“ นึกไม่ถึงจริงๆ เสี่ยวเทียนเจ้าจะจัดการกับปีศาจหมีพันปีนี้ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
แต่ข้ารู้สึกถึงพลังของกระบี่ที่เจ้าใช้นั้นอานุภาพช่างรุนแรงนัก เจ้าใช้กระบี่อะไรข้าขอดูหน่อยซิ” อาจารย์หานลี่ค่อยจับลูบกระบี่อัสนีสวรรค์ ที่เสี่ยวเทียนยื่นให้ แล้วก็เริ่มแสดงสีหน้า ตื่นตะลึง ตกใจไม่น้อย
“ นี่ นี่ คือกระบี่อัสนีสวรรค์ในตำนาน ที่ท่านมหาเทพหลี่เทียน ได้สร้างขึ้นใช่ไหม?”
“ ใช่แล้วขอรับ จักรพรรดิฟงเลี่ย เป็นผู้ที่มอบให้กับข้า” เสี่ยวเทียนไม่ปิดบัง
“ อักขระยันต์นี่ แปลกประหลาดมหัศจารรย์ยิ่งนัก ตัวกระบี่ก็คล้ายจะไม่ใช่ทำจากโลกใบนี้ มันสามารถเรียกพลังจากอัสนี แล้วทำลายล้างปีศาจอสูรได้ทุกคน โอ้ สุดยอด ข้าขอศึกษาอักขระยันต์สวรรค์ในกระบี่เล่มนี้หน่อยได้ไหม”
“ ได้เลย แม้แต่ดวงตาของท่านอยากหายกลับมาเป็นปกติ เพื่อจะได้ศึกษาอักขระยันต์อื่นๆ อีก ข้าก็ช่วยรักษาให้ท่านได้นะ” เสี่ยวเทียนอยากจะช่วยจริงๆ
“ อืม ขอบใจเจ้ามาก เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เจ้าบอกว่า มีอักขระยันต์อื่นๆอีกด้วยรึ?”
“ใช่ มีเป็นตำรา น่าเสียดายที่ท่านมองไม่เห็นเสียนี่”
“ เจ้ารักษาตาข้าได้จริง ๆ หรือเปล่า”
เสี่ยวเทียนไม่ตอบ แล้วยื่นเม็ดยาสวรรค์ยัดเข้าปาก ท่านอาจารย์หานลี่ แล้วใช้มือไปสัมผัสที่หน้าผากของอาจารย์หานลี่ แล้วอาจารย์ลู่เอินก็ปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์ผ่านมือของเสี่ยวเทียน เม็ดยาสวรรค์เข้าไปในร่างกายของ อาจารย์หานลี่แล้วเข้าไปฟื้นฟูดวงตาที่เสื่อมสภาพ กลับฟื้นคืนมาเป็นเช่นปกติได้อีกครั้ง
“ ท่านกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ทันต้องอยู่ในถ้ำนี้ไปก่อน อย่าเพิ่งออกไปมองแสงแดด ค่อยๆ ปรับตัว ดวงตาของท่านไม่เคยเจอแสงสว่างมานาน คงต้องรออีกหน่อย ถึงจะกลับมาเป็นปกติ” เสี่ยวเทียนบอกตามที่อาจารย์ลู่เอินสั่งไว้
อาจารย์หานลี่โผเข้ามากอดเสี่ยวเทียนแน่น
“ ขอบใจ ขอบใจเจ้าจริง เสี่ยวเทียน” อาจารย์หานลี่พอมองเห็น ภาพลางๆ ขึ้นแล้ว จึงก้มคุกเข่าไปที่พื้น โขกหัวกล่าวอีกว่า
“ ขอบคุณมาก ท่านเซียน”
ศิษย์พี่หลินยืนมองน้ำตาไหลพราก ที่เห็นสายตาของอาจารย์จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ในขณะที่มือของศิษย์พี่หลินกับศิษย์พี่เซี่ยเป่ยจับมือกันแน่นไม่ปล่อย
เสี่ยวเทียนเดินมาอยู่หน้าทั้งสองคนแล้วมองที่มือของทั้งสองคนด้วยความสงสัย
“ ทำไมพวกท่านต้องจับมือกันด้วย” ทั้งสองคนปล่อยมือออกจากกันทันที ใบหน้าทั้งคู่แดงขึ้นมาทันที
“ พวกเจ้าไปลากตัวเจ้าฟางไห่ เข้ามาพักผ่อนภายในถ้ำที ป่านนี้ตายไปหรือยังก็ไม่รู้” อาจารย์หานลี่เอ่ยกับ ศิษย์พี่หลิน กับ ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย พอทั้งสองพาร่างไร้สติของฟางไห่เข้ามา ก็พบว่าบาดแผลของฟางไห่นั้นบาดเจ็บสาหัสนัก
