เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 29 ขวานแดงที่พลาดเป้า

            ริวกับเบนซ์วิ่งกันมาจนแทบจะขาดใจเสียงหอบหายใจรัวถี่ดังก้องสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่มืด และเมื่อมั่นใจว่าทิ้งระยะห่างจากฆาตกรในชุดนักเรียนได้พอสมควรแล้วทั้งคู่ก็ชะลอฝีเท้าลงแล้วหยุดพักเพื่อโกยอากาศเข้าปอด

             

            ​“แฮ่ก...เฮ้อ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!”

             

            เบนซ์พูดพลางยืนพิงผนังปูนที่เย็นเยียบก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงนัยน์ตาของเขาเหลือบมองรุ่นน้องที่ยังคงยืนหอบตัวโยนอยู่ข้างๆ ก่อนจะถามขึ้นด้วยความสงสัย

             

            “ดึกป่านนี้แล้ว...เอ็งมาทำอะไรที่นี่ริว”

             

            ​ริวพยายามยืดตัวขึ้นสูดลมหายใจลึกพลางตอบเสียงสั่น “ผม... ตามจุนโกะมาครับ”

             

            ​เบนซ์เลิกคิ้วขึ้นสูง“หืม… จุนโกะ ใครวะนั่น”

             

            “เพื่อนผู้หญิงครับ...เธออยู่ห้องกิฟต์ เพิ่งรู้จักกันไม่นานนี้เอง”

             

            “ผมเห็นเธอทำตัวเธอแปลกๆเหมือนคนเหม่อๆผมก็เลยเดินตามมา แล้วเธอ… ก็หายไปครับ”

             

            ​เบนซ์ส่ายหน้าช้าๆพร้อมเหยียดยิ้มส่งๆ ในใจคิด เหลือเชื่อเลย! แล้วจึงพูด“คงเดินตามผีมาซะแล้วมั้งเราน่ะ”

             

            ​ริวรีบแย้งทันควัน“ไม่ใช่นะครับ! เป็นจุนโกะจริงๆ ผมมั่นใจ... ที่เธอเดินหายไปอาจจะเพราะรำคาญที่ผมที่ตามก็ได้”

             

            เขาหลุบตาลงต่ำน้ำเสียงแผ่วลงด้วยความรู้สึกผิด “ผมเลยจะเดินกลับออกมา...แต่ดันไปเจอคนพวกนั้นเข้า แล้วก็... อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ”

             

            ​เบนซ์มองตามริวด้วยความเอ็นดูก่อนจะถอนหายใจยาว “เฮ้อ… ช่างหัวสภาพวกนั้นเถอะ ตอนนี้เราต้องหนียัยฆาตกรบ้านั่นแล้วออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน!”

             

            ​“นั่น…ยูริครับ”

             

            ริวพูดโพล่งขึ้นมานิ่งๆทำให้เบนซ์ชะงักและหันขวับมามองทันที คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ ก่อนจะถามออกไป

             

             “ยูริ! นี่อย่าบอกนะว่านั่นก็เพื่อนเอ็งอีกคน”

             

            ​“ปะ…เปล่าครับ... ผมแค่รู้จักชื่อเฉยๆ” ริวตอบด้วยท่าทีเลิกลั่กเพราะเขาเลี่ยงที่จะตอบความจริงทั้งหมด

     

            ​เบนซ์เงียบไปครู่ใหญ่แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรก่อนจะเปลี่ยนมาใช้สีหน้าจริงจังแทน

             

            “ฟังนะถ้าจะออกทางประตูหลัก เราต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิม ซึ่งเสี่ยงต้องเจอกับยัยนั่นแน่ๆส่วนกำแพงโรงเรียนเราก็สูงท่วมหัว ปีนออกไปไม่ได้หรอก”

             

            ​“แล้ว…มีทางอื่นไหมครับ” ริวถามอย่างมีความหวัง

             

            ​เบนซ์นิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องที่อยู่ตรงหน้า มุมปากข้างหนึ่งยกยิ้มขึ้น

             

            “มันก็ต้องมีอยู่แล้ว...โรงเรียนน่ะ มันไม่ได้มีแค่ทางเข้าออกที่เป็นประตูหน้าหรอกนะ”

             

            “มันมีทางที่พวกสายโดดเรียนรู้จักกันดีในชื่อทางผีเข้าผีออก”

             

            ริวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามต่อ “แล้วมันอยู่ตรงไหนเหรอครับ”

             

            “หลังอาคาร10 กำแพงด้านมันหลังแตก พอออกไปได้ ก็ค่อยเดินอ้อมนอกรั้วไปหน้าโรงเรียน”

             

