……
ดูจากท่าทางของไรเทนต์ในเวลานี้นั้น..ทำไมถึงดูไม่ค่อยจะแปลกใจเลยนะ.. หลังจากที่กัสต้าได้รายงานบอกถึงความน่าสงสัยของตระกูลไวท์ไปให้แก่เขาฟัง อย่างกับว่าไรเทนต์นั้น!! เหมือนกับว่าเขาจะรู้ตัวอยู่ร่วงหน้าไปอยู่แล้ว..
……
ณ ที่คฤหาสน์ไวท์
หลังจากที่อาร์มมิ่งไวท์ได้ออกเดินทางไปยังที่งานเลี้ยงของกัสต้าที่ได้เชื้อเชิญอาร์มมิ่งไวท์ให้ไป ทางด้านคฤหาสน์ไวท์ก็กลับเข้าสู่ภวังค์และความเงียบสงบ โดยที่ตัวของพ่อบ้านเฮวส์นั้นก็ไม่ได้สนใจในตัวของวิศณีตุลย์สักเท่าไหร่กันนัก แถมในเวลานี้ตุลย์ก็อยู่แต่ในห้องของเธอโดยตลอด เพราะว่าเธอกำลังศึกษาข้อมูลจากในหนังสือที่เธอได้นำ มาอ่านอยู่อย่างตั้งใจ
เนื่องจากภาษาของหนังสือที่ใช้มันเป็ภาษาถิ่นดั้งเดิมของคนในดินแดนแห่งนี้ จึงเป็เื่ที่ยากอยู่เหมือนกันสำหรับตุลย์ กว่าเธอจะเริ่มเข้าใจและอ่านได้จบไปในแต่ละเล่ม จึงใช้เวลานานพอดู ( เกือบจะสิบวัน )
และในตอนนี้.. เธอก็ได้อ่านจนจบและครบไปสามเล่มแล้ว
“ อ่า.. จบเสียที!! นี่ขนาดเป็หนังสือเกี่ยวกับแผนที่และความรู้โดยทั่วๆไปแล้วนะ มันยังใช้เวลานานซะขนาดนี้เลย เสียเวลาไปมากๆจริงๆ ” วิศณีตุลย์อยู่คนเดียว เธอจึงพูดคนเดียวโดยใช้ภาษาเดิมของเธออย่างไม่ต้องสนใจใคร
“ งั้นคราวนี้เรามาลองใช้กันดูดีกว่า!! ” วิศณีตุลย์พูดกับตัวของเธอเอง
ว่าเสร็จวิศณีตุลย์ก็จับไปที่จี้ที่ห้อยอยู่ที่คอของเธออย่างระมัดระวัง และพยายามนึกถึงวันที่อาเทนติยูสได้เข้ามาหาเธอและพูดคุยกับเธอในวันนั้น
‘ เดี๋ยวก่อนนะ!! วันนั้นอาเทนบอกกับเราว่ายังไงกันบ้างนะ อืม.. เขาก็ได้ไปสืบมาแล้วเหมือนกันว่าพวกเด็กๆที่มาช่วยเรานั้นอยู่กันที่ไหน.. อ้อ.. รู้สึกว่าจะเป็บ่อนของกัสต้า และอาร์มมิ่งยังบอกกับเราได้ตรงกับอาเทนไปอีกด้วยนี่นา.. ว่าบ่อนของกัสต้าที่อยู่ที่ตรงสามแยก แล้วเราจะสามารถไปได้ไหมนะ ? แต่ยังไงๆเราก็ต้องลองดูก่อนล่ะ!! ’
วิศณีตุลย์กำจี้ห้อยคอของเธอเอาไว้ในมืออย่างแน่วแน่!! และเธอก็ตั้งใจและนึกถึงชื่อของสถานที่ที่จะไปว่าชื่อบ่อนคาสิโนแถวๆตรงสามแยก และเธอก็เอ่ยวาจา
“ อาเทนติยูส ”
สิ้นเสียงของวิศณีตุลย์พลัน..ก็ได้เกิดกลุ่มหมอกและควันจางๆที่ออกมาจากจี้ห้อยคอของเธอที่ตัวของเธอได้กำเอาไว้ในมือ หมอกนี้มีสีขาวหม่นๆและมีลักษณะเย็นๆคล้ายๆกับไอเย็นของพัดลมไอน้ำ แต่มันไม่ได้มีละ อองน้ำแต่อย่างใด ควันจางๆได้เข้ามาห่อหุ้มร่างกายของเธออย่างนุ่มนวล จนวิศณีตุลย์รู้สึกได้ถึงความเย็นที่ซาบซ่านจนเสียวไปถึงสันหลังของเธอเลยทีเดียว!!..