เสี่ยวเทียนนำยาเม็ดสวรรค์ยัดเข้าปาก ฟางไห่เต้าหยินทันที ไม่นานก็รู้สึกตัวแล้วแผลก็หายเป็นปลิดทิ้ง ทั้งหมดล้วนตกใจ กับสรรพคุณของเม็ดยาสวรรค์ของเสี่ยวเทียนยิ่งนัก
“ ขอบคุณ ศิษย์พี่ ที่ได้ช่วยเหลือ หากศิษย์พี่ไม่ช่วย ข้าคงตายไปแล้วแน่ ไม่คิดเลย ปีศาจหมีพันปี จะร้ายกาจเช่นนี้” ฟางไห่เต้าหยินเอ่ยเหมือนคนหมดแรง
“ เฉินเสี่ยวเทียนต่างหากเล่าที่ช่วยพวกเราปราบปีศาจหมีพันปี แล้วยังให้เม็ดยาช่วยชีวิตเจ้าขึ้นมาอีก” อาจารย์หานลี่เริ่มปรับสายตากับแสงภายในถ้ำได้แล้ว
“ เจ้าเองหรือนี่ เสี่ยวเทียน อืม หน้าตาเจ้านี่เหมือนกับพ่อของเจ้าจริงๆ ครั้งก่อนปู่ของเจ้าจ้างข้าไป เพื่อจะสอนพิเศษให้เจ้า แต่ว่าเจ้าดันไปเข้าสำนักสะท้านฟ้า เจ้ากับข้า เลยอดเป็นศิษย์อาจารย์กันเลย แต่ก็ขอบใจเจ้าที่ช่วยข้านะ”
“ ไม่เป็นไรขอรับ ว่าแต่ท่านรู้จักท่านพ่อข้าด้วยหรือขอรับ”
“ รู้จักซิ ข้าก็เคยสอนวิชาเขียนยันต์ให้เขาด้วยล่ะ” ฟางไห่เต้าหยินเอ่ยอย่างภูมิใจ
“ ยันต์งู ๆ ปลาๆ น่ะซิ ดีแล้วที่เสี่ยวเทียนไม่ได้ให้เจ้าสอน มิเช่นนั้นคงเป็นเหมือนเจ้าอย่างแน่นอน”
“ ศิษย์พี่ พูดอย่างนี้ พวกเรามาสู้กันใหม่อีกสักตั้งก็ได้นะ เอ๊ะ !! นี่ท่านมองหน้าข้า
นี่ดวงตาของท่านมองเห็นได้แล้วรึ ?”
“ ใช่ ข้ามองเห็นแล้ว อีกเดือนหนึ่ง เจ้ากับข้ามาสู้กันใหม่ ครั้งนี้ข้าจะให้เจ้าเห็นยันต์เซียน คราวนี้เจ้าจะได้พ่ายแพ้อย่างราบคาบแน่ๆ” อาจารย์หานลี่เอ่ยอย่างมั่นใจ
“ อะไรนะ ยันต์เซียน นี่ศิษย์พี่เอามาจากไหนกัน ข้าขอดูได้ไหม ศิษย์พี่ต่อไปข้าจะไม่ท้าสู้กับท่านอีกแล้ว ข้าขอดูยันต์เซียนหน่อยนะ”
เสี่ยวเทียนกับ ศิษย์พี่ทั้งสองคนไม่อยู่ในถ้ำอีกแล้ว ปล่อยให้สองคนศิษย์พี่กับศิษย์น้องคนละสำนักเขาคุยกันตามสบาย
ทันใดนั้นก็มีเหยี่ยวสื่อสารบินมาอย่างรวดเร็ว แล้วส่งสาส์นมาให้ ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยหยิบจดหมายออกมาเท้าของเหยี่ยวสื่อสาร แล้วยื่นให้เสี่ยวเทียน
“ ของเจ้า”
เสี่ยวเทียนตกใจ ใครกันเขียนจดหมายถึงเขา จึงรีบเปิดออกอ่านทันที
“ท่านปู่ของเจ้าป่วยหนัก อยากพบเจ้า มีเวลาก็มาเยี่ยมปู่ของเจ้าด้วย ใครกันไม่ได้ลงชื่อด้วย” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ พวกเขาน่าจะรู้ ว่าเจ้าถูกห้ามลงจากสำนัก สามปี นี่เพิ่งจะสามเดือนเท่านั้น ขืนลงไป ถูกพวกห้าสำนักรุมยำแน่ พวกสำนักจงหนันซาน ก็ยังไม่ได้ถอนชื่อเจ้า จากประกาศล่าค่าหัวด้วย เจ้าไม่ต้องลงไปหรอก อันตรายเปล่าๆ ข้าจะให้คนไปสืบก่อนว่าปู่ของเจ้านั้น ป่วยจริงหรือไม่” ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย ส่งเสียงเข้าไปในหยกสื่อสาร ไม่นานก็มีคนตอบกลับมา
