แค้นนี้ต้องชำระ... ไอ้กระรอกตัวแสบ!

    บทที่ 39: ใครกินใคร? (ครึ่งแรก)

    เมื่อเห็นว่าเจ้าจ้อยรับคำอย่างว่าง่ายท่านท้าวกุเวรก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “แม่นางจันทรา เห็นหรือไม่? องครักษ์ของเจ้ารู้ความยิ่งนักรีบเข้าไปในงานเถิด อย่าให้ผู้ใหญ่ต้องรอนานเลย”

    นายหญิงจันทรามองสบตาพังพอนม่วงที่น้ำลายสอสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มที่แฝงรังสีอำมหิตของท้าวกุเวรสัญชาตญาณของนางร้องเตือนอย่างรุนแรงว่า ‘มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล’ นางจึงยืนกรานนิ่งเฉยไม่ยอมขยับเท้าก้าวผ่านประตูไปแม้แต่ก้าวเดียว

    ท้าวกุเวรเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นความอดทนเริ่มเหือดหายเขาปรายตามองไปที่พังพอนม่วงมหากาฬแล้วส่งสัญญาณทางสายตาเพียงแวบเดียว...เจ้าสัตว์ทิพย์ที่รับใช้มานานย่อมรู้ใจนาย มันพยักหน้าหงึก!แล้วในเสี้ยววินาทีที่ไม่มีใครตั้งตัว ร่างอ้วนท้วนของมันก็โค้งงอประหนึ่งคันศรก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!

    "ฟุ่บ!"

    มันอ้าปากกว้างงับเข้าที่หูยาวและหางฟูของเจ้าจ้อยอย่างแม่นยำ!

    “เฮ้ยยยย!เอ๊ะ! อ๊ากกกก!” เจ้าจ้อยยังไม่ทันได้แหกปากโวยวายให้จบประโยคร่างของเขาก็ถูกลากหายวับเข้าไปในย่ามสีม่วงของท้าวกุเวรราวกับถูกหลุมดำดูดกลืน!ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก... เร็วเสียจนนายหญิงจันทรากะพริบตาไม่ทันกว่านางจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ปากย่ามก็ถูกปิดสนิทลงเสียแล้ว!

    “ท่านขุนพล!ท่านทำบ้าอะไรลงไป?!”

    เสียงตวาดนั้นดังก้องกังวาน!วินาทีนี้ นายหญิงจันทราผู้อ่อนหวานและมักจะยอมคนเสมอได้สลัดความหวาดกลัวทิ้งไปจนสิ้น! คิ้วเรียวงามของนางขมวดเข้าหากันใบหน้าที่เคยนุ่มนวลบัดนี้เย็นเยียบประหนึ่งน้ำแข็งขั้วโลก นางก้าวอาดๆเข้าไปประจันหน้ากับท้าวกุเวรอย่างไม่เกรงกลัวนัยน์ตาสุกใสจ้องเขม็งประสานสายตากับมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ!

    ท้าวกุเวรเองก็ถึงกับผงะไปเล็กน้อยเขาไม่นึกเลยว่านางฟ้าชั้นผู้น้อยที่ดูบอบบางไร้ทางสู้จะมีขัตติยมานะที่แข็งแกร่งและแววตาดุดันได้ถึงเพียงนี้!เขาแอบพิจารณานายหญิงตรงหน้าอย่างละเอียด แล้วก็ต้องลอบอุทานในใจ ‘ช่างเป็นนางฟ้าที่งดงามเหนือคำบรรยายจริงๆทั้งรูปโฉมและกิริยาล้วนไร้ที่ติ งดงามประดุจงานจำหลักชิ้นเอกของสรวงสวรรค์นางฟ้าที่งามพร้อมทั้งกายและใจเยี่ยงนี้ หายากยิ่งนัก...’

    แต่ความงามก็ส่วนความงาม...ท้าวกุเวรตระหนักดีว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเขาคืออะไร!พังพอนม่วงมหากาฬของเขาต้องการเลือดและเนื้อของเจ้าจ้อยเพื่อทะลวงระดับพลังที่ติดขัดมานาน!เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว... นางฟ้าตรงหน้าก็แค่เทพธิดาไร้ยศถาต่อให้เขาแย่งชิงมาดื้อๆ แล้วปล่อยให้สัตว์เลี้ยงกินเข้าไปนางฟ้าองค์นี้จะกล้าทำอะไรเขาได้?

    เขาแค่นเสียงเย็นชากอดอกเชิดหน้าขึ้น “แม่นางจันทรา...เจ้าพังพอนของข้ามันคงเห็นว่ากระรอกของเจ้าหน้าตาจิ้มลิ้มถูกใจ เลยพาเข้าไป‘หยอกเล่น’ ในย่ามก็เท่านั้น มันเป็นเรื่องของสัตว์เลี้ยง เจ้าที่เป็นนาย...ไม่ควรเข้าไปแส่ให้เสียอารมณ์หรอกนะ”

    “โอ๊ยยยยยยย!”ยังไม่ทันสิ้นคำแก้ตัวอันสวยหรูเสียงโหยหวนปานจะขาดใจก็ดังทะลุออกมาจากย่ามสีม่วง!

    “ช่วยด้วยยยย!ฆาตกรรม! มียักษ์สั่งสัตว์หน้าขนมาฆ่ากระรอกโว้ยยย! อ๊ากกก! เจ็บๆๆๆ ... โอ๊ยยยยตายแน่ไอ้จ้อย!”

    เสียงร้องแหกปากโวยวายของเจ้าจ้อยทำเอานายหญิงจันทราสติขาดผึง!นางถลันตัวพุ่งเข้าไปหมายจะกระชากย่ามออกจากเอวของท้าวกุเวรให้ได้!ทหารสวรรค์นับสิบนายพุ่งพรวดเข้ามา หอกยาวเล่มเขื่องถูกตวัดขวางหน้ากั้นกลางไว้ทันที!

    นายหญิงจันทราไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวนางเชิดหน้าขึ้น ตวาดกลับด้วยเสียงที่ทรงพลัง “หลีกไป! ท้าวกุเวร!ดิฉันขอบอกท่านไว้ตรงนี้เลยนะ... หากจ้อยมีรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียวดิฉันจะเอาหัวพุ่งชนเสาประตูสวรรค์ทิศใต้นี้ให้ตายตกไปตามกันตรงนี้แหละ!ดิฉันจะใช้เลือดของดิฉันประจานความโฉดชั่วของท่านให้ทั่วทั้งปางสวรรค์ได้รับรู้!และอย่าลืมนะว่าดิฉันคือนางรำในงานสโมสรเทวสมาคม หากดิฉันไม่ได้เข้าไปรำถวาย...องค์เหนือหัวจะต้องส่งคนมาไต่สวนแน่ว่าเกิดอะไรขึ้นที่หน้าประตูนี้!!!”

    ท้าวกุเวรหน้าเสียสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาได้แต่สบถในใจ‘ไอ้พังพอนเวร! ปกติเวลาให้กินใครแกเคี้ยวกร้วมเดียวก็ลงคอแล้วไม่ใช่เรอะ! วันนี้แกมัวลีลาอมกระรอกเล่นหาอะไรอยู่?!รีบๆ กินให้มันจบๆ ไปสิวะ!’

    ....

    ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งนาทีก่อนหน้านี้...ณ ภายในย่ามม่วงมหากาฬ

    ย่ามใบนี้แท้จริงแล้วภายในซุกซ่อน‘มิติพิศวง’ เอาไว้! ทันทีที่ถูกลากเข้ามาเจ้าพังพอนม่วงก็เหวี่ยงร่างของเจ้าจ้อยลงกระแทกพื้นอย่างแรงก่อนจะกระโจนเข้ามากดทับร่างกระรอกน้อยเอาไว้ด้วยเท้าหน้าอันหนักอึ้งมันแสยะยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวคม แล้วส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย “คิกๆๆ... เสร็จข้าล่ะไอ้อ้วน!”

    เจ้าจ้อยที่ถูกกดจนพุงติดพื้นสัมผัสได้ถึงลมหายใจเหม็นสาบที่เป่ารดต้นคอ ความคิดหนึ่งแล่นแวบเข้ามาในหัวเขารีบแหกปากตะโกนลั่น!

    “เฮ้ยๆๆ!ใจเย็นนะพี่มืด! อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ! ข้าจะบอกอะไรให้นะ... แกเป็นพังพอนข้าเป็นกระรอก! ถึงแม้จะสืบสายพันธุ์กลับไปได้ร้อยรุ่นพวกเราอาจจะมีบรรพบุรุษตัวเดียวกันแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความรักข้ามสายพันธุ์ของเราจะเป็นไปได้นะโว้ย!เราไม่มีอนาคตร่วมกันหรอก ปล่อยข้าไปเถอะ!”

    เจ้าพังพอนม่วงที่กำลังอ้าปากเตรียมจะเขมือบหัวจ้อยถึงกับชะงักกึก! กรามแทบค้าง! เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นบนขมับของมันมันเหลือบไปมองบั้นท้ายกลมฟูของเจ้ากระรอก แล้วจู่ๆความคลื่นไส้ก็ตีตื้นขึ้นมาจนแทบจะอ้วก รสชาติความอยากอาหารหดหายไปในพริบตา!

    มันตวาดกลับด้วยความขยะแขยงสุดขีด “หุบปากเน่าๆ ของแกเดี๋ยวนี้นะ!ข้าไม่ได้พิศวาสสัตว์หน้าขนโว้ย! ข้าไม่ได้ชอบกระรอก!”

    “อ้าว!ถ้าแกไม่ได้พิศวาสข้า แล้วแกจะจับข้าเข้าห้องลับสลัวๆ แบบนี้ทำไมฮะ?!” เจ้าจ้อยเถียงกลับคอเป็นเอ็น

    “ข้า-จะ-กิน-แก!”เจ้าพังพอนม่วงเน้นย้ำทีละคำด้วยดวงตาแดงก่ำ พุ่งเป้าหมายไปที่คอของเจ้าจ้อย!

    เมื่อได้ยินคำนี้สติอันน้อยนิดของเจ้าจ้อยก็ตื่นรู้เต็มที่!ไอ้เจ้านายกับสัตว์เลี้ยงคู่นี้มันไม่มีศีลธรรมอะไรทั้งนั้น!พวกมันตั้งใจจะเอาเขามาทำอาหารว่างชัดๆ! งานนี้... ไม่ใครก็ใครต้องตายกันไปข้างนึง!

    คล้ายกับเรื่องแค้นนี้ต้องชำระ... ไอ้กระรอกตัวแสบ! ที่คุณอ่าน