รุ่งอรุณหลังจากคืนแห่งความวุ่นวายในงานเลี้ยงสลับร่าง บรรยากาศในเรือนฝ่ายในของคฤหาสน์พยัคฆ์เริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ แต่แน่นอน กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องหอมและดอกไม้ที่เคยปกคลุมทุกซอกทุกมุม บัดนี้เริ่มปนเปไปด้วยกลิ่นอายแห่งความระแวงและความริษยาที่ค่อยๆ กัดกร่อนหัวใจของสตรีทุกคนในจวน
แสงแรกของวันใหม่ส่องผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลายเข้ามาในห้องโถงหลักของเรือนฝ่ายใน ทำให้เงาของเสาไม้แกะสลักลายมังกรเต้นระริกบนพื้นหินขัดมัน ฮูหยินใหญ่ ผู้เคยเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจและเกียรติยศในฝ่ายใน นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวสูงในห้องโถงหลัก ใบหน้าที่เคยสง่างามบัดนี้ขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากบางถูกกัดจนซีดขาว ดวงตาที่เคยเย็นชาเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงจากการนอนไม่หลับ
"นังแพศยานั้น... มันกำลังแย่งทุกอย่างจากข้า" นางพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาที่เคยเย็นชาเต็มไปด้วยประกายแห่งความเกลียดชังและความหวาดกลัวที่ไม่อาจปกปิด มือที่เคยนุ่มนวลบัดนี้กำหมัดแน่นจนข้อมือขาว เล็บยาวเข้าไปในฝ่ามือจนเกือบทิ่มแทง
ภาพที่นางเห็นเมื่อคืนยังคงติดตาอยู่อย่างชัดเจน ภาพสามีของตนเองกำลังโอบกอด "ไป๋หลิน" อย่างแนบชิดที่แท่นประทับ ใบหน้าของชายชราที่เต็มไปด้วยความสุขสมและความปรารถนาที่นางไม่เคยเห็นมาหลายปี เสียงครางและเสียงกระซิบคำหวานที่ดังมาจากแท่นประทับทำให้หัวใจนางแทบสลาย
รอบตัวนางคือเหล่าอนุทั้งห้าคน ซึ่งแต่ละคนล้วนเคยถูกแม่ทัพใหญ่จ้าวทะนุถนอมในช่วงเวลาหนึ่ง พวกนางมานั่งรวมตัวกันอย่างเงียบๆ ในห้องโถงที่เคยเป็นสถานที่แห่งความสงบสุข แต่สายตาที่แลกเปลี่ยนกันนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความหวาดระแวงร่วมกัน ใบหน้าของแต่ละคนยังคงแดงก่ำเล็กน้อยจากฤทธิ์ยา "บุปผาล่มเมือง" ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกาย
อนุคนที่หนึ่ง ผู้เคยเป็นที่โปรดปรานก่อนฮูหยินใหญ่จะมา นั่งเก็บตัวอยู่ในมุมหนึ่ง ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง นางจำได้ชัดเจนว่าเมื่อคืนแม่ทัพใหญ่แทบไม่มองนางสักครั้ง แม้นางจะพยายามเข้าไปใกล้และเสนอตัวรินเหล้าให้ท่าน
อนุคนที่สอง ผู้มีใบหน้าคล้ายดอกบัวตูม นั่งขัดสมาธิบนเสื่อไผ่ มือเรียวบิดผ้าเช็ดหน้าจนยู่ยี่ นางเห็นแม่ทัพใหญ่ลูบไล้ผมของ "ไป๋หลิน" อย่างอ่อนโยน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ที่นางไม่เคยได้รับมาก่อน
