลับมาแล้วหรือ”หลังจากผ่านไปสิบวันเทียนถางและกลุ่มก็กลับมาถึงยังอาณาจักรกรงเล็บมังกรอย่างรวดเร็วเทียนถางเต็มไปด้วยความดุร้ายเมื่อกลับมาถึงผู้คนมากมายอยู่ล้อมรอบพื้นที่ทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นคนตระกูลหลงและมีหญิงสาวมากมายอยู่ที่หน้าประตูเมืองเทียนถางเต็มไปด้วยความสนใจและมุ่งลงมาที่พื้นเมื่อมาถึงหลงไคก็กล่าวออกมาเมื่อเห็นเทียนถาง

     

    “พวกมันเป็นแค่กลุ่มย่อยเท่านั้นพี่เว่ยข้าฝากท่านหาพวกมันด้วยนะขอรับ”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างเย็นชาเมื่อได้เห็นอินเว่ยลอยเข้ามาด้านหน้าของมันนั้นทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยสีหน้ากังวลและอินเว่ยก็โบกมือทันทีกลุ่มคนของตระกูลอินพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ข้าจะจัดการเอง คนพวกนี้เป็นคนที่เจ้าส่งมาหรือ”อินเว่ยกล่าวตอบและหันไปก่อนที่จะกล่าวถามอีกครั้งเทียนถางพยักหน้าตอบอินเว่ยจึงได้โบกมืออีกครั้งทุกคนนอกจากตระกูลหลงจึงได้จากไปในทันที เทียนถางและกลุ่มจึงได้มุ่งหน้ากลับตระกูลหลงทันทีหลังจากที่จัดการธุระทุกอย่างจนเสร็จการประชุมก็เริ่มขึ้น

     

    “พวกมันเป็นกลุ่มย่อยและยังมีผู้นำอยู่ในระดับราชันย์ขั้นที่หกอีกด้วยหรือ”อินเว่ยทุบลงบนโต๊ะและกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชานั้นทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยความกังวลเช่นกันเมื่อได้เห็นถึงอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของกลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่าเทียนถางเองก็ครุ่นคิดสิ่งต่างๆเช่นกันเพราะมันต้องแข็งแกร่งกว่านี้จึงจะสามารถที่จะชนะกลุ่มเทพหมาป่าไล่ล่าเช่นกัน

     

    “พวกท่านหามันให้ข้าและข้ากับข้ารับใช้จะจัดการพวกมันเอง”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังและนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึงบางคนก็เต็มไปด้วยความดูถูกบางคนเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและนั้นทำให้ทุกคนจ้องมองไปที่สามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเทียนถางหลงอู่ มูน และคุนริน ทั้งสามแข็งแกร่งมากและตอนนี้มูนก็ใกล้จะเข้าสู่ระดับราชันย์เต็มทีแล้วด้วย

     

    “พวกเจ้าจะทำได้แน่หรือ”รินเว่ยจีกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าดูถูกและปรากฏพลังระดับราชันย์ของคุนรินและหลงอู่ระดับออกมาอย่างรุนแรงพุ่งเข้าใส่รินเว่ยจีจนมันปลิวออกไปทันทีเทียนถางมิได้สนใจพร้อมกับที่โบกมือให้ทั้งสองหยุด นั้นทำให้คนตระกูรินโกรธมากแต่ก็มิสามารถที่จะทำสิ่งใดได้เลย

     

    “เจ้านี้มีข้ารับที่แข็งแกร่งจริงๆนะ”อินเว่ยประหลาดใจมากมันกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสนุกสนานเทียนถางมิได้แยแสและออกเดินทางกลับไปที่ตระกูลหลงทันที เมื่อมาถึงเทียนถางก็ได้นำทักษะกำลังภายในและภายนอกของธาตุวายุให้กับมูนเทียนถางในตอนนี้คิดจะสร้างศาสตราวุธให้กับคุนรินก่อนเพื่อเอาไว้ใช้ต่อสู้ในตอนนี้ก่อน

     

    “คุนรินเจ้าใช้ศาสตราวุธเช่นใด”เทียนถางกล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าจริงจังคุนรินสะบัดมือสร้างปราณเป็นรูปร่างเป็นกระบอกสั้นสองอันในมือเทียนถางเต็มไปด้วยความสนใจมากมันยิ้มก่อนที่จะพยักหน้าและโบกมือให้ทั้งสามออกไปฝึกต่อแต่ก่อนที่คุนรินจะไปเทียนถางได้กล่าวถามเกี่ยวทักษะและพลังยุทธของมันซึ่งเป็นธาตุพิภพ

     

    เทียนถางได้เรียกตำราทักษะธาตุดินระดับเจ็ดทั้งกำลังภายในและภายนอกออกมาและให้กับคุนรินเพื่อให้มันไปฝึกคุนรินเต็มไปด้วยความสนุกสนานก่อนที่จะเดินไปฝึกทั้งสามเริ่มฝึกกันอย่างขยัน เทียนถางกลับเข้าไปในห้องและเริ่มสร้างศาสตราวุธให้กับคุนรินทันที

     

    ห้าวันต่อมา

    “ลองดูสิ”เทียนถางได้เข็นรถออกมาจากห้องและได้โยนศาสตราวุธให้กับคุนรินซึ่งมันประหลาดใจมากเทียนถางใช้เวลาเพียงแค่ห้าวันในการสร้างศาสตราวุธให้มันแต่ที่จริงแล้วเทียนถางได้ใช้เวลากว่าห้าสิบวันเพื่อที่จะสร้างกระบอกสองชิ้นให้กับคุนรินเช่นนี้เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังและคุนรินก็เริ่มฝึกอย่างรวดเร็วทันที

     

    เทียนถางจ้องมองการเคลื่อนไหวของคุนรินมันทรงพลังมากด้วยทักษะการต่อสู้และทักษะร่างกายธาตุพิภพที่เทียนถางได้นำให้มันไปทำให้มันแข็งแกร่งได้อย่างมากตอนนี้มันใกล้จะเข้าสู่ระดับราชันย์ขั้นที่สี่แล้วด้วยและตอนนี้มูนก็อยู่ในระดับราชันย์แล้วเช่นกันเทียนถางเต็มไปด้วยความยินดีตอนนี้เทียนถางต้องเข้าสู่ระดับราชันย์ให้ได้เร็วที่สุด

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแต่งเอง]จักรพรรดิเทียนถางสยบฟากฟ้า ที่คุณอ่าน