ลูกค้าช่วงกลางวันเริ่มบางตาลง หวังอี้ฉือเดินเข้าไปหยิบน้ำมาให้ภรรยากินขณะที่เธอกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่หลังเคาน์เตอร์ ยังไม่ทันจะได้รับแก้วน้ำมาดื่มก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มใหญ่เดินเข้าร้านมา
“ถิงถิง ช่วยพ่อด้วยนะ ตอนนี้พ่อเดือดร้อนมาก” นายหลินเรียกลูกสาวอย่างสนิทสนม
“ถิงถิง ช่วยพวกเราด้วยนะ ตอนนี้ที่บ้านเราไม่มีเงินเลย ถ้าไม่เดือดร้อนจริงๆ แม่ก็ไม่อยากมารบกวนแกหรอก” นางหลินรีบพูดเสริม
“เดือดร้อนหรือคะ พ่อกับแม่เดือดร้อนเรื่องอะไร” หลินถิงถิงถามอย่างใจเย็น
“พ่ออยากยืมเงินแกสัก 300 หยวนจะได้ไหม”
“ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ” หลินถิงถิงตอบปฏิเสธ
“ร้านใหญ่โตขนาดนี้ แกจะไม่มีเงินได้ยังไง” นายหลินพูดด้วยความไม่พอใจ
“ร้านนี้ฉันเช่าเขามา ฉันไม่ได้ซื้อมาสักหน่อย อีกอย่างหนึ่งฉันก็ขายอาหารราคาถูก เงินที่ได้แต่ละวันก็แค่พอกินพอใช้ อยู่ดีๆ พ่อจะมาบอกว่าอยากได้เงิน ฉันก็ต้องมีให้พ่อทันทีหรือคะ” หลินถิงถิงยังปฏิเสธต่อ
“เงินแค่นี้แกช่วยฉันไม่ได้หรือยังไง หรือว่าพอมีชีวิตที่ดีแล้วแกก็ลืมบุญคุณพ่อแม่ไปหมด แกช่างเป็นลูกที่อกตัญญูจริงๆ ” นายหลินเริ่มต่อว่าเสียงดัง
“ฉันจะอกตัญญูได้ยังไงคะ พ่อกับแม่ขายฉันให้แต่งงานเพื่อแลกกับเงิน 200 หยวนไป แล้วตอนนั้นแม่พูดว่ายังไงนะคะ ไม่ว่าฉันจะอยู่หรือจะตายยังไง ครอบครัวหลินก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พวกคุณลืมไปแล้วหรือ แต่แปลกนะคะทำไมฉันยังจำได้ดี” หลินถิงถิงตอบเสียงเรียบ
“แกนังลูกอกตัญญู เห็นพ่อแม่เดือดร้อนแล้วยังไม่ช่วยเหลือ ทุกคนดูเอาไว้นะคะ อย่ามาอุดหนุนร้านนี้อีกเลย พ่อแม่ลำบากขนาดนี้ยังปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือ พวกคุณอยากสนับสนุนคนแบบนี้จริงๆ หรือคะ” นางหลินเริ่มตะโกนบอกลูกค้าเสียงดัง
ลูกค้าที่นั่งทานอาหารอยู่เริ่มนั่งไม่ติด ต่างอยากจะกลับบ้านของตัวเอง แต่ติดตรงที่มีชายฉกรรจ์ยืนขวางประตูอยู่ พวกเขาจึงทำได้เพียงนั่งดูเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
“แม่คะ แม่รู้ไหมว่าแม่ให้ฉันแต่งงานเข้าไปอยู่กับครอบครัวแบบไหน ฉันกับสามีต้องทำงานหนักในไร่ทั้งวัน อดมื้อกินมื้อ เจ็บป่วยก็ไม่มีปัญญาไปหาหมอ ลูกสองคนของฉันคลอดออกมาก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะฉันไม่มีอาหารดีๆ ให้พวกเขากิน หรือแม้แต่ตอนที่พวกฉันต้องแยกบ้านออกมาโดยไม่มีเงินติดตัวเลยสักหยวนเดียว พวกฉันต้องขึ้นเขาไปเก็บของป่ามากินและขายเพื่อประทังชีวิต นี่หรือคะที่แม่บอกว่าชีวิตฉันสุขสบาย แม่คงเห็นว่าทุกวันนี้ฉันมีร้านค้าใหญ่โต แต่มันก็ไม่ใช่ของฉันหรอกนะคะ มันเป็นของผู้มีพระคุณ พวกท่านนึกเอ็นดูครอบครัวของฉัน พวกท่านจึงยื่นมาเข้ามาช่วยเหลือ แล้วพ่อกับแม่ล่ะคะ ตอนที่ฉันต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด พ่อกับแม่ไปอยู่ที่ไหน” หลินถิงถิงพูดยาวจนหอบ
“ฉัน...ฉัน...” นางหลินพูดไม่ออกเมื่อได้ฟังเรื่องของลูกสาว
“แต่พี่ก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วไม่ใช่หรือ พี่ดูที่ปัจจุบันสิ ถึงร้านนี้พี่จะเช่ามา แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตของพี่ดีขึ้น พี่หันไปดูพ่อกับแม่ให้ดีๆ พ่อกับแม่แทบไม่มีจะกินอยู่แล้ว พี่ยังต้องให้พวกเขาขอร้องพี่ถึงขนาดไหนพี่ถึงจะช่วย” หลินเสี่ยวหงรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าแม่ของตนเองเริ่มเถียงไม่ออก และเห็นว่าคนที่อยู่ในร้านเริ่มแสดงความเห็นใจต่อครอบครัวของหลินถิงถิง