"ท่านฮูหยินใหญ่... ข้าเห็นท่านแม่ทัพมองนางด้วยสายตาที่ไม่เคยมองข้าเลยสักครั้ง" อนุคนที่สาม ฮูหยินรองผู้เคยเป็นที่รักที่สุดในช่วงหนึ่ง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าที่เคยมั่นใจในความงามของตนเองบัดนี้เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ "นางเดินเพียงก้าวเดียว ก็ทำให้ท่านแม่ทัพยิ้มได้... ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนถูกแทนที่"
อนุคนที่สี่พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้ว... ข้าเห็นท่านแม่ทัพกระซิบข้างหูนางอย่างใกล้ชิด แล้วนางก็หัวเราะเบาๆ อย่างเซ็กซี่... ข้าอิจฉามาก"
อนุคนที่ห้า ผู้อายุน้อยที่สุดและเพิ่งเข้ามาในจวนได้ไม่นาน ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น "ถ้านางได้เป็นฮูหยินใหญ่... พวกเราจะถูกไล่ออกจากจวนแน่นอน... หรือแย่กว่านั้น... อาจถูกขายเป็นทาส"
ฮูหยินใหญ่กำพนักเก้าอี้แน่นจนเส้นเอ็นบนหลังมือโปนขึ้นมา "พวกเจ้าก็เห็นเหมือนกันใช่หรือไม่? นางใช้ยาใช้เข็ม ใช้ใบหน้าและร่างกายที่อ่อนเยาว์ล่อลวงท่านแม่ทัพ นางกำลังแย่งตำแหน่งฮูหยินใหญ่จากข้า... และแย่งความสนใจจากพวกเจ้าไปด้วย"
นางหยุดพูดชั่วขณะ แล้วเอ่ยต่อด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น "แต่สิ่งที่ข้าทนไม่ได้ที่สุดคือ... นางทำให้ข้าดูเหมือนผู้หญิงแก่ที่ไร้ค่า ข้าเคยเป็นที่รักของท่านแม่ทัพมาสิบกว่าปี แต่เมื่อคืน... ท่านมองข้าเหมือนมองเฟอร์นิเจอร์"
อนุทั้งห้าพยักหน้ากันอย่างเห็นพ้อง ใบหน้าของแต่ละคนแดงก่ำด้วยความโกรธและความอิจฉาที่ถูกยกระตุ้นจากฤทธิ์ "บุปผาล่มเมือง" ที่ซึมซาบอยู่ในน้ำทุกหยดที่พวกนางดื่มกิน ยาที่ชิงเหยาได้โปรยลงในบ่อน้ำหลักไม่เพียงแต่กระตุ้นความปรารถนาทางกาม แต่ยังขยายความรู้สึกริษยาและความโกรธแค้นให้รุนแรงขึ้นด้วย
"เราต้องกำจัดนาง" อนุคนที่สองเอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยความโหดร้าย "นัดนางมาที่เรือนหลัง แล้วรุมทำร้าย... หรือใส่พิษในยาที่นางปรุงเองก็ได้"
"หรือจะใส่งูพิษในห้องนอนของนาง" อนุคนที่สี่เสริม "แล้วทำเป็นว่าเป็นอุบัติเหตุ"
"หรือจะผลักนางลงบ่อน้ำตอนกลางคืน" อนุคนที่ห้าพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
ฮูหยินใหญ่พยักหน้าอย่างพอใจ "ดี... คืนนี้หลังงานเลี้ยงเล็กๆ เราจะลงมือ นางต้องหายไปจากจวนนี้ให้ได้"
