เมื่อทันย่าได้เข้าใจพลังในร่างมนุษย์ของตนเองเสร็จ เขาก็ได้บอกลาอินทรีทองคำขนเพชรและเจ้าดำในทันที
ชายหนุ่มได้มุ่งหน้าออกไปจากส่วนลึกของทวีปมืด ทะยานผ่านอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียงไปหลายสิบเท่า และเขาก็กำลังมุ่งหน้าไปยังศูนย์กลางของโลกมนุษย์ อาณาเขตแห่งนั้นถูกรายล้อมโดยเมืองป้อมปราการทั้ง 30 แห่ง
ศูนย์กลางที่ว่ามามันก็คืออาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลของประเทศจีน
หลังจากที่ไวรัสเจเนซิสได้แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งโลก ประเทศจีนเหมือนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด พวกเขามีจำนวนประชากรที่มากมายมหาศาล ขณะเดียวกันนักสู้พันธุกรรมในประเทศนั้นก็มีเยอะมากที่สุด ศูนย์กลางของโลกในยุคสมัยแห่งการต่อสู้ได้แปรเปลี่ยนไป
ประเทศจีนได้กลายมาเป็นอำนาจยักษ์ใหญ่เหนือยิ่งกว่าประเทศใหญ่ทั้งสี่ ทั้งซวนหยวน ทั้งหยางจินเหิน หรือนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่ง ส่วนใหญ่ก็สืบเชื้อสายมาจากประเทศจีนทั้งสิ้น เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเหล่ามังกรผู้แข็งแกร่งมากมาย
ประเทศจีนจึงกลายมาเป็นศูนย์กลางของโลกมนุษย์ไปโดยปริยาย กลายมาเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง อีกทั้งองค์กรสาขาหลักที่แข็งแกร่งก็ตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศจีน
สมาพันธ์โลก สำนักมังกร สำนักดาบโบราณ สถาบันการต่อสู้ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกมนุษย์อย่างกรอลี่ สาขาหลักของพวกเขาล้วนตั้งอยู่ในอาณาเขตของประเทศจีนทั้งสิ้น
เหตุผลที่จีนได้กลายมาเป็นศูนย์กลางของโลกมนุษย์ ส่วนนึงก็เป็นเพราะอาณาเขตที่ตั้งอยู่บนจุดศูนย์กลางของผืนทวีปแห่งใหม่
หลังจากที่เปลือกโลกได้เคลื่อนตัวเพราะการเปลี่ยนแปลงของไวรัส ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้ รวมถึงทวีปแอนตาร์กติกา อาณาเขตทั้งสามได้กลายมาเป็นทวีปมืดของมอนเตอร์ที่แข็งแกร่ง ส่วนทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกาที่ติดกับทวีปทั้งสาม อาณาเขตพวกนี้ก็เข้าขั้นอันตราย
สำหรับทวีปเอเชียที่อยู่ถัดไป พวกเขาจะถูกปกป้องโดยทวีปดังกล่าวอีกทอดนึง
อาณาเขตทวีปเอเชียที่มีรัสเซียและประเทศจีนเป็นมหาขั้วอำนาจ ได้กลายมาเป็นศูนย์กลางของโลกมนุษย์ ประเทศใหญ่ๆเองก็เห็นด้วย เพราะประเทศจีนตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางมากที่สุด
พวกเขาสามารถส่งกำลังเสริมออกไปได้ทั่วทุกสารทิศ สามารถเสริมพลังให้กับประเทศอื่นๆที่อยู่ติดกับทวีปมืดได้อย่างทันท่วงที
ที่สำคัญ ประเทศจีนเหมือนจะมีมรดกเก่าแก่มากมายก่อนที่ยุคสมัยแห่งการต่อสู้จะได้เกิดขึ้น
เทคนิควิชาในการโคจรยีนพันธุกรรมมากมายก็ถูกสร้างขึ้นโดยผู้แข็งแกร่งในประเทศจีน พวกเขาถูกยอมรับให้เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด ทั้งยังเป็นความหวังของโลกมนุษย์แห่งนี้อีกด้วย
[คิดอะไรอยู่เหรอศิษย์รักของเรา?]