แต่แค่เพียงเสี้ยววินาทีเพียงเท่านั้น!!.. พลันทุกสิ่งก็ได้หายลับไปพร้อมๆกับร่างของวิศณีตุลย์ที่หายไปพร้อมกับกลุ่มควันที่ห่อหุ้มร่างกายของเธอเอาไว้ในตอนแรก..
…….
“ ฟึ่บ!!!!! ” เสียงเหมือนกับเท้ากระทบกับพื้นดินแบบเบาๆ
เสียงผู้คนที่คราคร่ำ และเสียงเด็กร้อง และเสียงอื้ออึงต่าง ๆเหมือนกับตลาดแตก!! จึงทำให้วิศณีตุลย์นั้นทั้งใและลืมตาขึ้น เธอจึงพบว่าตัวของเธอนั้นอยู่ในซอกตึกแห่งหนึ่งที่เล็กและแคบ แต่ว่าอยู่ใกล้ๆกันกับตลาดแห่งหนึ่งที่มีผู้คนพลุกพล่าน จึงทำให้วิศณีตุลย์เริ่มใว่าในตอนนี้เธอได้มาอยู่ ณ ที่แห่งไหนกัน ?
‘ อ่าว!!.. ที่นี่!? มันที่ไหนกันล่ะเนี่ย!? โอ้ย!!.. ฉันใช้คำสั่งผิดไปอย่างนั้นเหรอ ? ฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย!? งั้นต้องกลับไปที่เก่าก่อนดีไหม ? ’
ดีว่าที่ที่เธอมามันอยู่ในซอกตึก จึงยังไม่มีผู้คนได้มาพบเจอกับเธอ เพราะวิศณีตุลย์นั้นเธอได้ลืมจัดการตัวเอง ก่อนที่จะออกมาข้างนอกด้วยซ้ำ เธอจึงตัดสินใจลองกลับไปที่คฤหาสน์ไวท์ก่อน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมและเรียบร้อย
“ ต้องพูดชื่อสถานที่รึเปล่าหว่า ? เพราะเมื่อกี๊เราแค่นึกถึงสถานที่นี่นาเอ่ยแต่คาถาชื่อของอาเทนเอง อาจจะผิดไปหน่อย ” วิศณีตุลย์บ่นพึมพำเป็ภาษาเดิมของเธอ
คราวนี้เธอกำจี้ห้อยคอของเธอใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วเอ่ยวาจาออกมา
“ จงพาฉานกลับปายที่คะรึหาดไวท์ด้วย อาเทนติยูส ( จงพาฉันกลับไปที่คฤหาสน์ไวท์ด้วย อาเทนติยูส ) ” กล่าวเสร็จก็เช่นเดิม ควันสีขาวก็พวยพุ่งออกมาห่อหุ้มร่างกายของวิศณีตุลย์อย่างเย็นเฉียบและกลืนกินร่างกายของเธอไปอย่างเงียบๆโดยทันที!! และก็มลายหายไปราวกับว่าไม่เคยมีอะไรอยู่ ณ ที่ตรงนั้นมาก่อน
……..
