" ปรานอักขระที่ผนึกไว้ " นนท์คิดขึ้นได้ จึงเร่งกลั่นปรานอักขรออกมา
" ผลึกปรานอักขระสิบห้าก้อน รวมกับที่กลั่นเมื่อครู่ สามสิบก้อน " นนท์พึมพำ
" เก็บไว้ก่อนดีกว่า " นนท์ทะยานร่างไปดูหญ้าห้าเถา
" อายุแสนห้าหมื่นปี ยังไม่พอ อย่างน้อยต้องสิบล้านปี ถึงจะทะลวงพลังได้ ไช่มุกแห่งชีวิตก็เหมือนกัน " นนท์ครุ่นคิดอย่างหนัก
" กระดูกเทพ " นนท์เรียกกระดูกเทพที่ทำการลักลอบขุดมาจากบึงน้ำที่โลกจินซานออกมา
" เก็บไว้หลอมโอสถกายาสวรรค์ดีกว่า " นนท์เก็บกระดูกเทพไว้ในบ่อน้ำปรานเทพ
" หรือต้องออกผจญภัยอีกแล้ว " นนท์ครุ่นคิด
" ความทรงจำของจอมทัพอสูรคลั่งเป็นเช่นไร " นนท์ทำการตรวจสอบความทรงจำของอสูรคลั่ง
" มันมาจากจักรวาลมืด โลกมืดงั้นรึ โครงกระดูกเทพมารอยู่ที่โลกมืดชิ้นใหญ่ " นนท์ถึงกับขนลุก เมื่อในความทรงจำของจอมทัพอสูรคลั่งฉายออกมา โครงกระดูกเทพมารส่วนของแขนทั้งแขน แม้นว่าอายุของโครงกระดูกจะมากแล้ว แต่พลังของมันมิได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด
" คงเป็นเรื่องยากที่จะบุกเข้าไป " นนท์ถอนใจหนัก
" เป้าหมายต่อไปของมัน แก่นต้นกำเนิดของผลึกปรานมรกต ที่โลกมรกต จักรวาลมรกตนภา อยู่ไกลเหมือนกันแฮะ " นนท์ยกยิ้ม แล้วสำรวจความพร้อมของตน
" จากโลกมังกรน่าจะใช้เวลาถึงหกเดือนจึงจะไปถึง " นนท์ถึงกับเป่าปาก
นนท์ออกจากตำหนักของตน แล้วเรียกเหล่าผู้อาวุโสเข้าหารือ
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่ เวลานี้เรามีศิษย์ขั้นปฐมจักรพรรดิ์ราวแสนล้านคน จักรพรรดิ์ห้าหมื่นล้าน ราชันย์ขั้นต้นห้าพันล้าน ขั้นกลางสามพันล้าน ขั้นปลายหนึ่งพันล้าน ขั้นสูงสุดห้าร้อยล้าน หยั่งรู้อักขระสูงสุดที่เจ็ดตัวสามสิบคน " นนท์พยักหน้า
" ท่านเจ้าสำนัก ครานี้ข้าต้องออกเดินทางอีกครา นี่เป็นทรัพยากรไว้ให้เหล่าศิษย์ฝึกฝน " นนท์หารือเจ้าสำนักและผู้อาวุโสอย่านานถึงสามชั่วยาม
" ข้าต้องไปแล้ว " นนท์เร่งไปยังท่าเทียบเรือเหาะ แล้วบังคับเรือเหาะไปยังจักรวาลมรกตนภาอย่างรวดเร็ว
" ยาวนานถึงหกเดือน " นนท์เรียกอาชาเพลิงแแกมาเฝ้าเรือเหาะ ส่วนตนเข้าทำการฝึกฝนในแหวนห้วงมิติ นนท์และอาชาเพลิงสลับเข้าออกแหวนห้วงมิติเป็นว่าเล่น
" ตบะสูงล้ำเกินหยั่งถึงแล้ว พลังกายอย่างเดียวก็ประมือกับสามอักขระได้แล้ว " นนท์พึมพำแล้วออกจากแหวนห้วงมิติ
" อาชาเพลิงเจ้าเข้าไปเถิด " อาชาเพลิงพยักหน้าแล้วหายเข้าไปในแหวนห้วงมิติทันใด
