ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 162 พลังที่ไม่มีใครต้านทานได้

    หญิงสาวที่เกิดจากเถาวัลย์เพียงแค่ยิ้มเบาๆแล้วพูดด้วยเสียงที่อบอุ่นและก้องกังวาน

    “พวกเจ้ากล้าล่วงเกินคนของตระกูลพฤกษาราชันย์ คงเบื่อชีวิตกันมากสินะ!”

    เสียงของนางเหมือนกับเสียงพลังโบราณที่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณและเมื่อนางยกมือขึ้น พื้นดินเริ่มแตกร้าวเถาวัลย์โบราณจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งตัวขึ้นมาจากดินเลื้อยไปยังศัตรูทั้งสามราวกับมีชีวิต

    คนทั้งสามต่างตกใจเร่งหันหลังพุ่งตัวหนีอย่างรวดเร็ว

    หนึ่งในศัตรูที่เป็นผู้ใช้พลังสายมิติ เรียกใช้พลังหลบหนีออกไปเป็นคนแรกในขณะที่อีกสองคนเตรียมเปิดใช้อุปกรณ์มิติของตนเอง แต่ก็ช้าไปแล้ว

    เถาวัลย์ไม้โบราณพุ่งขึ้นจากดินด้วยความรวดเร็วและทรงพลังมันเลื้อยไปถึงศัตรูทั้งสองในพริบตา ก่อนที่จะมีโอกาสรับรู้หรือป้องกันตัวเองได้

    ทันใดนั้น ประกายแสงสีแดงของเถาวัลย์ก็ขยายตัวกดพลังพิเศษของคนทั้งสองไว้แล้วพันธนาการพวกเขาอย่างแน่นหนาเหมือนกับงูใหญ่ที่รัดเหยื่อ เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นมาอย่างน่าขนลุก

    คนทั้งสองพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่พวกเขาไม่สามารถรีดเร้นพลังออกมาได้เลยไม่อาจหลุดพ้นจากการจับกุมที่แสนทรงพลังนี้ได้

    “ปล่อยเรา! ปล่อยเราเดี๋ยวนี้!”หนึ่งในศัตรูร้องออกมาด้วยเสียงที่สั่นเทา

    เถาวัลย์ไม่ฟังคำร้องขอมันดึงพวกเขาลงไปในดินอย่างช้าๆ

    พื้นดินรอบๆ เริ่มเปิดออกเป็นหลุมลึกสีหน้าของศัตรูทั้งสองเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังพวกเขาตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ไร้ประโยชน์ ไม่มีใครสามารถช่วยพวกเขาได้

    เถาวัลย์กระชากคนทั้งสองลงไปในดิน เริ่มกลืนเข้าไปทีละน้อยๆความเงียบสงบกลับมาปกคลุมบริเวณอีกครั้งเมื่อศัตรูถูกดึงลงไปในหลุมจนหมดสิ้นดินสีเข้มค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

     

    นาฟมองเหตุการณ์นี้ด้วยความตะลึงแต่ก็รู้สึกขอบคุณในเวลาเดียวกันหญิงสาวที่เกิดจากเถาวัลย์ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสลัวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยพลังอันลึกลับ

    “พวกเจ้าไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว” นางกล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวล

    เมญ่าก้าวไปข้างหน้า น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง “ท่านอามาแล้ว!”

     

    หญิงสาวพยักหน้าให้เมญ่าแล้วเอ่ยขึ้น

    “ดีที่เจ้ารีบส่งสัญญาณไป ข้าถึงมาได้ทัน”

    “ขอบคุณท่านอา”

    นาฟก้าวมายืนเคียงข้างเมญ่ามองหญิงสาวเบื้องหน้าที่รูปร่างหน้าตาคล้ายเมญ่าอยู่หลายส่วนแล้วลดศีรษะลงเพื่อทำความเคารพ

    หญิงสาวหันมามองนาฟ สำรวจชายหนุ่มจากระยะใกล้ส่งยิ้มแสดงถึงความพึงพอใจแล้วพยักหน้า

    “เมญ่าเจ้าน่าจะรู้สถานการณ์ช่วงนี้ดีถ้าเสร็จธุระแล้วรีบกลับกันเถอะ” หญิงสาวหันมากล่าวกับหลานสาวของตน

    นาฟถึงกับขมวดคิ้ว สีหน้าเปลี่ยนไปเริ่มสงสัยในความหมายของคำพูดหันมามองเมญ่า

    “นี่หมายความว่าไงเมญ่าหรือว่าเป้าหมายของคนทั้งสามนั้น คือเจ้า!”

