สังหารฟางเหิง
ช่วงเวลาเดียวกันที่พวกฟางเฉินหลบซ่อนอยู่ ทางด้านเหล่าเซียนที่อยู่ในอีกที่หนึ่งของเส้นทางวิญญาณตอนนี้พวกเขาเองก็กำลังต่อสู้กับกลุ่มของลัทธิเทพอสูรอย่างหนัก อัจฉริยะของนิกายพฤกษาครามที่เข้ามา 10 คนตอนนี้เหลือไม่ถึง 5 คนด้วยซ้ำสามารถกล่าวได้ว่าลัทธิเทพอสูรได้เตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งอุปกรณ์สำหรับค้นหาตำแหน่งและอุปกรณ์สังหารกลุ่มลัทธิเทพอสูรแทบไม่สนใจมรดกในเส้นทางวิญญาณพวกนั้นเอาแต่ออกตามล่าอัจฉริยะจากขุมอำนาจต่าง ๆเพียงอย่างเดียวแต่ว่ามีเพียงคนสองคนที่ลัทธิเทพอสูรไม่กล้าไปตอแยด้วย คนหนึ่งคือหญิงสาวจากนิกายเทพธิดา หญิงสาวคนนี้นั่งอยู่บนยอดเขาด้วยสีหน้าสบายใจ และรอบ ๆพื้นที่ของนางมีค่ายกลมิติถูกติดตั้งเอาไว้ ใครก็ตามที่เข้าไปใกล้ก็จะถูกดูดเข้าไปในกระแสวังวนมิติอันมืดมิดทันที ดังนั้นเรียกได้ว่าคนของนิกายเทพธิดานั้นปลอดภัยที่สุดและอีกคนคือหญิงสาวชุดดำที่ทำให้ผืนป่ากลายเป็นพื้นที่เยือกแข็งทั้งหมด ซึ่งกลุ่มคนลัทธิเทพอสูรเลือกที่จะต่อสู้กับทั้งสองคนนี้ตรง ๆเวลาได้ผ่านไป ในตอนนี้เองแสงสีทองก็เริ่มสาดส่องลงมาจากท้องฟ้าซึ่งมันคือสัญญาณบ่งบอกว่าทุ้งหญ้าแห่งการสังหารเริ่มขึ้นแล้ว กลุ่มของฟางเฉินยืนจับมือกันและยินยอมให้ลำแสงเหล่านั้นพาตัวไปยังทุ้งหญ้าแห่งการสังหารทันทีพริบตาเมื่อพวกฟางเฉินลืมตาขึ้นพวกฟางเฉินก็พบว่าตอนนี้พวกตนเองกำลังอยู่ในทุ้งหญ้าที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง ที่แห่งนี้ไม่มีต้นไม้อยู่เลยมีแต่ก้อนหินขนาดใหญ่ที่เกือบจะเทียบเท่าภูเขาอยู่บางแห่งเท่านั้น“สมกับเป็นทุ้งหญ้าแห่งการสังหาร ตามพื้นมีล่องลอยการต่อสู้และกระดูกของคนที่ตกตายไปนานแล้วอยู่” ฟางเฉินกล่าวและมองไปยังเศษกระดูกที่อยู่บนพื้น“หืม มีคนกำลังมา” ในตอนนั้นเองถังเจี่ยก็เตรียมพร้อมต่อสู้ทันที“ฮ่า ฮ่า ข้าไม่คิดเลยว่าจะมาเจอพวกเจ้าอีกครั้ง ตอนนี้แหละที่พวกเจ้าจะต้องถูกข้าฆ่าอย่างแน่นอน” ฟางเหิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชากลุ่มของฟางเหิง หลี่เฉิง เหวินไคและเจี่ยหนิงก็เคลื่อนใหวตรงมายังกลุ่มของพวกฟางเฉิน ทั้ง 4 คนต่างก็ทะลวงเข้าสู่ระดับครึ่งเซียนขั้นสูงกันหมดแล้ว“คิดจะฆ่าข้างั้นเหรอ” ฟางเฉินยิ้มออกมา