“เสี่ยวหง ฉันว่าเธอลืมอะไรไปอย่างหนึ่งนะ เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่เป็นเพราะเธอหรอกหรือ ถ้าเธอไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นมากเกินไป เธอคงไม่บังคับให้พ่อกับแม่ขายฉันออกมา และไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเธออีกหรือที่ทำเรื่องขายหน้าจนพ่อกับแม่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านต่อไปไม่ได้พวกเขาถึงต้องมาลำบากถึงในมณฑลนี่ และยังต้องมาเลี้ยงดูเธอ คนที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้พวกเขาอยู่ตลอดเวลา ฉันขอถามเธอหน่อยเถอะ ในชีวิตนี้เธอเคยทำให้ใครมีความสุขบ้างนอกจากตัวเอง” หลินถิงถิงพูดกับน้องสาวเสียงเข้ม
“หลินถิงถิง เธออย่ามาใส่ร้ายฉัน เธอมาโทษฉันคนเดียวไม่ได้ เธอเป็นแค่เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง เข้าใจไหมเธอเป็นแค่เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง” หลินเสี่ยวหงตะโกนสุดเสียง
“เสี่ยวหง!” นายหลินและนางหลินตะโกนขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ
“พ่อกับแม่จะตะโกนใส่ฉันทำไม ก็มันเป็นเรื่องจริง พ่อกับแม่เป็นคนพูดเองว่าหลินถิงถิงเป็นเด็กพี่พ่อกับแม่เอามาเลี้ยง หรือฟังเรื่องของมันมากจนนึกสงสารมันไปแล้ว พ่อกับแม่อย่าลืมนะว่าฉันนี่สิ ฉันถึงจะเป็นลูกสาวที่แท้จริงของพวกคุณ ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของพวกคุณเข้าใจไหม” หลินเสี่ยวหงพูดด้วยความโกรธ
ทุกคนที่อยู่ภายในร้านได้แต่อึ้งไปด้วยความสับสนและงุนงง โดยเฉพาะหลินถิงถิงที่ยืนเงียบไม่แสดงท่าทางใดออกมา จนหวังอี้ฉือเดินเข้าไปจับมือเธอไว้และบีบไว้แน่นเพื่อให้กำลังใจ
“พ่อคะ แม่คะ เรื่องที่เสี่ยวหงพูดเป็นความจริงหรือคะ” หลินถิงถิงเริ่มพูดหลังจากที่เงียบไปนาน
“เอ่อ...คือ...” นางหลินไม่กล้าตอบคำถาม
“เป็นเรื่องจริงทั้งหมด” นายหลินเป็นคนพูดขึ้น
“ใครคือพ่อกับแม่ที่แท้จริงของฉันคะ ฉันเป็นลูกของใคร” หลินถิงถิงถาม
“ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าผู้ชายคนนั้นแซ่ลู่ ตอนนั้นฉันกำลังจะพาแม่ของฉันไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่พวกเรามีเงินไม่มาก เราได้แต่ยืนอยู่หน้าโรงพยาบาลอย่างหมดหวัง อยู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งอุ้มเด็กทารกเดินเข้ามาหา เขาฝากเธอไว้กับเรา และทิ้งเงินไว้ให้เราใช้เลี้ยงดูเธอ เขาบอกว่าไม่กี่วันเขาก็จะกลับมารับเธอ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่กลับมา พวกเราถึงต้องเอาเธอกลับมาบ้านด้วย และเลี้ยงดูเธอมาจนถึงทุกวันนี้” นายหลินพูดเสียงเบา
“พ่อฉันเป็นหนี้พวกคุณอยู่เท่าไหร่คะ” หลินถิงถิงหันไปถามชายฉกรรจ์ที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่กลางร้าน เพราะไม่คิดว่าพวกตนจะมาได้ยินเรื่องราวน่าสะเทือนใจอย่างวันนี้
“เอ่อ 300 หยวนครับ” ชายฉกรรจ์ตอบอย่างสุภาพ
หลินถิงถิงยื่นเงินให้ชายฉกรรจ์ 300 หยวน พวกเขาจึงรีบเดินออกจากร้านไปทันที หลินถิงถิงหันกลับมามองพ่อกับแม่ และน้องสาวของตัวเองอีกครั้ง
“ฉันใช้หนี้ให้พ่อไปแล้วนะคะ ฉันหวังว่าต่อไปพ่อกับแม่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้”
“ฉันเข้าใจแล้ว ต่อไปครอบครัวของฉันจะไม่มารบกวนเธออีก” นายหลินพาครอบครัวเดินออกจากร้านไปเงียบๆ
ในร้านกลับมาสงบลงอีกครั้ง พร้อมกับลูกค้าที่เริ่มทยอยเดินออกไปจากร้าน แต่ละคนมองหน้าหลินถิงถิงด้วยความเห็นใจและสงสาร