นนท์กวาดตามองทั่วห้วงมิติ ใคร่สงสัยสัยยิ่งนักว่าเหตุใดห้วงมิติจึงกระเพื่อม " คงมิมีอันใด " นนท์พึมพำ
" ครืน " กลุ่มหมอกสีขาวพร่างพรายทั่วปลายอุโมงค์ นนท์บังคับเรือเหาะทะยานออกจากห้วงมิติอย่างเชื่องช้า
" นี่รึจักรวาลมรกตนภา " นนท์พึมพำ ตาคมจับจ้องยังห้วงมิติที่แปลกตา
" ดวงสุริยันส่องแสงเป็นสีเขียวรึ " นนท์ยกยิ้ม แล้วบังคับเรือเหาะลอยไปยังท่าเทียบเรือเหาะ
" ปรานมังกรจักรวาลเข้มข้นจริงๆ ทั้งพลังฟ้าดินยังสูงล้ำ " นนท์เก็บเรือเหาะแล้วเดินไปยังประตูเมือง
" ผู้มาใหม่จ่ายหินปรานมรกตพันชั่ง " นนท์พลันแตกตื่น
" พี่ชาย ข้ามิมีหินปรานมรกต ข้ามีแต่หินปรานสรรพสิ่ง ใช้ได้รึไม่ " ทหารยามพยักหน้า
" ร้อยชั่ง " นนท์ยื่นหินปรานสรรพสิ่งให้ไป
" ที่นี่มีกฎรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" ห้ามประมือ " นนท์พยักหน้า แล้วเดินเข้าเมืองทันที
" ช่างร่ำรวยเสียจริง " นนท์เดินเที่ยวชมเมือมรถตอยู่นาน
" ต้องไปแล้ว " นนท์เร่งไปตามความทรงจำของจอมทัพอสูรคลั่ง
" ที่นี่ " นนท์กวาดตามองทั่ว แนวเทือกเขาใหญ่ทอดยาวกินอาณาบริเวณกึ่งหนึ่งของโลกมรกต ทั้งเขตป่าไม้ยังเป็นไม้สูงใหญ่
" เพียงแค่สูดกลิ่นของป่าไม้ ก็ทำเอาลมปรานเดือดพล่านแล้ว " นนท์พึมพำ
" เจ้า " เสียงหนึ่งลอยเข้ามา
" มีอันใด " นนท์เอ่ย
" ข้าจะจ่ายให้เจ้าสองผลึกปรานมรกต เพียงเจ้านำทางให้พวกเรา " นนท์จับจ้องมองยังคุณหนู คุณชายทั้งหลาย
" ข้ามิใช่คนนำทาง ข้าเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก " นนท์เอ่ยขึ้น
" เชอะ เสียเวลาจริง " เหล่าคุณหนูคุณชายทั้งหลาย ต่างพากันหงุดหงิด
" วี้ " เหล่าคุณหนูต่างแตกกระเจิง เพียงได้ยินเสียง
" เสียงอะไร " นนท์พึมพำ แล้วเร่งกลับเข้าเมือง
" เสี่ยวเอ้อร์ ข้าต้องการสุราและอาหารเลิศรส " นนท์เดินตามเสี่ยวเอ้อไปยังโต๊ะ
" คุณชาย ช้ามิเคยพบเห็นท่าน ท่านมาจากที่ใด " นนท์ยกยิ้มให้เสี่ยวเอ้อ
" ข้าเพียงชายพเนจร มิควรค่าแก่การพูดถึง " เสี่ยวเอ่อพยักหน้า
" เสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ คือเสียงอันใดรึ " นนท์เอ่ยถาม
" เอ่อ " นนท์โยนหินปรานร้อยชั่งออกไป เสี่ยวเอ้อถึงกับตาโต
" เจ้าทำข้าอย่างกับว่ามิเคยพบเห็นหินปรานสรรพสิ่ง " นนท์เอ่ยถาม เสี่ยวเอ้อเร่งเก็บผลึกปรานอย่างรวดเร็ว
