เช้าวันต่อมาพายุหิมะยังคงรุนแรงเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ภายในถ้ำลั่วอู่หลินนั่งทำสมาธิหลับตาอย่างสงบเพื่อปรับพลังของตนให้คงที่อยู่ตลอดเวลา ด้วยอุณหภูมิที่หนาวสุดขั่วหัวใจเช่นนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ได้รับผลกระทบจากมัน
ในเวลาเดียวกันนั้นเองฮั่วฟางหรงก็ได้ตื่นขึ้นมาแววตาที่แสนจะงัวเงียเริ่มกลายเป็นหลากหลาย รอบตัวของนางตอนนี้มีเปลวเพลิงอสูรล้อมรอบเพื่อให้ความอบอุ่นแก่นางถึงห้าชนิดด้วยกัน นี่คือสิ่งที่ทำให้นางไม่รู้สึกหนาวเมื่อคืนอย่างนั้นหรือ
"เปลวเพลิงอสูร! ชายคนนี้มีมันมากถึงเพียงนี้เชียว"ฮั่วฟางหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ โดยปกติผู้ใช้ปราณน้ำแข็งจะไม่ค่อยถูกกับเปลวเพลิงเท่าไรนัก และจะไม่ค่อยเก็บเปลวเพลิงอสูรไว้กับตัว
"ทำไม? ท่านจะขอซื้อพวกมันจากข้าหรือ"ชายหนุ่มลืมตาขึ้นและอดไม่ได้ที่จะกล่าวหยอกล้อนาง
"เจ้าจะขายไหมละ ถ้าเจ้าขายข้าก็ซื้อ"ฮั่วฟางหรงกล่าวด้วยความสนใจยิ่ง เปลวเพลิงอสูรแม้จะไม่ได้ดูหายากอะไรในสายตาของหอประมูล แต่ก็เป็นที่ต้องการของผู้ฝึกตนธาตุไฟทุกคน
"ไม่ล่ะ ข้าไม่ขาย เหล่าภรรยาของข้าจำเป็นต้องใช้มันจำนวนมาก แค่ห้าชนิดที่เห็นนี้มันยังไม่พอด้วยซ้ำ"ลั่วอู่หลินกล่าวปฏิเสธ จากนั้นก็เอาอาหารออกมาให้นาง
หลังจากที่พวกเขาได้กินอาหารกันจนเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบขอแผนที่ของนางเพื่อหาสถานที่ๆเป็นความจุดหมายปลายทางในทันที ซึ่งปรากฏว่าสถานที่แห่งนี้คือเทือกเขาที่มีชื่อว่านรกเยือกแข็งที่แทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ได้ แต่หากพวกเขาพบเจอสิ่งมีชีวิตเมื่อใดนั่นคือความตายอย่างไม่ต้องสงสัย
เพราะหากมีคน อสูร หรือปีศาจที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้พวกเขาย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และการที่จะฆ่าระดับวีรชนสองคนก็คงทำได้อย่างง่ายดาย
"จากที่ดูแล้วเปลวเพลิงน่าจะอยู่จุดสูงสุดของเทือกเขาแห่งนี้ และการที่จะไปที่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเพราะยิ่งเราเข้าใกล้มันอุณหภูมิจะต่ำลงเรื่อยๆสำหรับข้าไม่นับเป็นอะไร แต่สำหรับท่านนั้นแตกต่างกันออกไป มันอาจจะเป็นอันตรายมาก จะเอาอย่างไรดีจะถอยหรือว่าจะไปต่อ"ลั่วอู่หลินอธิบายและไถ่ถาม
"มาถึงขนาดนี้แล้ว เดินทางเถอะ"ฮั่วฟางหรงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าตอบรับความต้องการของนางจากนั้นก็พลันสร้างม่านพลังจากแก่นแท้น้ำแข็งคุ้มกายให้ฮั่วฟางหรงเอาไว้ และเริ่มออกเดินทางโดยไม่รั้งรอ
ภายใต้พายุหิมะที่ซัดโหมกระหน่ำ ร่างสองร่างพุ่งทะยานฝ่ามันไปอย่างรวดเร็วจนกระทั้งมาถึงครึ่งทางอุณหภูมิเริ่มหนาวเย็นจนฮั่วฟางหรงปากสั่นทั้งๆที่อยู่ในม่านพลัง ส่วนลั่วอู่หลินก็เริ่มที่จะขนลุกขึ้นมาบ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร
"ท่านไหวหรือเปล่า หากไม่ไหวเราสามารถหาที่พักก่อนได้"ชายหนุ่มหันไปกล่าวถาม ตอนนี้ใบหน้าของฮั่วฟางหรงแม้จะซีดเซียวแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางเอ่ยเพียงสั้นๆว่าให้เดินหน้าต่อไป ซึ่งลั่วอู่หลินก็ไม่ขัดศรัทธา
การเดินทางของพวกเขาคงต้องบอกว่าราบลื่นเป็นอย่างมาก ผ่านไปสามชั่วยามก็มาถึงช่วงสุดท้ายของหุบเขาที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บเกินบรรยาย แต่ที่น่าแปลกก็คือความเย็นเหล่านี้ไม่ได้แช่แข็งพวกเขาทว่ากลับทำให้รู้สึกว่าผิวหนังโดนกัดกล่อนและแผดเผาแทน
'ความรู้สึกเช่นนี้ เราใกล้จะถึงแล้วแน่นอน แต่มันจะราบลื่นและง่ายดายเช่นนี้เชียวหรือ'ลั่วอู่หลินกล่าวในใจด้วยความสงสัย อุปสรรคเรื่องสัตว์อสูรหรือสิ่งมีชีวิตในที่นี้เขาสามารถปัดตกได้ แต่ชายหนุ่มไม่คิดว่ามันจะง่ายดายเช่นนี้
"แห๊กๆ!อีกนิดเดียวใกล้จะถึงแล้ว"ฮั่วฟางหรงให้กำลังใจตนเอง ลั่วอู่หลินหันไปมองนางก็อดชื่นชมไม่ได้ หญิงสาวคนนี้มีความอดทนเอามากๆ นางหืดขึ้นคอตั้งแต่ตอนขึ้นมาได้เจ็ดส่วนแต่กลับไม่ย่อท้อแต่อย่างใด
"ใช่ อีกนิดเดียว"ลั่วอู่หลินกล่าว เขาที่นำหน้านางเมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดของเทือกเขาดวงตาก็พลันเบิกกว้างในทันที พร้อมกับเนื้อตัวที่สั่นเทา สิ่งที่เขาพบเจอเมื่อขึ้นมาถึงจุดสูงสุดคือพยัคฆ์ขนาดมหึมาที่เนื้อตัวของมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าเป็นประกายแถมด้านหลังยังมีปีกสี่ปีกทำให้มันดูสูงส่งและน่ายำแกร่งยิ่ง
ลั่วอู่หลินถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เขารู้ได้ในทันทีว่าพยัคฆ์ตนนี้คือร่างจำแลงของเปลวเพลิงเหมันต์ผนึกฟ้า แม้ดูแล้วจะไม่อันตรายเท่าเปลวเพลิงทองคำแก่นภพของเขาเคยปราบมา แต่สำหรับชายหนุ่มเจ้าพยัคฆ์ตัวนี้คล้ายจะเป็นตัวปัญหามากกว่า
เพราะต้องไม่ลืมว่าถึงเปลวเพลิงทองคำแก่นภพแม้จะแกร่งกล้าแต่คุณสมบัติของมันก็ยังคงเป็นเปลวเพลิงซึ่งเขาใช้พลังแก่นแท้น้ำแข็งต่อต้านได้ แต่กับเปลวเพลิงเหมันต์ผนึกฟ้ามันมีทั้งคุณสมบัติเปลวเพลิงและน้ำแข็งที่เย็นสุดขั่วลั่วอู่หลินจึงรู้สึกลำบากที่จะต้านทาน
"นะ นี่มัน!!"ฮั่วฟางหรงเมื่อขึ้นมาถึงอาการก็ไม่ต่างจากลั่วอู่หลินสักเท่าไรนัก แต่ก่อนนางจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ชายหนุ่มรีบปิดปากของนางทันทีและส่งสายตาเป็นสัญญาณว่าห้ามส่งเสียงดัง
"อยู่นิ่งๆและฟื้นฟูพลังเอาไว้ ข้าจะกำราบมันให้ เมื่อถึงเวลาท่านจะต้องใช้พลังในการดูดกลืนมันเพราะฉนั้นจนกว่าข้าจะกำราบมันได้อย่าได้เคลื่อนไหวโดยเด็ดขาด"ชายหนุ่มกระซิบข้างหูของนางเบาๆจากนั้นก็หันไปมองพยัคฆ์เปลวเพลิงขนาดมหึมาที่กำลังคล้ายจะหลับไหลอยู่บริเวณใจกลางยอดเขา
"วาบ"
ในมือของลั่วอู่หลินปรากฏเคียวปีศาจระดับสวรรค์เล่มเดิมและค่อยย่างกรายเข้าไปเข้าไปใกล้เป้าหมายทีละก้าวๆ พยัคฆ์เปลวเพลิงเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่เขามายังถิ่นของมันก็ลืมตาขึ้นมา มันหันไปมองชายหนุ่มที่มาท้าทายมันเบื้องหน้าและขู่คำรามในทันที
"โฮก!!!"
เสียงคำรามของพยัคฆ์เปลวเพลิงไม่เพียงสร้างคลื่นพลังที่รุนแรงเท่านั้นทว่าพื้นที่ๆ โดนกระแสลมจากเสียงคำรามก็พลันถูกแช่แข็งเอาไว้ ลั่วอู่หลินใช้ออกด้วยท่าย่างเก้าเงาสนทยาหลบมันได้ทัน จากนั้นก็ปลดปล่อยพลังสร้างกรงน้ำแข็งขนาดใหญ่คุมของมันเอาไว้
"หนึ่งหยดเหมันต์ผนึกเทวา"
เกล็ดน้ำแข็งในมือล่วงหล่นลงไปยังพยัคฆ์เปลวเพลิง เมื่อมันตกกระทบถึงตัวก็พลันระเบิดออกและทำการแช่แข็งในทันที ชายหนุ่มไม่ได้หยุดมือเพียงแค่นั้น เขายกมือขึ้นไปทางร่างจำแลงเปลวเพลิงสวรรค์พร้อมกับเทพธิดาแห่งแสงปรากฏขึ้นด้านหลังจากนั้นลำแสงสีทองขนาดใหญ่ก็พุ่งไปยังเป้าหมายที่ถูกแช่แข็งในทันที ทำให้เกิดเสียงระเบิดดังก้องกังวาล
"สำเร็จไหม!!"ชายหนุ่มจ้องมองไปยังจุดที่เกิดการระเบิดด้วยแววตาคาดหวัง เขาหมายจะเผด็จศึกมันให้รวดเร็วที่สุดจึงได้ใช้พลังกับทักษะเทพสวรรค์จู่โจมอย่างเต็มที่
ด้านหลังสุดฮั่วฟางหรงที่มองดูการต่อสู้ตาไม่กระพริบพร้อมทั้งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นางอยู่ระดับวีรชนขั้นที่เเปดเรียกได้ว่าเหนือกว่าลั่วอู่หลินอยู่หลายขั้น แต่หากให้นางต่อสู้เช่นเขาเกรงว่าจะทำไม่ได้แม้แต่ขยับตัวได้ทันการโจมตีแรกของพยัคฆ์เปลวเพลิงด้วยซ้ำไป
"โฮก!!!"
เสียงคำรามกึกก้องอีกครา บนตัวของพยัคฆ์เปลวเพลิงแม้จะมีส่วนที่ขาดหายจากการโจมตีของลั่วอู่หลินไปบ้างแต่ก็ไม่ได้เสียหายมากมายอะไร มันมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ทันใดนั้นทั่วทั้งลำตัวก็ปรากฏชุดเกราะน้ำแข็งมาปกคลุมทำให้ดูดุดันยิ่ง
"อย่าคิดว่าจะทำได้!"ลั่วอู่หลินกล่าว ย่างก้าวเงาสนทยาถูกใช้งานจนมาโผล่ใกล้ๆกับพยัคฆ์เปลวเพลิง จากนั้นเคียวปีศาจก็ถูกเหวียงจากมือฟาดฟันตัวของมันในทันที แม้เปลวเพลิงสวรรค์จะใช้กรงเล็บของมันที่มีน้ำแข็งปกคลุมอยู่ฟาดกลับมาที่ชายหนุ่มเพื่อเข้าปะทะก็ตาม
แต่ด้วยเคียวปีศาจระดับสวรรค์ไม่ใช่อาวุธธรรมดามันจึงตัดผ่านทั้งเกราะน้ำแข็งและขาของมันอย่างง่ายดาย พร้อมด้วยประกายสายฟ้าทมิฬที่พุ่งตรงเข้าใส่ลำตัวของพยัคฆ์เปลวเพลิงและระเบิดเกราะน้ำแข็งจนเป็นจุล
"บูม!!!"
"ตอนนี้แหละ!"ลั่วอู่หลินอุทาน เคียวปีศาจในมือหลอมรวมกับสายฟ้าทมิฬฟาดฟันพยัคฆ์เปลวเพลิงที่ล้มลงเพราะขาดสมดุลและฉีกกระชากมันเป็นชิ้นๆ ดวงเนตรอสรพิษสวรรค์สีเหลืองของลั่วอู่หลินกวาดมองที่ชิ้นส่วนเหล่าชั้นจนกระทั้งพบจุดกำเนิดเปลวเพลิงสวรรค์ที่ใจกลางตัวของมันก็ไม่รอช้ารีบพุ่งคว้าจับอย่างรวดเร็วด้วยมือที่กลายเป็นกรงเล็บราชามังกรอัสนีบาตและเคลือบด้วยแก่นแท้น้ำแข็งอีกชั้นหนึ่ง
"ได้แล้ว ท่านรีบเข้ามาเร็ว!"ลั่วอู่หลินหันไปตะโกนเรียกหญิงสาว ฮั่วฟางหรงได้ยินก็พลันพุ่งไปหาชายหนุ่มในทันที ก่อนที่จะนั่งลงที่ใจกลางขุนเขาเตรียมดูดซับพลังของเปลวเพลิงสวรรค์ที่ลั่วอู่หลินถือเอาไว้
ชายหนุ่มค่อยปล่อยเปลวเพลิงสวรรค์จากมือเอาไว้ตรงหน้าของนาง หญิงงามก็เริ่มทำการโคจรทักษะบ่มเพาะเปลวเพลิงหงษาสวรรค์และดูดกลืนเปลวเพลิงในทันที