คำกล่าวนี้ทำให้ทั้งห้องเงียบงัน ทุกคนต่างเข้าใจและรับรู้ถึงการสูญเสียความสำคัญของโลกมิติที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง และเป็นหนึ่งในแหล่งทรัพยากรอันล้ำค่าของอาณานิคม
ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่สำหรับการแข่งขันที่มีมายาวนานหลายทศวรรษแต่มันยังเป็นเครื่องหมายของอำนาจและการครอบครองของอาณานิคมด้วย
รองผู้อำนวยการหยุดพูดไปครู่หนึ่งราวกับให้ทุกคนซึมซับความจริงนี้ ก่อนที่จะกล่าวต่อ
“ท่านลอร์ดสเตรชเชอร์ ได้พยายามอย่างที่สุดที่จะนำโลกมิตินั้นกลับคืนมาแต่...ท่านก็ประสบความล้มเหลว และที่แย่ไปกว่านั้นท่านลอร์ดได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเผชิญหน้ากับการโจมตีในรูปแบบใหม่ที่กลุ่มก่อการร้ายใช้ในการต่อสู้”
เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาดังกระจายทั่วห้องคนบางคนแสดงออกถึงความตกใจ บางคนถึงกับกำหมัดแน่นอย่างควบคุมไม่ได้การโจมตีรูปแบบใหม่ที่สามารถ ทำร้ายลอร์ดสเตรชเชอร์ได้คือสิ่งใด
นาฟที่นั่งอยู่รู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในบรรยากาศสายตาของเขามองไปที่รองผู้อำนวยการที่ยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
รองผู้อำนวยการสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอ่ยต่อเสียงของเขาเยือกเย็นและเด็ดขาด สะท้อนความจริงที่น่ากังวลยิ่งกว่าเดิม
“การที่กลุ่มสมาคมใต้ดินสามารถเพิ่มการผลิต‘ของเหลวทรงอำนาจ’ ได้มากขึ้นนั้นถือเป็นเรื่องที่เลวร้ายแล้ว แต่ที่แย่กว่านั้นพวกมันได้พัฒนาเทคโนโลยีจนถึงจุดที่สามารถนำของเหลวนั้นมาสร้างเป็นพิษที่ร้ายแรงขึ้นไปอีกขั้นและสิ่งนี้คืออาวุธลับของพวกมันที่ใช้จู่โจมท่านลอร์ด”
เสียงของเขาทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียดสมาชิกทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความเคร่งเครียด นาฟเองก็รับรู้ถึงแรงกดดันจากคำพูดนั้นอย่างชัดเจน
รองผู้อำนวยการหยุดมองไปทั่วห้องก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล
“ของเหลวทรงอำนาจที่ว่าไม่ใช่ของธรรมดา มันตกลงมาพร้อมกับลูกไฟยักษ์มวลสารก่อเกิดจากสถานที่อื่น พลังงานมหาศาลของมันเป็นพลังพิเศษที่หายากกลั่นออกมาในรูปแบบของเหลว ซึ่งสามารถทำลายพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตและแม้กระทั่งพลังมิติได้
หากพวกมันสามารถผลิตออกมาได้ในปริมาณมากขึ้นก็หมายความว่าพิษที่พวกมันสร้างขึ้นจะมีความรุนแรงและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น”
เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นอีกครั้งสมาชิกหลายคนต่างพากันกระซิบกระซาบถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นรองผู้อำนวยการยังคงกล่าวต่ออย่างเด็ดขาด
“เรายังไม่ทราบจำนวนของเหลวทรงอำนาจที่พวกมันผลิตได้ในตอนนี้แต่จากการประเมินเบื้องต้น หากไม่เร่งหาทางยับยั้งกระแสพิษที่พวกมันพัฒนาขึ้นจะไม่เพียงแค่ทำลายพลังมิติแต่ยังจะลามไปสู่สิ่งมีชีวิตและธรรมชาติรอบตัวอีกด้วย”
นาฟที่นั่งฟังอยู่ รู้สึกถึงความหนักแน่นในใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น และสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญหน้านี้ไม่ใช่เพียงแค่สงครามธรรมดา มันคือสงครามที่ใช้พิษและพลังพิเศษในการโจมตีการสูญเสียที่เกิดขึ้นอาจใหญ่หลวงกว่าที่เขาคิด
คากิที่นั่งอยู่ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้รับรู้ความคิดในหัวของเขาพุ่งพล่านจนต้องพูดแทรกขึ้นมา "หมายความว่า...! โลกมิติที่พวกมันเอาไป ถ้าพวกมันใช้เป็นที่เก็บสะสมของพิษร้ายแรงเหล่านี้ไว้ในปริมาณมากๆแล้วปล่อยออกมาทีเดียว...?"
