รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    การถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งประเทศ

            ไป่ฟานเซียนและราชินีมังกรที่กำลังพัวพันกันอยู่รู้สึกได้ถึงสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปกะทันหัน  มันมืดลงไปในพริบตา ก่อนที่แรงดึงดูดมหาศาลที่สามารถทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

             

            แต่ครั้งนี้มันไม่รุนแรงเท่าครั้งก่อนทั้งทุกอย่างยังดูเสถียรกว่าเดิมมาก หญิงสาวยังสามารถสัมผัสถึงความรู้สึกของเหล่าผู้คิดตามของนางที่ยังอยู่ไม่ไกลได้อยู่

             

            ส่วนทางฝั่งราชินีมังกรนั้นกำลังประหลาดใจ นางมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง

             

            และเพียงไม่นานแสงสว่างก็กลับมา กลิ่นของทะเลและสายลมที่พัดเย็นๆกระทบเข้ากับใบหน้า หวงจื่อหานที่กระโดดไปเกาะนกอสูรสีดำของอู๋เจี่ยไว้ไม่ให้ตกลงมาพร้อมกับเด็กอีกสองคนรู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศนี้ที่สุด

             

            นี่มันไม่ใช่เมืองของเขาหรอกหรือ?

             

            เขากวาดสายตามองไปรอบตัว ชายหาดที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตาตรงนั้นช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน

             

            ส่วนคนอื่นนั้นก็รีบตื่นตัวเต็มที่ เหล่าปรมาจารย์ที้งสี่คนรีบควบคุมตัวเองให้บินเข้าฝั่ง พวกเขาสามารถมองเห็นกลุ่มคนสี่ห้าคนกำลังมารวมตัวที่ชายหาดด้วยสีหน้าตกใจ

             

            “พลเอกหลิวคุณก็อยู่ที่นี่หรือ?”

             

            จอมพลจางเซียนหยวนวางร่างของหัวหน้าหมู่บ้านใต้เมฆาลงที่ชายหาดพร้อมกับหันไปทักทายหลิวเยี่ยนเฟยและคนอื่นๆ

             

            ครั้งนี้พวกเขาสามารถเดินทางข้ามมิติเวลามาได้โดยปลอดภัย  ไม่มีใครสลบไประหว่างทาง  ทั้งยังมาโผล่ในที่เดียวกัน  แปลว่าพลังของผู้เปิดผระตูน่าจะมีผลกับความเสถียรของการเดินทาง

             

            ถึงมันจะบังเอิญไปหน่อยที่มาโผล่ในเมืองA ที่อยู่ทางตะวันออก ห่างจากหมู่บ้านใต้เมฆาที่เคยเป็นทางเข้าหลายร้อยกิโลเมตร แต่ดูจากการที่พวกเขาเคยกระจัดกระจายไปทั้งแผ่นดิน ครั้งนี้ถือว่าโชคดีมากๆที่อย่างน้อยก็ยังมาปรากฏตัวในประเทศของตัวเองอยู่

             

            หากไปโผล่ที่อีกซีกโลกหนึ่งรับรองว่าทุกอย่างจะวุ่นวายกว่านี้แน่ๆ

             

            “ท่านจอมพล  นี่มันเรื่องอะไรกันครับ?”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยถามอย่างสับสนเขากำลังหมายถึงเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ยักษ์ที่ปรากฏตัวขึ้นกลางท้องฟ้านั่น นอกจากนี้เขายังประหลาดใจที่ได้เห็นอู๋เจี่ยที่ไม่ได้เจอกันหลายปี

             

            อู๋เจี่ยในตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่คิดไม่ฝันว่าตนเองจะบังเอิญโดนลูกหลงจนต้องกลับมาที่โลกนี้ด้วยแบบนี้ แต่เมื่อมองไปยังราชินีมังกรเขาก็ตัดสินใจลืมเรื่องของตนเองไปเสียก่อน

             

            เพราะมันไม่มีทางที่ราชินีมังกรหลุดมาที่โลกจะเป็นเรื่องดีแน่ๆโดยเฉพาะที่เขาเริ่มจะสังเกตเห็นคนธรรมดาหลายคนที่รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของมันได้แล้ว

