ห่างไกลออกไป ณ อาคารสำนักงานลับใจกลางเมือง ภายในห้องมืดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปสาบและเปลวเทียนสีเลือด อาจารย์หมอผี ผู้มีใบหน้าตอบซูบกำลังนั่งบริกรรมคาถาอย่างเข้มขลัง มือที่เหี่ยวย่นกำลังลนไฟใต้หุ่นพยนต์ที่มีชื่อของมู่เฉิงติดอยู่ โดยมี เจิ้งเยี่ยน และชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานในชุดสูทราคาแพงยืนลุ้นอยู่เบื้องหลัง
ชายหนุ่มคนนั้นคือ ประธานหลิว แห่งเฉิงเฟิงกรุ๊ป คู่แข่งตัวฉกาจของมู่เฉิงที่ร่วมมือกับเจิ้งเยี่ยนเพื่อล้มล้างตระกูลมู่ทั้งทางธุรกิจและสายสิญจน์
"อีกนิดเดียวครับท่านประธานหลิว... มังกรหยกดำนั่นจะสูบเอาโชคลาภและวิญญาณของพวกมันมาให้ท่านจนหมดสิ้น" เจิ้งเยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะใจ
ทว่า... ในวินาทีที่พลังสีทองของเสี่ยวเป่าปะทะเข้ากับรูปปั้นมังกรที่คฤหาสน์มู่ จู่ๆ เปลวเทียนรอบตัวหมอผีก็ลุกพรึบเป็นสีเขียวคราม! รูปปั้นจำลองบนแท่นพิธีแตกร้าวทันที
"อั้ก!"
หมอผีร่างกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะกระอักเลือดสีดำข้นออกมาเต็มแท่นพิธี เขาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น ร่างกายสั่นระริกเหมือนถูกไฟช็อต
"อาจารย์! เกิดอะไรขึ้นคะ!" เจิ้งเยี่ยนกรีดร้องด้วยความตกใจ
"มีคน... มีคนพังพิธีของข้า!" หมอผีเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก "พลังนั่น... มันบริสุทธิ์เกินไป มันสะท้อนกลับมาเล่นงานข้า! ตระกูลมู่มีของดีคุ้มครอง!"
ประธานหลิวขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ "ใคร? มู่เฉิงไม่มีทางรู้เรื่องพวกนี้ หรือมันจะไปเชิญซินแสเก่งๆ มาจากไหน?" พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่า "ของดี" ที่ว่านั้น คือเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่พวกเขามองข้ามมาตลอด
ร่างที่อ่อนล้าของผู้พิทักษ์
กลับมาที่คฤหาสน์มู่
บรรยากาศเงียบสงัดและเต็มไปด้วยความตึงเครียด ซูหว่าน อุ้ม เสี่ยวเป่า ที่ร่างอ่อนปุยเหมือนตุ๊กตาผ้ามาวางลงบนเตียงกว้าง หนูน้อยหน้าซีดเผือด มีเหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก มู่เฉิงที่เดินตามเข้ามาด้วยท่าทางที่เริ่มแข็งแรงขึ้นอย่างประหลาด ยืนมองลูกสาวด้วยความรู้สึกผิดและห่วงใยจนจับใจ
"เสี่ยวเป่า... ลูกแม่ เป็นยังไงบ้างคะ" ซูหว่านเช็ดหน้าให้ลูกพลางร้องไห้
เสี่ยวเป่าค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยสดใสตอนนี้ดูอ่อนแสงลง หนูน้อยเอื้อมมือน้อยๆ ที่มีรอยแดงไหม้ไปกุมมือของมู่เฉิงและซูหว่านเอาไว้ แล้วเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความรู้สึก
"แม่จ๋า... ลุงมู่จ๊ะ... ฟังเสี่ยวเป่านะ"
มู่เฉิงรีบโน้มตัวลงไปหา "ว่าไงลูก พูดมาสิ พ่ออยู่นี่แล้ว"
"รูปปั้นมังกรตัวนั้น... มันนิสัยเสียมากเลยจ้ะ" เสี่ยวเป่าหอบหายใจเล็กน้อย "มันไม่ได้เป็นแค่หิน แต่มันมี 'ตา' ที่คอยจ้องพวกเราอยู่ ตอนนี้มันจำกลิ่นของลุงมู่กับคุณย่าได้แล้ว... ถึงลุงมู่จะเอาไปทิ้ง หรือเอาไปโยนน้ำ มันก็จะหาทางกลับมา หรือส่งควันดำๆ ตามมาหาพวกเราไม่เลิก"
คำพูดของเสี่ยวเป่าทำให้มู่เฉิงและซูหว่านขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"มันรู้ตัวเหยื่อแล้ว... มันจะกินจนกว่าจะหมด" เสี่ยวเป่าเตือนด้วยสีหน้าจริงจังเกินเด็ก "ลุงมู่ต้องจัดการให้ถูกวิธีนะจ๊ะ... ต้องหาสิ่งที่ 'สว่าง' กว่ามันมากลบ หรือต้องทำให้มัน 'แตก' จากข้างใน ไม่อย่างนั้นมันจะไม่ยอมไป..."
พูดจบเสี่ยวเป่าก็หลับตาลงด้วยความเพลียจัด ทิ้งให้มู่เฉิงและซูหว่านยืนจ้องหน้ากันท่ามกลางความมืดที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบคฤหาสน์ มู่เฉิงกำหมัดแน่น เขาไม่ได้มองว่าคำพูดของลูกสาวเป็นเรื่องไร้สาระอีกต่อไป เพราะความอบอุ่นที่เขารู้สึกได้ตอนที่เสี่ยวเป่าแตะตัวเขา คือหลักฐานชิ้นสำคัญว่าลูกสาวคนนี้... คือแสงสว่างเดียวที่จะช่วยตระกูลมู่ได้!