“ ปู่ของเจ้าป่วยจริงๆ แต่พวกเขาต่างก็ปิดไม่ยอมส่งข่าวบอกกับเจ้า เพราะพวกเขารู้ว่า หากเจ้าลงเขาไปมีอันตรายแน่ๆ” ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยบอกตามจริง
“ เสี่ยวเทียน เจ้ายังเด็ก แค่สองปีกว่าเท่านั้นไม่นานหรอก ข้าว่าปู่ของเจ้าไม่เป็นอะไรมากหรอก แล้วให้ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยค่อยสืบข่าวให้ทุกๆวัน ดีกว่า”
ศิษย์พี่หลินกล่าวปลอบใจ เพราะเห็นว่าเสี่ยวเทียนเงียบไป
“ กลับที่พักกันเถอะ ข้าจะเข้าไปฝึกตนที่สระน้ำศักดิสิทธิ์” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปแล้วก็ เข้าไปในถ้ำทันที
“ อาจารย์ข้าอยากลงจากเขาไปเยี่ยมท่านปู่ ข้าควรทำอย่างไรดี”
“ อยากไปก็ลงไปซิ จะได้ล่อพวกห้าสำนักใหญ่ออกมาให้หมด จะไปสนใจพวกมันทำไม ดินแดนต่ำต้อยเช่นนี้ เจ้าจะเก็บศัตรูเอาไว้ให้มันมาแว้งกัดคนที่เจ้ารักอีกหรือ พวกมันกลัวว่าเจ้าจะเป็นมารนัก เจ้าก็เป็นซะตอนนี้เลย”
“ เอาอย่างนั้นเลยรึ?”
“ ก็เอาอย่างนี้แหละ เจ้าจะได้รู้ว่า ใครเขียนจดหมายนี้ด้วย พวกมันต้องไม่ใช่ผู้หวังดีกับเจ้าอย่างแน่นอน”
“ แล้วถ้าอาจารย์เจ้าสำนักถามล่ะ จะให้ข้าบอกกับเขาอย่างไร”
“ ก็บอกเขาไม่ตามจริง ใครจะยอมให้ผู้อื่นมาเข่นฆ่า โดยไม่ป้องกันตัวล่ะ หากเจ้าไม่ทำให้พวกมันกลัวเกรง พวกมันก็จะตามล่าเจ้าไม่มีวันจบสิ้น ออกไปสร้างความหวาดกลัวให้พวกมัน อย่าให้พวกมัน กล้าคิดจะทำร้ายเจ้าได้อีก” อาจารย์ลู่เอินกล่าววาจาออกมาอย่างเรียบง่าย
“ ขอรับอาจารย์” เสี่ยวเทียนเริ่มรู้สึกฮึกเหิมทันที
เสี่ยวเทียนหายวับร่างออกไปยืนหน้าสำนักทันที พอเสี่ยวเทียนปรากฏร่างหน้าสำนัก กลุ่มนักฆ่า และ ห้าสำนัก ก็รีบแจ้งส่งข่าวไปที่สำนักของตนทันที
เสี่ยวเทียนเดินอย่างเอ้อระเหย ลอยชายไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น แต่รู้ว่าเวลานี้มีนักฆ่าเกือบ ร้อยคน ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่รอบๆ เต็มไปหมด เพื่อดึงดูดพวกมันให้มา จึงเข้าไปอยู่ในถนนที่มีคนเดินน้อย เป็นดังที่คิดไว้ พวกนักฆ่า ที่สะกดรอยตามมา
กว่าร้อยคน ปรากฏร่างออกมาอย่างไม่กลัวเกรง เลยสักคน แต่ละคนล้วนมีอาวุธครบมือ เหมือนกับว่าจะมาตามล่าจอมโจรร้าย ทั้งๆ ที่เสี่ยวเทียนเป็นแค่เด็ก 7 ขวบเท่านั้น คงเป็นจริงอย่างที่อาจารย์ลู่เอินว่า พวกมันเห็นเสี่ยวเทียนเป็นเด็กน้อย หาได้มีความกลัวเกรงไม่ คงต้องให้พวกมันรู้จัก กลัวเสียก่อน จะได้ไม่กล้าเหิมเกริมเช่นนี้อีก
นักฆ่ากลุ่มแรก สิบกว่าคน หวังจะได้ตัวเสี่ยวเทียนก่อนใคร จึงพุ่งร่างเข้าใส่ตรงๆ
เสี่ยวเทียนยกมือ ซ้ายแล้วสร้างมโนทัศน์วายุ ออกไป กลายเป็น มีดวายุ พุ่งออกไป ฉัวะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!