“ ฟึ่บ!!! ” เสียงเท้าของเธอกระทบพื้นพรมอย่างเบาๆ
วิศณีตุลย์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับใเล็กน้อยเพราะว่าในตอนนี้เธอนั้นได้มาอยู่ ณ ที่ในห้องหนังสือของตระกูลไวท์นั้นเอง
‘ เอ๊ะ!! ทำไมมันไม่พาเราไปที่ห้องของเราด้วยล่ะ ? มีเหตุผลอะไรอย่างนั้นเหรอ ? แต่ก็ยังดีที่พามาที่คฤหาสน์ไวท์ได้อย่างถูกต้องตามที่ตั้งใจในตอนแรกอ่ะนะ ถึงจะคลาดเคลื่อนไปนิดหน่อยก็ตามทีเถอะ ’
วิศณีตุลย์เดินออกมาจากห้องหนังสือของอาร์มมิ่งอย่างระมัดระวังตัว เพราะเธอกลัวว่าพ่อบ้านเฮวส์จะเข้ามาเห็นว่าเธอกลังเดินออกมาจากห้องทำงานของอาร์มมิ่งอยู่ในตอนนี้.. ในตอนที่..อาร์มมิ่งไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์ในตอนนี้ต่างหากล่ะ!!
ทันทีที่เธอเปิดประตูห้องและก้าวเท้าออกมา พลันเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น
“ นี่!! เลดี้!! ท่านกำลังทำอะไรอยู่ครับ!!.. ” พ่อบ้านเฮวส์ถาม
วิศณีตุลย์สะดุ้งสุดตัว เพราะเธอไม่ทันที่จะเห็นว่าพ่อบ้านเฮวส์นั้นได้อยู่ตรงที่ด้านนอก..ข้างๆประตูทางออกของห้อง เพื่อรอคอยที่จะมาถามคำถามแก่เธอ
“ ว้าย!! ” วิศณีตุลย์เอามือทาบอกอย่างช่วยไม่ได้
“ เอ่อ..ตกจายหมดเลยขาท่านพ่อบ้าน ( เอ่อ..ใหมดเลยค่ะท่านพ่อบ้าน ) ”
“ ข้าถามว่า.. เลดี้ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือครับ ? ถึงได้ออกมาจากห้องของท่านผู้นำ..ในเวลาที่ท่านผู้นำไม่อยู่น่ะครับ ? ” พ่อบ้านเฮวส์ถามเพื่อเค้นจะเอาคำตอบให้ได้
“ อ๋อ.. ฉานก่อเข้าปายดูหนามเสือน้า!! ท่านอาร์มมิ่งเคยอนุญาตให้ฉานแล้วน้าว่าเข้าปายด้าย ( อ๋อ.. ฉันก็เข้าไปดูหนังสือน่ะ!! ท่านอาร์มมิ่งเคยอนุญาตให้ฉันแล้วนะว่าเข้าไปได้ ) ” วิศณีตุลย์พยายามหาข้อแก้ตัวให้เธอพ้นจากข้อสงสัยไปจากพ่อบ้านเฮวส์ให้ได้
พ่อบ้านเฮวส์มองหน้าหล่อนั้แ่หัวจรดเท้า และก็บ่นออกมาอย่างไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่นัก
“ ข้าก็รู้ว่าท่านเป็คนต่างชาติ แต่ข้าก็..คิดไม่ถึงว่าเลดี้จะไร้มารยาทอย่างเช่นในเวลานี้เป็อย่างมาก.. ขนาดคนผู้โง่เขลาเบาปัญญายังสามารถรับรู้ได้เลยว่า.. เวลาที่เ้าของบ้านเขาไม่อยู่.. ไอ้ผู้ที่อาศัยเขาอยู่ควรจะต้องมีความเกรงอกเกรงใจกันบ้างสินะ ? นี่ท่าน!! เลดี้ไม่คิดแบบอย่างเช่นนี้บ้างรึครับ ? ” พ่อบ้านเฮวส์ใช้เสียงแก่ๆของเขาเขม่นตรงมายังที่วิศณีตุลย์อย่างน่ารังเกียจเสียยิ่ง
“ ฉานแค่เข้ามาอ่านหนามเสือแล้วท่านพ่อบ้านจะมาว่าฉานทามมัย ? หรือว่าท่านพ่อบ้านก่อไร้มาระยาดด้วยเช่นกานรึ ? ( ฉันแค่เข้ามาอ่านหนังสือแล้วท่านพ่อบ้านจะมาว่าฉันทำไม ? หรือว่าท่านพ่อบ้านก็ไร้มารยาทด้วยเช่นกันรึ ? ) ” วิศณีตุลย์พูดใส่หน้าพ่อบ้านเฮวส์อย่างที่เธอโดนกระทำไปบ้าง
พ่อบ้านเฮวส์หน้าชาดิก.. เพราะเขาไม่ทันจะได้คาดคิดว่าผู้หญิงต่างชาติผู้นี้จะมาพูดอวดดีต่อว่าเขาคืนกลับมาบ้างอย่างนี้ เช่นเดียวกันกับเขา พ่อบ้านเฮวส์ไม่อยากจะเสวนากับเธออีกต่อไป เขาเลยเดินหนีและสะบัดก้นก่อนที่จะออกไป
“ เชอะ!! ” วิศณีตุลย์มองตามไล่หลัง และเธอก็เดินลงไปยังห้องของเธออย่างสบายอารมณ์
……
หลังจากที่เข้าห้องของเธอมาได้แล้ว.. วิศณีตุลย์ก็เริ่มคิดทบทวนว่าเธอควรจะเริ่มใหม่ยังไงดี ?
