หลังจากทานอาหารเช้าที่ท่านผู้นำและนายหญิงเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วก็ร่ำลาท่านผู้นำหมู่บ้าน นายหญิง และชาวบ้านที่ออกมาส่งกองทัพขององค์ชายสามที่หน้าหมู่บ้านของพวกเขา
“ธนูนี้ข้าขอมอบให้พระชายาพะย่ะค่ะ”ท่านผู้นำหมู่บ้านนำธนูและลูกดอกมามอบให้หญิงสาวเพราะเมื่อคืนลูกชายมาบอกว่าพระชายาหลิงทรงยิงธนูแม่นมากเหมือนจับวางเลยทีเดียวตอนที่แข่งขันกับองค์ชายหนุ่มเมื่อวานนี้
“ขอบใจมากท่านผู้นำ ข้าจะรักษามันเป็อย่างดี สวยมาก”หญิงสาวรับมาถือไว้และกล่าวขอบใจท่านผู้นำ
“เดินทางปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงและปราบฏให้ได้โดยเร็ววันนะพ่ะย่ะค่ะ”ท่านผู้นำหันมาบอกกล่าวกับองค์ชาย
“ขอบใจท่านมากที่ให้ที่พำนักแก่ข้าและกองทัพ ขอให้นายหญิงของท่านหายป่วยกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว พวกข้าขอลา”องค์ชายกล่าวตอบ
หลังจากที่ทุกคนเข้าไปในหมู่บ้านเรียบร้อยแล้วและองค์ชายกำลังจะเดินไปขึ้นม้าที่ขันทีฟังกงเตรียมไว้ให้
“ทำไมองค์ชายอย่างท่านถึงไม่นั่งเกวียนล่ะ”ผู้กองสาวถามด้วยความอยากรู้เพราะในซีรี่ย์จีนโบราณที่เธอเคยดูองค์ชาย องค์หญิงก็นั่งเกวียนกันทั้งนั้น
“ข้าไม่ชอบ มันช้าและไม่สะดวกต่อการเดินทาง”องค์ชายหันมาตอบ
“อ่อ แบบนี้นี่เอง”ผู้กองสาวตอบและพยักหน้าเข้าใจที่องค์ชายตอบและคิดในใจ ก็จริงนะนั่งเกวียนช้ากว่าขี่ม้าแน่นอน เห็นด้วย แต่แอบคิดว่าหน้าขาวปากแดงแบบนี้นึกว่าจะสำอางค์เสียอีก บู๊เก่งเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าๆๆ
และทั้งหมดก็เริ่มออกเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ค่ำไหนก็นอนค้างแรมที่นั่นเวลาผ่านไปสามวันสามคืน จนกระทั่งกองกำลังเดินผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ก็เห็นว่าข้างหน้ามีหมู่บ้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก
“เดี๋ยวข้าจะเข้าไปเจรจาขอพักค้างแรมเองพะย่ะค่ะ”ขันทีฟังรีบเสนอตัวและเดินออกไปจากกองทัพพร้อมทหารสี่นาย
เมื่อเดินเข้ามาในหมู่บ้านก็สอบถามชาวบ้านถึงเรือนของท่านผู้นำหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านเห็นว่าเป็ทหารขององค์จักรพรรดิจึงพาไปหาท่านผู้นำของตนที่เรือน
“ท่านผู้นำฉิว มีทหารมาขอพบขอรับ”ชาวบ้านส่งเสียงเรียกท่านผู้นำหมู่บ้านของตนเอง