            ​ริวก็จำที่นั่นได้ทันทีมันคือจุดเดียวกับที่เขาเคยเห็นตอนที่มากับแนนโน๊ะ เมื่อนึกขึ้นได้แบบนั้นแล้ว เขาก็ตกลงรับข้อเสนอของเบนซ์แต่จู่ๆ ภาพของจุนโกะก็ผุดเข้ามาในหัว

             

            “แล้วจุนโกะล่ะครับ! ผมต้องไปหาเธอแล้วพาออกไปด้วยกัน”

             

            ​“โอ๊ย!เอาตัวเองให้รอดก่อนไหมริว! ลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อกี้เห็นอะไร”

             

            เบนซ์พูดพลางเดินเข้าไปใกล้ๆรุนน้อง ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าไหล่ทั้งสองข้างเบาๆเพื่อดึงสติ แล้วพูดต่อ

             

            “ยูริเอาขวานสับคอคนเสียงดังยังกับแม่ค้าฟักลาบ!ป่านนี้เพื่อนของน้องอาจจะได้ยินจนวิ่งหนีออกไปก่อนเราแล้วล่ะมั้ง”

             

            คำพูดของเบนซ์ทำให้ริวนิ่งไปความเป็นไปได้นั้นทำให้เขาเริ่มสับสน แต่ยังไม่ทันจะได้โต้ตอบอะไร เสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นอีกครั้งคลืด... คลืด... ครั้งนี้มันดังชัดและใกล้กว่าเดิมตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆที่จงใจเหยียบลงทีละก้าวอย่างช้าๆ

             

            ทั้งคู่ค่อยๆหันไปตามเสียงนั้นรูม่านตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่ายูริอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรแสงจันทร์พาดผ่านใบหน้าที่เปื้อนเลือดเด่นยิ่งกว่าสิ่งใด

             

            ​“เชี่ยแล้วไง...” เบนซ์อุทานขึ้นเบาๆ

             

            ​ ทันใดนั้น ขวานในมือของเธอก็ถูกเหวี่ยงออกมาอย่างสุดแรงฟึบ! เสียงขวานแหวกอากาศ ริวกระโจนหลบลงพื้นได้อย่างหวุดหวิดใบขวานลอยเฉียดชายเสื้อเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนจะปักเข้ากับเสาปูนเต็มๆเคร้ง!! หัวใจของริวหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม

             

            เบนซ์รีบเข้ามากระชากแขนริวให้ลุกขึ้น“วิ่งเร็ว! วิ่ง!!”

             

            ​ยูริเดินตรงไปที่เสาอย่างไม่รีบร้อนเธอใช้มือดึงขวานที่ปักคาเสาออกอย่างใจเย็นเหมือนการดึงกิ่งไม้ออกจากดินก่อนจะยกมันขึ้นพาดบ่า สายตาจับจ้องไปยังแผ่นหลังของทั้งสองที่กำลังวิ่งหนีตายนัยน์ตาฉายแววสนุกเหมือนเด็กที่ได้ของเล่น

             

            ​“จะหนีไปไหนกัน” น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบปานน้ำแข็ง

             

            ​พูดจบเธอก็ลดขวานลงกระแทกพื้นตึง! เสียงเหล็กหนักๆกระทบปูนดังก้องไปทั่วบริเวณก่อนที่เธอจะก้าวเดินตามทั้งสองไปอย่างเนิบนาบ...ราวกับรู้ดีว่าไม่มีใครหนีพ้นความตายนี้ไปได้

             

            ทางฝั่งของริวและเบนซ์ยังคงออกแรงสับฝีเท้าหนีอย่างไม่คิดชีวิตความมืดมิดยามวิกาลทำให้ทัศนียภาพรอบตัวดูบิดเบี้ยวไปหมดแสงไฟนีออนใต้อาคารที่กะพริบถี่ๆสาดลงกระทบพื้นปูนขัดมันและบานประตูห้องเรียนที่เรียงรายกันภาพเหล่านั้นดูซ้ำซากราวกับภาพลวงตาที่วนซ้ำไปมา จนเบนซ์เริ่มเหงื่อตก

             

            “บ้าอะไรวะเนี่ย...นี่เราวิ่งมาที่เดิมเหรอ!” เบนซ์อุทานออกมาพลางหอบหายใจจนตัวโยน

             

            ​เขาเริ่มไม่แน่ใจในเส้นทางนี้แล้วแม้จะเคยใช้อยู่เป็นประจำ แต่ความกดดันทำให้สมองเริ่มประมวลผลมั่วซั่วไปหมด อีกทั้งโรงเรียนในยามกลางวันและยามค่ำคืนดูราวกับเป็นสถานที่คนละแห่งทั้งสองตัดสินใจหยุดพักที่หน้าห้องเรียนห้องหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์

             

            ​“พี่เบนซ์...ผมว่าพี่ลองโทรหาคนมาช่วยดูดีไหมครับ” ริวพูดพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก

             

            “โทรไม่ได้โทรศัพท์พี่ไม่มีซิม มันเชื่อมแค่ไวฟายได้ แต่อาคารนี้สัญญามันมาไม่ถึงอ่ะดิ”

             

            “งั้น…เราขึ้นไปบนอาคารดีไหมครับ เผื่อว่ามองจากที่สูงลงมาเราน่าจะเห็นว่าอาคาร 10 อยู่ทางไหน”

             

            ​เบนซ์ส่ายหน้าทันที“นั่นยิ่งไม่ได้เลย เพราะภารโรงล็อกทางขึ้นตึกไปหมดแล้วตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว!”

             

            ​เมื่อได้ยินแบบนั้นหัวใจของริวก็วูบไหวขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของจุนโกะลอยเข้ามาในความคิด

             

            จุนโกะยังออกจากโรงเรียนไม่ได้แล้ว... เธอจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ…

             

            “พี่ครับ...แล้วถ้าอย่างั้นจุนโกะล่ะ”

             

            “เลิกห่วงคนอื่นได้แล้วริว! จะตายเพราะเพื่อนยังไม่รู้ตัวอีก"

             

            เบนซ์ตวาดขัดจังหวะน้ำเสียงเข้มและประโยคนั้นทำให้ริวนิ่งไป แล้วเริ่มไต่ตรองดูดีๆ

             

            ถ้าผมถูกยูริฆ่าตายที่นี่ทุกอย่างที่ผมพยายามทำมาเพื่อตามหาตัวคนที่สั่งปิดคดี และแผนการทุกอย่างที่วางมาจะจบทันที

             

            เพราะงั้น... ผมจะตายตอนนี้ไม่ได้!

             

            ความกลัวตายเริ่มหลั่งไหลเข้ามาแทนที่ความรู้สึกอื่นแต่ลึกๆแล้วความรู้สึกเป็นห่วงก็นยังไม่จางหาย เขาไม่อาจตัดทิ้งภาพแววตาที่อ่อนโยนของจุนโกะไปได้

     

            ​ทว่า...ในเสี้ยววินาทีที่สติของเขาพะวักพะวนยูริที่เร้นกายอยู่ในความมืดก็ปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังของริวอย่างเงียบงันปานวิญญาณเธอเงื้อขวานขึ้นสูงเตรียมจะจามลงที่ศีรษะของเด็กหนุ่ม!

             

            ​“ริว!หลบ!!”

     

            สิ้นเสียงนั้น เบนซ์ที่ตาไวพุ่งตัวเข้ากระแทกร่างของริวอย่างสุดกำลังจนทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้น

             

            ปัง! คมขวานจามเข้าที่บานประตูไม้อย่างจังแรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้คมขวานทะลุเนื้อไม้เข้าไปฝังแน่น ยูริพยายามกระชากขวานออกมาแต่มันติดแน่นเกินกว่าจะเอาออกได้ในวินาทีเดียว

             

            ​​“หนีเร็ว!” เบนซ์กระชากคอเสื้อริวให้ลุกขึ้นทั้งสองวิ่งแน่บออกไปอีกครั้งโดยไม่คิดจะมองกลับหลัง

             

            ​ริวและเบนซ์รีบดีดตัวลุกขึ้นแล้วใส่เกียร์หมาหนีอีกครั้งทิ้งให้ยูริยืนกัดฟันดึงขวานอยู่ที่เดิมขณะที่วิ่งผ่านโถงอาคารมุ่งหน้าสู่ลานกว้างริวที่หันมองรอบตัวอย่างระแวดระวังก็ต้องชะงักกึก

             

            ​สายตาของริวเหลือบไปเห็นร่างของนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนอยู่อีกฝั่งของอาคารเธอกำลังยืนเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรีด้วยท่าทีที่สบายๆราวกับว่าเหตุการณ์ฆาตกรรมรอบตัวเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไป และเมื่อแสงจันทร์กระทบใบหน้านั้นริวก็จำได้ทันที

             

            ​แนนโน๊ะ!...

             

            ความหวังที่จะรอดแล่นพรวดขึ้นมาทันทีเพราะยูริเคยพูดไว้ว่าจะไม่ฆ่าเขา ก็ต่อเมื่อเขาอยู่กับแนนโน๊ะ ริวจึงรีบคว้าแขนของรุ่นพี่ที่มาด้วยกันเอาไว้แล้วเปลี่ยนทิศทางทันที

             

            “พี่ครับทางนี้ ตามผมมาครับ!”

             

            ​เบนซ์งุนงงว่าริวเห็นอะไรแต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อใจรุ่นน้องทั้งคู่พุ่งตัวข้ามลานกว้างมุ่งหน้าไปหา

    นิยายแนะนำ

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808