ตอนที่ 41 ผู้พิฆาตโจรราคะ
ด้วยอากัปกิริยาของพี่ใหญ่หวงนั้นทำให้หยางไคอดที่จะกระอักกระอ่วนใจเป็นมิได้ แต่ยิ่งกระอักกระอ่วนใจไปมากยิ่งกว่าคือ ในขณะที่เด็กหนุ่มจะหากาน้ำชาเพื่อรินน้ำชาใส่ถ้วย กลับเห็นสตรีทั้งหลายต่างก็รีบหาถ้วยน้ำชามาตั้งไว้ที่โต๊ะพร้อมรินให้ คล้ายกำลังเอาอกเอาใจอะไรปานนั้น ? เด็กหนุ่มได้แต่พยักหน้าเป็นเชิงขอบใจ จากนั้นใช้พัดหยกตวัดถ้วยน้ำชาปลิวออกไป 3 ใบติด ๆ กัน!! เฟี้ยววว เฟี้ยววว เฟี้ยววว... เมื่อสถานการณ์กลายเป็น 3 ต่อ 1 ลูกสมุนทั้งสองนั้นก็เริ่มตึงมือขึ้นทั้งยังป้องปัดปลายกระบี่อันหนักหน่วงรุนแรงจากหยางรุ่นชิงจนไม่อาจระมัดระวังการโจมตีจากระยะไกลได้ ครั้นถูกลอบโจมตีระไกลจากหยางไค จึงถูกน้ำชาลวกใบหน้าทั้งคู่ แล้วหลังจากนั้นย่อมถูกพี่ใหญ่หวงส่งไปจิบน้ำชาที่ยมโลกต่อโดยมิได้สมัครใจส่วนหัวหน้าโจรโจรผู้นั้นยังโยกศีรษะหลบถ้วยน้ำชานั้นไปได้ จึงเหลือรอดชีวิตอยู่เพียงผู้เดียวหัวหน้าโจรคนนี้ มีว่าฉายา ‘จ้าวราคะ’ มักมาฉุดคราสตรีไปทำมิดีมิร้ายจนเป็นนิสัย พอเบื่อหน่ายสตรีคนไหนจึงค่อยยกให้ลูกสมุนอีกที แล้ววันนี้แฝงตัวเข้ามาหวังฉุดเอาสตรีไปบำเรอกามชุดใหญ่ ทั้งยังต้องการทรัพย์สินติดไม้ติดมือไปด้วย จนทราบว่าถังเล่อถงผู้เป็นคุณชายน้อยของถังอี้ซวนข้าหลวงใหญ่ในคลังมาใช้บริการในวันนี้ด้วย จึงวาดฝันว่านี่จะเป็นการปล้นชิงครั้งสุดท้ายในชีวิตแล้ว..แต่กลับต้องมาอุปสรรคซึ่งมาจากแขกไม่รับเชิญแค่เพียงสองคน พอบัดนี้จวนตัวเข้าเสียแล้ว ‘จ้าวราคะ’ จึงถอยฉากออกจากรัศมีกระบี่สังหารของหยางรุ่นชิงไปข้างหลัง จากนั้นก้าวขึ้นบันไดเพื่อคร่ากุมเอาคุณชายถังเอาไว้เป็นตัวประกัน พร้อมประกาศว่า“อย่าได้เข้ามา หาไม่แล้ว…” พูดยังไม่จบประโยคด้วยซ้ำถ้วยชาที่ถูกส่งออกมาด้วยพลังวัตรของหยางไคจำนวน 5 ใบ ก็บรรลุมาถึงในทันที!!..เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว ..อ้ากกก!!!อ้ากกก ... “ร้อน! ช่วยข้าด้วย!” แต่ไม่เพียงมีเสียงของมหาโจรปล้นสวาทเท่านั้น ก็ยังมีเสียงร้องโหยหวนของคุณชายถังซึ่งถูกลูกหลงไปด้วยเช่นกัน อาจจะเพราะเกิดจากระยะที่ห่างไกลจนเกินไปก็เป็นได้ ? แต่สำหรับระยะกระบี่ของหยางรุ่นชิงซึ่งเป็นการโจมตีประชิดนั้น ย่อมไม่อาจคลาดเคลื่อนแม้เพียงหุนเดียว (3.175 