             

            “เดี๋ยวผมค่อยอธิบายทีหลังเรียกกำลังพลในภูมิภาคนี้ของคุณมาให้หมด ทั้งกำลังรบธรรมดาและผู้ฝึกตน  แล้วติดต่อไปยังภูมิภาคอื่นๆด้วย”

             

            จางเซียนหยวนพูดเสียงเครียด “...บอกไปว่าความอันตรายของสถานการณ์อาจจะสูงกว่าระดับห้า”

             

            คำพูดของท่านจอมพลที่หายตัวไปทำให้แม้หลิวเยี่ยนเฟยตกใจ จิ้นหลิงที่อยู่ด้านข้างถึงกับตัวแข็งค้างราวกับไม่เชื่อหูว่าสิ่งที่จางเซียนหยวนพูดเป็นความจริง

             

            ในกองทัพนั้นจะมีการแบ่งระดับความอันตรายของสถานการณ์ไว้ห้าระดับ

             

            และระดับห้าที่พูดถึงมันก็คือสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการล่มสลายกันทั้งประเทศ!

             

            จิ้นหลิงรีบหยิบทั้งโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์พกพาออกมาชายหนุ่มถ่ายทอดคำสั่งลงไปขณะที่อีกมือก็ถ่ายภาพมังกรตัวสีแดงฉานซึ่งกำลังบินอยู่กลางท้องฟ้าเหนือทะเลนั้นเป็นหลักฐานควบคู่กันไปด้วย

             

            และแน่นอนว่ากองทัพไม่อาจปิดหูปิดตาประชาชนได้  ภาพของมังกรตัวใหญ่ยักษ์ถูกบันทึกเอาไว้แล้วกลายประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์แทบจะในทันทีที่มันถูกเผยแพร่ออกไป

             

            “มังกรของจริง!!”

             

            “บ้าน่า นี่กำลังถ่ายหนังกันอยู่หรือเปล่า?”

             

            “เดี๋ยวนี้เทคนิคพิเศษของประเทศเราพัฒนาไปถึงขนาดนี้แล้วเหรอ?”

             

            “...ฉันรู้สึกแปลกๆ ตอนนี้ฉันอยู่ห่างจากมังกรนั่นประมาณหนึ่งกิโลเมตรแต่ตัวฉันขนลุกซู่ไปหมดเลย!”

             

            “ฉันด้วย! นี่มันน่ากลัวยิ่งกว่าหนังสัตว์ประหลาดที่เคยดูอีก”

             

            “ทางการไปไหนกันหมด? ถ้านี่เป็นแค่การถ่ายหนังก็รีบออกมาประกาศเสียทีสิตอนนี้คนแตกตื่นกันหมดแล้วเนี่ย?”

             

            ความคิดเห็นสุดท้ายนั้นตรงประเด็นที่สุด  แต่ตอนนั้นแม้แต่ทางการเองก็อยากจะร้องไห้พวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เลย!

             

            แต่ทันใดนั้น  คำสั่งสูงสุดจากกองทัพก็ถูกปล่อยออกมาระดับความอันตรายที่ถูกประเมินออกมาสามารถสร้างความโกลาหลไปทุกหน่วยงาน พวกเขาจำเป็นต้องอพยพประชาชนที่อยู่ในระยะออกไปให้หมด!

             

            แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมกระทบไปถึงโลกของผู้ฝึกตน  แม้แต่สำหรับพวกเขาเอง “มังกร”ก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยเห็นมาก่อนมันเป็นเพียงตำนานเล่าขานมาจากอดีตเท่านั้น แต่ถ้าไม่มีไฟก็ย่อมไม่มีควัน มีมังกรมากมายปรากฏตัวขึ้นในประวัติศาสตร์ทั้งตะวันออกและตะวันตก 

             

            เหล่าผู้ฝึกตนเองก็เร่งรีบเดินทางมายังเมืองA แห่งนี้ทันที

             

            “...ที่นี่ที่ไหนกัน?”