    เมญ่าก็เริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นเหลียวมองร่องรอยของคนร้ายทั้งสามแล้วเอ่ย

    “ใช่! เป้าหมายของพวกมันคือข้าเอง”

    นาฟยิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นไปอีก ด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวในดวงใจเกิดคำถามมากมายในจิตใจที่อยากจะถาม

    อาของเมญ่าเห็นสีหน้าท่าทางของนาฟที่เป็นห่วงหลานสาวตนจึงเอ่ยขัดขึ้นมา

    “เมญ่ามีข้าคอยปกป้องดูแล เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงอีกอย่างตระกูลพฤกษาราชันย์ของเราไม่ได้อ่อนแอและไม่มีทางยอมให้ใครมาแตะต้องเมญ่าได้เป็นอันขาด”

    น้ำเสียงที่ทรงพลังไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใดที่หญิงสาวเปล่งออกมาให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง

     

    “พวกเจ้ารีบกลับกันเถอะร่างแยกของข้าอยู่ได้อีกไม่นาน”

    หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาพร้อมกลับกลายเป็นเถาวัลย์อีกครั้ง และค่อยๆ เลื้อยกลับลงไปในดินจนหายลับไป

    ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศแห่งคำถามที่เศร้าหมอง

    นาฟและเมญ่ายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบหลังจากที่เถาวัลย์ไม้โบราณหายลับไป

    นาฟมองเมญ่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและห่วงใยเขาสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเอ่ยปากถาม

    “ทำไมพวกมันถึงต้องตามล่าเจ้า?” เสียงของเขานุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความจริง

     

    เมญ่าหลบสายตาไปชั่วขณะ ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะบอกความจริงหรือไม่สุดท้ายหญิงสาวถอนหายใจเบาๆ และมองกลับมาที่ชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความกลัว

    “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะต้องมารู้เรื่องนี้...!” เมญ่ากล่าวเบาๆ

    “ข้าต้องรู้สิ! ข้าจะปกป้องเจ้าได้ดียิ่งขึ้นถ้าข้ารู้ว่ามีอะไรที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่”

    เมญ่าพยักหน้าเบาๆราวกับยอมรับความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    “พวกมันตามล่าข้าเพราะข้ามีกุญแจที่จะเปิดประตูสู่สถานที่แห่งหนึ่งมันคือความลับของตระกูลข้าที่ถูกเก็บซ่อนมาเป็นเวลานานและพวกมันเชื่อว่าถ้าพวกมันได้กุญแจนั้นพวกมันจะครอบครองพลังที่ไม่มีใครต้านทานได้”

    นาฟสีหน้าเคร่งเครียดคิ้วขมวดเขารู้ว่าพลังที่นางเอกพูดถึงนั้นอาจมีอิทธิพลมากมายต่อโลกนี้

    “กุญแจนั้นอยู่ที่ไหน?” นาฟถามอย่างระมัดระวัง

    นางเอกเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ

    “ข้าไม่แน่ใจ แต่คงอยู่สักแห่งภายในร่างของข้า!

    และตอนนี้ข้าไม่สามารถบอกรายละเอียดเจ้าได้แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้ว่า ข้ารู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่ออยู่กับเจ้า”

    ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจเขาไม่ต้องการที่จะกดดันเธอมากไปกว่านี้

    “เมญ่า...ข้าจะอยู่ข้างเจ้าเสมอไม่ว่าศัตรูจะมาในรูปแบบใด ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”