ริวกับเบนซ์วิ่งกันมาจนแทบจะขาดใจเสียงหอบหายใจรัวถี่ดังก้องสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่มืด และเมื่อมั่นใจว่าทิ้งระยะห่างจากฆาตกรในชุดนักเรียนได้พอสมควรแล้วทั้งคู่ก็ชะลอฝีเท้าลงแล้วหยุดพักเพื่อโกยอากาศเข้าปอด
“แฮ่ก...เฮ้อ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!”
เบนซ์พูดพลางยืนพิงผนังปูนที่เย็นเยียบก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงนัยน์ตาของเขาเหลือบมองรุ่นน้องที่ยังคงยืนหอบตัวโยนอยู่ข้างๆ ก่อนจะถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ดึกป่านนี้แล้ว...เอ็งมาทำอะไรที่นี่ริว”
ริวพยายามยืดตัวขึ้นสูดลมหายใจลึกพลางตอบเสียงสั่น “ผม... ตามจุนโกะมาครับ”
เบนซ์เลิกคิ้วขึ้นสูง“หืม… จุนโกะ ใครวะนั่น”
“เพื่อนผู้หญิงครับ...เธออยู่ห้องกิฟต์ เพิ่งรู้จักกันไม่นานนี้เอง”
“ผมเห็นเธอทำตัวเธอแปลกๆเหมือนคนเหม่อๆผมก็เลยเดินตามมา แล้วเธอ… ก็หายไปครับ”
เบนซ์ส่ายหน้าช้าๆพร้อมเหยียดยิ้มส่งๆ ในใจคิด เหลือเชื่อเลย! แล้วจึงพูด“คงเดินตามผีมาซะแล้วมั้งเราน่ะ”
ริวรีบแย้งทันควัน“ไม่ใช่นะครับ! เป็นจุนโกะจริงๆ ผมมั่นใจ... ที่เธอเดินหายไปอาจจะเพราะรำคาญที่ผมที่ตามก็ได้”
เขาหลุบตาลงต่ำน้ำเสียงแผ่วลงด้วยความรู้สึกผิด “ผมเลยจะเดินกลับออกมา...แต่ดันไปเจอคนพวกนั้นเข้า แล้วก็... อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ”
เบนซ์มองตามริวด้วยความเอ็นดูก่อนจะถอนหายใจยาว “เฮ้อ… ช่างหัวสภาพวกนั้นเถอะ ตอนนี้เราต้องหนียัยฆาตกรบ้านั่นแล้วออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน!”
“นั่น…ยูริครับ”
ริวพูดโพล่งขึ้นมานิ่งๆทำให้เบนซ์ชะงักและหันขวับมามองทันที คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ ก่อนจะถามออกไป
“ยูริ! นี่อย่าบอกนะว่านั่นก็เพื่อนเอ็งอีกคน”
“ปะ…เปล่าครับ... ผมแค่รู้จักชื่อเฉยๆ” ริวตอบด้วยท่าทีเลิกลั่กเพราะเขาเลี่ยงที่จะตอบความจริงทั้งหมด
เบนซ์เงียบไปครู่ใหญ่แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรก่อนจะเปลี่ยนมาใช้สีหน้าจริงจังแทน
“ฟังนะถ้าจะออกทางประตูหลัก เราต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิม ซึ่งเสี่ยงต้องเจอกับยัยนั่นแน่ๆส่วนกำแพงโรงเรียนเราก็สูงท่วมหัว ปีนออกไปไม่ได้หรอก”
“แล้ว…มีทางอื่นไหมครับ” ริวถามอย่างมีความหวัง
เบนซ์นิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องที่อยู่ตรงหน้า มุมปากข้างหนึ่งยกยิ้มขึ้น
“มันก็ต้องมีอยู่แล้ว...โรงเรียนน่ะ มันไม่ได้มีแค่ทางเข้าออกที่เป็นประตูหน้าหรอกนะ”
“มันมีทางที่พวกสายโดดเรียนรู้จักกันดีในชื่อทางผีเข้าผีออก”
ริวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามต่อ “แล้วมันอยู่ตรงไหนเหรอครับ”
“หลังอาคาร10 กำแพงด้านมันหลังแตก พอออกไปได้ ก็ค่อยเดินอ้อมนอกรั้วไปหน้าโรงเรียน”
ริวก็จำที่นั่นได้ทันทีมันคือจุดเดียวกับที่เขาเคยเห็นตอนที่มากับแนนโน๊ะ เมื่อนึกขึ้นได้แบบนั้นแล้ว เขาก็ตกลงรับข้อเสนอของเบนซ์แต่จู่ๆ ภาพของจุนโกะก็ผุดเข้ามาในหัว