ร่างของ สิบคนที่พุ่งมาตรงด้านหน้า ล้วนหัวหลุดออกจากคอ ทุกคนโดยที่สีหน้าแต่ละคนยังไม่รู้เลยว่าตัวเองโดนอะไร เลือดจากคอที่ขาดออกไป พุ่งกระฉูดออกไปท่วมพื้นถนน สร้างความตื่นตลึงให้กับ นักฆ่าที่เหลือ จึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เลยใช้หน้าไม้ และ ธนูยิงเข้าใส่เสี่ยวเทียน แต่ไม่มีลูกธนูสักดอกที่สามารถเข้าใกล้ เสี่ยวเทียนได้เลย เพราะถูกเกราะเพชรป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมด
นักฆ่าที่ยิงธนูหรือหน้าไม้ที่หลบอยู่บนต้นไม้ หรือข้างกำแพง พอยิงใส่เสี่ยวเทียนแล้วเห็นว่า เสี่ยวเทียนมียันต์เการะเพชรคุ้มกาย จึงได้เตรียมที่จะหลบหนี้ไป แต่ว่าไม่ทันแล้ว เพราะทันทีที่คิดจะหนีไปก็มีเข็มสังหาร พุ่งเข้าหาพวกนักฆ่าแต่ละคนอย่างรวดเร็ว เข็มแต่ละเล่มล้วนพุ่งปักเข้าตรงหน้าผากของทุกๆ คน จนตายกันเกลื่อนพื้นที่รอบ ๆ ไปหมด
คราวนี้เหลือเพียงไม่ถึงห้าสิบคน พวกมันกระจายตัวไปรอบ ๆ แล้วเริ่มลอบทำร้ายจากทางด้านหลัง แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ หัวสมองของพวกนักฆ่า ที่เข้าโจมตีกลับระเบิด ตูม ๆๆๆๆๆ!! ตายไปอีกสิบกว่าคน ที่เหลือเริ่มหวาดกลัว ทิ้งอาวุธรีบหนี เสี่ยวเทียนไม่ฆ่าพวกมันที่เหลือ แต่ส่ง มีดวายุเข้าไปใส่พวกมันทุกคน ทำให้นักฆ่าทุกคนที่กำลังหนี ถูกตัดแขน คนละข้าง กลายเป็นคนพิการไปจนหมด
“ ดูซิ ต่อไปหน้าไหนมันจะกล้าอีก” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม
“ ไปที่สำนักล่าค่าหัว ของเมือง แล้วกวาดล้างพวกมันให้หมด” อาจารย์ลู่เอินบอกออกไป ไหนๆ ก็จัดการนักฆ่าแล้ว ก็ควรจะจัดการกับ สำนักล่าค่าหัวด้วย ที่บังอาจกล้า ส่งคนมาสังหารเสี่ยวเทียน
หลังจากที่อาจารย์ลู่เอินบอกทาง เสี่ยวเทียนก็มายืนอยู่หน้าสำนัก ล่าค่าหัวเมืองหลงเฉิน เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปข้างในมี พวกนักฆ่ามารอรับงาน กันอยู่หลายร้อยคน เต็มสำนักงานไปหมด เสี่ยวเทียนเป็นเด็กน้อย พอเดินเข้าไป แต่ละคนก็ต่างมองเป็นจุดเดียว จนเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาห้ามไม่ให้เสี่ยวเทียนเข้าไป
“ ไอ้หนู ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเด็กจะมาวิ่งเล่นนะ ออกไปซะ”
“ ข้าคือเฉินเสี่ยวเทียน สำนักล่าค่าหัว ตั้งราคาค่าหัวข้า ตั้ง 100 ล้านเหรียญเงิน นี่ท่านไม่เห็นป้ายค่าหัวอันดับ 1 นั่นเลยรึ” เสี่ยวเทียนพอประกาศออกไป ทุกคนมองไปที่ป้ายประกาศ แล้วหันมามองหน้าเสี่ยวเทียน
ยืนยันตัวตนแล้ว ใช่แน่นอน ทุกคนรีบเข้ามาจับเสี่ยวเทียนทันที ตูม ! ตูม ! ตูม !
