หลังมื้อเที่ยง ย่าจูเอนหลังพักสายตาบนเตียงครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมออกไป ตลาดรอบบ่าย "อย่าเอาแต่เล่นคอมฯ แล้วอย่าลืมประคบหน้าด้วยนะ ย่านึ่งยาให้แล้ว" ย่า กำชับหน้าประตูก่อนจะหิ้วตะกร้าเดินออกไป
"ค่ะย่า หลิงซูเหยาขานรับ “ย่าเดินลงบันไดดีๆ นะคะ" เธอเอ๋ยเตือน
“อึม รู้แล้ว” ทันทีที่เสียงฝีเท้าของย่าเงียบหายไปจากทางเดินด้านนอก หลิงซูเหยาก็รีบกลับไปที่หน้าคอมพิวเตอร์ทันที นิ้วเรียวขยับเมาส์ปลุกหน้าจอที่ดับไปให้สว่างวาบขึ้นมา อีกครั้ง
สายตาของเธอพุ่งตรงไปที่มุมขวาล่างของหน้าจอเกม... ไอคอนจดหมายแจ้งเตือน กระพริบวิบวับเรียกร้องความสนใจ
คลิก! [แจ้งเตือนระบบ: ไอเท็ม 'ดาบเหล็กกล้าลายพยัคฆ์' ของท่านถูกขายแล้ว]
[ยอดเงินที่ได้รับ: 689 หยวน]
"หกร้อยแปดสิบเก้าหยวน..." หลิงซูเหยายิ้มมุมปากอย่างพอใจ แม้จะโดนหักค่านายหน้าตลาดกลางไปบ้าง แต่สำหรับจุดเริ่มต้น นี่คือสัญญาณที่ดี เงินจำนวนนี้มากกว่า ค่าแรงรายวันของพ่อแม่รวมกันเสียอีก
"เงินมาแล้ว กำลังใจก็มา... หลิงอวี้ วิเคราะห์ ดันเจี้ยนต่อไปเลย บ่ายนี้เราจะลุยหาเงินต่อ"
[รับทราบครับเ้านาย กำลังคำนวณเส้นทางบอสตัวถัดไป...]
เสียงคลิกเมาส์และเสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังระรัวขึ้นอีกครั้ง ภายในห้องเล็กๆ ที่เงียบสงบ นักฆ่าหนุ่มหน้าหยกในโลกเกม กำลังออกล่าอย่างบ้าคลั่ง เพื่อแลกกับความอยู่รอดในโลกความเป็จริง
………………………………….
สามวัน ผ่านไป...
กิจวัตรของหลิงซูเหยายังคงดำเนินไปอย่างเป็แบบแผน ตอนเช้าตื่นมาช่วยงานบ้าน สายหน่อยก็นั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อหาเงินจากเกม รายได้มีเข้ามาบ้างไม่แน่นอน บางครั้ง ไอเทมธรรมดาก็ขายไม่ออก ต้องดึงกลับมาใช้เอง หรือบางครั้งสังหารบอสจนล้มคว่ำกลับ
ไม่มีไอเทมระดับสูงดรอปมาเลยสักชิ้น เื่พวกนี้ขึ้นอยู่กับวาสนาอย่างแท้จริง ่บ่ายเธอจะช่วยย่าเตรียมของ ่เย็นระหว่างที่ย่าไปขายของ เธอก็เล่นเกมรอทุกคนกลับบ้าน
ส่วนใบหน้าที่บวมช้ำ ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว หน้าเริ่มกลับมาเข้ารูปปกติ แต่ยังเห็นรอยช้ำจากสีม่วงเป็สีเหลืองจางๆ บ่ายวันนี้ ย่าจะพาไปตรวจแขนอีกครั้ง ถ้าหายแล้วจะได้ถอด เฝือกอ่อนที่โรงพยาบาล
บนหน้าจอคอมฯ ตัวละคร 'เฉี่ยนเฉียน' นักฆ่าหนุ่มในชุดดำกำลังวาดลวดลาย สังหารมอนสเตอร์อย่างดุดัน ด้วยความช่วยเหลือของ 'หลิงอวี้ 9.0' ที่ช่วยคำนวณการควบคุมระดับไมโคร ทำให้การเคลื่อนไหวของเฉี่ยนเฉียนพริ้วไหวราวจักรกล หลบการโจมตีได้ 100%
แม้ AI จะเจาะระบบสุ่มของไม่ได้ แต่ด้วยความขยันลงดันเจี้ยนซ้ำ ๆ แบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในที่สุดความพยายามก็เริ่มเห็นผล ท่ามกลางขยะไอเทมสีขาวนับร้อยชิ้นที่ดรอปมา แสงสีฟ้าและ สีม่วงที่บ่งบอกถึงความหายากก็ส่องสว่างขึ้นมาบ้างให้ชุ่มชื่นหัวใจ