แต่สิ่งที่พวกนางไม่รู้เลยคือ... ทุกคำพูด ทุกแผนการ ถูกชิงเหยาในคราบไป๋หลินวางหมากล่วงหน้าไว้หมดแล้ว นางได้ยินทุกคำจากที่ซ่อนอยู่หลังเสาไม้ใหญ่ ใบหน้าอ่อนโยนของนางแฝงรอยยิ้มเยาะเล็กๆ ที่ไม่มีใครเห็น
ชิงเหยาเริ่มแผนปั่นหัวฝ่ายในด้วยความละเอียดอ่อนและโหดร้าย นางรู้ดีว่าความริษยาของผู้หญิงคืออาวุธที่ร้ายแรงที่สุด และเมื่อถูกกระตุ้นด้วยฤทธิ์ยา มันจะกลายเป็นไฟป่าที่ไม่อาจควบคุมได้
คืนนั้น หลังจากส่งยาบำรุงให้ฮูหยินรองตามปกติ นางแอบเข้าไปใกล้อนุคนที่สาม ซึ่งเป็นคนที่อ่อนไหวและริษยามากที่สุด นางเลือกเวลาที่อนุคนนี้กำลังนั่งปักผ้าอยู่คนเดียวในศาลาเล็กๆ ข้างสวนหลังเรือน
"อนุสาม... ข้าเห็นท่านแม่ทัพกับฮูหยินใหญ่เมื่อคืน..." นางกระซิบเสียงแผ่ว ขณะที่มองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง "ท่านแม่ทัพบอกว่าท่านอายุมากแล้ว... และฮูหยินใหญ่... นางแอบพบองครักษ์หนุ่มยามดึกเพื่อประชดท่านแม่ทัพ ข้าเห็นเองกับตา... พวกเขาอยู่ในศาลาหลังเรือนด้วยกัน"
อนุคนที่สามหยุดปักผ้า มือสั่นเทาจนเข็มเล็ดลอด "จริงหรือ? ฮูหยินใหญ่... นางกล้าทำแบบนั้นจริงๆ หรือ?"
ชิงเหยาแสร้งทำเป็นลังเลและกลัว "ข้าไม่กล้าโกหกท่านเจ้าค่ะ... แต่ข้าก็ไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่ออกไป ท่านต้องระวังตัวนะเพคะ เพราะข้าได้ยินนางพูดว่า... ว่าจะหาทางกำจัดอนุที่ยังสวยกว่านางออกไปให้หมด"
อนุคนที่สามหน้าซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวและความโกรธ "นางพูดแบบนั้นจริงๆ หรือ?"
"ข้าไม่กล้าพูดเท็จเจ้าค่ะ... นางบอกว่าจะใส่พิษในชาของท่าน แล้วบอกท่านแม่ทัพว่าท่านป่วยเพราะโรคระบาด" ชิงเหยาแสร้งสะอื้น "ข้าเป็นห่วงท่านมาก... แต่ข้าเป็นแค่หมอหญิงตัวเล็กๆ จะทำอะไรได้"
อนุคนที่สามกำหมัดแน่น เส้นเลือดบนหน้าผากโปนขึ้นมา "นังแพศยา... กล้าดียังไง! ข้าจะไม่ปล่อยให้นางทำร้ายข้าแน่นอน!"
หลังจากปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยในใจอนุคนที่สามแล้ว ชิงเหยาก็หันไปหาฮูหยินใหญ่ในโอกาสที่พบกันตามลำพัง นางเลือกเวลาที่ฮูหยินใหญ่กำลังนั่งแต่งหน้าในห้องส่วนตัว กระจกทองเหลืองส่องให้เห็นใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยและความเครียด
"ท่านฮูหยินใหญ่... ข้าได้ยินอนุคนที่สามพูดลับหลังท่าน..." นางกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "นางบอกว่าจะหยอดพิษลงในชาของท่าน... เพราะนางอิจฉาที่ท่านยังได้รับความโปรดปรานจากท่านแม่ทัพ"
ฮูหยินใหญ่หยุดแต่งหน้า มือที่ถือแปรงแต่งหน้าสั่นเทา "นางพูดแบบนั้นจริงๆ หรือ?"