‘ อืม.. เมื่อกี๊นี้ เราไปถึงที่ไหนกันนะ ? ดูล้ายๆกับว่าจะเป็ตลาดรึเปล่านะ ? หรือว่าที่นั่นก็คือสามแยกกันนะ ? เพราะว่าฉันยังไม่เคยไปน่ะสิ!! เลยยังแยกไม่ออกว่าฉันได้ไปถึงสถานที่ได้ถูกต้องหรือเปล่า ? และแถมฉันยังลืมไปอีกด้วยว่า!?.. ฉันลืมโพกผ้าคลุมหัว เพราะว่าผู้คนที่นั่นยังไม่เคยมีใครเห็นฉันมาก่อนเดี๋ยวจะแตกตื่นกันไปเปล่าๆ แย่จริงๆเลย ทำไมฉันถึงลืมไปได้นะ และก็ดีจริงๆที่ไปโผล่ในซอกตึกอ่ะ เพราะไม่มีคนเห็น ’
แต่วิศณีตุลย์ก็นึกขึ้นไปได้อีกว่า..
‘ แต่เอ้.. เมื่อครู่เราก็พูดว่าให้พามาที่คฤหาสน์ไวท์นี่นา แล้วทำไม ? ถึงไปโผล่..เอาที่ห้องหนังสือของอาร์มมิ่งได้ล่ะ ? ทำไมไม่มาที่ห้องของเราในทันทีเลยกันนะ!? หรือว่าเราต้องเอ่ยชื่อสถานที่ให้ละเอียดลออเสียก่อนกันนะ!! แต่มันก็ใช้ได้ไม่ใช่เหรอ!? ใช่แล้วมันใช้ได้เลย.. เพราะว่ายังไงๆถ้าเราไปที่ไหน ? ไม่ว่าจะยังไง ? เราก็สามารถกลับมาที่เดิมได้โดยถูกต้องและปลอดภัย โดยไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อยเลยด้วย!! โคตรจะวิเศษเลย!!.. สงสัยที่นี่จะเป็ดินแดนแห่งโลกแฟนตาซีสินะ!! แหม!!.. ไอ้เราก็ไม่เคยจะอ่านนิยายกับเขาเสียด้วยสิ เคยแต่ดูแต่ซีรีส์เกาหลีน่ะสิ!! จะทำยังไงดีนะ ? หรือว่าเราจะเข้ามาอยู่ในหนังสือนิยายอย่างในหนังฝรั่งกันนะ!? แต่ที่นี่ก็ไม่เห็นจะมีใครที่พูดภาษาที่เรารู้จักเลยนี่นา ? แถมผู้คนที่นี่ก็มีเืเป็สีชมพูเสียอีกด้วย!! ถ้าอย่างนั้นคงจะไม่ใช่ซะล่ะมั้ง ’
“ หรือว่า.. ที่นี่จะเป็โลกคู่ขนาน!! หรือว่า..ตัวของฉันจะเป็เอเลี่ยน!! ” วิศณีตุลย์ยัง!! ยังไม่เลิก..!! เธอยังบ่นเพ้อพกไปตามความคิดของเธออย่างที่เธอก็ลืมตัวและพูดด้วยภาษาของเธอเหมือนอย่างเดิมอีก
และแล้ววิศณีตุลย์ก็เข้าสู่โหมดคำถามและคำตอบในห้วงคำนึง
‘ หรือว่าเราจะต้องเอ่ยชื่อสถานที่อย่างชัดเจนกันนะ อืม.. แต่ในตอนแรกฉันไม่ได้เอ่ยเลยนี่นา แค่นึกเอา มันก็เลยไปในที่ที่ไม่ใช่ที่เรานึกอย่างนั้นรึ ? น่าจะใช่นะ ? เพราะมันแค่พาเราย้ายไปจากคฤหาสน์ไวท์ที่เราอยู่ในตอนนี้..และไปยังที่ที่มีคนพลุ่กพล่านแต่ส่งเราไว้ในตรอกซอกซอยเพื่อกันไม่ให้คนเห็นเราก่อน เพราะว่าฉันก็จำได้ว่าอาเทนติยูสบอกว่า สิ่งนี้มันจะช่วยเราเอาไว้สำหรับการหลบหนีและสามารถย้ายไปในที่อื่น ๆที่อยู่ใกล้เคียง อืม..แล้ว.. ’