เสียงของดาวาลดังขึ้นในหัวสมอง เธอตอนนี้ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเป็นรูปลักษณ์ แต่กลับอาศัยอยู่ในร่างกายของทันย่าแทน
“นิดหน่อยน่ะท่านอาจารย์ ไม่คิดเลยว่าศูนย์กลางของโลกมนุษย์จะตั้งอยู่ที่ประเทศจีน”
“พวกเขาถูกเรียกว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมรดกอารยธรรมโบราณ ได้ยินมาว่าภายในอาณาเขตก็เต็มไปด้วยซากอารยธรรมของมนุษย์ต่างดาว ไม่รู้ว่ามันเป็นความบังเอิญหรืออะไร แต่ประเทศจีนเหมือนจะได้รับประโยชน์มากที่สุด ส่วนประเทศอื่นๆก็ได้ผลประโยชน์กันน้อยมาก”
“ไม่ต้องพูดถึงประเทศบ้านเกิดของฉันอย่างแคนาดาเลย พวกเขาแทบไม่ได้รับประโยชน์อะไร แม้แต่ผู้แข็งแกร่งชั้นนำก็ไม่มีเลยซักนิด”
เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต ทันย่าก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก
หลังจากที่ทวีปบ้านเกิดของเขาถูกรุกรานโดยพวกมอนเตอร์ ชายหนุ่มก็ต้องอพยพออกมาด้วยความช่วยเหลือของประเทศจีนและรัสเซีย
พอเขาที่ได้พักอาศัยซึ่งอยู่ภายในเมืองเทียนหมิงแห่งใหม่ เมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับผู้คนมากมายจากหลายๆประเทศ
เมืองดังกล่าวก็ได้ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนมากมายถูกสังหารโดยมอนเตอร์ที่แข็งแกร่ง ส่วนตัวของเขาที่เหลือรอดได้ถูกจับตัวไปโดยพวกเดนมนุษย์ ต้องกลายเป็นทาสบำเรอให้กับพวกหื่นกระหายอยู่หลายปี ไม่คิดเลยว่าตอนนี้เขาจะได้เดินทางกลับเข้ามาในฐานะมนุษย์อีกครั้งนึง
[อืมม เป็นเรื่องปกติน่ะ ยิ่งในยุคสมัยแห่งนี้ ทุกสิ่งก็ต้องวัดกันที่ความแข็งแกร่ง ใครมีความแข็งแกร่งกว่าก็ย่อมกลายมาเป็นผู้ชนะ]
[ประเทศจีนมีทั้งซวนหยวนและหยางจินเหิน เพียงแค่การดำรงอยู่ของทั้งสอง พวกเขาก็สามารถสะกดข่มผู้คนได้ทั้งหมด]
[ส่วนสถานะของเจ้าก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปน่ะศิษย์รัก อาจารยได้ปรับเปลี่ยนข้อมูลในกำไลข้อมือให้เป็นของเจ้าเรียบร้อยแล้ว]
[ต่อให้จะถูกตรวจสอบหรือทำอะไรก็ตาม เจ้าก็จะมีสถานะเป็นมนุษย์เหมือนเช่นเดิม เป็นตัวตนเหมือนเช่นในอดีตที่ได้หายสาบสูญไป]
หลังจากที่ยุคสมัยแห่งการต่อสู้ได้เข้ามาแปรเปลี่ยนทุกสิ่ง เทคโนโลยีในโลกมนุษย์ก็ได้ยกระดับขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกับการยืนยันตัวตนที่มนุษย์ทุกคนจะต้องมี
มันคือกำไลอเนกประสงค์ เทคโนโลยีสื่อสารอันล้ำค่าที่มีข้อมูลของตนและเชื่อมต่อเข้ากับรากฐานเทคโนโลยีของสมาพันธ์โลกโดยตรง
ใครที่ไม่มีกำไลข้อมือนี้ พวกเขาจะถูกเรียกว่าเป็นพวกนอกคอก มนุษย์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นใครต้องไปลงทะเบียนยืนยันตัวตนกันทั้งสิ้น
ไม่ต้องพูดถึงนักสู้พันธุกรรม พวกเขายิ่งจำเป็นต้องมีกำไลข้อมือเหล่านี้ เพราะมันไม่ต่างไปจากศูนย์กลางในการดำเนินชีวิตอยู่เลยก็ว่าได้
“แล้วจะอธิบายถึงระดับขั้นพลังของฉันยังไงละท่านอาจารย์ อย่าลืมนะว่าเมื่อเดือนก่อนฉันเป็นเพียงแค่คนธรรมดาผู้นึงเท่านั้นเอง!”