"ข้าไม่กล้าโกหกท่านเจ้าค่ะ... นางยังบอกอีกว่า ท่านแก่แล้ว ไม่มีทางแข่งกับความอ่อนเยาว์ของนางได้" ชิงเหยาแสร้งลังเล "แล้วนางยังพูดถึงเรื่อง... เรื่องที่ท่านแอบพบองครักษ์หนุ่มด้วย"
ฮูหยินใหญ่กำหมัดแน่นจนข้อมือขาว "นังแพศยา... กล้าดียังไง! ข้าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น! นางกล้าใส่ร้ายข้าหรือ!"
"ข้าเชื่อท่านเจ้าค่ะ... แต่นางบอกว่าจะแพร่ข่าวนี้ให้ท่านแม่ทัพฟัง เพื่อให้ท่านแม่ทัพเกลียดท่าน แล้วนางจะได้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่แทน" ชิงเหยาแสร้งเศร้า "ข้าเป็นห่วงท่านมาก... นางมีแผนการที่โหดร้ายมาก"
ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคที่แฝงพิษร้าย ชิงเหยาได้จุดประกายไฟริษยาระหว่างสตรีทั้งหมดให้ลุกโชน นางยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ นางไปหาอนุคนที่หนึ่งและคนที่สอง ปลูกฝังเรื่องราวที่บิดเบือนเกี่ยวกับการที่ฮูหยินใหญ่และอนุคนที่สามกำลังวางแผนกำจัดพวกนาง
"อนุคนที่สามบอกว่า ท่านหน้าตาเริ่มเสื่อมแล้ว ไม่น่าจะได้รับความสนใจจากท่านแม่ทัพอีกต่อไป" นางกระซิบกับอนุคนที่หนึ่ง
"ฮูหยินใหญ่บอกว่า ท่านเป็นแค่ของเล่นชั่วคราว เมื่อไหร่ที่ท่านแก่เกินไป นางจะขายท่านให้บ้านโสเภณี" นางกระซิบกับอนุคนที่สอง
แต่ละคำพูดถูกคำนวณมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เกิดความขัดแย้งสูงสุด ชิงเหยารู้จุดอ่อนของผู้หญิงแต่ละคนเป็นอย่างดี และใช้ความรู้นั้นเป็นอาวุธทำลายล้าง
และแล้ว... ความขัดแย้งก็ระเบิดออกในยามเช้าตรู่ของวันถัดมา
เรือนฝ่ายในที่เคยสงบเงียบ บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและการด่าทอ บรรยากาศที่เคยสุภาพและมีระเบียบแบบแผน กลายเป็นสมรภูมิรบของความริษยาและความแค้น
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่ออนุคนที่สามเดินเข้าไปในห้องโถงหลักพร้อมกับถ้วยชาที่เตรียมไว้สำหรับฮูหยินใหญ่ แต่แทนที่จะส่งให้อย่างสุภาพเหมือนเช่นเคย นางกลับเดินตรงไปหาฮูหยินใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ฮูหยินใหญ่... ข้ามีเรื่องจะถามท่าน" อนุคนที่สามเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือด้วยความโกรธ
ฮูหยินใหญ่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือบทสวดมนต์ เงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าเย็นชา "เรื่องอะไรกัน?"
"ท่านวางแผนจะหยอดพิษในชาของข้าจริงหรือไม่?" อนุคนที่สามถามตรงๆ โดยไม่อ้อมค้อม
ฮูหยินใหญ่ตกใจ "เจ้าพูดอะไรของเจ้า? ข้าจะทำเรื่องแบบนั้นทำไม?"
"อย่าแสร้ง! ข้ารู้แล้วว่าท่านกำลังวางแผนกำจัดข้า เพราะท่านกลัวว่าข้าจะแย่งความสนใจจากท่านแม่ทัพ!" อนุคนที่สามตะโกน
"นังบ้า! ข้าไม่เคยคิดเรื่องแบบนั้น!" ฮูหยินใหญ่ลุกขึ้นยืน "แต่ข้ารู้ว่าเจ้าไปใส่ร้ายข้าเรื่ององครักษ์หนุ่ม!"