วิศณีตุลย์กลับมาคิดในอีกแง่ในตอนที่เธอได้กลับมาในตอนขากลับ
‘ แล้วตอนขากลับล่ะ ? ทำไม ? อาจจะเป็เพราะฉันเอ่ยชื่อสถานที่ออกไป..มันเลยพาเรามาได้ถูกจุดและถูกต้อง แต่มันยังไม่แม่นยำ!! อาจจะเป็เพราะว่าเราไม่ได้สั่งการณ์เอาไว้ว่าที่ห้องของเราแน่ๆ หรือไม่ก็ที่ห้องของเราตอนที่เรามานั้นจะมีคนอยู่ ? ของวิเศษสิ่งนี้มันเลยเลือกที่จะย้ายเรามาให้ห้องหนังสือที่ไม่มีคนั้แ่แรกกันนะ ? ’
ยิ่งวิศณีตุลย์คิดเท่าไหร่ๆ ก็ทำให้มีประเด็นที่มันมีเพิ่มมากขึ้น.. มากขึ้น.. เท่านั้นเลย เธอจึงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เพื่อที่จะหาผ้าผืนที่ใหญ่พอสมควรที่จะสามารถเอามาโพกศีรษะของเธอ เพื่อที่จะปกปิดเส้นผมของเธอได้จนมิดชิด และเมื่อเธอได้ทำการโพกผ้าเอาไว้จนเรียบร้อยดีแล้วนั้น เธอก็หารองเท้าที่สวมใส่สบายและเดินเหินได้สะดวกมากขึ้น เพื่อเผื่อเอาไว้ว่าถ้าเกิดว่ามีความจำเป็ที่เธอจะต้องวิ่งหนีขึ้นมา จะได้ไม่เป็อุปสรรคต่อการเอาตัวรอดของเธอนั่นเอง..
เมื่อเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยและพร้อมดีแล้ว คราวนี้..วิศณีตุลย์ก็เอาใหม่อีกครั้งหนึ่งแต่คราวนี้ เธอไม่พลาดที่จะเอ่ยทุกสิ่งทุกอย่างให้ครบ เพื่อที่เธอจะได้ไปยังจุดหมายและปลายทางที่เธอ้าอย่างถูกต้องและแม่นยำ
“ ช่วยพาฉานปายยางห้องต้ายดินที่บ่อนโตงสามแยกของกัสต้าที่มีเด็กที่ชื่อฟินลิปกับทิวลี่ยู่ ด้วยอาเทนติยูส ( ช่วยพาฉันไปยังห้องใต้ดินที่บ่อนตรงสามแยกของกัสต้าที่มีเด็กที่ชื่อฟินลิปกับทิวลี่อยู่ ด้วยอาเทนติยูส ) ” สิ้นเสียงของวิศณีตุลย์ควันสีขาวก็พวยพุ่งและห่อล้อมรอบตัวของเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับไอเย็นที่สูบตัวของวิศณีตุลย์เข้าไปอย่างทันท่วงที มันรวดเร็วปานประหนึ่งที่..พวกเราไม่ทันจะได้เข้าใจว่ามันได้หายไปที่ไหนกันแน่ ?
