ผู้ฝึกตนด้วยเมล็ดพันธุ์

    ตอนที่ 175 เล่ม 2 ความจริงของหลิงหลาน

    ตอนที่ 175 เล่ม 2 ความจริงของหลิงหลาน 


    อี้ตงมู่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ใช่แล้ว เราเคยเจอเหตุการณ์ที่แย่กว่านี้เยอะ”


    หลิงหลานหน้าแดงเล็กน้อยและกล่าวขอโทษด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้าขอโทษ ข้าจะระวังมากกว่านี้” เธอก้มหน้าลงและเริ่มเก็บอุปกรณ์ที่กระจายไปอย่างรวดเร็ว


    ขณะที่ทุกคนช่วยกันเก็บอุปกรณ์ บรรยากาศตึงเครียดก็คลายลงเล็กน้อย ทุกคนหัวเราะและพูดคุยกันเบาๆ ทำให้ความรู้สึกของความร่วมมือและความเป็นทีมกลับมาอีกครั้ง


    เจ้าอ้วนพูดขึ้น “หลิงหลาน เจ้าทำให้เราตระหนักว่าต้องมีความอดทนและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


    หลิงหลานยิ้มออกมาท่ามกลางความรู้สึกอับอาย “ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด ขอบคุณที่เข้าใจข้า”


    เหว่ยเหลียงมองดูเพื่อนๆ ของเขาและรู้สึกถึงความผูกพันที่เข้มแข็ง ทุกคนทำงานร่วมกันด้วยความตั้งใจและความรักใคร่ในกลุ่ม ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้พวกเขามีความมั่นใจและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่กำลังจะมาถึง


    ลานฝึกที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดกลับกลายเป็นที่แห่งความอบอุ่นและความสนุกสนานชั่วคราว ทุกคนรู้ว่าพวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเทเลพอร์ต แต่เหตุการณ์นี้ก็เป็นบทเรียนที่ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น

      

    ความจริงของหลิงหลาน

    แสงแดดอ่อนยามบ่ายค่อยๆ จางหายไปเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มอมชมพู ลานฝึกกว้างใหญ่ที่เกาะลอยฟ้าจำลองยังคงเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวของผู้ฝึกตนที่เร่งรีบจัดเตรียมอุปกรณ์เทเลพอร์ตเพื่อหนีจากภัยคุกคามที่กำลังจะมาเยือน


    หลิงหลานยืนอยู่ข้างลานฝึก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความไม่มั่นใจ เธอมองดูทุกคนที่กำลังทำงานอย่างหนัก และรู้สึกถึงความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจ ที่ไม่อาจเก็บไว้ได้อีกต่อไป


    ขณะที่เหว่ยเหลียงเดินผ่านมา หลิงหลานตัดสินใจที่จะพูดออกมา เธอหันไปหาเหว่ยเหลียง ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน


    "เหว่ยเหลียง ข้ามีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากบอกเจ้า" หลิงหลานเริ่มด้วยเสียงสั่นเครือ


    เหว่ยเหลียงหยุดเดินและมองหลิงหลานด้วยความสนใจ "เรื่องอะไรหรือ หลิงหลาน"


    หลิงหลานสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าแล้วพูดออกมา "ข้าชอบเจ้า ไม่เพียงแต่เพราะความสามารถของเจ้า แต่เพราะรสชาติอาหารที่เจ้าปรุงให้ มันทำให้ข้ารู้สึกถึงความอบอุ่นและความสุขที่ข้าไม่เคยรู้จักมาก่อน"


    เหว่ยเหลียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำสารภาพของหลิงหลาน เขายิ้มออกมาอย่างอบอุ่นและพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "หลิงหลาน ข้าถือพรหมจรรย์และมีเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ แต่ข้ายินดีที่จะรับเจ้าเข้ากลุ่มในฐานะเพื่อนร่วมทางและสหาย"