"ใส่ร้าย? ข้าเห็นเองกับตาว่าท่านแอบพบเขายามดึก!" อนุคนที่สามโต้กลับ
"นังโกหก! ข้าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น!" ฮูหยินใหญ่พุ่งเข้าใส่อนุคนที่สามด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้ากล้าหยอดพิษในชาของข้าหรือ!"
"ข้าไม่ได้ทำ!" อนุคนที่สามตะโกนกลับ "แต่ข้าเห็นเจ้าแอบพบองครักษ์ยามเมื่อคืนก่อน! นังคนคบชู้!"
เสียงตบหน้าดัง "เพียะ!" ชัดเจนก้องไปทั่วห้องโถง ฝ่ามือของฮูหยินใหญ่ฟาดลงบนแก้มของอนุคนที่สามอย่างแรง อนุสะดุดล้มลงกับพื้นหินเย็น ผมเผ้ายุ่งเหยิงจากมวยที่แต่งไว้อย่างประณีต ใบหน้าแดงฉานด้วยรอยฝ่ามือที่ชัดเจน
"เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า!" ฮูหยินใหญ่ตะโกน "ข้าเป็นฮูหยินใหญ่ของจวนนี้ จะไปทำเรื่องเสื่อมเสียทำไม!"
อนุคนที่สามลุกขึ้นมา มือเช็ดเลือดที่ไหลจากมุมปาก "ฮูหยินใหญ่ก็เป็นได้! ข้าเห็นเจ้าและองครักษ์หนุ่มคนนั้นอยู่ในศาลาหลังเรือนเมื่อคืน! พวกเขากอดกันแน่นมาก!"
"นังโกหก!" ฮูหยินใหญ่พุ่งไปจับผมของอนุคนที่สาม "ข้าจะทำให้เจ้าเงียบไปเลย!"
เสียงกรีดร้องและเสียงต่อสู้ดังขึ้น สองผู้หญิงที่เคยมีมารยาทดีกลายเป็นเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังต่อสู้กัน ผมถูกชัก เล็บขูดหน้า เสื้อผ้าไหมถูกฉีกขาด
"พวกเจ้า... หยุดนะ!" อนุคนที่หนึ่งพยายามห้าม แต่กลับถูกทั้งสองฝ่ายลากเข้าไปในวงล้อม
"เจ้าก็เหมือนกัน! เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าแอบไปบอกท่านแม่ทัพว่าข้าแก่แล้ว!" ฮูหยินใหญ่หันไปใส่อนุคนที่หนึ่ง
"ข้าไม่เคยพูดแบบนั้น!" อนุคนที่หนึ่งโต้แย้ง "แต่เจ้าบอกท่านแม่ทัพว่าข้าเป็นโรคผิวหนังใช่หรือไม่!"
ภายในไม่กี่นาที เรือนฝ่ายในกลายเป็นสมรภูมิรบของสตรี อนุคนที่สองและคนที่สี่ก็ถูกลากเข้าไปในการต่อสู้ เมื่อพวกนางถูกกล่าวหาว่าพูดลับหลังกันและกัน ผมถูกชัก ผ้าไหมถูกฉีกขาด เสียงกรีดร้องและคำด่าทอเรื่องชู้สาวดังระงม
"เจ้าแอบนอนกับองครักษ์ยามเพื่อประชดท่านแม่ทัพ!"
"นังแพศยา! เจ้าหยอดพิษในชาของข้า!"
"พวกเจ้าแย่งความสนใจจากท่านแม่ทัพหมด!"
"เจ้าบอกท่านแม่ทัพว่าข้าเป็นโรคติดต่อ!"
"เจ้าใส่ร้ายข้าเรื่องขโมยเครื่องประดับ!"
