การตั้งท่ามวยไทยของอนาเธอร์สร้างความตื่นเต้นและความตกใจให้กับผู้ชมที่อยู่รอบๆ
ไม่เพียงแค่ความคล่องตัวและพละกำลังของเขาเท่านั้น แต่การที่ชายหนุ่มเลือกใช้ศิลปะการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงเช่นนี้ในการต่อสู้ มันก็แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความชำนาญที่เขามี
“มวยไทย? ศิลปะการต่อสู้จากเมื่อหลายปีก่อนเรอะ?”
โทมัสหรี่ตาลงและมองเห็นท่าทางที่อนาเธอร์ใช้ เขารู้ทันทีว่าการโจมตีครั้งต่อไปอาจไม่ง่ายเหมือนครั้งแรก แต่เขาก็ยังคงเดินหน้าโจมตีต่อไปด้วยความดุดัน และพุ่งเข้าหาอนาเธอร์อีกครั้ง
คราวนี้เขาเลือกใช้เท้าเตะไปที่ลำตัวของอนาเธอร์อย่างแรง หวังที่จะทำให้อีกฝ่ายเสียหลัก
“ปัง!”
แต่ทันทีที่เท้าของเขาเข้ามาใกล้ อนาเธอร์ก็ใช้ศอกขวายกขึ้นมาป้องกัน จากนั้นก็หมุนตัวและใช้ศอกซ้ายฟาดไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มผู้ท้าทาย การเคลื่อนไหวนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ทำให้คู่ต่อสู้ของเขาไม่สามารถตอบโต้ได้ทัน
ศอกของอนาเธอร์กระแทกเข้าที่ใบหน้า บริเวณกรามของชายหนุ่มอย่างจัง
“ผัวะ!”
เสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ แรงกระแทกจากศอกทำให้ชายหนุ่มเซถอยหลังไปหลายก้าว และใบหน้าของเขาเริ่มแดงจากแรงปะทะ ความเจ็บปวดแผ่กระจายไปทั่วบริเวณที่โดนโจมตี ทำให้เขาต้องจับกรามของตัวเองอย่างลำบาก
“พระเจ้าช่วย! เขาใช้ศอกเป็นอาวุธละ”
“มวยไทยไงละ ทุกส่วนของมวยไทยคืออาวุธ หมัด เท้า เข่า และศอก”
นักเรียนที่ดูเหตุการณ์ต่างส่งเสียงฮือฮากับการโจมตีที่รุนแรงและแม่นยำของอนาเธอร์
หลายคนไม่คาดคิดว่าเขาจะเชี่ยวชาญในการใช้มวยไทยได้ถึงขนาดนี้ การโจมตีด้วยศอกที่รุนแรงและเฉียบคมเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมพละกำลังและความเร็วได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันรวดเร็วซะจนหลายคนแทบตั้งหลักไม่ทัน
“.................”
อนาเธอร์ยังคงยืนอยู่ในท่ามวยไทย เขามองไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาที่สงบนิ่ง
“อึก? เจ็บชะมัดเลยเว้ย!”
ชายหนุ่มผู้ท้าทายพยายามตั้งตัวขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขารู้สึกหวาดกลัวและไม่มั่นใจในความสามารถของตนเอง
เพราะการโจมตีของอนาเธอร์ ทำให้เขาเริ่มตระหนักว่าคู่ต่อสู้ของตนเองนั้นมีความสามารถมากกว่าที่เขาคาดคิดไว้
“สมัยนี้เขาเลิกใช้เทคนิคอะไรแบบนั้นแล้วว้อย!”
โทมัสคำรามออกมาด้วยความโกรธ และพยายามจะโจมตีด้วยหมัดขวาอย่างรุนแรง
“ปัง!”