“ข้าอยู่นี่ เ้าพาใครมาเหรอกงชุน”ท่านผู้นำถามลูกบ้าน
“ข้า ขันทีฟังกง ทหารรับใช้ขององค์ชายสามพระโอรสในองค์จักรพรรดิตันโจลิ่วมีราชโองการให้มาปราบฏที่รุกรานดินแดนทางทิศเหนือ เมื่อเดินทางผ่านมาที่หมู่บ้านของท่านจะขอพักค้างแรมสักหนึ่งคืนได้หรือไม่”ขันทีฟังกงกล่าว
“ได้สิขอรับ เดี๋ยวข้าจะรีบสั่งลูกบ้านให้จัดการที่พักและอาหารให้นะขอรับ”ผู้นำฉิวรีบบอกกล่าว
“ขอบใจท่านมาก ข้าขอนำข่าวดีที่ได้ไปแจ้งแก่องค์ชายสามที่รออยู่หน้าหมู่บ้านก่อน”ขันทีฟังกงบอกขอบใจท่านผู้นำหมู่บ้าน
“เชิญท่านตามสบาย กงชุนเ้าพาชาวบ้านไปจัดเรือนที่พักให้แก่องค์ชายและเตรียมอาหารการกินให้พร้อม”ท่านผู้นำสั่งลูกบ้าน“ขอรับท่านผู้นำฉิว”กงชุนรับคำและเดินออกไปเพื่อเรียกชาวบ้านที่เหลือไปช่วยกันจัดเตรียมที่พักและอาหาร
“ท่านผู้นำฉิวไม่มีปัญหาที่จะให้กองทัพของเราค้างแรมในคืนนี้พะย่ะค่ะ”ขันทีฟังกงนำข่าวดีมาแจ้งแก่องค์ชายสามและกองทัพ
“ถือว่าเป็ข่าวดี พวกเราไปกัน”องค์ชายกล่าวและควบม้านำกองกำลังเข้าไปในหมู่บ้านและลงจากหลังม้าเดินเข้าไปหาท่านผู้นำฉิวที่ยืนรออยู่
“ขอบใจท่านมากที่ให้ที่พำนักแก่ข้าและกองทัพของข้าในค่ำคืนนี้”องค์ชายกล่าว
“ไม่เป็ไรเลยพะย่ะค่ะ ข้าและชาวบานปี่กงกงเต็มใจเป็อย่างยิ่ง ขอเชิญองค์ชายและทุกคนไปพักที่เรือนก่อนเถิด กงชุนเ้าพาองค์ชายและทุกคนไปพักผ่อนก่อน”ท่านผู้นำฉิวกล่าว
“ขอรับ ตามข้ามาทางนี้ขอรับ”กงชุนบอกกับองค์ชายและทุกคนให้เดินตามเขาเข้าไปยังเรือนที่พักที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
“หากขาดเหลืออะไรให้แจ้งข้าได้เลยนะขอรับ”กงชุนบอกกล่าว
“ขอบใจท่านมาก เท่านี้ก็เพียงพอแล้วไม่ขอรบกวนอะไรเพิ่มอีก”องค์ชายกล่าว
“ขอรับ งั้นข้าขอตัวก่อน”กงชุนเอ่ยขอตัวและเดินลงเรือนไป
“นี่ข้าต้องนอนที่เรือนเดียวกับท่านอีกแล้วเหรอ ขอเรือนแยกได้ไหม”ผู้กองสาวบ่นขึ้นมาหลังจากที่รู้ว่าตัวเองต้องพักเรือนเดียวกับองค์ชายหนุ่ม
“ที่นี่มีห้องพักแยกกันอยู่เ้าจะกลัวอะไร ไม่ได้นอนห้องเดียวกันเสียหน่อย รีบเข้าไปพักห้องเ้าเสียเถิด”องค์ชายกล่าว
“เชิญท่านพักไปเถอะ ข้าขอตัวก่อน ไปล่ะ”ผู้กองสาวบอกและเดินลงเรือนไป
“เดี๋ยว! เ้า! แม่นางหลิง! จะไปไหน! หยุดนะ! ทำไมเ้าดื้อและซนขนาดนี้นะ นี่หรือคนที่์ส่งมาช่วยข้าปราบฏ ข้าว่าส่งมาป่วนข้ามากกว่า”องค์ชายสามส่งเสียงเรียกหญิงสาวที่เดินลงเรือนไปแต่เธอก็หาได้สนใจจะฟังจึงบ่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิดใจ
เมื่อเดินลงมาจากเรือนก็เดินไปตามทางของหมู่บ้านเยี่ยมชมบ้านเรือนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินมาถึงท้ายหมู่บ้านที่ดูจะเป็ป่ารกทึบจึงคิดจะหันหลังกลับไปทางเดิมที่เดินมาเพราะกลัวหลงแต่บังเอิญได้ยินเสียงชายหญิงคุยกันดูมีลับลมคมในจึงรีบบี่ยงตัวหลบหลังพุ่มไม้เพื่อแอบฟังตามสัญชาตญานตำรวจกองปราบ
“พี่คิดจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ ข้าไม่เห็นด้วยนัก”คนที่ดูเหมือนจะเป็น้องชายพูดขึ้น
“ตอนนี้คนในหมู่บ้านมีน้อย นายหญิงก็ไปเยี่ยมญาติต่างถิ่นถ้าเราไม่รีบชิงลงมือตอนนี้ เ้าคิดว่าเราจะยังมีโอกาสอยู่อีกไหมล่ะ”คนเป็พี่สาวตอบอย่างไม่พอใจ
“แต่ตอนนี้มีแขกมาพักที่หมู่บ้าน มันคงไม่สะดวกที่เราจะลงมือมากนัก”น้องชายเตือน
“แต่ข้าไม่มีเวลาแล้ว ตอนนี้เ้าก็รู้ว่าเราต้องรีบกลับไปหาท่านแม่ เราจะปล่อยให้ท่านแม่ที่กำลังป่วยอยู่คนเดียวนานๆได้อย่างไรกัน แล้วอีกอย่างคนเยอะแบบนี้จะได้ไม่มีใครสงสัยเรา”พี่สาวแย้งและคิดจะโยนความผิดให้แขกผู้มาเยือน
“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ”น้องชายถาม
“ข้ามียาพิษที่เตรียมติดตัวมา ข้าจะนำมันใส่ลงไปในอาหารของท่านผู้นำฉิว วันนี้ข้าต้องช่วยหญิงสาวชาวบ้านคนอื่นทำอาหารในครัวอยู่แล้ว เ้าอยู่เฉยๆเถอะ ปล่อยให้พี่จัดการเื่นี้เองจะดีกว่า”คนเป็พี่สาวบอกน้องชายและชูซองยาพิษเล็กๆที่เตรียมมาให้เขาดู
“งั้นจะให้ข้าช่วยอะไรก็บอกนะ”น้องชายบอก
“อืม งั้นเราแยกย้ายกันก่อนเถอะ หายมานานเดี๋ยวจะมีคนสงสัยเอาได้”คนเป็พี่สาวบอกและเดินนำออกไปก่อน เมื่อเห็นพี่สาวเดินออกไปพักหนึ่งแล้วน้องชายจึงเดินตามออกไปบ้าง
เมื่อสองพี่น้องเดินออกไปกันหมดแล้วผู้กองสาวจึงค่อยๆ คลานออกมาจากพุ่มไม้ที่ใช้เป็ที่แอบฟังทั้งสองคนคุยกัน
“เอาแล้วไง มาถึงก็มีเื่ให้จัดการเลยฉัน จะช่วยผู้นำฉิวได้ยังไงนะ คิดสิคิด โอ้ย ก้ามปู แก อืม จะต้องหาหลักฐานที่จะมัดตัวสาวคนเมื่อกี้และน้องชายให้ได้ โธ่ ปืนก็ไม่มี อีกอย่างจะใช้อะไรตรวจยาพิษในอาหารวะเนี่ย นี่ถ้ามีโทรศัพท์หรือกล้องติดมานะง่ายเลย แม่จะบันทึกวิดิโอซะเลย แต่ไม่มีอะไรเลยนี่สิตอนนี้ โอ้ย คิดไม่ออก เป็ตำรวจสมัยนี้ยากจริงๆ เลยแฮะ”ผู้กองสาวบ่นกับตัวเองและเดินออกมาจากป่าท้ายหมู่บ้านกลับไปวางแผนจับผู้ร้ายต่อที่เรือนของตนเอง