             

            ราชินีมังกรหรี่ตาลง นางสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่หนาแน่นยิ่งกว่าสถานที่ซึ่งนางเคยอยู่  นอกจากนี้ระดับพลังของ “มนุษย์”จำนวนมากนั่นก็ยังสูงล้ำกว่าประชากรของที่นั่นด้วย

             

            หรือว่านี่จะเป็นคนละมิติ?

             

            เป็นคนละโลกกับที่นางอยู่เมื่อครู่?

             

            “นี่คือโลกของเจ้าสินะมนุษย์?”

             

            ราชินีมังกรเบนสายตาไปยังไป่ฟานเซียนที่จับจ้องนางอยู่ เมื่อเห็นไป่ฟานเซียนไม่ตอบปากที่ใหญ่โตของนางก็ขยับคล้ายกับกำลังยกยิ้ม

             

            “...ไม่ตอบหรือ?”

             

            โฮก!

             

            เสียงคำรามที่แฝงไปด้วยพลังอำนาจและแรงกดดันกระจายออกไปทุกสารทิศโดยมีราชินีมังกรเป็นศูนย์กลาง!  มันคล้ายกับคลื่นอัดอากาศ ยามที่มันผ่านไปที่ใดแม้แต่สิ่งก่อสร้างก็ยังสั่นสะเทือน  ต้นไม้บางส่วนลู่ไปตามลง เหล่าคนธรรมดาที่ไม่ทันระวังพลันล้มกลิ้งลงไปกับพื้นพร้อมกับหูที่อื้อลงกะทันหัน

             

            ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ชายหาดได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ที่สุดพวกเขาเต็มไปด้วยความแตกตื่นและหวาดกลัวภาพที่ผู้คนวิ่งหนีออกมาจากบ้านกลายเป็นเรื่องที่เห็นได้ทุกหนทุกแห่ง

             

            คนของหน่วยเหยี่ยวดำที่ประจำการอยู่ไม่ไกลเคลื่อนตัวมาที่ชายหาดพวกเขามองพลังทำลายที่เกิดจากการคำรามเพียงครั้งเดียวของราชินีมังกรตรงหน้าด้วยความพรั่นพรึง!

             

            สิ่งนี้มาจากที่ไหนแล้วพวกเขาจะรับมือกับมันได้อย่างไร!?

             

            แม้แต่ผู้ที่มีพลังฝึกตนถึงระดับจอมยุทธ์ก็ยังตัวสั่น หลิวเยี่ยนเฟยที่สัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาขมวดคิ้วเคร่งเครียด

             

             

            ทันใดนั้นเหนือน่านฟ้าก็ปรากฏเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งบินขึ้นมาจากในเมืองมันไม่ใช่เครื่องของทางการ  ที่ตัวเครื่องมีสัญลักษณ์ของสำนักข่าวแห่งหนึ่งแปะไว้อยู่

             

            เพราะครั้งนี้เป็นเรื่องกะทันหันที่กองทัพไม่สามารถควบคุมได้ทัน   ไม่เหมือนอย่างการปะทะกันของปรมาจารย์ครั้งนั้นที่มีการควบคุมอยู่รอบนอกอย่างเข้มงวด ทำให้ครั้งนี้สื่อใหญ่ๆเริ่มที่จะเคลื่อนไหวแล้ว!

             

            “รายงานจากภาคสนามครับ! ตอนนี้ผมกำลังอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ห่างจากชายทะเลของเมือง A ประมาณห้าร้อยเมตร  สถานที่ซึ่งมีการรายงานว่ามีการปรากฏตัวขึ้นของ มังกรสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายครับ!”

             

            นักข่าวคนหนึ่งซึ่งกำลั่งโดยสารอยู่บนเฮลิคอปเตอร์เปิดประตูขณะที่กำลังรายงานข่าวตากล้องของเขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ขณะที่เล็งกล้องไปทางมังกรสีแดงตัวใหญ่นั้น

             

            เมื่อมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้มันดูสมจริงมากๆ  เขาสามารถรับรู้ถึงกระแสลมยามที่มันกระพือปีกทั้งยังสัมผัสกับไอร้อนที่พัดมาตีหน้าอยู่เรื่อยๆได้อย่างชัดเจน

             

            “สิ่งนี้ดูไม่เหมือนกับCG หรือหุ่นยนต์ มันดูเหมือนสิ่งมีชีวิต เป็นสิ่งมีชีวิตที่กำลังบินอยู่จริงๆครับ!”