อนาเธอร์มองการเคลื่อนไหวนั้นอย่างเยือกเย็น และก่อนที่หมัดจะถึงตัว เขาก็ยกขาขวาขึ้นเตะไปที่ขาด้านซ้ายของชายหนุ่มด้วยแรงที่คาดไม่ถึง การเตะนี้เป็นการโจมตีที่เรียกว่า เตะตัดลำตัว ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในมวยไทย
“จะ..เจ็บ!”
ขาของโทมัสถูกเตะเข้าอย่างจัง ทำให้เขาเสียสมดุลและล้มลงกับพื้นในทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า นี่มันอะไรกันเนี่ย โดนอัดไปแค่สองทีเองเนี่ยนะ”
“ไอ้บ้า! งั้นแกลองไปโดนเตะบริเวณน่องขาอย่างสุดแรงดูดิ”
เสียงหัวเราะและเสียงอุทานของนักเรียนที่อยู่รอบๆดังขึ้นอีกครั้ง หลายคนไม่อยากเชื่อว่าอนาเธอร์สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ โดยไม่ต้องใช้ทักษะสกิลใดๆทั้งสิ้น
“ขะ..ข้าแพ้แล้วเหรอ?”
ชายหนุ่มที่นอนอยู่กับพื้นพยายามจะลุกขึ้น แต่เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ขา พร้อมกับความหวาดกลัวที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในใจ
จากนั้นโทมันก็มองไปที่อนาเธอร์ ซึ่งยังคงยืนอยู่เหนือตนเองด้วยท่าทีสงบและมั่นคง และในที่สุดเขาก็รู้ว่าตนเองไม่อาจสู้ต่อได้
“พะ..พอแล้ว..ข้ายอมแพ้!”
ชายหนุ่มพูดพึมพำออกมาเบาๆ ใบหน้าของเขาตื่นตระหนก ขณะที่พยายามจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อขอให้หยุดการต่อสู้นี้ลง
อนาเธอร์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยและถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว
เป็นการแสดงถึงการยอมรับในคำยอมแพ้ของคู่ต่อสู้ นักเรียนที่อยู่รอบๆ ต่างก็ส่งเสียงปรบมือและอุทานด้วยความตื่นเต้น
หลายคนรู้สึกทึ่งกับความสามารถของอนาเธอร์ และบางคนก็เริ่มเปลี่ยนความคิดจากการดูถูกเป็นการเคารพ
“กรี๊ด! สมแล้วที่เป็นเจ้าชายเลยเจ้าค่า!”
“แกเห็นปะ? เขาใช้มวยไทยด้วยละ โดยปกติศิลปะการต่อสู้พวกนี้เริ่มหายสาบสูญไปตามการเวลาแล้วนะ”
“อืม พวกเทคนิคการต่อสู้มือเปล่าต่างๆเองก็ด้วย แต่ก็ยังมีโรงฝึกสอนต่างๆในประเทศนะที่เปิดให้ร่ำเรียน”
หลังจากที่อนาเธอร์เอาชนะชายหนุ่มคนแรกได้อย่างง่ายดาย นักเรียนทุกคนตกตะลึงในฝีมือของเขา แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้โดยไม่ใช้ทักษะสกิลหรืออาวุธใดๆ แต่การเคลื่อนไหวของอนาเธอร์
กลับแสดงให้เห็นถึงความชำนาญและพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน เขามีความสามารถในการควบคุมร่างกายอย่างสมบูรณ์ และไม่ว่าใครที่ดูการต่อสู้นั้น จะสามารถสัมผัสได้ว่าชายคนนี้มีความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ อนาเธอร์มีเลเวลน้อยกว่าคู่ต่อสู้ถึง 10 เลเวล ซึ่งในโลกแห่งนี้ นั่นหมายความว่าเขาอยู่ในระดับที่เสียเปรียบอย่างมากตามทฤษฎี
แต่ไม่มีสิ่งใดในท่าทางหรือการต่อสู้ที่บ่งบอกเลยว่าเขาเป็นผู้ด้อยกว่า ในทางตรงกันข้าม การเคลื่อนไหวที่แม่นยำและการโจมตีที่รุนแรง ทำให้ทุกคนต่างต้องเงียบงันด้วยความตกใจ
“น่าสนใจดีนะอนาเธอร์!”
ในขณะที่บรรยากาศเริ่มกลับมาเป็นปกติ เสียงของคนผู้นึงก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับฝีเท้าหนักๆที่ดังออกมาจากทางลานกว้าง
ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย ทุกสายตาหันไปมองเขาทันที เขาคือ เซรอส นักเรียนชั้นปีหนึ่งที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นปีของเขา
ด้วยพละกำลังอันมหาศาลและความสามารถในการต่อสู้ระดับสูง ทำให้เขาแข็งแกร่งในอายุรุ่นเดียวกันมาก
“ซะ..เซรอส.. ผู้พิชิตผู้เล่นในระดับเดียวกันด้วยมือเปล่าน่ะเหรอ?
ทุกคนที่เห็นเขาเข้ามาต่างพากันอึ้งไปตามๆกัน เพราะพวกเขารู้ว่าเซรอสไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อดูการต่อสู้ เขามีบางอย่างที่อยากพิสูจน์
เซรอสนั้นไม่เหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆที่เข้ามาท้าทายอนาเธอร์ เขาเป็นนักสู้ที่มีเลเวลกว่า 100 ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงสำหรับนักเรียนชั้นปีที่ 1
นอกจากนี้เขายังมีอาชีพระดับตำนานที่มีชื่อว่า เซียนนักสู้ เป็นอาชีพที่มีค่าสถานะและความสามารถเหนือกว่าอาชีพธรรมดาอย่างมาก
ทั้งพละกำลัง ความทนทาน และความรวดเร็วของเขา เป็นที่กล่าวขานกันในหมู่นักเรียนชั้นปี 1 ทั่วไปเลยก็ว่าได้
“นายน่ะเหรอผู้สืบทอดลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟรีด อนาเธอร์ ซิกฟรีด?”
เซรอสเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าอนาเธอร์ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนคนอื่นๆสังเกตเห็นได้จากท่าทางและการเคลื่อนไหวของเขา
“หืม? ชายคนนี้น่าสนใจ!”
อนาเธอร์เห็นแบบนั้นก็ยกยิ้ม ขณะที่ดวงตาเองก็ส่องประกายเหมือนอยากจะต่อสู้ด้วย
“นายทำได้ดีมาก เป็นการเคลื่อนไหวที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ”
ซรอสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จากนั้นก็ได้พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“แต่ฉันอยากจะเห็นว่านายจะเก่งแค่ไหน เมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าจริงๆ”
“เงื่อนไขและกติกาเดิม ในเมื่อเลเวลห่างกัน ฉันจะไม่ใช่ทักษะสกิลอะไรเลยทั้งสิ้น!”
คำพูดของเซรอสสร้างความตึงเครียดขึ้นในทันที นักเรียนหลายคนที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างพากันตะโกนเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
เพราะพวกเขาเห็นว่าเลเวลของอนาเธอร์และเซรอสห่างกันถึง 70 เลเวล ซึ่งเป็นช่องว่างที่ใหญ่มาก แม้ว่าความสามารถของอนาเธอร์จะโดดเด่นเพียงใด แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าเขาจะสามารถต่อกรกับเซรอสได้ง่ายๆ
“นี่มันไม่ยุติธรรม! เซรอสมีเลเวลสูงกว่าท่านอนาเธอร์ถึงขนาดนั้น จะสู้กันได้ยังไง?”
ในตอนนั้นเสียงหนึ่งก็ดังตะโกนออกมาจากกลุ่มนักเรียนหญิง อีกคนนึงก็กล่าวเสริม
“ใช่! เลเวลห่างกันตั้งเยอะ และเขาก็ยังมีอาชีพระดับตำนานอีกด้วย!”