เสียงตบหน้าและเสียงร้องโอดครวญดังก้องไปทั่วเรือนฝ่ายใน บ่าวรับใช้ที่วิ่งมาดูเหตุการณ์ยืนอึ้งอยู่กับที่ ปากอ้าค้างด้วยความตกใจ บางคนถึงกับแอบหัวเราะคิกคักในลำคอเมื่อเห็นนายหญิงผู้สูงศักดิ์กลายเป็นเหมือนแม่ค้าในตลาดที่กำลังทะเลาะกัน
อนุคนที่ห้าซึ่งอายุน้อยที่สุด พยายามหนีออกจากการต่อสู้ แต่กลับถูกฮูหยินใหญ่จับได้ "เจ้าคิดว่าจะหนีไปไหน! เจ้าก็เป็นพวกเดียวกับพวกมัน!"
"ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย!" อนุคนที่ห้าร้องไห้ "ข้าเพิ่งมาใหม่!"
"โกหก! เจ้าไปบอกท่านแม่ทัพว่าข้าใช้เวทมนตร์ดำใส่นางไป๋หลิน!" ฮูหยินใหญ่ตะโกน
การต่อสู้ยิ่งรุนแรงขึ้น ห้องโถงที่เคยสวยงามและเป็นระเบียบ บัดนี้เต็มไปด้วยเศษแจกันที่แตกหัก ผ้าไหมที่ฉีกขาด และเลือดจากแผลเล็กๆ ที่เกิดจากการขูดเล็บ
กฎระเบียบและเกียรติยศของฝ่ายในที่เคยเข้มงวดดุจกฎเหล็ก พังทลายลงในพริบตา ผู้หญิงที่เคยสง่างามและมีมารยาท กลายเป็นเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
ชิงเหยาในคราบไป๋หลินยืนมองเหตุการณ์จากระเบียงไกลๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ใบหน้าอ่อนโยนเหมือนหมอหญิงที่กำลังเป็นห่วงคนไข้ แต่ในดวงตาที่หลบต่ำนั้น กลับฉายประกายแห่งความสะใจที่ไม่อาจปิดบัง
นางเห็นความเน่าเฟะของขุนนางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูสง่างาม ความริษยาของผู้หญิงคืออาวุธที่ร้ายแรงไม่แพ้ดาบในสนามรบ และนางก็ใช้มันได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด
"พวกเจ้าเคยคิดว่าตนเองสูงส่ง... งดงาม... และมีเกียรติ" นางพึมพำในใจ ขณะที่มองดูฮูหยินใหญ่ถูกอนุสามคนรุมทำร้าย "แต่แท้จริงแล้ว... พวกเจ้าก็เป็นเพียงสตรีที่ถูกตัณหาและริษยาครอบงำ... เหมือนกันกับสตรีทุกคน"
เสียงตบหน้าดังระงมต่อเนื่อง ฮูหยินใหญ่ถูกอนุสามคนรุมทำร้ายจนผมเผ้ายุ่งเหยิง ชุดไหมแพรแดงที่เคยสวยงามบัดนี้ขาดวิ่นและเปื้อนเลือด ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแดงและน้ำตา อนุคนที่สามถูกตบจนเลือดไหลออกจากมุมปาก แต่ยังตะโกนแฉความลับเรื่องชู้สาวของฮูหยินใหญ่ไม่หยุด
"ข้าเห็นเจ้าและองครักษ์หนุ่มคนนั้นจูบกันในศาลา!" อนุคนที่สามตะโกน "เจ้าทำหน้าเสียวเหมือนแม่หญิงในบ้านโสเภณี!"
"นังโกหก! ข้าไม่เคยทำ!" ฮูหยินใหญ่ร้องไห้โฮ "ข้าเป็นฮูหยินใหญ่! ข้าไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย!"
"แล้วทำไมข้าเห็นเจ้าให้เขาจับเนินอก!" อนุคนอื่นเสริม "เจ้าครางเสียงหวานด้วย!"