ลมวายุทมิฬทั้งสามลูก ถูกปล่อยออกจากมือของเสี่ยวเทียนพร้อมกัน สำนักงานล่าค่าหัว ถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง ไม่มีนักฆ่าเหลืออยู่แม่แต่คนเดียว
เสี่ยวเทียนหันหลังจากมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่ฝูงชนล้วนมองอย่างตกตลึง ที่สำนักล่าค่าหัวอันใหญ่โตคับเมือง มีตึกอยู่มากมายหลายตึก ผู้คนกว่าพันคน แต่บัดนี้ สิ่งก่อสร้างทั้งหลาย ล้วนหายไปจนหมด กลายเป็นพื้นดินเรียบๆ หามีมนุษย์หลงเหลืออยู่สักคนไม่
“ สำนักจงหนันซาน อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ เจ้าแวะไปทักทายพวกมันหน่อยก็ดี”
อาจารย์ลู่เอินส่งเสียงบอกเสี่ยวเทียน แล้วก็มีเจ้าตงตง โผล่หัวออกมาจากหน้าอกของเสี่ยวเทียน เหมือนมันจะหลับไปนาน พอตื่นมา ก็อ้าปาก แลบลิ้นฟ่อ ๆออกมา
เสี่ยวเทียนนำลูกแก้วแสงอาฑิตย์ ที่อาจารย์ลู่อัน ทำเอาไว้ให้มันกินเป็นอาหาร ยื่นใส่ปาก ตงตง มันกลืนทีเดียวจนหมด แล้วก็พุ่งเข้าไปพันรอบคอเสี่ยวเทียน
แล้วเสี่ยวเทียนก็มาถึง สำนักจงหนันซาน เสี่ยวเทียนปล่อยพลัง ลมวายุทมิฬออกไปพร้อมกันทีเดียวสามลูกเข้าใส่ สำนักจงหนันซาน ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
กำแพงรั้ว แล้วก็สิ่งก่อสร้าง ถูกทำลายไปเช่นเดียวกัน แต่ด้วยที่สำนักจงหนันซานนั้นกว้างใหญ่ยิ่งนัก พอสิ่งก่อสร้างถูกทำลายลงไปยังไม่ถึงครึ่ง เหล่า คุรุเทพเกือบร้อยคนออกมาใช้ทั้งของวิเศษ และ ค่ายกลมาช่วยกันต้าน แรงลมทมิฬที่เหลือเอาไว้ พอเห็นเสี่ยวเทียน รองเจ้าสำนักที่ ได้รับรายงานว่า เสี่ยวเทียนออกมาแล้ว กำลังจะส่งคนไปจัดการ แต่เจอเสี่ยวเทียนมาเยือนถึงที่สำนัก แล้วก็ทำลายล้างสำนักไปกว่าครึ่งแล้วก็ ตื่นตกใจยิ่งนักไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะกล้าเช่นนี้
“ เฉินเสี่ยวเทียน นี่แกกล้าลงจากสำนักสะท้านฟ้า มาพังสำนักของข้าถึงที่นี่เชียวรึ” รองเจ้าสำนักจงหนันซานตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
“ พวกเจ้านี่ช่างกล้า ตั้งค่าหัวข้า ถึง หนึ่งร้อยล้านเหรียญเงิน ข้าอยากรู้ว่า พวกเจ้ามีเงินเยอะขนาดนั้น จริงไหม?” รองเจ้าสำนักใช้พลังปราณจักรพรรดิปล่อยเข้ามาเพื่อสะกดเสี่ยวเทียนให้คุกเข่า แต่เสี่ยวเทียนไม่รู้สึกอะไร เพราะบัดนี้อาจารย์ลู่เอินใช้พลังเซียนปกป้องเอาไว้ แล้วสั่งให้เสี่ยวเทียน ใช้กระบี่อัสนีสวรรค์จัดการกับพวกมัน