คากิพูดด้วยเสียงตื่นเต้นแต่ก็แฝงไปด้วยความหวาดหวั่น "อาณานิคมของพวกเราก็แทบจะ.........?
คำพูดของคากิเหมือนฟ้าผ่าลงมากลางห้องประชุมเสียงพูดคุยเงียบลงทันที สายตาหลายคู่หันมาจ้องมองที่คากิคนส่วนใหญ่ในห้องรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ได้ไกลเกินไปจากความจริงเลย
ผู้อำนวยการที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้องหันมามองคากิเล็กน้อยดวงตาของเขาฉายแววจริงจัง ก่อนที่เขาจะพยักหน้าเบาๆ ตอบกลับ
"ใช่แล้ว…..นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของการเข้ายึดครองโลกมิติของพวกมัน!
"ถ้าพวกมันสะสมพิษชนิดพิเศษนี้ในปริมาณมากพอและทำการระเบิดมันออก ไม่เพียงแค่อาณานิคมของเราแต่อาจเป็นทั้งทวีปที่ต้องเผชิญกับการล่มสลาย"
นาฟและคากิ สัมผัสได้ถึงความเลวร้ายที่สุดในสถานการณ์นี้การทำลายล้างที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะคิดฝัน
ขณะที่ในห้องประชุม ความเงียบยังคงแผ่ขยายออกไปเสมือนทุกคนต่างรับรู้ถึงภัยอันใหญ่หลวงที่อาจมาเยือน
รองผู้อำนวยการก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปเอ่ยชื่อเสียงเรียบเย็น
“หม่าเหลี่ยง!”
ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมเปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มผมสีแดงร่างสูงสมส่วนที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบงันเขาสวมชุดสีดำเรียบหรูสร้อยจันทร์เสี้ยว 3 ดาวและหน้ากากเงินปิดบังใบหน้า ทำให้บรรยากาศของเขาดูลึกลับและน่าเกรงขามทุกคนในห้องประชุมจับจ้องไปที่เขาทันทีที่ปรากฏตัว ไม่มีใครพูดอะไรสายตาหลายคู่เฝ้ารอการเคลื่อนไหวของเขาอย่างตั้งใจ
หม่าเหลี่ยงถือกล่องโปร่งแสงขนาดประมาณ 50 เซนติเมตร เดินตรงไปยังกลางโต๊ะประชุม เสียงรองเท้าของเขากระทบพื้นเบาๆ เมื่อมาถึงกลางโต๊ะหม่าเหลี่ยงวางกล่องนั้นลงเบาๆ
ทันใดนั้น ทุกคนต่างจับจ้องไปที่กล่องโปร่งแสงภายในกล่องนั้นปรากฏเป็นกลุ่มควันสีแดงขนาดเล็กที่วนเวียนอย่างไม่หยุดนิ่งมันดูเหมือนมีชีวิตและมีความพยศกลุ่มควันสีแดงนั้นพยายามจะกัดกร่อนพลังมิติที่ล้อมรอบมันอยู่ราวกับพยายามจะแทรกทะลุออกมา ทุกการเคลื่อนไหวของกลุ่มควันนั้นดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความอาฆาตและความโกรธแค้นความน่ากลัวของมันแผ่กระจายออกมาจนสมาชิกทุกคนในห้องรู้สึกถึงแรงกดดันที่หนักอึ้ง
“นี่คือพิษร้ายแรงที่พวกมันสร้างขึ้น”