……
“ ฟุ่บ!!! ” เสียงเท้ากระทบพื้น
เมื่อวิศณีตุลย์ลืมตาขึ้นมา.. ก็พบว่า..สถานที่นี้มันคือห้องใต้ดินจริงๆแต่มันเป็ห้องที่ว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ในเวลานี้ แต่มีทั้งเตียงและชุดโต๊ะอยู่ในนั้น แถมอากาศที่นั่นก็ยังดูอบอุ่นเหมือนกับว่ามันเคยมีคนอยู่..
และในขณะที่วิศณีตุลย์กำลังเดินสำรวจไปรอบๆห้องอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงของคนใกล้เข้ามาอีกนิดนึง..
“ ข้าก็บอกแล้วไงว่าอย่ากินเข้าไปเยอะ!! ดูสิ!! เห็นไหม ? เวลาจะเข้าห้องน้ำทีนึงก็มาเดือดร้อนข้า น่าเบื่อจริงๆเลย ” เสียงเด็กผู้ชายกำลังบ่น
“ อย่าพูดมากน่าพี่ฟินลิป!! ข้าแค่ท้องไม่ดีแค่นี้ เ้าเป็พี่ชายของข้าไม่ใช่เหรอ ? แค่พาข้าไปเข้าห้องน้ำทีหนึ่งมันจะยากอะไรกันนักกันหนาล่ะหา!! ” เสียงของเด็กผู้หญิงซึ่งกำลังต่อล้อต่อเถียงพี่ชายของเธอ
ใช่แล้วล่ะค่ะ.. พวกเขาทั้งสองคน.. ฟินลิปและทิวลี่นั่นเอง ในที่สุดวิศณีตุลย์ก็มาจนถูกทางจนได้ เธอจึงรีบเดินมาหายังที่เด็กทั้งสองคน เมื่อพวกเขาทั้งสองเห็นวิศณีตุลย์นั้นก็ใ และดีใจจนบอกไม่ถูก
“ นั่น!! ตุลย์นี่นา!! เ้า!! เ้ามาได้ยังไงกัน ? ” ทิวลี่ร้องบอกพี่ชายของเธออย่างดีอกดีใจ
“ จริงด้วย!! ตุลย์!! เ้ามาได้ยังไงและเ้าหายไปไหนมา ? ” ฟินลิปยังคงงุนงงและวกวนถามกับคำถามที่เขาได้ถามตุลย์ของพวกเขาไป
“ ฉานดีจานที่เจอพวกเธอน้า ฉานมาเยี่ยมพวกเธอ เห็นว่าท่านอาเทนติยูสได้มาเจอพวกเธอแล้วนี่!! ( ฉันดีใจที่เจอพวกเธอนะ ฉันมาเยี่ยมพวกเธอ เห็นว่าท่านอาเทนติยูสได้มาเจอพวกเธอแล้วนี่!! ) ” วิศณีตุลย์ยิ้มแย้มและทักทายเด็กๆทั้งสองคนอย่างที่เธอนั้นดีใจมากๆจริงๆ
และพวกเขาทั้งสามคนก็นั่งคุยกันอย่างออกรสและ ออกชาติ ฟินลิปและทิวลี่ต่างก็ได้เล่าเื่ที่กัสต้าได้จัดการและทำไมพวกเขาทั้งสองคนถึงได้มาอยู่ที่นี่กัน ? และเื่ที่ได้พบกับอาเทนติยูสด้วย วิศณีตุลย์ฟังเด็กทั้งสองเล่าอย่างเข้าอกและเข้าใจ และเธอก็เลยบอกเื่ที่กัสต้า้านำเอาตัวของเธอไปขายมาเล่าให้เด็กๆฟัง ทั้งทิวลี่และฟินลิปต่างก็รู้สึกผิดหวังที่กัสต้าตั้งใจทำเื่แบบนั้นั้แ่ในตอนแรกแล้ว..