การต่อสู้ยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อความลับที่น่าอายถูกเปิดเผยต่อหน้าบ่าวรับใช้ ฮูหยินใหญ่พยายามปิดปากอนุคนที่สาม แต่กลับถูกคนอื่นๆ จับแขนไว้
บ่าวรับใช้ที่มาดูเหตุการณ์ยิ่งมีจำนวนมากขึ้น พวกเขายืนดูด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแอบเพลิดเพลิน การเห็นนายหญิงผู้สูงศักดิ์ต่อสู้กันเหมือนแม่ค้าในตลาดทำให้พวกเขารู้สึกสนุกและมีเรื่องนินทาไปเล่าให้คนอื่นฟัง
ชิงเหยายืนมองด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก นางรู้ว่าเหตุการณ์นี้จะแพร่กระจายไปทั่วเมือง ชื่อเสียงของตระกูลจ้าวจะเสื่อมเสียลงอย่างมาก เมื่อผู้คนได้ยินว่าสตรีในเรือนฝ่ายในต่อสู้กันเหมือนสัตว์ป่า และมีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้น
"ตระกูลจ้าว... พวกเจ้ากำลังพังทลายจากภายใน... และข้า... คือผู้จุดไฟนี้" นางพึมพำในใจ
นางมองดูฮูหยินใหญ่ที่ถูกรุมทำร้ายจนร่วงล้มลงกับพื้น ชุดไหมแพรที่เคยสวยงามบัดนี้ขาดเป็นผืนๆ ผมที่เคยเรียบร้อยบัดนี้ยุ่งเหยิงเหมือนหญ้าแห้ง ใบหน้าที่เคยสง่างามบัดนี้บวมช้ำและเต็มไปด้วยน้ำตา
อนุทั้งห้าคนก็ไม่ได้ดีกว่ากัน แต่ละคนมีแผลเล็กๆ จากการขูดเล็บ ผ้าไหมขาดวิ่น ผมยุ่งเหยิง และใบหน้าแดงก่ำจากการตบตี
"พอแล้ว! หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากทางเข้าห้องโถง
จ้าวเหยียน ลูกชายคนโตของแม่ทัพใหญ่ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว เขาเพิ่งกลับมาจากการฝึกทหารและได้ยินเสียงโวยวายจากเรือนฝ่ายใน
"พวกเจ้าทำอะไรกัน!" เขาตะโกน "นี่คือเรือนฝ่ายในของตระกูลจ้าว ไม่ใช่ตลาดนัด!"
สตรีทั้งหมดหยุดต่อสู้ พวกนางยืนขึ้นด้วยท่าทีอับอาย ผมยุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้าบวมช้ำ
"คุณชายเหยียน..." ฮูหยินใหญ่พยายามจัดผมให้เรียบร้อย "เรื่องมันเป็นแบบนี้..."
"ข้าไม่อยากฟัง!" จ้าวเหยียนตะโกน "พวกเจ้าทำให้ตระกูลเราเสื่อมเสีย! บ่าวรับใช้ทั้งจวนเห็นพวกเจ้าต่อสู้กันเหมือนสัตว์ป่า!"
เขามองไปรอบๆ ห้องโถงที่เต็มไปด้วยเศษแจกันแตก ผ้าไหมฉีกขาด และคราบเลือด "ทำความสะอาดให้หมด! และพวกเจ้า... ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย! ถ้าท่านพ่อเห็นแบบนี้ ท่านจะโกรธมาก!"
สตรีทั้งหมดก้มหน้าด้วยความอาย พวกนางเดินออกจากห้องโถงอย่างเงียบๆ แต่สายตาที่มองกันยังคงเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความแค้น
ชิงเหยาหันหลังเดินจากไปอย่างสงบนิ่ง ทิ้งให้เสียงกรีดร้องและการด่าทอของสตรีทั้งหลายดังก้องไปทั่วเรือนฝ่ายใน
ความสงบสุขในจวนแม่ทัพพยัคฆ์... ได้สิ้นสุดลงแล้ว
และการล้างแค้นที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้น