ตอนนี้ฟางเฉินไม่เห็นฟางเหิงอยู่ในสายตาอีกต่อไป“ตายไปให้หมด” หลี่เฉิงเองก็คำรามครั้งนี้เหวินไคและเจี่ยหนิงเองก็ลงมือโจมตีพวกฟางเฉินเช่นกันเห็นได้ชัดว่าทั้งสองตกลงร่วมมือกับพวกฟางเหิงแล้ว“ไอ้พวกน่ารำคาญพวกเจ้าต้องเจอข้า” ถังเจี่ยกระโดดไปตรงหน้าเหวินไคและทุบค้อนลงไป“ตูม!!!!!!!!!!!!”เหวินไคหลบได้อย่างฉิวเฉียดและแสดงสีหน้าตกตะลึง ซึ่งพวกเย่เซียนเองก็ลงมือเช่นเดียวกัน พกวฟางเฉินที่พึ่งมาถึงทุ้งหญ้าแห่งการสังหารได้ไม่นานก็พบกับการต่อสู้แล้วนี่แสดงให้เห็นว่าผู้สร้างเส้นทางวิญญาณนั้นได้ออกแบบมาให้อัจฉริยะเข่นฆ่ากันในเส้นทางวิญญาณแห่งนี้“ฟางเหิงได้เวลาที่พวกเจ้าพ่อลูกต้องชดใช้สิ่งที่ทำไว้กับข้าแล้ว” ฟางเฉินคำรามพร้อมกับระเบิดพลังสูงสุดออกมา หลายปีมานี้ฟางเฉินได้ฝึกฝนทักษะมหาดาบอาชูร่าขั้นที่สองสำเร็จแล้ว“ฮ่า ฮ่า ฟางเฉินพวกเจ้าสองพ่อลูกไม่เจียมตัวเองที่ไปหาเรื่องตระกูลเสวี่ยจนทำให้ตระกูลเสวี่ยต้องโกรธดังนั้นพวกเราเลยต้องเขี่ยพวกเจ้าสองพ่อลูกที่นำหายนะมาสู่ตระกูลทิ้งไปยังไงละ” ฟางเหิงคำรามออกมา“ตาย!!!!!!!” ฟางเฉินฟาดฟันดาบออกไปปะทะกับกระบี่ของฟางเหิง“ตูม!!!!!!!!” พละกำลังของฟางเฉินในตอนนี้แข็งแกร่งอย่างมากเพราฟางเฉินได้ใช้เลือดของอสูรระดับ 7 มังกรปฐพีในการทะลวงขั้นกายามังกรขั้นที่ 7 ได้สำเร็จ“อะไรกัน!!!!!!!!!!!!” ฟางเหิงตื่นตระหนกกับพละกำลังของฟางเฉินและแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“วันนี้ข้าจะสังหารเจ้าลงและต่อไปก็คือบิดาของเจ้า น้องชายของเจ้า และครอบครัวของเจ้าทั้งหมด” ฟางเฉินระเบิดพลัง อาภรณ์อาชูร่าปลดปล่อยจิตสังหารอันรุนแรงออกมาและในพริบตานั้นเองดาบในมือของฟางเฉินก็มีจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกมา“ทักษะที่สองของมหาดาบอาชูร่า อาชูร่าพิโรธ” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“บัดซบคิดว่าข้าจะยอมมาตายตรงนี้งั้นเหรอ ยันต์คุ้มภัยทำงาน” ฟางเหิงฉีกยันในมือทิ้งและกระตุ้นมันทำงานยันต์คุ้มภัยนั้นสามารช่วยเคลื่อนย้ายร่างของผู้ใช้ออกไปแบบสุ่มซึ่งฟางเหิงคิดจะใช้ยันต์แผ่นนี้หลบหนีนั่นเอง