ติ๊ง! [ได้รับ : ตำราสกิลลับ ‘ย่างก้าวเงา ระดับหายาก - สีม่วง’] ... ขายออกไปไวมาก ในราคา 2,000 หยวน
ติ๊ง! [ได้รับ : เกราะอกเกล็ดงู ‘ระดับแรร์ - สีฟ้า’] ... ขายได้ 1,500 หยวน
ติ๊ง! [ได้รับ : แหวนหยกม่วงเพิ่มคริติคอล ‘ระดับแรร์ - สีฟ้า’] ... ขายได้ 800 หยวน
"โชคดีจริงๆ... นึกว่าจะหาเงินไม่ได้อีกตามเคย" หลิงซูเหยายิ้มกว้างเมื่อเห็นยอดเงินที่แจ้งเตือนเข้ามา เมื่อรวมกับไอเทมขยะและเงินย่อยๆ ที่เก็บสะสมมาตลอด 3 วัน ยอดรวม ทั้งหมดจึงเป็ตัวเลขที่น่าพอใจ
หลิงซูเหยา กดดูยอดเงินในบัญชีธนาคารออนไลน์ที่เธอผูกไว้กับเกม
[ยอดเงิน คงเหลือ : 6,080 หยวน]
"หกพันแปดสิบหยวน..." เธอพยักหน้าเบาๆ เงินจำนวนนี้ถือว่าเยอะสำหรับเด็กมัธยมปลายในยุคนี้
"ต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ เครื่องเก่าหน้าจอแตกจากอุบัติเหตุคราวก่อน เครื่องพังเปิดไม่ติด ซื้อรุ่นพอใช้ได้ราคาสักพันสองพันหยวนก็พอ ที่เหลือเก็บไว้เป็ทุนสำรองฉุกเฉิน เผื่อที่บ้านมีเื่ต้องใช้เงินด่วน"
เธอตัดสินใจเก็บเื่นี้ไว้ก่อน ไม่คิดจะบอกพ่อกับแม่ ปู่ย่าตอนนี้ ทุกคนคงใจนอาจไม่เชื่อ เธอคิดจะเอาเงินนี้ไปต่อยอดให้งอกเงยกว่านี้
่บ่ายหลังจากทานข้าวกลางวันของสองย่าหลาน "ไปกันเถอะอาเหยา เดี๋ยวจะไม่ทันหมอ" ย่าจูเรียก หลิงซูเหยาเดินตามย่าออกจากบ้าน ระหว่างที่เดินลงบันได
เธอและย่า เดินส่วนกับเพื่อนบ้านที่สนิทกับย่า "อ้าว! พี่สาวจู จะพาหลานสาวไปไหน เหรอ?" 'ย่าหลิว' เพื่อนบ้านวัยเดียวกันที่อาศัยอยู่บนชั้น 3 กับลูกชาย 2 คน เอ่ยทักทาย อย่างเป็กันเอง สายตาเหลือบมองมาที่ซูเหยา
"จะพาไปโรงพยาบาลน่ะสิ ไปถอดเฝือก" ย่าจูตอบพร้อมรอยยิ้ม
"เป็อย่างไรบ้าง อาเหยา? ย่าได้ยินว่าหนูโดนรถชนมา ์คุ้มครองแท้ๆ ที่ไม่ เป็อะไรมาก" ย่าหลิวพินิจใบหน้าของซูเหยาชัดๆ " หน้าตาดูดีขึ้นเยอะเลยนี่ ไม่ค่อยบวมแล้ว รอยช้ำ ก็จางลงมาก"
"ขอบคุณค่ะย่าหลิว หมอบอกว่าฟื้นตัวเร็วค่ะ" หลิงซูเหยาตอบตามมารยาท "ดีแล้วๆ เคราะห์กรรมผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไปก็ระวังตัวด้วยนะ รีบไปเถอะเดี๋ยวคนจะเยอะ" ย่าหลิวเอ่ย
เพื่อนบ้านทุกคนในละแวกนี้ต่างเข้าใจกันว่าเธอประสบอุบัติเหตุรถชน ไม่มีใครระแคะระคายเื่การตบตีเลย
ย่าพาหลิงซูเหยาขึ้นรถประจำทางไปโรงพยาบาล ตลอดทางย่าพยายามกันไม่ให้ผู้คน มาเบียดเสียดโดนแขนของหลานสาวเช่นเดิม
เมื่อมาถึงแผนกศัลยกรรมกระดูก พยาบาลที่เคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมามอง
"อ้าว น้องหลิงซูเหยา มาตามนัดสินะคะ" พยาบาลทักทายด้วยรอยยิ้ม
"แหม... วันนี้หน้าตาดูสดใส ขึ้นผิดตาเลยนะ รอยบวมยุบเร็วมาก หายไวจริงๆ เลย โชคดีมาก"
"ขอบคุณค่ะพี่พยาบาล" หลิงซูเหยาตอบกลับ
นั่งรอเพียงครู่เดียว เสียงประกาศเรียกชื่อก็ดังขึ้น "เชิญคุณหลิงซูเหยา ที่ห้องตรวจ 2 ค่ะ"
คุณหมอเ้าของไข้เป็ชายวัยกลางคนท่าทางใจดี เขาตรวจดูเฝือกคร่าวๆ