             

            นักข่าวคนนั้นพูดอย่างตื่นเต้น ยิ่งยามที่กล้องนั้นซูมไปยังใบหน้าของราขินีมังกรจะสามารถเห็นลมหายใจที่แทบจะลุกเป็นไฟนั้นได้อย่างชัดเจน

             

            เหล่าผู้ชมที่ดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์เองก็ตื่นตกใจ พวกเขาเรียกเพื่อนฝูงมาล้อมดูภาพเหตุการณ์นี้จนยอดรับชมของสถานีพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์

             

            “เข้าไปใกล้กว่านี้อีก! ถ่ายภาพของมันให้ชัดกว่านี้”

             

            หัวหน้าสถานีที่เกาะติดสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดออกคำสั่งผ่านหูฟังของนักข่าวภาคสนามคนนั้น ถ้าสำนักข่าวของเขาสามารถถ่ายทอดภาพที่ชัดเจนยิ่งกว่าที่อื่นผู้ชมทั้งในและนอกประเทศจะต้องหันมาดูแต่ช่องของเขาอย่างเดียวแน่ๆ

             

            คนขับเฮลิคอปเตอร์กลืนน้ำลายอึกเขามองนักข่าวที่รัยคำสั่งมาด้วยสีหน้าลังเล ขนาดอยู่ตรงนี้ยังรู้สึกอันตราย พวกเขาไม่อยากจะเข้าไปใกล้กว่านี้แล้ว

             

            “เข้าไปอีก  พวกแกไม่อยากได้โบนัสสิ้นปีกันแล้วรึไง!?”

             

            เสียงของหัวหน้าสถานีดังอีกครั้งอย่างหงุดหงิดทำให้คนขับได้แต่ฝืนทนบังคับเครื่องเข้าไปใกล้ๆ จนเมื่อถึงระยะสองร้อยเมตรเขาก็พลันสังเกตถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังลอยอยู่ตรงข้ามกับราชินีมังกรแต่ด้วยขนาดที่ใหญ่โตนั้นทำให้มันบดบังร่างๆหนึ่งไปเสียจนมิด

             

            “ทุกท่านครับ! นอกจากมังกรตัวนั้นแล้ว เหมือนจะมีอะไรบางอย่างกำลังลอยอยู่...”

             

            เฮลิคอปเตอร์ค่อยๆบินเลี้ยวไปทางขวา ตากล้องเองก็พยายามซูมไปยังสิ่งที่พวกเขาเห็นเมื่อครู่  แต่เมื่อภาพที่ได้นั้นเผยแพร่ออกไป เหล่าประชาชนคนธรรมดากลับไม่อยากจะเชื่อในสายตาตัวเอง

             

            ที่ยืนนิ่งอยู่กลางอากาศนั้นคือร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่ง!

             

            นางสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดตาแต่ใบหน้าที่เย็นชานั้นกลับมีความงดงามอย่างสูงล้ำจนเหนือกว่าดาราจอเงิน  ผู้ชมหลายคนถึงกับเหม่อลอยเมื่อเห็นใบหน้าของนางเต็มๆ

             

            แต่สิ่งที่เป็นจุดสังเกตและดึงความสนใจที่สุดกลับเป็นหูแมวสีดำอันเล็กๆที่ขยับดุ๊กดิ๊กอยู่บนหัวนาง!

             

            ไป่ฟานเซียนลืมที่จะถอดมันทิ้งยามที่กลับมายังโลกนี้ ทำให้ภาพของนางที่กำลังใส่ดูแมวถูกบันทึกและเผยแพร่ออกไปทั่วทั้งประเทศ

             

             

            และมีบางคนที่จำได้  พวกเขารู้สึกว่าใบหน้าของนางช่างคุ้นเคยเหมือนกับรูปภาพที่กลายเป็นกระแสอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อเดือนสองเดือนก่อน

             

            “รอยยิ้มของเทพธิดา! นั่นมันรอยยิ้มของเทพธิดานี่นา!”

             

            มีบางคนที่เริ่มโหวกเหวกขึ้นมา  แน่นอนว่านั่นมันต้องเป็นหญิงสาวที่ถูกเรียกว่ารอยยิ้มเทพธิดาที่เขายังเซฟเอาไว้แน่ๆ!

             

            “แล้วเธอขึ้นไปทำอะไรตรงนั้นกัน?”

             

            “ต้องถามว่าทำไมเธอถึงสามารถลอยอยู่กลางอากาศได้มากกว่าไม่ใช่เรอะ!?”

             

            “หรือนี่จะกำลังถ่ายหนังจริงๆ  ดูจากที่เธอใส่หูแมวแล้วก็มีมังกรแบบนั้น...”

             

            “ก็มีความเป็นไปได้อยู่นะ”

             

            ระหว่างที่พวกเขากำลังถกเถียงนั้นเอง ราชินีมังกรก็รู้สึกถึงเฮลิคอปเตอร์ที่เริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอนนี้แม้แต่คนขับก็เชื่อไปส่วนหนึ่งแล้วว่านี่เป็นแค่การถ่ายหนังฟอร์มยักษ์สักเรื่องเท่านั้น

             

            เพียงแต่ว่า

             

            โฮก!

             

            ราชินีมังกรที่รู้สึกรำคาญหันไปพ่นไฟส่งๆใส่เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นยามที่มันเข้ามาในระยะหนึ่งร้อยเมตรทันที และแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเปลวไฟที่ปล่อยออกมาลวกๆ แต่พลังทำลายและความรุนแรงนั้นมันก็ยังเป็นของจริง!

             

            เปลวเพลิงนั้นพุ่งเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์ด้วยความเร็วนักข่าวที่สัมผัสได้ถึงความร้อนมหาศาลนั้นหน้าซีด หรือพวกเขาจะต้องมาตายในที่แบบนี้จริงๆ

             

            แม้แต่ผู้ชมที่ดูผ่านจอก็ยังเห็นถึงความวุ่นวายและเปลวไฟสีแดงฉานที่กำลังพุ่งมาอย่างชัดเจน!

             

            ตูม!

             

            เพียงแต่ก่อนที่เปลวไฟจะเข้าปะทะกับเฮลิคอปเตอร์ หญิงสาวงดงามที่มีหูแมวติดอยู่นั้นก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขา  นางสะบัดมือคราหนึ่งเปลวไฟของราชินีมังกรก็ปะทะจนเกิดเป็นเสียงดังสนั่น  มันถูกเบี่ยงออกไปทั้งสองข้าง เหลือทิ้งไว้เพียงท้องฟ้าที่กลายเป็นสีแดงฉานยาวเป็นทางเท่านั้น

             

            คนทั้งสามของสำนักข่าวที่พึ่งรอดมาจากขอบเหวแห่งความตายหวุดหวิดมองหญิงสาวอย่างไม่เชื่อสายตา   แต่ว่าเหล่าผู้ฝึกตนที่กำลังเกาะติดสถานการณ์นั้นรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาหญิงสาวคนนี้เหลือเกิน

             

            “...นั่นมัน?” 

             

            นักปรุงมือใหม่มองมองภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง น้ำตาของเขารู้สึกเหมือนมันกำลังจะไหลออกมาจากหางตาโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้

             

            เหล่าผู้ฝึกตนคนอื่นก็เช่นกัน  โดยเฉพาะผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่ง  อาการของพวกเขาดูจะไม่แตกต่างจากนักปรุงมือใหม่เท่าไรนัก

             

            “ท่านจักรพรรดินี!”

             

            “ท่านจักรพรรดินีกลับมาแล้ว!”

             

            เพราะหญิงสาวที่พวกเขาเห็นผ่านหน้าจอซึ่งกำลังยืนอยู่กลางอากาศและหันหลังให้กล้องอย่างองอาจผู้นี้  มันจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่พวกเขาเฝ้ารอให้นางปรากฏตัวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

             

            จักรพรรดินีโอสถ  ไป่ฟานเซียน!!

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน