อู่ฉีรู้สึกประทับใจกับคำพูดสุดท้ายของหวังเซิ่ง ใช่นี่คือโลกที่ไร้เหตุผล สัตว์ประหลาดเหล่านั้นไม่ทำตามกฏแบคทีเรียกลายพันธุ์แพร่กระจายไปหมด สภาพอากาศผิดปกติ ในยุคนี้ มนุษย์บอบบางมากต่อให้พยายามเอาชีวิตรอดสุดความสามารถ คุณก็จะตายหากโชคร้าย
“องค์กรทหารรับจ้างที่กลุ่มทหารรับจ้างปืนดำเราอยู่ชื่อองค์กรซีเรียสซีเรียสมีขนาดใหญ่พอสมควร มันถือเป็นองค์กรทหารรับจ้างขนาดกลางกลุ่มทหารรับจ้างเราอยู่ในองค์กรมาตั้งแต่ตอนมันเพิ่งก่อตั้งใหม่ๆ”เมื่อพูดเช่นนี้หวังเซิ่งก็อดคิดถึงรถหุ้มเกราะที่ถูกทำลายกับพวกพ้องที่ตกตายไม่ได้
รถหุ้มเกราะและพวกพ้องถือเป็นสิ่งล้ำค่า บางคนมีค่าอย่างประเมินไม่ได้ต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์ผ่านการสู้รบแม้หวังเซิ่งจะขายไวรัสของยักษ์จอมทำลายได้ราคาดีที่160000หยวนเขาก็ไม่สามารถนำพวกพ้องที่สู้ร่วมกันกลับคืนมาได้
หวังเซิ่งไม่ใช่คนที่จะจมอยู่กับความเสียใจนานเขาส่ายหัวและปิดผนึกอารมณ์แย่ๆเหล่านี้ไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ เขาหัวเราะพูดกับอู่ฉี”แล้วพิจารณาเรื่องการเข้าร่วมกับเราหรือยัง?ด้วยพลังของนายกลุ่มทหารรับจ้างปืนดำเราจะต้องเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งแน่”
“อย่างที่นายเห็น ทีมเรามีตำแหน่งสำคัญทั้งหมด หน่วยจู่โจม ทหารแพทย์และมือซุ่มยิง พวกเขาล้วนเป็นหัวกะทิ โดยเฉพาะเกาหยวนครั้งนี้เขาจะกลับไปเสริมการประสานอย่างแม่นยำระดับ1ให้แข็งแกร่งขึ้นเกาหยวนคือคนที่แม้แต่กลุ่มทหารรับจ้างระดับสามและสี่ยังต้องการตัว”
เกาหยวนคือคนที่ฝังลึกในความทรงจำของอู่ฉีสุดสิ่งที่แข็งแกร่งสุดของเขาไม่ใช่ความแม่นยำแต่เป็นการยิงในเวลาที่เหมาะเจาะและความสงบภายใต้ภัยคุกคามของสายพันธุ์แพร่ระบาดระดับสอง ดังนั้นอู่ฉีจึงยอมรับพลังของเกาหยวนและไม่ปฏิเสธคำชมของหวังเซิ่งที่มีต่อเกาหยวน
เมื่อเห็นอู่ฉีไม่ตอบกลับทันที หวังเซิ่งก็ลอบสบถในใจว่า’เด็กนี่ฉลาดไม่เบา’จากนั้นก็สุมไฟลงไปอีก”นายไม่ต้องกังวลมากนัก ไม่ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของนายหลังเข้าฐานG011 ฉันจะพานายไปทำความคุ้นเคยกับสถานที่และพานายไปลงทะเบียนทหารรับจ้างหลังนายกลายเป็นทหารรับจ้างเต็มตัว นายจะสามารถลุยเดี่ยวหรือเลือกมาเข้าร่วมกับเราก็ได้นอกจากนี้ยังมีเรื่องรางวัลสำหรับภารกิจสำรวจครั้งก่อน ไวรัสของสายพันธุ์แพร่ระบาดระดับสองตัวนั้นขายได้ถึง160,000หยวน ถ้าไม่มีนายเราอาจตายไปแล้วด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการหาเงิน ดังนั้นเราจะแบ่งให้นาย55% แน่นอนนี่ไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจเข้าร่วม มันคือสิ่งที่นายสมควรได้รับ”
หวังเซิ่งคิดกับตัวเอง’ฉันบอกใบ้ไปหมดแล้ว อู่ฉีต่อให้นายจะไม่เข้าใจโลกมนุษย์ นายก็ควรเข้าใจสิ่งที่ฉันสื่อ’
ขณะขับรถ เขาก็ลอบมองหน้าอู่ฉี รอให้อู่ฉีเปิดปาก
อู่ฉีไม่ใช่คนโง่ เขารู้สึกถึงความเมตตาที่มากเกินไปในคำพูดของหวังเซิ่งเขาขดมุมปากเล็กน้อยและยิ้ม รอยยิ้มทำให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเขาดูน่ามองขึ้น ลมที่พัดเข้ามาจากหน้าต่างรถทำให้ผมดำเขาสะบัดเข้ากันกับดวงตาดำคู่งามที่เปล่งแสงลี้ลับ
ในความเป็นจริง คำตอบว่าจะเข้าร่วมหรือไม่อยู่ในหัวของอู่ฉีมานานแล้วและหวังเซิ่งก็ไม่ต้องพูดอะไรมากขนาดนี้
“ผมมีเงื่อนไขเดียว หาตัวคนๆหนึ่งให้ผม”
“ได้มันง่ายมาก!”หวังเซิ่งตอบกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับเขาเฝ้ารอคำพูดนี้มานานแล้ว
หยางตงเฉินผู้นั่งอยู่เบาะหลังเกือบหลุดหัวเราะเขารู้จักหวังเซิ่งมานานหลายปี
การต่อสู้ร่วมกันมาทำให้เขารู้จักนิสัยหวังเซิ่งดีหวังเซิ่งเป็นคนที่มั่นใจตัวเองสูง หยิ่งและเย็นชาเล็กน้อยแต่เขาก็ยังเป็นคนมีจิตใจละเอียดอ่อนคนที่ทำให้หวังเซิ่งกังวลได้ขนาดนี้นับได้ด้วยมือข้างเดียวไม่เพียงอู่ฉีจะได้รับการประเมินอย่างสูงในใจของหวังเซิ่งแต่หวังเซิ่งยังชื่นชมเขามาก
บรรยากาศในรถดีขึ้นมาก เต็มไปด้วยความสุขหวังเซิ่งและอู่ฉีเริ่มคุยกันถึงฐานG011 จากอาวุธ อุปกรณ์ไปจนถึงการผายลมของหญิงสาวที่โรงแรมม่านรูดเขาพูดถึงทุกอย่าง บางครั้งหยางตงเฉินจะร่วมวงด้วยสุดท้ายฉีเยวี่ยที่หลับในกระเป๋าก็ตื่นขึ้น กระโดดไปมาอย่างร่าเริงระหว่างอ้อมแขนของอู่ฉีกับเบาะหลัง
ถนนยาวไกลของพื้นที่อ้างว้างมาถึงจุดสิ้นสุดโดยไม่มีใครรู้กำแพงเหล็กสีเทาเข้มสูง40เมตรปรากฏจากปลายขอบฟ้า ค่อยๆขยายใหญ่ในสายตาทุกคน
กำแพงนั้นยิ่งใหญ่มาก ยืนหยัดค้ำภายใต้ท้องฟ้าสีเทา ยาวสุดลูกตาทั้งสองฝั่งบนกำแพงเรียบ มีเสายาวนูนออกมาด้านนอกทุกๆ25เมตรมีป้อมปืนใหญ่ติดอยู่ที่ความสูง20เมตรกับ30เมตรรวมถึงด้านบนสุดของกำแพง ด้านล่างกำแพงเมืองคือประตูเหล็กสูงห้าเมตรกว้างสี่เมตร มีภาพที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ มันคือภาพด้านข้างของผู้ชายคนหนึ่งด้านล่างมีดาบ ปืนและปีกขนนกคู่หนึ่ง ขนนกทุกเส้นบนปีกถูกแกะสลักอย่างประณีตทำให้ปีกดูเหมือนรังที่เก็บดาบกับปืนไว้
เค้าโครงหน้าของชายบนภาพนี้มีจมูกสูงโด่ง เบ้าตาลึก โหนกแก้มสูงและมีผมหยิก ภาพวาดนี้ไม่ใช่บุคคลสุ่มๆ แต่เป็นคนจริงๆมันคือนักออกแบบและวิศวกรหลักที่เสนอให้มีการสร้างฐานเพื่อต่อสู้กับพวกสัตว์กลายพันธุ์และสายพันธุ์แพร่ระบาดจาง ยู่ยู่ ทุกวันนี้ จางยู่ยู่ยังมีชีวิต เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชั้นนำ’ซินจิง’ศูนย์กลางของดินแดนมนุษย์ เขาคือ’หนึ่งในห้าคณะกรรมการผู้บุกเบิกสูงสุด’แห่ง’ศาลสูงสุด’ของมวลมนุษยชาติ
ประตูตอนนี้กำลังยกเปิดอยู่ ทหารสองนายจากฐานยืนอารักขาตรงประตูรับผิดชอบการตรวจสอบ พวกเขาเป็นคนหนุ่มและชายวัยกลางคน สวมชุดยามมาตรฐานสีน้ำเงินเสื้อผ้าพวกเขาแข็งตรง ซึ่งเป็นเครื่องแบบทั่วไปในยุคอารยธรรมบนหน้าอกซ้ายของชุดเครื่องแบบมีภาพปีกสองปีก ปีกยังมีดาบ ปืนและป้อมปืนใหญ่บนนั้นนอกจากความจริงที่ไม่มีหน้ามนุษย์ พวกมันเหมือนกับสัญลักษณ์ของฐานมีเส้นสีขาวตรงบนแขนเสื้อและกางเกงขายาว พวกเขาสวมหมวกป้องกันมาตรฐานสีเทาดำรองเท้าบู้ต และแบกปืนไรเฟิลจู่โจมไว้บนหลัง