"อืม... ดูภายนอกดีขึ้นมาก เดี๋ยวหมอให้พยาบาลพาไปเอ็กซเรย์ดูการสมานตัวของกระดูกอีกรอบนะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ถอดได้เลย"
หลังจากไปห้องเอ็กซเรย์และนั่งรอผลอีกชั่วครู่ ซูเหยาก็กลับเข้ามาในห้องตรวจ พร้อมกับฟิล์มเอ็กซเรย์ คุณหมอหยิบฟิล์มขึ้นส่องกับไฟ แล้วอุทานอย่างพึงพอใจ
"ไม่น่าเชื่อ... กระดูกสมานตัวเร็วกว่าที่คิด รอยร้าวประสานกันดีแล้ว" หมอหันมายิ้มให้ "เช่นนั้นวันนี้ถอดเฝือกอ่อนออกได้เลย แต่่อาทิตย์แรกอย่าเพิ่งยกของหนักมากนะ ให้ระวังไว้นิดนึง"
หลังจากถอดเฝือกเสร็จ ย่าจูเดินไปที่ช่องการเงินด้วยความกังวลเล็กน้อย แต่เ้าหน้าที่การเงินแจ้งว่า "ค่าใช้จ่ายติดตามอาการครั้งนี้ รวมค่าเอ็กซเรย์และค่าตรวจ ทั้งหมดจะถูกส่งบิลไปเรียกเก็บกับทางคู่กรณีค่ะ
ทางคนไข้ไม่ต้องชำระส่วนนี้นะคะ ช่วยเซ็นชื่อตรงนี้นะคะ เพื่อเป็หลักฐานการมาตรวจที่โรงพยาบาลจริงน่ะค่ะ" ย่าจูถอนหายใจ โล่งอก "ค่อยยังชั่วหน่อย... "
………………………………………
่เย็น บรรยากาศในบ้านคึกคักเป็พิเศษ พ่อแม่และปู่ย่านั่งยิ้มแย้มเมื่อเห็นซูเหยาถอดเฝือกแล้ว แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจที่สุดคือ 'หลิงซูอิ๋ว' น้องชายที่เดินถือถุงกระดาษที่มีโลโก้ผู้พันแซนเดอร์เข้ามาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
กลิ่นไก่ทอดหอมฉุยลอย อบอวลไปทั่วบ้าน พ่อกับแม่มองหน้ากันด้วยความแปลกใจ เพราะรู้ดีว่าอาหารมื้อนี้ ฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับครอบครัว
"เอ้อ...วันนี้ ร้านเป็ดย่างเขามีโบนัสให้" หลิงซูอิ้ววางถุงลงบนโต๊ะ พยายามปั้นหน้านิ่ง
"เห็นว่าพี่เพิ่งถอดเฝือกก็เลยซื้อมางั้นๆ แหละ"
ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกคนรู้ดีว่าเขาต้องทุบกระปุกออมสินที่เก็บหอมรอมริบจากการทำงานพิเศษมาทั้งอาทิตย์เพื่อซื้อไก่ทอดถุงนี้มาฉลองให้พี่สาว หลิงซูเหยามองน้องชายอย่างซาบซึ้ง "ขอบใจนะ อาอิ๋ว"
อาหารเย็นมื้อนี้เต็มไปด้วยความสุข หลิงซูเหยาเปิดถุง หยิบน่องไก่ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดใส่จานให้น้องชาย
"กินสิอาอิ๋ว นายกำลังโต ต้องใช้พลังงานเยอะ" จากนั้นเธอแจกจ่ายให้ทุกคน หยิบสะโพกชิ้นนุ่มวางให้ปู่หลิง
"ปู่คะ ชิ้นนี้เคี้ยวง่าย ปู่กินเยอะๆ นะคะ" เธอแบ่งอกไก่ชิ้นใหญ่และสะโพกไก่ให้พ่อกับแม่ และปีกไก่กับขาไก่ให้ย่าจนครบทุกคน ส่วนตัวเธอเองหยิบปีกไก่และขาไก่ อย่างละ 1 ชิ้นใส่จาน
หลิงซูอิ๋ว มองพี่สาวอย่างประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ถามออกมา เมื่อเห็นในมือพี่สาวมี ปีกไก่และขาไก่เพียง 2 ชิ้นปกติจะขอกินสะโพกกับอกไก่เสมอเธอกัดปีกไก่กรอบๆ อย่างเอร็ดอร่อย "รสชาติดีมากเลย"พ่อแม่และปู่ย่ามองภาพพี่น้องแบ่งปันกันด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบใจ
…………………………………..