มิลลิเมตร) จึงสามารถสร้างรูที่ลำคอของจ้าวราคะได้อย่างแม่นยำ ทั้งโลหิตที่ทะลักล้นออกมาจากซอกคอก็ไหลอาบทั่วร่างคุณชายถัง ก็ยังเป็นการช่วยลดทอนความร้อนลวกจากน้ำชาที่ราดรดไปได้ในที่สุด ครั้นตั้งสติได้แล้วถังเล่อถง จึงรีบเข้ามาขอบคุณจอมยุทธใหญ่ที่ได้ช่วยชีวิตตน ทั้งอาสาจะเรียกเจ้าหน้าที่กรมเมืองมาเพื่อยืนยันตัวตนของอาชญากรเหล่านี้ เพื่อตั้งค่าหัวนำจับ แต่หยางรุ่นชิงปฏิเสธไปว่า“ข้าพเจ้ากับน้องชายจำต้องรีบกลับไปท่องหนังสือคงไม่สะดวกรอคอยจนถึงเช้าได้ดอก ขอฝากให้ท่านขึ้นเงินรางวัลจำนวน 200 ก้วน ให้กับพวกเราด้วย” กล่าวเพียงเท่านั้น ทั้งคู่ก็ทำทีจะกลับออกไป แต่ถังเล่อถงเมื่อได้ฟังเช่นนั้น จึงทักท้วงไปว่า“แต่ที่เมืองหนานกิงไม่อาจให้ผู้อื่นกระทำการขึ้นเงินแทนได้ ช่างน่าเสียดายนัก” หยางไคได้ฟังเช่นนั้นจึงเสนอว่า“หากเป็นเช่นนั้นแล้ว คุณชายถังก็รับบทเป็นผู้สังหารมหาโจรราคะเหล่านี้เองได้หรือไม่เล่า พวกเราทั้งสองมิได้ต้องการผลงานใด ๆ ดอก เพียงหวังรางวัลเท่านั้นเอง~” คุณชายถัง ครั้นได้ยินข้อเสนอเช่นนั้นก็กล่าวไปอย่างตะกุกตะกักทันทีว่า“ดะ.. ได้ จริงเหรอ ?” หากเขาได้ชื่อว่าเป็นผู้ลงมือสังหารอาชญากรเหล่านี้ด้วยตนเองแล้ว ย่อมจะนำว่าซึ่งเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูล รวมทั้งชื่อเสียงของเหล่าอาจารย์ซึ่งเคยอบรมสั่งสอนเขาอีกด้วย จึงไม่ลังเลที่จะรีบรับบททันทีว่า“หากเป็นเช่นนั้น ด้วยพระคุณที่พวกท่านได้ช่วยชีวิต ข้าพเจ้าจะสำรองจ่ายให้ก่อนหนึ่งเท่าตัว!!” จากนั้นจึงระดมทุนทั้งธนบัตรเงินทองที่ได้นำติดตัวมา และหยิบยืมเถ้าแก่เจ้าของโรงน้ำชาส่วนหนึ่งจนมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 400 ก้วน ซึ่งเถ้าแก่ผู้นี้ก็ติดหนี้ชีวิตคนทั้งคู่ ทั้งยังมีชนักติดหลังซึ่งเคยขายคุณชายถังด้วยการมอบลูกกุญแจห้องให้โจรย่อมเกิดความเกรงกลัวอาญาแผ่นดินอยู่บ้าง รวมทั้งสาว ๆ ในโรงน้ำชาต่างก็ให้ความร่วมมือด้วยดี ค่ำคืนอันวุ่นวายจึงจบลงไปในลักษณะนี้ พอรุ่งเช้าด้วยสภาพผู้พิชิตที่มีร่องรอยการต่อสู้จนเกิดแผลพุพองเป็นอันมาก ครั้นหนังหลุดลอกออกไปก็มีสีสันสะดุดตาอย่างที่สุด‘ถังเล่อถง’ จึงถูกชาวเมืองหนานจิงตั้งสมญานามขึ้นใหม่ให้ว่า "คุณชายด่าง ผู้พิฆาตโจรราคะ"