“แล้วจุนโกะล่ะครับ! ผมต้องไปหาเธอแล้วพาออกไปด้วยกัน”
“โอ๊ย!เอาตัวเองให้รอดก่อนไหมริว! ลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อกี้เห็นอะไร”
เบนซ์พูดพลางเดินเข้าไปใกล้ๆรุนน้อง ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าไหล่ทั้งสองข้างเบาๆเพื่อดึงสติ แล้วพูดต่อ
“ยูริเอาขวานสับคอคนเสียงดังยังกับแม่ค้าฟักลาบ!ป่านนี้เพื่อนของน้องอาจจะได้ยินจนวิ่งหนีออกไปก่อนเราแล้วล่ะมั้ง”
คำพูดของเบนซ์ทำให้ริวนิ่งไปความเป็นไปได้นั้นทำให้เขาเริ่มสับสน แต่ยังไม่ทันจะได้โต้ตอบอะไร เสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นอีกครั้งคลืด... คลืด... ครั้งนี้มันดังชัดและใกล้กว่าเดิมตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆที่จงใจเหยียบลงทีละก้าวอย่างช้าๆ
ทั้งคู่ค่อยๆหันไปตามเสียงนั้นรูม่านตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่ายูริอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรแสงจันทร์พาดผ่านใบหน้าที่เปื้อนเลือดเด่นยิ่งกว่าสิ่งใด
“เชี่ยแล้วไง...” เบนซ์อุทานขึ้นเบาๆ
ทันใดนั้น ขวานในมือของเธอก็ถูกเหวี่ยงออกมาอย่างสุดแรงฟึบ! เสียงขวานแหวกอากาศ ริวกระโจนหลบลงพื้นได้อย่างหวุดหวิดใบขวานลอยเฉียดชายเสื้อเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนจะปักเข้ากับเสาปูนเต็มๆเคร้ง!! หัวใจของริวหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม
เบนซ์รีบเข้ามากระชากแขนริวให้ลุกขึ้น“วิ่งเร็ว! วิ่ง!!”
ยูริเดินตรงไปที่เสาอย่างไม่รีบร้อนเธอใช้มือดึงขวานที่ปักคาเสาออกอย่างใจเย็นเหมือนการดึงกิ่งไม้ออกจากดินก่อนจะยกมันขึ้นพาดบ่า สายตาจับจ้องไปยังแผ่นหลังของทั้งสองที่กำลังวิ่งหนีตายนัยน์ตาฉายแววสนุกเหมือนเด็กที่ได้ของเล่น
“จะหนีไปไหนกัน” น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบปานน้ำแข็ง
พูดจบเธอก็ลดขวานลงกระแทกพื้นตึง! เสียงเหล็กหนักๆกระทบปูนดังก้องไปทั่วบริเวณก่อนที่เธอจะก้าวเดินตามทั้งสองไปอย่างเนิบนาบ...ราวกับรู้ดีว่าไม่มีใครหนีพ้นความตายนี้ไปได้
ทางฝั่งของริวและเบนซ์ยังคงออกแรงสับฝีเท้าหนีอย่างไม่คิดชีวิตความมืดมิดยามวิกาลทำให้ทัศนียภาพรอบตัวดูบิดเบี้ยวไปหมดแสงไฟนีออนใต้อาคารที่กะพริบถี่ๆสาดลงกระทบพื้นปูนขัดมันและบานประตูห้องเรียนที่เรียงรายกันภาพเหล่านั้นดูซ้ำซากราวกับภาพลวงตาที่วนซ้ำไปมา จนเบนซ์เริ่มเหงื่อตก
“บ้าอะไรวะเนี่ย...นี่เราวิ่งมาที่เดิมเหรอ!” เบนซ์อุทานออกมาพลางหอบหายใจจนตัวโยน
เขาเริ่มไม่แน่ใจในเส้นทางนี้แล้วแม้จะเคยใช้อยู่เป็นประจำ แต่ความกดดันทำให้สมองเริ่มประมวลผลมั่วซั่วไปหมด อีกทั้งโรงเรียนในยามกลางวันและยามค่ำคืนดูราวกับเป็นสถานที่คนละแห่งทั้งสองตัดสินใจหยุดพักที่หน้าห้องเรียนห้องหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์
“พี่เบนซ์...ผมว่าพี่ลองโทรหาคนมาช่วยดูดีไหมครับ” ริวพูดพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก
“โทรไม่ได้โทรศัพท์พี่ไม่มีซิม มันเชื่อมแค่ไวฟายได้ แต่อาคารนี้สัญญามันมาไม่ถึงอ่ะดิ”
“งั้น…เราขึ้นไปบนอาคารดีไหมครับ เผื่อว่ามองจากที่สูงลงมาเราน่าจะเห็นว่าอาคาร 10 อยู่ทางไหน”
เบนซ์ส่ายหน้าทันที“นั่นยิ่งไม่ได้เลย เพราะภารโรงล็อกทางขึ้นตึกไปหมดแล้วตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหัวใจของริวก็วูบไหวขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของจุนโกะลอยเข้ามาในความคิด
จุนโกะยังออกจากโรงเรียนไม่ได้แล้ว... เธอจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ…
“พี่ครับ...แล้วถ้าอย่างั้นจุนโกะล่ะ”
“เลิกห่วงคนอื่นได้แล้วริว! จะตายเพราะเพื่อนยังไม่รู้ตัวอีก"
เบนซ์ตวาดขัดจังหวะน้ำเสียงเข้มและประโยคนั้นทำให้ริวนิ่งไป แล้วเริ่มไต่ตรองดูดีๆ
ถ้าผมถูกยูริฆ่าตายที่นี่ทุกอย่างที่ผมพยายามทำมาเพื่อตามหาตัวคนที่สั่งปิดคดี และแผนการทุกอย่างที่วางมาจะจบทันที
เพราะงั้น... ผมจะตายตอนนี้ไม่ได้!
ความกลัวตายเริ่มหลั่งไหลเข้ามาแทนที่ความรู้สึกอื่นแต่ลึกๆแล้วความรู้สึกเป็นห่วงก็นยังไม่จางหาย เขาไม่อาจตัดทิ้งภาพแววตาที่อ่อนโยนของจุนโกะไปได้
ทว่า...ในเสี้ยววินาทีที่สติของเขาพะวักพะวนยูริที่เร้นกายอยู่ในความมืดก็ปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังของริวอย่างเงียบงันปานวิญญาณเธอเงื้อขวานขึ้นสูงเตรียมจะจามลงที่ศีรษะของเด็กหนุ่ม!
“ริว!หลบ!!”
สิ้นเสียงนั้น เบนซ์ที่ตาไวพุ่งตัวเข้ากระแทกร่างของริวอย่างสุดกำลังจนทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้น
ปัง! คมขวานจามเข้าที่บานประตูไม้อย่างจังแรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้คมขวานทะลุเนื้อไม้เข้าไปฝังแน่น ยูริพยายามกระชากขวานออกมาแต่มันติดแน่นเกินกว่าจะเอาออกได้ในวินาทีเดียว
“หนีเร็ว!” เบนซ์กระชากคอเสื้อริวให้ลุกขึ้นทั้งสองวิ่งแน่บออกไปอีกครั้งโดยไม่คิดจะมองกลับหลัง
ริวและเบนซ์รีบดีดตัวลุกขึ้นแล้วใส่เกียร์หมาหนีอีกครั้งทิ้งให้ยูริยืนกัดฟันดึงขวานอยู่ที่เดิมขณะที่วิ่งผ่านโถงอาคารมุ่งหน้าสู่ลานกว้างริวที่หันมองรอบตัวอย่างระแวดระวังก็ต้องชะงักกึก
สายตาของริวเหลือบไปเห็นร่างของนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนอยู่อีกฝั่งของอาคารเธอกำลังยืนเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรีด้วยท่าทีที่สบายๆราวกับว่าเหตุการณ์ฆาตกรรมรอบตัวเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไป และเมื่อแสงจันทร์กระทบใบหน้านั้นริวก็จำได้ทันที
แนนโน๊ะ!...
ความหวังที่จะรอดแล่นพรวดขึ้นมาทันทีเพราะยูริเคยพูดไว้ว่าจะไม่ฆ่าเขา ก็ต่อเมื่อเขาอยู่กับแนนโน๊ะ ริวจึงรีบคว้าแขนของรุ่นพี่ที่มาด้วยกันเอาไว้แล้วเปลี่ยนทิศทางทันที
“พี่ครับทางนี้ ตามผมมาครับ!”
เบนซ์งุนงงว่าริวเห็นอะไรแต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อใจรุ่นน้องทั้งคู่พุ่งตัวข้ามลานกว้างมุ่งหน้าไปหา