" คุณชาย เสียงที่ท่านได้ยินนั้นเป็นเสียงของอสุรกายยักษ์ ซึ่งเป็นราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ทั้งยังหยั่งรู้อักขระได้ถึงสิบหกตัว " นนท์ถึงกับตะลึง
" สิบหกอักขระเชียวรึ " นนท์ยกจอกสุราขึ้นจิบ
" แข็งแกร่งจริงๆ " เสี่ยวเอ้อพยักหน้า
" แล้วป่าใหญ่นั้น มีสิ่งใดพิเศษรึ ข้าเห็นผู้คนเข้าไปในป่ามากมาย " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย ในป่านั่นเต็มไปด้วยวาสนา ทั้งสมบัติ อาวุธ และผลึกปรานมรกต " นนท์พยักหน้า
" เหตุใดที่นี่จึงใช้ผลึกปรานมรถต " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย ผลึกปรานมรกตที่โลกมรกตหาได้ง่ายดายนัก " นนท์มองยังเสี่ยวเอ้อ
" ใยเจ้าถึงว่ามันหาได้ง่าย " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย โลกมรกตนั้นอุดมไปด้วยเหมืองผลึกปรานมรกตมากมายนับล้านล้านเหมือง " นนท์พยักหน้า
" เจ้ามีผลึกปรานมรกตให้ข้าดูรึไม่ " เสี่ยวเอ้อยื่นผลึกปรานให้นนท์ดู
นนท์เพ่งมองยังผลึกสีเขียวโปร่งแสง ภายในอุดมไปด้วยพลังชีวิตเข้มข้น แตี่ที่น่าเสียดาย พลังสวรรค์กลับมีเพียงครึ่ง
" พลังชีวิตบรุสุทธิ์มากมายยิ่ง พลังสวรรค์กลับน้อย " นนท์โยนผลึกปรานมรกตคืน
" บ้านนอกก็คือบ้านนอกเพียงแค่นี้ยังมิรู้ ยิ่งพลังชีวิติสูงก็ยิ่งแข็งแกร่ง พลังสวรรค์ที่ว่ามิเห็นจะมีอันใดดี " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" เสี่ยวเอ้อ ผู้ที่เข้าไปในป่าสิบคนจะเหลือรอดกลับมามากเพียงใด " เสี่ยวเอ้อครุ่นคิด
" คุณชาย ราวสี่คน " นนท์ตะลึง
" สี่คนเองรึ " นนท์สูดหายใจหนัก
" ที่โลกมรกต มนุษย์หยั่งรู้อักขระได้กี่ตัว " นนท์มองออกไยังแนวเขา
" คุณชาย สิบหกอักขระขอรับ " นนท์พยักหน้า
หลังจากที่ได้ข้อมูลมาพอสมควร นนท์จึงออกจากร้านสุราไปยังร้านขายสินแร่
" เจ้ามีผลึกมรกตรึไม่ " นนท์เอ่ย
" คุณชาย เรามีผลึกมรกตขั้นสูงเจ้าค่ะ " นนท์รับเอาผลึกมรกขั้นสูงมาดู
" นี่สิของดี พลังชีวิตเข้มข้นมาก ทั้งพลังสวรรค์ยังอยู่ระดับสูง " นนท์พยักหน้า
" เจ้าขายก้อนละเท่าใด " พนักงานหญิงฉีกยิ้ม
" คุณชาย ผลึกปรานมรกตขั้นสูงนี้ ทางร้านขายอยู่ที่ก้อนละหนึ่งล้านชั่งหินปรานมรกตเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า
" ข้ามิมีหินปรานมรกต ข้ามีแต่หินปรานสรรพสิ่ง เจ้าคิดเท่าใด " นนท์เอ่ยถาม