    หลิงหลานรู้สึกอุ่นใจเมื่อได้ยินคำตอบของเหว่ยเหลียง "ขอบคุณเหว่ยเหลียง ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์กับกลุ่มของพวกเจ้า"


    อี้ตงมู่และเจ้าอ้วนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินบทสนทนานี้และเข้ามาสมทบ อี้ตงมู่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม "ไม่ต้องห่วง หลิงหลาน เราดีใจที่มีเจ้าเข้าร่วมกลุ่ม"


    เจ้าอ้วนหัวเราะเบาๆ "ใช่แล้ว และถ้าเจ้าชอบรสชาติอาหารของเหว่ยเหลียง ข้ารับรองว่าเจ้าจะติดใจมันไปตลอด"


    หลิงหลานยิ้มออกมาท่ามกลางน้ำตาที่เอ่อไหล "ข้ารู้สึกขอบคุณทุกคน ข้าจะทำให้ดีที่สุด"


    บรรยากาศในลานฝึกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย ความจริงที่หลิงหลานเปิดเผยทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความอบอุ่นและความใกล้ชิดในกลุ่ม พวกเขาต่างรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ความสัมพันธ์และความเข้าใจที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะทำให้พวกเขามีความเข้มแข็งในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะมาถึง


    แสงสีส้มอมชมพูของดวงอาทิตย์ยามบ่ายยังคงส่องลงมาที่ลานฝึก เสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงนกร้องยังคงดังอยู่ในพื้นหลัง ทุกคนเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเทเลพอร์ต แต่ในใจพวกเขากลับรู้สึกถึงความสงบและความหวังใหม่ที่เกิดขึ้นจากความจริงที่ได้เปิดเผย

      

    การตัดสินใจของเหว่ยเหลียง

    แสงแดดยามเย็นที่อ่อนลงส่องผ่านท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีจากส้มอมชมพูเป็นม่วงเข้ม ท้องฟ้าเหนือเกาะลอยฟ้าจำลองเริ่มถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบ บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยความรู้สึกตึงเครียดที่ยังคงปกคลุมอยู่ หลังจากที่หลิงหลานได้เปิดเผยความในใจของเธอ เหว่ยเหลียงรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจแล้ว


    เหว่ยเหลียงยืนอยู่ที่ลานฝึกกว้างใหญ่ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่และทุ่งหญ้าเขียวขจี เสียงลมพัดผ่านใบไม้ทำให้เกิดเสียงกรอบแกรบเบาๆ เขามองไปยังสหายของเขาที่ยืนล้อมรอบ ทั้งอี้ตงมู่ เจ้าอ้วน เหลียนฮัว และหลิงหลานที่เพิ่งเข้าร่วมกลุ่ม


    “พวกเราต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับสถานการณ์นี้” เหว่ยเหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


    อี้ตงมู่ขมวดคิ้ว “ถ้าเรารับหลิงหลานเข้ากลุ่ม ศัตรูของเธออาจตามมาและทำร้ายเราได้”


    เจ้าอ้วนพยักหน้า “แต่ถ้าเราหนีจากเธอ เราก็อาจสูญเสียโอกาสในการสร้างพันธมิตรที่สำคัญ”


    หลิงหลานยืนอยู่เงียบๆ ข้างเหว่ยเหลียง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความไม่แน่ใจ


    เหลียนฮัวหันไปทางเหว่ยเหลียง “เจ้าคือผู้นำ เจ้าต้องตัดสินใจ”


    เหว่ยเหลียงมองหน้าสหายทุกคน ความเคร่งเครียดในอากาศเพิ่มขึ้นทุกขณะ เขารู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะมีผลกระทบใหญ่หลวงต่ออนาคตของพวกเขา


    “ข้าตัดสินใจแล้ว” เหว่ยเหลียงกล่าวอย่างมั่นใจ “เราจะรับหลิงหลานเข้ากลุ่มและปกป้องเธอ”


    หลิงหลานเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความรู้สึกขอบคุณ “ข้าขอบคุณเจ้ามาก เหว่ยเหลียง ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์กับกลุ่มของพวกเจ้า”


    เหว่ยเหลียงพยักหน้า “เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น พวกเราจะเผชิญหน้ากับมันไปด้วยกัน”


    อี้ตงมู่พูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง เรามีพลังและความสามารถที่จะต่อสู้กับทุกสิ่ง”


    เจ้าอ้วนหัวเราะเบาๆ “และถ้าเจ้าชอบรสชาติอาหารของเหว่ยเหลียง ข้ารับรองว่าเจ้าจะติดใจมันไปตลอด”


    ทุกคนหัวเราะและยิ้มให้กับคำพูดของเจ้าอ้วน บรรยากาศในลานฝึกเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย ความรู้สึกของความร่วมมือและความเป็นทีมกลับมาอีกครั้ง


    “เตรียมตัวให้พร้อม” เหว่ยเหลียงกล่าว “เราจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะมาถึงไปด้วยกัน”


    แสงสีม่วงเข้มของท้องฟ้ายามเย็นส่องลงมาที่ลานฝึก เสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงนกร้องยังคงดังอยู่ในพื้นหลัง ทุกคนเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเทเลพอร์ต การตัดสินใจของเหว่ยเหลียงทำให้พวกเขามีความมั่นใจและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่กำลังจะมาถึง


    บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดกลับกลายเป็นความเข้มแข็งและความเชื่อมั่น พวกเขารู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ด้วยความร่วมมือและความเข้าใจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พวกเขาจะสามารถผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้

     

    การเทเลพอร์ตและการเริ่มต้นใหม่

    ท้องฟ้ายามค่ำคืนค่อยๆ ปกคลุมเกาะลอยฟ้าจำลอง เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิท ประดับด้วยดาวระยิบระยับเหมือนผ้ากำมะหยี่ที่ถูกประดับด้วยเพชร บรรยากาศเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่แผ่กระจายทั่วทุกมุมของเกาะ ทุกคนรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญที่พวกเขาต้องทำงานร่วมกันเพื่อหลบหนีจากภัยคุกคามที่กำลังใกล้เข้ามา


    ลานฝึกที่กว้างใหญ่ซึ่งปูด้วยหินเรียบยังคงเป็นศูนย์กลางของการเตรียมการเทเลพอร์ต แสงไฟจากค่ายกลที่ตั้งขึ้นเปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนๆ ทำให้ลานฝึกดูเหมือนถูกล้อมรอบด้วยแสงแห่งเวทมนตร์ ต้นไม้ใหญ่ที่ล้อมรอบลานฝึกพริ้วไหวไปตามแรงลม ใบไม้สั่นไหวเป็นเสียงเบาๆ ที่ช่วยเพิ่มความสงบในยามค่ำคืน


    ผู้ฝึกตนทั้งหมดรวมตัวกันในบริเวณกลางลานฝึก อุปกรณ์เทเลพอร์ตถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ และค่ายกลที่ส่องแสงเรืองรองทำให้บรรยากาศดูมีความสำคัญและเต็มไปด้วยพลัง ทุกคนต่างยืนอยู่ในตำแหน่งของตนเอง พร้อมที่จะเริ่มการเทเลพอร์ตที่สำคัญนี้


    ทันใดนั้น แสงสีฟ้าเข้มก็เริ่มแผ่กระจายไปทั่วลานฝึก ความรู้สึกของการเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วทำให้ทุกคนต้องจับมือกันและรักษาสมดุล เสียงลมที่พัดผ่านหูและความรู้สึกที่เหมือนจะถูกดึงขึ้นไปในอากาศทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและกังวลในเวลาเดียวกัน

    คล้ายกับเรื่องผู้ฝึกตนด้วยเมล็ดพันธุ์ ที่คุณอ่าน