เพียงแต่ว่าในตอนนั้นเองใบหน้าของฟางเหิงก็ต้องซีดลงเพราะยันต์คุ้มภัยกลับไม่ทำงาน“ดูเหมือนทุ้งหญ้าแห่งการสังหารจะไม่อนุญาติให้เจ้าหลบหนีนะ” ดาบของฟางเฉินเข้ามาใกล้ฟางเหิงอย่างรวดเร็ว“ม่ายยยยยยยยยยยยย” ฟางเหิงกรีดร้องอกมาด้วยความกลัว“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!” อาชูร่าพิโรธเป็นการโจมตีที่รุนแรงอย่างมากแต่มันแลกมาด้วยพลังปราณครึ่งหนึ่งของฟางเฉินเลยทีเดียว“เป็นไปไม่ได้ฟางเหิงตายแล้วงั้นเหรอ” หลี่เฉิงแสดงสีหน้าตื่นตระหนก“ต่อไปก็ตาพวกเจ้าแล้ว” เย่เซียนปลดปล่อยปราณกระบี่อันน่าสะพรึ่งกลัวออกมา ถึงแม้เย่เซียนจะมีร่างเซียนเพียงร่างเดียวและฝึกฝนเพียงอย่างเดียวแต่เพราะแบบนั้นสายกระบี่ของนางจึงรุดหน้าอย่างรวดเร็วและลึกซึ่งอย่างมากคมกระบี่ของเย่เซียนนั้นทั้งรวดเร็วและเด็ดขาด ทุการฟาดฟันกระบี่ออกไปหมายถึงหลี่เฉิงต้องได้รับบาดเจ็บ เสริมด้วยจิตวิญญาณกระบี่ระดับศักดิ์สิทธิ์ของเย่เซียนทำให้ปราณกระบี่ของนางยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน“บัดซบ ใครจะคิดว่าพวกมันจะแข็งแกร่งรวดเร็วขนาดนี้” เจี่ยหนิงกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัวและต้องการจะหลบหนี“ในเมื่อเจ้าโจมตีพวกข้าแล้วเจ้าก็อย่ได้หวังว่าจะหนีได้” อู่เย่หลานนำลูกศรที่ฟางเฉินสร้างขึ้นออกมาและยิงออกไปทันที ลูกศรกลายเป็นมังกรน้ำแข็งและเข้าปะทะกับเจี่ยหนิงทันที“อย่าฆ่าข้า ข้าเป็นหลานชายของประมุขตระกูลเหวิน ถ้าพวกเจ้าทำอะไรข้าตระกูลเหวินจะ อ๊ากกกกกกกกกกกกก” เหวินไคกำลังข่มขู่ถังเจี่ยแต่ก็ถูกถังเจี่ยสังหารอย่างไร้ความปราณี“เท่านี้ก็เสร็จไป 1 เรื่องแต่ว่าการล้างแค้นของข้ามันพึ่งจเริ่มต้นเท่านั้น” ฟางเฉินกล่าวจิตสังหารอันรุนแรงของฟางเฉินยังคงไม่สงบ“ฟางเฉินเจ้าอย่าได้ให้จิตสังหารของทักษะมหาดาบอาชูร่าเข้าครอบงำเด็ดขาดไม่งั้นเจ้าจะกลายเป็นอสูรที่เอาแต่เข่นฆ่าไม่เลือกหน้า” ความโลภกล่าว“ข้ารู้” ฟางเฉินถอนหายใจและสลายจิตสังหารของตัวเอง ตอนนี้พวกฟางเฉินต้องระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้นเพราะตอนนี้เหล่าระดับเซียนเองก็อยู่ในทุ้งหญ้าแห่งการสังหารแล้วเช่นกัน เสวี่ยหนิงที่ยืนอยู่ใกลๆไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ก็เริ่มเตรียมแผนการหลบหนีแต่ทันทีที่นางคิดแบบนั้นตราประทับเปลวเพลิงก็เริ่มทำงานทันที