" หากเป็นหินปรานสรรพสิ่ง ก็แสนชั่งต่อก้อนเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า
" เจ้านำมาให้ข้าล้านก้อน " พนักงานหญิงเร่งไปอย่างรวดเร็ว
" คุณชาย นี่คือผลึกปรานมรกตขั้นสูงพันก้อน " นนท์รับผลึกปรานมาตรวจแล้วยื่นหินปรานให้พนักงานหญิง
" ขอบคุณคุณชาย " นนท์พยักหน้า
" แม่นาง นี่คือผลึกอันใดใยข้ามีรู้จัก " นนท์ชี้ยังผลึกรูปร่างและสีสรรแปลกตา
นนท์หยิบขึ้นมาดูพลางตกตะลึงผลึกก้อนเล็กราวกำปั้น แต่ให้พลังงานมากมายเท่ากับผลึกปรานสรรพสิ่งถึงล้านก้อน
" นี่คือแก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกตเจ้าค่ะ " นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน
" แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกตรึ " นนท์อุทานออกมา
" เหตุใดข้าจึงขัดหูขัดตาพวกบ้านนอกยิ่งนัก " คุณชายที่พบเจอทั้งที่แนวป่าและที่ร้านสุราเอ่ยขึ้น
" แม่นาง แก่นต้นกำเนิดนี่ มันเกิดขึ้นได้เช่นไร " นนท์งุนงงยิ่งนัก
" คุณชาย แก่นต้นกำเนิดนี้ เกิดจากการสะสมแสงสุริยะมรกตของอะไรสักอย่างจนมากพอ เมื่อแก่นต้นกำเนิดสะสมแสงสุริยะมรกตมากพอ ก็จะกลายเป็นเหมืองผลึกปรานมรกต " นนท์พยักหน้า
" เช่นก้อนที่ท่านถือนั้น เป็นผลึกปรานสรรพสิ่งที่สะสมแสงสุริยะมรกต ที่ให้กำเนิดเหมืองขนาดใหญ่และผลึกปรานนั้นอยู่ในขั้นสูง " นนท์พยักหน้า
" แม่นาง แก่นต้นกำเนิดนี่ใช้เวลาสะสมแสงสุริยะนานเพียงใด จึงจะให้กำเนิดเหมืองได้ " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย อย่างต่ำแสนปี " นนท์พยักหน้า
" ก้อนนี้เจ้าขายเท่าใด " นนท์เอ่ยถาม
" แก่นต้นกำเนิดก้อนนี้ทางร้านคิดราคาแสนล้านชั่งหินปรานสรรพสิ่งเจ้าค่ะ " นนท์พยักหน้า
" ข้าให้ข้า ข้าให้หินปรานมรกตสองล้านล้านชั่ง " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" แม่นางขายให้คุณชายท่านนี้เถิด " นนท์ยกยิ้มแล้วเดินจากไป
" หากแก่นต้นกำเนิดเกิดได้เองง่ายเช่นนี้ ก็มิต้องเข้าไปในป่าให้เสียเวลา " นนท์พึมพำ
" ไอ้สาระเลว " ชายหนุ่มผู้นั้นเจ็บแค้นเป็นอย่างมาก ที่นนท์นั้นทำให้ตนสูญเงินไปถึงสองล้านล้านชั่ง
" เจ้าถึงกับทำให้ข้าต้องสูญเสียเงินมากมายถึงสองล้านล้านชั่ง เจ้าจงชดใช้มาให้ข้าสามล้านล้านชั่ง " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" ข้ามิได้มีเวลาว่างมากมายนัก ที่จะเสียเวลามาเล่นกับเด็กเช่นพวกเจ้า " นนท์ผินกายเดินจากไป
" ไอ้ชั่วตาย " ชายหนุ่มฟาดฝ่ามือเข้ากลางหลังของนนท์สุดแรง
" เปรี้ยง " เสียงห้วงมิติฉีกขาด ปรานสังหารพุ่งทะยานเข้าที่กลางหลังของนนท์
" ตูม " ร่างของนนท์มิได้สั่นสะท้านแต่อย่างใด
" ไอ้หนู เจ้าหาเรื่องตายรึ " นนท์ผินกายกลับมา พบชายหนุ่มที่ยืนตัวสั่น
" พวกเจ้าดีแต่สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวของตน " นนท์กวาดตามองยังเหล่าคุณหนูทั้งหลาย
" พวกเจ้าทำอันใดกัน " เสียงชราลอยมา
" ผู้อาวุโสเป็นมันที่ปล้นเงินของข้าไป " นนท์ได้แต่ส่ายหน้า
" ไอ้หนุ่ม หากเจ้ามิอยากต้องเข้าไปใช้ชีวิตในห้องขัง จงคืนเงินให้คุณชายลี่เสีย " นนท์มองยังชายชราแล้วยกยิ้ม
" เหตุใดเจ้ามิถามข้าว่าเกิดเรื่องใดขึ้น แล้วที่ไอ้หนูนี่ฟาดฝ่ามือใส่ข้า เจ้ากลับมิถามข้าสักคำ ว่าข้าเป็นเช่นไรบ้าง " ชายชราถึงกับหน้าบึ้ง
" ไอ้หนุ่ม เจ้าเป็นเพียงผู้มาเยือน ใยเจ้ากล้าก่อเรื่อง " นนท์แสยะยิ้ม
" ข้ายังมิได้ก่อเรื่องอันใด ข้าไปที่ร้านขายสินแร่ เพื่อขอซื้อแก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกต ในราคาแสนล้านชั่งหินปรานสรรพสิ่ง แต่เป็นที่ไอ้หนูนี่มาชิงเสนอราคาสองล้านล้านชั่งหินปรานมรกต " นนท์มองยังชายหนุ่มที่ยังยืนตัวสั่น
" ข้าสู้ราคามิไหว ข้าก็ถอยออกมาก็แค่นั้น ครานี้ไอ้หนูนี่มันหาว่าข้านั้นทำให้มันสูญเสียหินปรานมากมายถึงสองล้านล้านชั่ง ทั้งมันยังให้ข้าชดใช้ให้มันสามล้านล้านชั่ง เมื่อข้ามิชดใช้ มันจึงฟาดฝ่ามือใส่ข้า " นนท์มองยังชายชรา ที่ใบหน้าเริ่มบูดเบี้ยว
" เมื่อเจ้าโผล่ออกมา มันฟ้องเจ้าว่าข้าปล้นเงินของมัน นี่คือเรื่องราวทั้งหมด เจ้าคิดว่าเช่นไร ข้าได้ก่อเรื่องรึไม่ " นนท์กวาดตามองดูเหล่าผู้คนมากมายที่รายล้อมเข้ามาดู
ชายชราสูดหายใจเข้าลึก แม้นในใจจะรับรู้ได้ว่าคุณชายลี่นั้นเป็นฝ่ายผิดก็ตาม " คุณชายลี่ ท่านช่วยเล่ารายละเอียดในส่วนของท่านให้ข้าฟังที "
" . . . " คุณชายลี่ถึงกับนิ่งเงียบมิยอมเอ่ยอันใด
" เสี่ยวลี " คุณชายลี่ถึงกับสะดุ้ง
" เจ้ามิพูดสิ่งใดบ้างเล่า " นนท์เอ่ย
" ข้า " คุณชายลี่เริ่มอับจนหนทาง
" ผู้ใด บังอาจลบหลู่ตระกูลลี่ " ชายชราผู้หนึ่งลอยมา นนท์จ้องยังร่างของชายชรา
" ราชันย์สูงสุดสมบูรณ์สิบสองอักขระ " นนท์พยักหน้า
" ผู้อาวุโสแปด เป็นมันที่ปล้นเงินของข้าไป " นนท์ส่ายหน้า
" ไอ้สาระเลว " ชายชราฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนทในทันที
" เปรี้ยง " ปรานสังหารระเบิดห้วงมิติจนกระจุยทะยานเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว
" หึ " นนท์แสยะยิ้ม ฟาดฝ่ามือสวนกลับในทันที
" เปรี้ยง " ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน โลกมรกตพลันสั่นไหว ฝ่ามือยักษ์หมื่นจั้งทะยานเข้ากดข่มสรรพชีวิต
" ครืน " แรงกดดันถาโถม เหล่าผู้คนทิ้งตัวลงทั้งกระอักเลือด เสียงร่ำร้องโหยหวนปะปนเสียงกระดูกที่แตกหัก
คุณชายลี่หวาดกลัวสุดชีวิต ปลดปล่อยของเหลวสีเหลืองกลิ่นฉุนออกจากร่าง ความกลัวตายฉายแววออกมา
" ครึก ครัก " เสียงวังวิหารพลันสั่นไหว ทั้งแตกร้าว
" หยุดมือ " เสียงร่ำร้องของผู้คนมากมาย ร้องขอให้หยุดยั้งฝ่ามือยักษ์ นนท์เพียงมองด้วยสายตาว่างเปล่า
ชายชราลำดับที่แปด แววตาตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลริน ร่ำร้องในใจ ตั้งแต่เกิดมามิเคยพบพานพลังกายที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
" สหายหนุ่ม ยั้งมือเจ้าเถิด " เสียงชราหนึ่งลอยออกมา นนท์พยักหน้า วาดมือที
" แว่บ " ฝ่ามือยักษ์หมื่นจั้งหายวับไป
" สหายหนุ่ม ข้าว่าเรื่องบาดหมางที่มีนั้น ให้มันจบสิ้นกันไปเถิด พวกเราชาวโลกมรถต ต้องขอโทษต่อเจ้า ที่เจ้าบ้านเช่นพวกเราทำการต้อนรับผู้มาเยือนได้มิดี " นนท์มองยังร่างชรา พลางพยักหน้า
" ผู้เฒ่าเห็นแก่ท่านที่เป็นผู้พิทักษ์ของโลกมรกตดอกนะ ข้าจะมิถือสาหาความ " นนท์ประสานสองมือแล้วผินกายจากไป
" ผู้พิทักษ์ใยปล่อยไอ้สาระเลวนั่นไป " ผู้อาวุโสแปดตระกูลลี่เอ่ยถาม
" เมื่อครู่เจ้าได้รับรู้พลังของมันแล้วมิใช่รึ เพียงพลังกายของมันยังสยบทุกคนทั่วโลกมรกตได้ หากข้ามิออกหน้าร้องขอ พวกเจ้ายังจะมีชัวิตมาคุยกับข้าได้รึ " ผู้อาวุโสแปดพยักหน้า
" หากเจ้ายังแค้นมัน ให้พวกเจ้าไปจัดการมันที่อื่น มิใช่ที่เมืองมรกต " ผู้อาวุโสแปดพยักหน้า
" คุณชายของข้าบอกว่ามันใช้หินปรานสรรพสิ่ง ซื้อผลึกปรานมรกตมากถึงแสนล้านชั่งหินปรานสรรพสิ่ง ท่านลองคิดดูมันมีหินปรานสรรพสิ่งมากน้อยเพียงใด ทั้งมันยังขอซื้อแก่นต้นกำเนิดในราคาแสนล้านชั่งหินปรานสรรพสิ่งอีก " ผูพิทักษ์พยักหน้าช้าๆ
" หากเป็นเช่นนี้ไอ้หนุ่มนี่ ท่าจะมั่งคั่งมิเบา เรียกสภาเข้าหารือ " ผู้พิทัษ์เร่งกลับไปยังสภา
" ครานี้ ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว "