บทที่ 78
การพักผ่อนสไตล์ท่านชายเดวิด
หลังจากนับแกะน้อยมาครึ่งค่อนคืน คิทก็รับรู้ได้ว่าจิตใจของเขาตอนนี้ยังไม่พร้อมกับสิ่งที่ทำให้ใจเต้นตึกตัก เมื่อนึกถึงอายุของตนเองที่เพิ่งจะเพิ่งเข้าวัยหนุ่มได้ไม่นาน เขาก็ตัดสินใจว่า... อีกสักห้าปีค่อยหาว่าที่เจ้าสาวก็แล้วกัน
(อืม... ว่าแต่ คนส่วนใหญ่ที่นี่... เริ่มแต่งงานมีลูกกันตอนอายุเท่าไหร่นะ... ไว้มีโอกาส... ต้องถาม..สัก..หน่อย...)
ท้ายที่สุดเจ้าหนุ่มน้อยที่ฟุ้งซ่านก็หลับไปแล้ว ทว่าเวลาที่เหลือในค่ำคืนนี้ช่างมีน้อยนิดนัก...
.
.
.
“ท่านชาย... ให้ข้าเลื่อนงานของวันนี้ออกไปก่อนดีไหมขอรับ?” มาร์ตินผู้เริ่มคุ้นเคยกับเจ้านายของตนเองแล้ว ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นใบหน้าอิดโรยของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก
“ฮ้าว...” คิทอ้าปากกว้างเพื่อหาวจนฟันเรียงสวยพร้อมเขี้ยวเล็กเผยออกมาให้เห็น ท่านชายคนเก่งยังคงรู้สึกสะลึมสะลือ แต่สาวใช้ที่มีภาระดูแลประจำวันก็เริ่มเข้ามาเช็ดหน้าล้างมือล้างเท้าอย่างอ่อนโยนแล้ว ผมที่เริ่มยาวเกินบ่าและยุ่งเหยิงจากการนอนกำลังถูกสางด้วยหวีไม้อย่างพิถีพิถัน
“วันนี้ข้ามีงานเยอะไหมนะ อืม...” แม้จะถามถึงงานแต่คิทกลับนึกในใจว่าเขารู้สึกขี้เกียจเหลือเกิน เดือนนี้เขาได้พักเพียงวันเดียวเท่านั้น ซึ่งตนเองก็ใช้มันไปกับการประดาบกับน้องชายตัวป่วนไปเรียบร้อย แถมยังแวะเวียนไปเตรียมโกโก้อีก... เฃารู้สึกว่ามันไม่ใช่วันหยุดสักเท่าไหร่
“วันนี้ท่านชายมีแผนตรวจโรงงานสบู่หอม กับเยี่ยมชมผลผลิตไร่กาแฟกับโกโก้ที่ดูแลโดยเกษตรกรกลุ่มใหม่ขอรับ อ้อ... นายช่างฮิวยังเจอปัญหาการใช้งานสิ่งที่เรียกว่า ‘สปริง’ ในจดหมายระบุว่ามันแตกหักในเวลาเพียงสามเดือนหลังเริ่มใช้ จึงอยากขอความเห็นบางอย่าง”
นี่เป็นตารางงานของเด็กวัย 15 จริง ๆ หรือ เฮ้อ...
ใส่ใจตนเองบ้างก็ได้...
เขากำลังนึกถึงคำกล่าวของท่านมิ้วส์ทั้งสอง บางทีเขาควรจะระบุวันพักผ่อนทุกสองสัปดาห์ หรือทุกรอบการทำงาน 13 วัน เขาจะต้องหยุดพักในวันที่ 14... มันเป็นความคิดที่ไม่เลว และควรจะนำไปปรับใช้กับการทำงานในเมืองด้วยกระมัง ผู้คนจะได้ไม่เหนื่อยล้าจากการหักโหมมากนัก
“อืม... ถ้านัดไว้แล้วก็คงจะเลื่อนไม่ได้ล่ะนะ แต่วันนี้ข้าขอพักงานบางส่วนแล้วกันนะครับ บอกฝ่ายคัดแยกเอกสารว่าข้าจะรับแค่จดหมายด่วน แล้วก็... เตรียมรถม้าได้เลยครับ ภาระวันนี้จะได้เสร็จเร็วหน่อย”
“ได้ขอรับ ถ้าอย่างไรก่อนออกเดินทางก็ทานของบำรุงเยอะหน่อยนะขอรับ ข้าจะแจ้งพ่อครัวเอาไว้”
คิทพยักหน้ารับคำเพราะสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของทุกคน...
ภารกิจของวันนี้ก็เสร็จสิ้นตั้งแต่เที่ยง โรงสบู่ดำเนินการได้สะอาดสะอ้านและเป็นระบบตามที่คาดไว้ ไร่โกโก้และกาแฟก็มีเกษตรกรที่แวะเวียนมาดูแลตลอดเวลา ผลผลิตในฤดูกาลสุดท้ายของปีคงมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า เป็นข่าวดีที่ตอบรับกับความนิยมของคนในเมืองซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นได้มากทีเดียว
ทว่า... ปัญหาของนายช่างฮิวที่ตอนนี้รับภาระเป็นผู้จัดการและศึกษาเหมืองแร่แห่งแบล็ควู้ดไปในตัว กลับแก้ไขได้ค่อนข้างยาก คิทไม่มีความรู้เกี่ยวกับโลหะมากนัก แต่เหมือนจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นผ่านตาในสารคดีบนโลกเก่า กระดิ่งน้อยจึงถูกสั่นอีกครั้งเพื่อรื้อฟื้นความจำ
นายช่างทุกคนก็ได้รับพลังของมันไปด้วยจนเริ่มทบทวนกระบวนการผลิตของตนเองเพื่อปรับปรุงแก้ไขในอนาคต
“ลองปรับเตาหลอมให้อุณหภูมิสูงขึ้น แล้วต่อท่อลมเป่าเหล็กหลอมครั้งที่สองระหว่างที่มันยังเหลวอยู่ในเตาเผาดีไหมครับ ข้าคิดว่าเนื้อโลหะอาจจะไม่บริสุทธิ์พอจนทำให้ความยืดหยุ่นของสปริงลดลง ข้าอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ลองดูก่อนแล้วกันนะครับ”
"ทำให้มันบริสุทธิ์ขึ้นเหรอครับ..." ฮิวเหมือนได้รับความรู้แบบใหม่ แถมพลังบางส่วนที่องค์อัมบาร์คให้ไว้ก็เริ่มถ่ายทอดบางอย่างลงมา เขาเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่กระบวนการหลอมเหล็กช่วงแรกคงต้องหาวัตถุดิบบางอย่างมาใส่เพื่อร่วมการถลุงและช่วยแยกสิ่งเจือปนออกอีกเยอะทีเดียว
“ไว้ข้าจะออกแบบการทดลองดูก่อนแล้วกันครับ ระหว่างนี้จะออกข่าวให้ผู้ใช้รถม้าทั้งหมดเข้าตรวจสอบและเปลี่ยนสปริงทุกสองเดือนไปก่อน คงจะสร้างความอุ่นใจขึ้น”
คิทยกนิ้วให้เพื่อชื่นชมความสามารถรับมือปัญหาล่วงหน้าของนายช่างใหญ่ จากนั้นภารกิจหลักของวันก็เสร็จสิ้นก่อนเที่ยง คงต้องขอบคุณเส้นทางใหม่ซึ่งเคลื่อนที่สะดวก พร้อมกับม้าเร็วลากรถม้าซึ่งฉับไวกว่าเดิมมาก... แม้จะให้ความรู้สึกหวาดเสียวไปหน่อย
ท้องที่เริ่มหิวส่งเสียงให้ตนเองได้ยินแล้ว แต่เขายังไม่อยากกลับคฤหาสน์เพื่อไปหมกตัวอยู่ในห้องทำงานเหมือนเดิม เมื่อก้มตัวลงใช้พลังแห่งปฐพีเพื่อฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้ครู่หนึ่ง ท่านชายคนเก่งก็แจ้งเป้าหมายต่อไปให้กับกลุ่มผู้อารักขาได้ทราบ
“ไปส่งข้าใกล้ ๆ ประตูเมืองเรดวู้ดหน่อย เอาที่ลับตาคนนะครับ”
“ได้ขอรับ” แม้จะสงสัยว่านายน้อยต้องการจะทำอะไร แต่หัวหน้านายทหารคนใหม่ที่ได้รับหน้าที่ต่อจากเอ็ดเวิร์ดและอีวาน ก็ทำงานตามคำสั่งได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อมาถึงที่หมาย นายน้อยของเขาก็ลงจากรถม้าอย่างรวดเร็ว
“แยกย้ายได้เลยครับ ข้าจะสำรวจเมืองพร้อมพักผ่อนด้วยตัวเองเสียหน่อย”
“แต่ว่า... ความปลอดภัยของท่าน... ไม่ได้หรอกขอรับ ข้าต้องตามอารักขาด้วย”
“เอาน่า ข้าปลอมตัวได้นะ ดูนี่...” คิทเร่งพลังมานาขึ้นชั่วขณะจนดวงตาสว่างวาบ แต่ว่าหลังจากนั้น สีผม สีตา และโครงหน้าบางส่วนก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นคนละคน
“ฮี่ ๆ เจ๋งใช่ไหมเล่า ข้าได้เป็นรางวัลจากเทพีมิ้วส์เชียวนา”
เทพีคนสวยทั้งสองไม่ได้แนะนำเขาเพียงอย่างเดียวแต่ยังช่วยเสนอแนวทางพักผ่อนที่แสนจะตื่นเต้นพร้อมถ่ายทอดวิชาแปลงโฉมที่ตรวจจับได้ยากยิ่งอีกด้วย นอกจากใบหน้าแล้ว เครื่องแต่งกายทุกอย่างบนร่างกายก็เปลี่ยนสภาพไปตามที่ต้องการได้เช่นกัน น่าเสียดายที่มันเป็นเพียงภาพลวงตาขั้นสูง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสสารอย่างถาวรแต่อย่างใด
“ทีนี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว ว่าข้าเป็นใคร พอถึงบ้านแล้วข้าจะเปลี่ยนร่างกลับเป็นเหมือนเดิมเอง... พี่ ๆ ไม่ต้องห่วงหรอก”
“โธ่ นายน้อยขอรับ พวกข้าเป็นห่วงจริง ๆ นะขอรับ”
“เงินข้าก็เตรียมมาพร้อม เลิกกังวลได้แล้ว คิดว่าข้าอ่อนแอหรืออย่างไรหือ?” คิทยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์จนอีกฝ่ายรู้สึกขนลุก “กลับไปบอกมาร์ตินด้วยแล้วกัน วันนี้ข้าอยากกินไก่ย่างเกลือหนังกรอบ ๆ บอกพ่อครัวให้เตรียมไว้เป็นมื้อเย็นด้วยนะครับ”
“เฮ้อ...” ทหารอารักขารู้สึกจนใจ ความสามารถในการเถียงกับเจ้านายของพวกเขาช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียเหลือเกิน พอนึกได้ว่าเมืองแห่งนี้มีพวกพ้องรักษาความสงบอยู่เยอะแยะ พวกเขาก็พอจะทำใจได้เล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับคำของนายน้อยด้วยท่าทีห่อเหี่ยว
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าซื้อของอร่อยไปฝาก ฮะ ๆ ๆ ไปละนะ...” คิทเริ่มลัดเลาะออกจากที่จอดรถม้าแล้ว รูปร่างภายนอกของเขาทำให้ปะปนกับฝูงชนในเมืองได้อย่างรวดเร็ว
ในที่สุด... ก็มีเวลาเที่ยวชมผลงานจากไอเดียของตัวเองเสียที วันนี้เป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่ทำให้เขารู้สึกสนุกและตื่นเต้นเหมือนเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขาจึงรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
โครก... เสียงท้องร้องทำให้เขารู้สึกอายเล็กน้อย
แต่เมื่อนึกได้ว่าไม่มีใครรู้จักตนเองท่านชายคนเก่งก็ตัดสินใจเดินเล่นอย่างรวดเร็วไปถึงโซนค้าขายทางตอนเหนือของเมือง ที่นี่มีร้านอาหารเปิดขึ้นหลายร้านแล้ว มีทั้งร้านขนมปังอบหอมอร่อย ร้านขายเนื้อย่าง และร้านมันเผา แถมยังมีทั้งร้านขายเครื่องดื่ม และขนมหวานอีกด้วย
วิถีชีวิตของผู้คนไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด ไม่น่าเชื่อว่าผู้มีหัวการค้าจะริเริ่มตั้งร้านที่มีที่นั่งสำหรับดื่มกินพร้อมกับบริการเสิร์ฟอาหารอย่างรวดเร็ว มีการนำอาหารหลายอย่างมาลองมิ๊กซ์แอนแมทช์จนน่ากิน คิทกำลังเห็นแซนด์วิชไส้แฮมและผักที่มีเนื้อชิ้นโตทีเดียว ยังคงมีอาหารชุบแป้งทอด ร้านขายนมและผลไม้ รวมไปถึงร้านสุราที่เหมือนจะทำการค้าร่วมกันกับร้านอาหารในโซนทั้งหมด
น่าจะเป็นเพราะพวกเขาเกิดไอเดียระหว่างได้ชมและรับพรจากการถวายอาหารให้ทวยเทพทุกเดือนกระมัง การเปลี่ยนแปลงที่เห็นด้วยตาของตนเองครั้งนี้ทำให้คิทยิ้มกว้าง แต่เมื่อท้องร้องขึ้นอีกครั้ง เขาก็รีบเดินไปเข้าคิวยาวเพื่อซื้อแซนด์วิชแฮมย่างชิ้นโต
ร้านนี้มีการขายอย่างรวดเร็วเหมือนธุรกิจฟาสท์ฟูดบนโลกเก่า ทำให้คนสัญจรค่อนข้างนิยมมาก ราคาของอาหารคู่ขนมปังหลายอย่างก็ค่อนข้างเหมาะสม และนับว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับรายรับที่เพิ่มขึ้นของคนในเมือง
“ไงสุดหล่อ รับอะไรดีจ๊ะ” คุณป้าร่างท้วมทักทายอย่างเป็นกันเอง
“ขอขนมปังแฮมชิ้นโต ๆ แบบพิเศษเลย... ช่วยใส่ผักกับแนะนำซอสให้ข้าด้วยนะครับคุณป้าคนสวย”
“แหม ปากหวานจริง จัดให้เลยจ้า สักครู่นะ” ดูจากท่าทางที่เชี่ยวชาญแล้ว เธอคงขายได้วันละหลายร้อยชิ้นจนสามารถทำงานได้อย่างประณีตและรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจ แซนด์วิชชิ้นใหญ่พิเศษ ราคาเพียงสองเหรียญเงินก็ถูกยื่นมาให้ ในนั้นราดซอสเนยกระเทียม และครีมรสหวานอมเปรี้ยวเอาไว้ กลิ่นแฮมชิ้นโตที่เพิ่งผ่านการย่างร้อน ๆ กับผิวขนมปังที่ยังกรอบทำให้คิทพอใจกับอาหารมื้อนี้มาก
“นี่ครับป้า” คิทวางเหรียญเงินไว้ให้ห้าเหรียญ แล้วเดินจากไปแล้ว เขาพอใจกับราคานี้เพราะเนื้อชิ้นโตที่ถูกปรุงมานานจนกว่ามันจะกลายสภาพเป็นแฮม แถมยังมีต้นทุนจากขนมปังอีก ในความคิทของท่านชายที่กำลังกัดกินอาหารในมืออย่างมูมมามจึงรู้สึกว่าเขาต้องจ่ายในราคาที่เหมาะสม
คงเป็นผลกระทบจากคำสอนของท่านฮันเดลกระมัง
หลังนั่งพักข้างทางจนจัดการขนมปังกับผักราดซอสอร่อยจนหมด ท้องที่ยังหิวเล็กน้อยก็ทำให้เขาต้องออกเดินสำรวจตลาดอีกหน่อย สุดท้ายก็ได้เนื้อย่างเกลือเสียบไม้พร้อมขนมหวานล้างปากมาจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจนั่งที่ร้านขายเครื่องดื่ม
หนุ่มน้อยผมสีน้ำตาลเข้มท่าทางธรรมดา สั่งพนักงานรับออเดอร์อย่างรวดเร็ว นมแพะรสโกโก้ที่หวานหอมจึงถูกนำมาเสิร์ฟในเวลาไม่นานนัก หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย เขาก็นั่งจิบนมและกินของว่าง สายตามองผู้คนที่สัญจรไปมาในช่วงเที่ยงอย่างสุขใจ
นี่แหละ... คือการพักผ่อนในแบบของเขา เรียบง่าย แต่ได้ผลชะงัดนัก
…..
“นี่... เจ้าคิดว่าลอร์ดเดวิดเป็นคนเช่นไร?” เสียงสดใสของคู่หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นแม่ค้าจากต่างเมืองดังขึ้น พวกเธอน่าจะมากับคณะค้าขายที่เดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่ทีเดียว เสียงพูดคุยจากโต๊ะไม้ที่ถูกนำมาต่อกันจนยาวจึงได้ยินกันอย่างทั่วถึง
“เห็นชาวบ้านบอกว่า เป็นผู้ใจดีมีเมตตาและ เอิ่ม... บ้างานมากทีเดียวครับ”
“ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพวกคลั่งศาสนาหรอกรึ เห็นว่ามีพิธีกรรมยิ่งใหญ่ทุกเดือนเชียวนะ” เสียงกระซิบนี้ไม่อาจเล็ดลอดหูที่มีประสาทสัมผัสดีของอีกฝ่ายไปได้
เป็นบทสนทนาที่น่าสนใจ สงสัยเขาต้องสั่งนมเพิ่มอีกสักแก้ว
เพื่อเป็นข้ออ้างให้นั่งเล่นและแอบฟังได้นานขึ้นสักหน่อย