“ อาจารย์กระบี่อัสนีสวรรค์ให้ท่านอาวุโสหานลี่ไปศึกษาแล้ว” เสี่ยวเทียนนึกขึ้นได่ว่า ไม่ได้นำกระบี่อัสนีสวรรค์มาด้วย
“ เออข้าก็ลืมเสียสนิทเลย”
ทันใดนั้น ลมพายุทมิฬทั้งสามลูกก็ถูกชายผู้หนึ่งสร้างมิติส่วนตัวแล้วปล่อยให้ลมพายุทมิฬเข้าไป แล้วปิดมิติส่วนตัว เสี่ยวเทียนเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ ที่ลมพายุทมิฬถูกเอาไปอย่างง่ายดายอย่างนี้เชียวรึ แล้วชายหนุ่มวัย 40 ปีก็ค่อยๆ ลอยมาอยู่หน้ารองเจ้าสำนัก แล้วทุกคนก็ทำการคารวะชายผู้นี้ทันที
“ ท่านเจ้าสำนัก”
“ เจ้าหรือ เฉินเสี่ยวเทียน ช่างกล้าบังอาจมาทำลาย สำนักของข้า เจ้าคิดว่าเจ้ามีกี่ชีวิตกันหืม?” เจ้าสำนักจงหนันซาน เอ่ยออกมาด้วยความโกรธ
“ พวกเจ้ากล้าตั้งค่าหัวของข้า แล้วทำไมข้าจะไม่กล้าทำลายล้างสำนักของเจ้ากันล่ะ” เสี่ยวเทียนตอบไม่ลดละ
“ เจ้าเด็กน้อย เจ้าสังหารคุรุเทพสำนักของข้าไปถึง 6 คน ยังกล้ามาทำปากดีอีก
ในเมื่อเจ้ากล้าลงจากสำนักสะท้านฟ้ามา เช่นนี้ ข้าก็ไม่ต้องเกรงใจเจ้าสำนักสะท้านฟ้าแล้วซินะ “ เจ้าสำนักเอ่ยจบก็ใช้มือดึงร่างของเสี่ยวเทียนเพื่อให้เข้ามาหาตน
“ เข้าไปในปราสาทเทพเซียน แล้วสั่งให้ฟงอี้ พุ่งชนพวกมันเลย !!” เสี่ยวเทียนหายวับไปในทันที แล้วปราสาทเทพเซียนอันใหญ่โตก็ปรากฏขึ้น ทุกๆ คนมัวแต่มองปราสาทเทพเซียนอย่างตลึงพลึงเพลิด ปราสาทเทพเซียนก็พุ่งเข้าชนสิ่งก่อสร้างของ สำนักจงหนันซาน ทันที โครม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ! !!!! สำนักจงหนันซานถูกทำลายราบไปจนหมด
ถึงแม้ว่าเจ้าสำนักจงหนันซาน จะใช้พลังระดับสูงสุด ก็ไม่อาจต้านทานพลังขับเคลื่อนของปราสาทเทพเซียนอันใหญ่โตได้ หลังจากทำลายสำนักงาน สิ่งก่อสร้าง ของสำนักจงหนันซานไปจนหมดแล้ว ปราสาทเทพเซียนก็พาเสี่ยวเทียน ลอยหายวับไป ทิ้งไว้เหลือแต่ซากปรักหักพัง
“ เฉินเสี่ยวเทียน แกต้องตาย !!! ” เจ้าสำนักจงหนันซานตะโกนดังก้องฟ้า กำหมัดแน่นหัวฟู ดวงตาแทบเป็นสายเลือด จ้องมองสำนักที่สร้างมาหลายร้อยปี ถูกทำลายลงไปในพริบตาต่อหน้า ต่อตา โดยที่เขาไม่อาจยับยั้งอะไรได้เลย....