“ต่อให้จะบันทึกไว้ว่าเป็นนักสู้พันธุกรรมระดับดาวเคราะห์ 1 ดาว แต่ด้วยระดับขั้นที่สูงมากเพียงนี้จะต้องผิดสังเกตอย่างแน่นอน!”
ทันย่าเอ่ยถามพร้อมกับสีหน้าที่เป็นกังวลขึ้นอยู่เล็กน้อย ในฐานะมนุษย์ เขาจะต้องมีความสมบูรณ์แบบให้ได้มากที่สุด
[ไม่เห็นจะยากอะไรเลย พวกเราเพียงแค่แต่งเรื่องโกหกให้กับพวกมันรับฟังก็เพียงพอแล้ว]
ตอนนั้นดาวาลก็ได้ปรากฏตัว นัยน์ตาดูส่องประกายเมื่อเห็นถึงท่าทางที่มึนงงของทันย่า
[เจ้าอย่าลืมนะว่าภายในทวีปมืดเต็มไปด้วยความลี้ลับมากมาย มีปริศนาที่มนุษย์ก็ยังไม่ได้ทำการค้นพบอยู่อีกมาก]
[เจ้าก็บอกไปว่าหลังจากที่ถูกโจมตีโดยอินทรีทองคำขนเพรช เจ้าก็ได้เดินทางไปเรื่อยๆ หลงทางและหลุดเข้าไปในอาณาเขตของทวีปมืด ด้วยความหิวโหย เจ้าจะต้องกินอะไรเพื่อประทังชีวิต จึงได้เผลอไปกินผลไม้ที่มีรูปร่างประหลาดชนิดนึงเข้าไปในร่างกายอย่างละโมบ]
[พอได้กินมันเข้าไป ยีนพันธุกรรมภายในร่างก็เกิดการเปลี่ยนแปลง กลายพันธุ์จนทำให้ร่างกายของเจ้ามีเขาที่แหลมคมทั้งสองข้างออกมา]
[หลังจากนั้นเจ้าก็ได้กินผลไม้พวกนี้ทั้งหมดและเริ่มเก็บตัวฝึกฝนพลัง ทำให้ตนเองได้กลายมาเป็นนักสู้ดาวเคราะห์ระดับ 1 ดาว พอมีพลังที่บินบนท้องฟ้าได้ เจ้าก็รีบเดินทางกลับมายังโลกมนุษย์ด้วยความคิดถึง นี่ถือเป็นเรื่องที่สามารถรองรับได้ด้วยเหตุผลเลยทีเดียว]
เมื่ออธิบายเรื่องราวที่เป็นตุเป็นตะจบ
[ว่าแต่เป็นยังไงบ้างละศิษย์รักของเรา เห็นไหมว่าอาจารย์ของเจ้าฉลาดล้ำมากแค่ไหน?]
ดาวาลก็ได้เชิดหน้าเล็กๆขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ราวกับว่ามันเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด
“สมแล้วที่เป็นท่านอาจารย์!”
ทันย่ารับฟังด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าที่งดงามพยักหน้ารับรัวๆราวกับเป็นเด็กน้อย พร้อมกับจิตใจที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม
“งั้นก็ไปยังศูนย์กลางโลกมนุษย์กันเลย”
..
เป็นคำโกหกที่ตลกมาก อะไรมันจะขนาดนั้น เป็นทั้งอาจารย์ทั้งลูกศิษย์ 555+